แคนดิเดตนายก 2569

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ รมว.อุดมศึกษา ครม.อนุทิน 2

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึง ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่กำลังจะมารับตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน 2 กันครับ คุณยศชนัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.เชน เป็นบุคคลที่น่าจับตา เพราะทั้งพื้นฐานวิชาการแข็งแกร่งและมีสายเลือดนักการเมืองชัดเจน มาดูกันว่าประวัติยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มต้นจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดังครับ เขาเป็นบุตรชายคนโตของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง ซึ่งเป็นน้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร และพี่สาวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หญิงคนแรกของไทย ดังนั้นสายเลือดของเขาจึงเชื่อมโยงกับตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์แบบเต็มๆ เลยครับ

ด้านการศึกษา คุณยศชนัน จบปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาเอกสาขาคลื่นสมอง โดยดุษฎีนิพนธ์ของเขาพูดถึงการใช้สัญญาณสมองช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งน่าทึ่งมาก! ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เขาเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของมหิดล และยังสอนอยู่ด้วย เรียกได้ว่าประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในสายวิชาการนั้นแจ่มใสสุดๆ เหมาะกับตำแหน่งรมว.อุดมศึกษาฯ เลยครับ

เส้นทางการเมือง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในเส้นทางการเมือง

เส้นทางการเมืองของยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มจริงจังปี 2557 ที่ลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ผลไม่เป็นทางการเขาชนะ แต่เกิดเหตุชุมนุม กปปส. นำไปสู่รัฐประหาร คสช. ทำให้ไม่ได้เป็น ส.ส. ครั้งนั้น ต่อมาในปี 2568 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการและทรัพยากรบุคคล ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ล่าสุดในการเลือกตั้ง 2569 พรรคเพื่อไทยเปิดตัวเขาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 สมัยแรก พรรคได้ ส.ส. 74 เสียง อันดับ 3 รองจากภูมิใจไทยและประชาชน จากนั้นพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย เสียงรวม 291 เสียง ชื่อของเขาจึงติดโผ ครม.อนุทิน 2 ในโควตาเพื่อไทย 5 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ และ 3 เก้าอี้ช่วยว่าการ โดยคาดว่าจะได้กระทรวงอุดมศึกษาเพราะถนัดด้านวิจัย

ก่อนเลือกตั้ง คุณยศชนัน ปาฐกถาในโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program หัวข้อ “From Research to Policy” เคยมีข่าวลือจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือรมว.ศึกษาฯ แต่ปฏิเสธ ในโอกาสเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เขาเล่าว่าตัวเองเติบโตจากครอบครัวข้าราชการ-พยาบาล ย้ายถิ่นฐานหลายจังหวัด ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 และเชื่อมั่นศักยภาพคนไทย เหมือนยุคไทยรักไทย

วิสัยทัศน์ของเขาชัดเจนมากครับ มุ่งยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูง ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI เป็นแกน โดยมียุทธศาสตร์หลักดังนี้:

  • เพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิม (เกษตร อุตสาหกรรม บริการ) ด้วยเทคโนโลยีใหม่ สร้างเครื่องยนต์ใหม่จากท้องถิ่น+เทค ครอบคลุม climate change สุขภาพ
  • สร้างความมั่นคงรอบด้าน: ทหาร ไซเบอร์ อาหาร พลังงาน Climate Change และทูตสมดุล
  • สร้างความเชื่อมั่น: นิติธรรม Digital Government ป้องกันคอร์รัปชัน AI Transformation One Stop Service
  • วางโครงสร้างพื้นฐานใหม่: คมนาคม ดิจิทัล พลังงานสะอาด สวัสดิการ การศึกษา วิจัย รองรับคนทุกคนให้โอกาสเท่าเทียม

คำพูดเด็ดของเขาคือ “การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการสร้างประเทศขึ้นใหม่… ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้แน่นอน” สุดยอดเลยครับ!

จากประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่หลากหลายทั้งวิชาการและการเมือง เชื่อว่าเขาจะนำพาการอุดมศึกษาไทยให้ก้าวหน้ากับยุค AI ได้ดี คุณคิดเห็นอย่างไรกับว่าที่ รมว.คนนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากถูกใจ!

ที่มา – ประวัติ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รัฐมนตรีหน้าใหม่ ว่าที่ รมว.อุดมศึกษาฯ ครม.อนุทิน 2

นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชน ตรงเป้า!

ส่องนโยบายพรรคพลังประชารัฐ มุ่งเน้นการดูแลประชาชนตรงเป้า เสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ปกป้องอธิปไตย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ ลดภาระค่าครองชีพ ยัน เป็นต้นตำรับ “คนละครึ่ง”

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 การเลือกตั้งครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลากพรรคการเมืองเดินหน้าเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงนโยบายที่จะให้หาเสียง เพื่อให้ประชาชนเลือกเข้ามาเป็นผู้แทนในสภาฯ

นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชนตรงเป้า

ทางด้านพรรคพลังประชารัฐ ได้กำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ครอบคลุมมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยยึดหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกฎหมาย ความมีวินัยทางการคลัง และการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายที่ต้องใช้งบประมาณได้กำหนดวงเงิน แหล่งที่มา ความคุ้มค่า ประโยชน์ รวมถึงผลกระทบและความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ นโยบายของพรรคมุ่งเน้นการดูแลประชาชนอย่างตรงเป้า การเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ และการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้และการบริหารงบประมาณของรัฐ เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างยั่งยืนและไม่สร้างภาระทางการคลังเกินสมควร ภายใต้สโลแกน “มั่นคงทันยุค เศรษฐกิจทันเกม ชีวิตทันใจ” และ “พึ่งพาได้ ทำได้จริง ไม่ทิ้งกัน” ยืนยันว่าทุกนโยบายทำได้ไม่ขายฝัน

นโยบายความมั่นคง ปกป้องอธิปไตย ที่น่าจับตา

  • สร้างกำแพงเขตแดน ไทย-กัมพูชา
  • ไม่แก้รัฐธรรมนูญปราบโกง
  • เลิก MOU 43-44 พร้อมเจรจาฉบับใหม่ให้เป็นธรรม
  • ตัดเส้นเงิน สแกมเมอร์ อายัดทรัพย์สิน
  • ทหารเกณฑ์ก้าวหน้า
  • ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
  • ไฟฟ้าประชารัฐชายแดน
  • การทูตทันกาล

นโยบายห่วงใยประชารัฐ ต้นตำรับ “คนละครึ่ง” ช่วยเหลือสังคม ค่าครองชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน

  • บัตรประชารัฐ 700 บาท/เดือน Extra-Plus (กลุ่มเปราะบาง)
  • สูงวัยประชารัฐ ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง อายุ 60 ขึ้นไป รับเงินช่วยเหลือ 2,000 / 3,000 / 4,000 / 5,000 บาทต่อเดือน
  • มารดาประชารัฐ (กลุ่มเปราะบาง)
    – ตั้งครรภ์ เดือนที่ 4–9 รับ 1,500 บาท/เดือน
    – เด็กแรกเกิดรับ 1,000 บาท/ เดือน ต่อเนื่องถึงอายุ 6 ขวบ
  • ยกระดับ อสม. เป็นนักบริบาล
  • นำ หมอ AI ถึงบ้าน

นโยบายเศรษฐกิจ (เงินผันประชารัฐ)

  • ทุนชุมชนประชารัฐ (S/M/L) วงเงิน 1/2/3 ล้านบาท/ปี ต่อเนื่อง 3 ปี
  • บำเหน็จเกษียณ กำนัน 15,000 บาท, ผู้ใหญ่บ้าน 13,000 บาท

ลดค่าครองชีพ

  • อุดหนุน ค่ารถไฟฟ้า ชั่วโมงเร่งด่วน จากชานเมืองสู่ใจกลางเมือง
  • ลดราคาก๊าซหุงต้ม 50 บาท/ถัง (คนไทย First) 
  • เพิ่มปริมาณและราคารับซื้อ ไฟฟ้า โซลาร์ ครัวเรือน

