แก๊งค้ายาข้ามชาติ

ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ

ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ

ในยุทธการตัดเนื้อร้ายที่ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อกำจัดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุดได้บุกจับกุม ส.ต.อ.นนทพัทธ์ วัย 27 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีหลักฐานเส้นทางการเงินมัดตัวชัดเจนว่าเขามีบทบาทสำคัญในการประสานงานควบคุมการลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้าประเทศไทย และรับโอนเงินค่ายาเสพติด

ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่มุ่งสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน โดยจะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่ใดๆ หากพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด ทั้งทางอาญา วินัย และยึดทรัพย์สิน

ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ เริ่มจากคดีใหญ่

จุดเริ่มต้นมาจากวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่สภ.บึงกาฬ จับกุมผู้ต้องหา 1 รายพร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด จากนั้น ป.ป.ส. สืบสวนขยายผลนานกว่า 3 เดือน รวบรวมพยานหลักฐานทั้งเส้นทางการเงินและอื่นๆ ขอหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ 4 ราย ได้แก่

  • นางภูเวียง (สงวนนามสกุล) ชาวลาว อายุ 30 ปี ผู้บงการนำยาเสพติดจากลาวเข้าประเทศไทย
  • นายชาญยุทธ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย อายุ 38 ปี ผู้ร่วมขบวนการจัดหารถยนต์ลำเลียง
  • น.ส.ปุณยวีร์ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย อายุ 48 ปี ผู้ร่วมจัดหารถยนต์ลำเลียง
  • ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ประสานควบคุมการลำเลียงและรับโอนเงิน

การจับกุมดำเนินการระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อเนื่อง จ.นครพนม และ จ.ขอนแก่น โดยประสาน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 ผลการปฏิบัติการตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 1,600,000 บาท ประกอบด้วยรถยนต์ 3 คัน และอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 4 บัญชี จำนวน 985,837 บาท

บทบาทของนางภูเวียงและเครือข่ายข้ามชาติ

นางภูเวียง นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว มีพฤติกรรมจัดหายาเสพติดจาก สปป.ลาว ประสานทีมลำเลียงและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก ในปี 2568 เกี่ยวข้องกับคดีถึง 6 คดี จับผู้ต้องหา 6 ราย ยาบ้า 5,800,000 เม็ด ไอซ์ 917 กิโลกรัม ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.บึงกาฬ จ.สระบุรี และ จ.ราชบุรี แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ใหญ่และต่อเนื่อง

ป.ป.ส. ยังมอบหมายอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านยาเสพติดประจำสถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์ เข้าพบ พันเอกแพง ไซยะวง หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นยาเสพติดลาว เพื่อความร่วมมือสืบสวนข้ามชาติ ขยายผลเครือข่ายและทรัพย์สินต่อไป

พ.ต.ต.สุริยา เน้นย้ำว่าปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามชาติ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ใช้อำนาจผิดคืออุปสรรคใหญ่ ยุทธการตัดเนื้อร้ายจึงเป็นกลไกหลักในการทำความสะอาดหน่วยงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตา สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชม. ข้อมูลผู้แจ้ง保密สูงสุด

การดำเนินการป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดแบบไร้ข้อยกเว้น ไม่ว่าผู้ใดจะเกี่ยวข้อง จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและลดปริมาณยาเสพติดไหลเข้าประเทศได้ หากคุณมีเบาะแสเจ้าหน้าที่น่าสงสัย อย่าลังเล รายงานได้ทันทีที่ 1386 เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ คอยอำนวยความสะดวกลำเลียงเข้าไทย เส้นเงินมัด

สืบภาค 4 รวบ 2 อดีตนักโทษ ขนยาไอซ์ 146 กิโล

ตำรวจสืบสวนภาค 4 รวบตัว 2 อดีตนักโทษในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ได้พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 146 กิโลกรัม ผู้ต้องหารับสารภาพรับงานจากชาวลาวเพื่อขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่นี้

สืบภาค 4 รวบ 2 อดีตนักโทษ ขนยาไอซ์ 146 กิโล

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 แถลงข่าวการจับกุม นายพนมพร เข็มมา อายุ 40 ปี และ นายเอกพล สียางนอก อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 146 กิโลกรัม ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.บ้านแพง จ.นครพนม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.ภ.4 ได้สืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนแม่น้ำโขง จนทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย

รายละเอียดการจับกุมยาไอซ์ 146 กิโล

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาจะใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Chevrolet รุ่น Captiva สีขาว ในการขนส่งยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบ นายเอกพล สียางนอก ซึ่งเพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติด ขับรถยนต์กระบะไปรับ นายพนมพร เข็มมา ซึ่งเคยต้องโทษในคดียาเสพติดเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามความเคลื่อนไหวของทั้งสองคน จนพบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปจอดอยู่ท้ายรถเก๋งยี่ห้อ TOYOTA รุ่น COROLLA สีเทา ที่จอดไว้ริมถนนชยางกูร พื้นที่บ้านโนนสา ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แล้ว นายเอกพล สียางนอก ก็ขึ้นไปขับขี่รถยนต์เก๋ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น พบยาไอซ์จำนวนมากบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนอยู่ในรถเก๋ง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายโจ นักค้ายาเสพติดชาว สปป.ลาว เป็นเงิน 20,000 บาท เพื่อขนยาไอซ์จากริมแม่น้ำโขงไปยังรีสอร์ตใน อ.บ้านแพง จ.นครพนม โดยจะมี “นักบิน” มารับช่วงต่อเพื่อลำเลียงไปยังจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ตอนในของประเทศไทย

ผู้ต้องหายังให้การอีกว่า ยาไอซ์ทั้งหมดถูกลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงมาจากประเทศลาว มาขึ้นฝั่งที่ท่าเหล่าบักผาง ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จากนั้นเครือข่ายจะนำยาไอซ์ใส่ไว้ในรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กธ 9541 สกลนคร ไปจอดไว้ที่ริมถนนชยางกูร บริเวณบ้านโนนสา ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จากนั้นให้ทั้ง 2 คนไปขับเอารถเก๋งที่บรรทุกยาไอซ์ ขับไปส่งที่รีสอร์ต ใน อ.บ้านแพง จ.นครพนม เพื่อรอนักบิน มารับไปขับส่งต่ออีกทอดหนึ่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาไอซ์) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในการปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปกป้องสังคมจากภัยร้ายของยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าชื่นชมของตำรวจสืบสวนภาค 4 ในการกวาดล้างยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ยังคงมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการจับกุมอย่างเข้มงวด แต่ขบวนการค้ายายังคงพยายามหาวิธีการใหม่ๆ ในการหลีกเลี่ยงการจับกุม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ที่มา – สืบภาค 4 รวบ 2 อดีตนักโทษ แก๊งค้ายาข้ามชาติ รับงานชาวลาว 2 หมื่น ขนยาไอซ์ 146 กิโล

Scroll to top