เอกสารคดี

นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน

นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองอังกฤษ หลังจากเอกสารลับจากสหรัฐฯ ถูกเปิดเผย เผยความสัมพันธ์อันน่าสงสัยระหว่าง ลอร์ด ปีเตอร์ แมนเดลสัน กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีเพศชายผู้ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวจำนวนมาก

นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน ด่วนที่สุด

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้ออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยสำนักนายกรัฐมนตรีที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ได้แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าการสืบสวนนี้มุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ กับ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีดังกล่าวที่เสียชีวิตในเรือนจำสหรัฐฯ ไปแล้ว

เหตุการณ์นี้จุดชนวนมาจากการที่ทางการสหรัฐฯ ปล่อยเอกสารคดีเอปสตีนกว่า 3 ล้านหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีหลักฐานการติดต่อระหว่างทั้งคู่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่แมนเดลสันยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจภายใต้รัฐบาลกอร์ดอน บราวน์

หลักฐานสำคัญที่ทำให้ นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน

เอกสารที่ถูกเปิดเผยรวมถึงบันทึกทางการเงินที่พบว่า ในปี 2552 แมนเดลสันได้ส่งรายงานสรุปทางเศรษฐกิจที่เตรียมไว้ให้บราวน์ไปยังเอปสตีน พร้อมข้อความว่า “บันทึกที่น่าสนใจซึ่งส่งถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว” นอกจากนี้ ยังมีการโอนเงินจำนวน 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากเอปสตีนไปยังบัญชีที่เชื่อมโยงกับแมนเดลสัน ผ่านการชำระ 3 ครั้งในช่วงปี 2547-2548

  • การติดต่ออย่างใกล้ชิด: อีเมลและบันทึกการสนทนาระหว่างแมนเดลสันกับเอปสตีน
  • การโอนเงินต้องสงสัย: รวม 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลาที่แมนเดลสันเป็นรัฐมนตรี
  • รายงานเศรษฐกิจลับ: ส่งตรงให้เอปสตีนโดยตรง
  • การลาออกทันที: แมนเดลสันประกาศลาออกจากพรรคแรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงความอับอาย

แมนเดลสัน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเบื้องหลังการฟื้นฟูพรรคแรงงานในยุค 1990 ภายใต้โทนี แบลร์ ได้ยอมรับว่ายังคงความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีน และเคยขอโทษต่อเหยื่อของคดีนี้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่เขาอ้างว่าไม่จำเรื่องการโอนเงินได้ และสงสัยในความถูกต้องของเอกสาร

นายกฯ สตาร์เมอร์แสดงจุดยืนชัดเจน โดยเชื่อว่าแมนเดลสันไม่สมควรได้รับบรรดาศักดิ์ “ลอร์ด” หรือนั่งในสภาขุนนางอีกต่อไป แม้รัฐบาลจะไม่มีอำนาจถอดถอนโดยตรง แต่สตาร์เมอร์ได้เรียกร้องให้สภาขุนนางปรับปรุงกระบวนการวินัยให้ทันสมัย เพื่อถอดถอนสมาชิกที่ทำให้สภาเสื่อมเสียได้ง่ายขึ้น

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แมนเดลสันถูกถอดจากตำแหน่ง เขาถูกปลดจากลอร์ดในเดือนกันยายน 2568 หลังได้รับแต่งตั้งจากสตาร์เมอร์เองเมื่อปลายปี 2564 สร้างคำถามถึงการตัดสินใจของรัฐบาลแรงงาน

คดีเอปสตีนเป็นหนึ่งในเรื่องอื้อฉาวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ดึงดูดบุคคลดังระดับโลกมากมาย เช่น เบิล เกตส์ และเจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งเคยถูกกล่าวหาเช่นกัน การที่นักการเมืองอังกฤษระดับสูงพัวพัน ยิ่งทำให้เกิดแรงกดดันต่อระบบการเมือง UK