เพิ่มโอกาส SMEs

  • เพิ่มมูลค่า SMEs ในการทำธุรกิจ
  • กำกับธนาคารให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุน

พรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ หากพิจารณาจากนโยบายที่นำเสนอ จะเห็นได้ว่าพรรคให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบางและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเป็นสำคัญ นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชนตรงเป้า หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคล

การตัดสินใจเลือกผู้แทนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเป็นไปได้และผลกระทบของนโยบายต่างๆ ที่แต่ละพรรคได้นำเสนอ เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชนตรงเป้า-ป้องอธิปไตย ชูต้นตำรับ “คนละครึ่ง”

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

การดีเบตครั้งแรกก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ได้เปิดโอกาสให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคต่างๆ แสดงวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละคนมีมุมมองที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในการดีเบตที่จัดโดยไทยรัฐทีวี แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 8 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน), นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย), นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล (พรรคพลังประชารัฐ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่), คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) ได้เข้าร่วมแสดงจุดยืนและนโยบายของพรรคตนเอง

คำถามสำคัญในการดีเบตคือเรื่องจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแต่ละพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะรอฟังเสียงประชาชน แต่จะเดินหน้าแก้บางเรื่องแน่นอน เช่น วุฒิสภา และการทำให้องค์กรอิสระมีความเป็นกลางมากขึ้น

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เน้นย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะผลักดันให้เรื่องการจัดการภัยพิบัติเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดมาในช่วงรัฐประหาร การแก้ไขจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ที่น่าสนใจคือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประกาศชัดเจนว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาตราใด โดยมองว่าปัญหามาจากตัวบุคคลมากกว่า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เห็นต่าง โดยมองว่ารัฐธรรมนูญ 60 เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร การไม่แก้ระบบการเมืองจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า ไทยสร้างไทยจะไม่แก้หมวด 1 และ 2 แต่จะแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน เช่น การให้ประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระได้

จะเห็นได้ว่า แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนมีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างทางอุดมการณ์และแนวนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปในทิศทางใด

การแสดง จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแคนดิเดตนายกฯ ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการถกเถียงในประเด็นนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – แคนดิเดตนายกฯ เผยจุดยืนการแก้รัฐธรรมมูญ “ธีระชัย” ย้ำชัดไม่เห็นด้วยแน่นอน

ยศชนัน มั่นใจ! เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

“ยศชนัน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจเลือกพรรค “เพื่อไทย” เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ พร้อมยกเครื่องประเทศไทย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ไทยรัฐทีวีเริ่มการดีเบตเป็นเวทีแรกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 2569 โดยมี กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 คน จากพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีก 2 พรรคการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาร่วมดีเบต

ยศชนัน มั่นใจ เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า เลือกพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทยให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อไทยทำได้ ทุกวันนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาด้าน Geopolitics ปัญหาด้านเทคโนโลยี Disruption ปัญหาทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม Climate Change สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมาก และเรามีความจำเป็นต้องสามัคคีกันเพื่อแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน

สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำมี 4 เรื่อง เรื่องแรกการเคลื่อนย้ายปิระมิดต้องเคลื่อนจากฐาน รดน้ำต้องรดที่รากก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลดหนี้ทั้งระบบ ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนชาวรากหญ้า เรื่องที่ 2 คือการดูแลประชาชนที่ทำธุรกิจอยู่ในปัจจุบันเพิ่ม productivities ขึ้นมาในทุกรูปแบบด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งสำคัญคือเรื่องการเกษตร การอุตสาหกรรมและการผลิต และเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเซอร์วิส

