เหตุการณ์การเมือง

นายกฯลั่นลอบยิงกมลศักดิ์ ส.ส.ฯเป็นเรื่องการเมือง

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง เหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ สร้างความฮือฮาในวงการเมืองไทย โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวมุ่งหวังเอาชีวิตและเชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองอย่างชัดเจน ทำให้ทุกฝ่ายจับตามองสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่า การทำร้ายร่างกายที่มุ่งหวังเอาชีวิต ส.ส. ถือเป็นเรื่องการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย การกระทำนี้ถือเป็นเรื่องอุกอาจมาก โชคดีที่ผู้บาดเจ็บรอดชีวิตมาได้ แต่ก็สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง: รายละเอียดคำให้สัมภาษณ์

นายอนุทิน เน้นย้ำว่า ตนได้สอบถามความสถานการณ์จากนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติแล้ว โดยได้รับแจ้งว่านายกมลศักดิ์ปลอดภัย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นใกล้บ้านพักในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของเขา นายกฯ ย้ำชัดเจนว่าจะเร่งรัดเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

  • มุ่งหวังเอาชีวิต: นายกฯ เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์อย่างแท้จริง
  • ถือเป็นเรื่องการเมือง: การโจมตี ส.ส. ถือเป็นการแทรกแซงทางการเมืองโดยตรง
  • เร่งดำเนินคดี: สั่งการเจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องหา
  • สอบถามพรรคประชาชาติ: ติดต่อนายซูการ์โน ยืนยัน ส.ส.ปลอดภัย
  • ไม่ทราบรายละเอียดท้องถิ่น: นายกฯ ระบุยังไม่ทราบเจาะจงว่าเป็นการเมืองท้องถิ่นหรือไม่

บริบทเหตุการณ์ลอบยิงในพื้นที่ชายแดนใต้

จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงมีปัญหาความไม่สงบมาอย่างยาวนาน พรรคประชาชาติซึ่งมี ส.ส.ส่วนใหญ่จากพื้นที่นี้ เป็นพรรคที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นมุสลิมและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับรัฐ เหตุการณ์ลอบยิงครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่นายกมลศักดิ์กำลังเดินทางกลับบ้านพักใกล้จุดเกิดเหตุ ทำให้เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นหรืออุดมการณ์ที่รุนแรง แม้ตำรวจจะยังไม่สรุปสาเหตุ แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องเผชิญ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด ลอบยิง หรือข่มขู่บุคคลสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเมืองไทยโดยรวม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับ ส.ส. และนักการเมืองในพื้นที่เสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และประสานงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคง

ผลกระทบและมาตรการที่ควรดำเนินการ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจให้ครอบครัวผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะในสภาที่พรรคเล็กอย่างประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการโหวตประเด็นสำคัญ รัฐบาลควรออกมาตรการเร่งด่วน เช่น

  • จัดตั้งหน่วยงานพิเศษสืบสวนคดีนักการเมืองถูกลอบโจมตี
  • เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดใต้
  • ส่งเสริมการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น
  • ปกป้องสิทธิ ส.ส.ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังควรมีการประชุมหารือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกระยะยาวในการดับไฟใต้ให้สงบสุขอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมืองนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง รัฐบาลต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องประชาธิปไตยและชีวิตนักการเมืองทุกคน คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง

ศาลตัดสินคดี นปช. ขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52 วันนี้!

วันนี้ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีสำคัญที่หลายคนจับตามอง นั่นคือคดีของ “วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” พร้อมแกนนำกลุ่ม นปช. รวม 10 คน จากเหตุการณ์มั่วสุมชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552 คดีนี้เกี่ยวเนื่องกับการปิดทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลและการบุกบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี

ลุ้นระทึก! ศาลนัดตัดสินคดี แกนนำกลุ่ม นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแกนนำ นปช. ทั้ง 10 คน ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความกระด้างกระเดื่อง ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548

ความเป็นมาของคดีนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 9 เมษายน 2552 เมื่อกลุ่มจำเลยร่วมกันชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีการปิดทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลเพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนบุกไปยังบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี รวมถึงการปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร

ใครบ้างที่เป็นจำเลยในคดีชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52?

สำหรับจำเลยทั้ง 10 คนในคดีนี้ ประกอบด้วยบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายท่าน ได้แก่:

  • นายวีระกานต์ หรือวีระ มุสิกพงศ์
  • นายจตุพร พรหมพันธุ์
  • นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
  • นพ.เหวง โตจิราการ
  • นายสิระ หรือสรวิชญ์ พิมพ์กลาง
  • นายณรงศักดิ์ มณี
  • นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
  • นายพิพัฒน์ชัย หรือสมชาย ไพบูลย์
  • นายพายัพ ปั้นเกตุ
  • นายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง

ทั้งนี้ จำเลยทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาและได้รับการประกันตัวคนละ 2 แสนบาท

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำตัดสินคดี แกนนำกลุ่ม นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52

การตัดสินคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันและอนาคต หากศาลตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่พอใจในหมู่ประชาชนที่สนับสนุนกลุ่ม นปช. ในทางตรงกันข้าม หากศาลตัดสินให้จำเลยพ้นผิด ก็อาจถูกมองว่าเป็นการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่คดีนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปนานหลายปี ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงเจตนาเบื้องหลังการดำเนินคดี และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี แกนนำกลุ่ม นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52

คดีศาลนัดตัดสินคดี แกนนำกลุ่ม นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคดีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าสังคมไทยจะยังคงจับตาดูและวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และการวิเคราะห์อย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

ศาลนัดตัดสินคดี แกนนำกลุ่ม นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52 ในวันนี้ จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ลุ้นวันนี้ ศาลนัดตัดสินคดี แกนนำกลุ่ม นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52

Scroll to top