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตรวจสอบครั้งนี้อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบสภาขุนนาง และเพิ่มมาตรฐานจริยธรรมสำหรับนักการเมืองอังกฤษ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย คริส วอร์มัลด์ จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสืบสวน

ในมุมมองของผู้เขียน กรณี นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวของนักการเมืองกับบุคคลมีประวัติอื้อฉาวอาจทำลายชื่อเสียงและเสถียรภาพทางการเมืองได้ ผู้ติดตามข่าวการเมืองควรจับตาการพัฒนาของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ารัฐบาลสตาร์เมอร์จะจัดการอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก! หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปล่อยเอกสารกว่า 3 ล้านหน้าเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2569 ชุดข้อมูลมหาศาลนี้เผยชื่อคนดังนับไม่ถ้วน รวมถึงภาพช็อกโลกของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ที่กำลังคร่อมร่างหญิงคนหนึ่ง นี่คือแรงกดดันรอบใหม่ที่อาจทำให้ราชวงศ์อังกฤษปวดหัวหนัก

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่นี้มีวิดีโอกว่า 2,000 ไฟล์ และรูปภาพกว่า 180,000 ภาพ นายทอดด์ แบลนซ์ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ อธิบายว่าปริมาณมหาศาลขนาดหากวางซ้อนกันสูงเท่าหอไอเฟล 2 หอ ต้องใช้เวลาตรวจสอบเพื่อปกปิดตัวตนเหยื่อนานนับปีกว่าจะปล่อยได้

จุดเด่นที่ทุกคนจับตาคือภาพของ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ อดีตเจ้าชายที่กำลังคุกเข่าคร่อมผู้หญิงนอนพื้น สัมผัสหน้าท้องเธอ และจ้องกล้องตรงๆ ภาพเหล่านี้ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้คดีเก่าๆ ที่เขาถูกกล่าวหาเรื่องเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์จากแก๊งเอปสตีน แม้ยังไม่ใช่หลักฐานผิดกฎหมายชัดเจน แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์พังยับ

อีเมลเชิญทานข้าวกับสาวรัสเซียวัย 26

นอกจากภาพ ยังมีอีเมลปี 2553 ที่เอปสตีนเชิญอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ทานอาหารค่ำกับหญิงรัสเซียวัย 26 ปี เพียง 2 ปีหลังเอปสตีนรับสารภาพคดีค้าประเวณีเด็ก สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความสนิทสนมอันน่าตกใจระหว่างทั้งคู่

ภาพจากเอกสารเอปสตีน

เอกสารยังพูดถึงชีวิตในคุกของเอปสตีนที่เลือกอยู่คนเดียว พฤติกรรมบงการเพื่อหลีกเลี่ยงเพื่อนร่วมห้อง และรายละเอียดการตายปริศนาของเขา

คนดังอื่นๆ ที่โดนแฉในเอกสารเอปสตีนชุดใหม่

  • โดนัลด์ ทรัมป์: ชื่อโผล่ในรายงาน FBI แต่ถูกปฏิเสธเพราะไม่น่าเชื่อถือ
  • บิล เกตส์: ถูกหาว่าติดโรคติดต่อทางเพศ แต่เขาปฏิเสธเด็ดขาดว่า “ไร้สาระ”
  • อีลอน มัสก์: ชื่อโผล่กว่า 1,000 ครั้ง มีอีเมลปี 2555-56 ชวนไปปาร์ตี้เกาะส่วนตัว แต่ยกเลิกเพราะปัญหาการเดินทาง อีเมลแซวเรื่องอัตราส่วนชายหญิงสุดแซ่บ!

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นเครือข่ายกว้างขวางของเอปสตีน แต่การมีชื่อในเอกสารไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมายเสมอไปนะครับ

เรื่องนี้สะท้อนสังคมชั้นสูงที่เต็มไปด้วยความลับมืดมิด เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ไม่เพียงแฉอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ แต่ยังเปิดโปงความสัมพันธ์อันตรายของเหล่าคนดัง คุณคิดว่ามันจะนำไปสู่การสอบสวนใหม่ไหม? ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง

สหรัฐฯ เผย ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว

สหรัฐฯ เผย ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว

ทางการสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารชุดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี เคยนั่งเครื่องบินส่วนตัวของนายเอปสตีนถึง 8 เที่ยวบิน เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์และสื่อต่างๆ

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมอีกหลายพันฉบับที่เกี่ยวข้องกับคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ การเปิดเผยเอกสารในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลที่ล่าช้า

เอกสารชุดล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมามีจำนวนมากถึง 11,000 ฉบับ ซึ่งรวมถึงวิดีโอและบันทึกเสียงหลายร้อยรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพจากกล้องวงจรปิดในเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นายเอปสตีนถูกพบว่าเสียชีวิตในห้องขังระหว่างรอการพิจารณาคดีในข้อหาค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี

เอกสารที่เผยแพร่ออกมายังมีอีเมลในปี 2544 ที่ส่งโดยบุคคลที่ใช้อักษรย่อ “A” จาก “บัลมอรัล” ถึง กิสเลน แมกซ์เวลล์ คนสนิทของนายเอปสตีน โดยส่งจากที่อยู่อีเมลที่ใช้ชื่อว่า “The Invisible Man” โดยเนื้อหาในอีเมลสอบถามแมกซ์เวลล์ว่า “คุณหาเพื่อนใหม่ที่ไม่เหมาะสมให้ฉันได้บ้างไหม?”

ทำไมเรื่อง ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว ถึงเป็นที่สนใจ?

เรื่องราวที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว เป็นที่สนใจเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และเอปสตีนที่ถูกเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศและการค้ามนุษย์ การเปิดเผยข้อมูลนี้ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของทรัมป์ในเรื่องนี้

นอกจากนี้ ยังมีการโต้ตอบทางอีเมลอีกฉบับที่พูดถึง “เด็กผู้หญิง” ในทริปเดินทางไปประเทศเปรู ซึ่งทาง BBC ได้พยายามติดต่อทีมงานของ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ เพื่อขอคำชี้แจง แต่ยังไม่มีการตอบรับ

เอกสารชุดล่าสุดยังรวมถึงวิดีโอปลอมที่อ้างว่าแสดงภาพ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ภายในห้องขังที่นิวยอร์กในวันที่เขาเสียชีวิต และอีเมลที่ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของเอปสตีนจำนวน 8 เที่ยว ระหว่างปี 2536 ถึง 2539 ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้สังคมหันมาจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

กฎหมายความโปร่งใสในแฟ้มข้อมูลเอปสตีน (EFTA) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสและลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กำหนดให้มีการเปิดเผยแฟ้มข้อมูลเอปสตีนทั้งหมดภายในวันศุกร์ของสัปดาห์ก่อน

นายทอดด์ บลานช์ รองอัยการสูงสุดอ้างว่าความล่าช้าเกิดจากความจำเป็นในการเซ็นเซอร์ตัวตนของเหยื่อของนายเอปสตีนมากกว่า 1,000 ราย ออกจากเอกสารและรูปภาพจำนวนมาก และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ปกปิดข้อมูลเพื่อปกป้องโดนัลด์ ทรัมป์

การเซ็นเซอร์ข้อมูลอย่างกว้างขวางในเอกสารหลายฉบับและการควบคุมการเปิดเผยข้อมูลอย่างเข้มงวดโดยเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์ได้กระตุ้นให้เกิดความสงสัยว่าการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จะสามารถสยบทฤษฎีสมคบคิดเรื่องการปกปิดข้อมูลในระดับสูงได้จริงหรือไม่

ชุดเอกสารที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ประกอบด้วยรูปภาพของอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน และบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ซึ่งต่างอยู่ในวงสังคมของเอปสตีน

เรื่องราวที่ สหรัฐฯ เผยว่าทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และหวังว่าการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยไขข้อสงสัยและนำไปสู่ความกระจ่างในคดีนี้

ที่มา – สหรัฐฯ เผยเอกสารชุดใหม่ ชี้ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว

Scroll to top