เรื่องที่ 3 คือการสร้าง New Goal New Engine ใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยใน 3 ด้านเกษตรมูลค่าสูงเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพร เรื่องเกี่ยวกับทางด้าน Cosmeceuticals เรื่องเกี่ยวกับการผลิตสำคัญเหมือนกันเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับบริการมูลค่าสูง และสิ่งนี้เราจะทำไม่ได้ หน้าที่รัฐบาลคือการประคองตรงนี้ไปข้างหน้าให้ได้ด้วย 2 เสาหลัก อย่างแรกคือการสร้างความเชื่อมั่น การสร้างความมั่นคงเป็นหลัก อีกเรื่องหนึ่งคือเกี่ยวกับหลักนิติธรรมที่เราต้องปรับให้เข้ากับทุกรูปแบบ อีกด้านหนึ่งคือการสร้างคนขึ้นมาให้ครบรูปแบบ ความพร้อมที่จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ครับ.

ทำไมต้องเลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ?

พรรคเพื่อไทยชูนโยบายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการลดหนี้ การเพิ่มรายได้ และการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของไทย

การเลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ จึงเป็นการเดิมพันกับอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยหรือไม่? นี่คือคำถามที่ประชาชนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

หลายคนอาจจะมองว่าการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลานาน แต่ด้วยวิสัยทัศน์และประสบการณ์ของทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย การเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมอาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างเต็มที่

สุดท้ายแล้ว อนาคตของเศรษฐกิจไทยอยู่ในมือของทุกคน การตัดสินใจเลือกใครและพรรคใดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

ที่มา – “ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจเลือกพรรค “เพื่อไทย” เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

ธีระชัย โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจฟื้นเศรษฐกิจ

“ธีระชัย” แคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต เน้น 2 ประเด็นที่ค่อนข้างกังวล พร้อมชี้แนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อย่างชัดเจน หรือก็คือ “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ไทยรัฐทีวีเริ่มการดีเบตเป็นเวทีแรกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 2569 โดยมี กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 คน จากพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีก 2 พรรคการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาร่วมดีเบต

ขณะที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า พลังประชารัฐเป็นพรรคเล็ก ฉะนั้นคงไม่พูดนโยบายแบบครอบจักรวาล แต่อยากจะเน้น 2 ประเด็นที่ค่อนข้างจะกังวล ในความเห็นผมเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเดิมพันอนาคตของประเทศไทยใน 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ 1 คือเรื่องปัญหาสแกมเมอร์ เรื่องที่ 2 คือเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเวลานี้เรากำลังยืนอยู่ปากเหว เพราะเราใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจก็จริง แต่ไปกระตุ้นใช้ยาผิดขนานคือไปเน้นในเรื่องของการอุดหนุนการอุปโภคบริโภค

ฉะนั้น 10 ปีที่ผ่านมา เวลานี้หนี้ดับเบิ้ลเป็นสิบสองล้านล้าน แต่ความสามารถในการแข่งขันของเรายังย่ำอยู่กับที่ เรายังมีทางแก้ วิธีแก้คือเราจะต้องผลักดันในเรื่องของนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เน้นกระตุ้นในเรื่องของการลงทุน investment ทีนี้การลงทุนแทนที่เราจะไปเน้นเรื่องของเมกะโปรเจคหรือเน้นในเรื่องของโครงการน้ำประปาทานได้ 

ผมคิดว่าจะเหมาะสมกว่าถ้าผมจะขอยืมนโยบายเงินผันมาจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และทำเป็นเงินผันและลงไปในชุมชนทั้งหมด ระดับหมู่บ้าน 75,000 ชุมชน 1 ล้าน 2 ล้าน 3 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่บังคับว่าจะต้องเอาไปเพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องมือหากิน ทีนี้เราก็ยังมีโครงการที่จะดูแลผู้สูงวัย มารดาประชารัฐ ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว แต่แนวทางดังนี้ในความเห็นผม จะทำให้ประเทศไทยฟื้นในเรื่องของเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน.

“ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน

ในการดีเบตครั้งล่าสุด ธีระชัยได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและกระตุ้นการลงทุนในระดับชุมชน นี่เป็นแนวทางที่แตกต่างและน่าจับตามองอย่างยิ่ง

วิสัยทัศน์ของธีระชัยในการฟื้นเศรษฐกิจ

นายธีระชัยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในระดับชุมชน โดยเสนอแนวคิดการใช้เงินผันในลักษณะเดียวกับนโยบายของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนนำเงินไปใช้ในการพัฒนาเครื่องมือหากิน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานรากอย่างแท้จริง นี่เป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว

นอกจากนี้ ธีระชัยยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาที่ซับซ้อนและหลากหลายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ การที่ “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง

แนวทางการฟื้นเศรษฐกิจที่ “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน นั้นมีความแตกต่างจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ ที่เน้นการอุดหนุนการบริโภค ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว การเน้นการลงทุนในระดับชุมชนและการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจึงเป็นแนวทางที่ยั่งยืนกว่า

ถึงแม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรคเล็ก แต่แนวคิดของธีระชัยก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายให้เกิดการถกเถียงและพัฒนานโยบายที่สร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้

โดยรวมแล้ว วิสัยทัศน์ของธีระชัยในการดีเบตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยและความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน การเน้นการลงทุนในระดับชุมชนและการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเป็นแนวทางที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

ที่มา – “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ ฝากให้กำลังใจ ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ

“อิ๊งค์ แพทองธาร” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” เผยข้อความฝากให้กำลังใจ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย บอก เข้าสู่วงการการเมืองตอนอายุเท่าๆ กัน

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เดินทางมาเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 26 หลังคุมขังครบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 10.30 น. น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ออกมาจากเรือนจำภายหลังการเยี่ยมนายทักษิณ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายทักษิณได้มีการคุยกับคุณพ่อเรื่องการเปิดตัว ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ ดร.เชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคุณพ่อบอกว่าตัวแคนดิเดตเริ่มเข้าวงการการเมืองตอนอายุ 46 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุเท่าๆ กัน และคุณพ่อก็ได้ฝากให้กำลังใจแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยด้วย จากนั้น น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ได้ทักทายประชาชนที่เดินทางให้กำลังใจ ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ.

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ เผยฝากให้กำลังใจ ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “อิ๊งค์ แพทองธาร” ได้เดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้กำลังใจแก่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

การที่อิ๊งค์เดินทางไปเยี่ยมทักษิณในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดและความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัวชินวัตร แม้ว่าทักษิณจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ก็ยังคงได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากคนในครอบครัวอย่างเต็มที่

ทักษิณฝากให้กำลังใจ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทักษิณได้ฝากข้อความให้กำลังใจแก่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยทักษิณได้กล่าวว่า ยศชนันเริ่มเข้าสู่วงการการเมืองในวัยเดียวกับตนเอง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทักษิณมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของยศชนัน

การที่ทักษิณออกมาให้กำลังใจ ยศชนัน อย่างชัดเจนเช่นนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยและประชาชนทั่วไปว่า พรรคเพื่อไทยยังคงให้การสนับสนุน ยศชนัน อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะผลักดันให้ยศชนันก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้รับการสนับสนุนจากทักษิณ ชินวัตร ก็อาจเป็นดาบสองคมได้เช่นกัน เพราะอาจทำให้ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองได้ง่ายขึ้น

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เพราะอาจส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคตได้

ความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญทางการเมืองย่อมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ การที่อิ๊งค์เข้าเยี่ยมทักษิณและนำข้อความให้กำลังใจ ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ออกมาเปิดเผย ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

อนาคตทางการเมืองของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “อิ๊งค์” เยี่ยม “ทักษิณ” เผยฝากให้กำลังใจ “ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

“ธรรมนัส” รับมี นักการเมืองเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ขายฝัน

“ธรรมนัส” รับมีนักการเมืองผู้ใหญ่มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม ส่วนจะเป็นเบอร์ 1 เองหรือไม่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน แย้มมีบ้านใหญ่รอพาเหรดเข้าพรรคอีก ลั่นให้ดูที่ผลงาน นโยบายหาเสียงไม่ขายฝัน

เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ที่พรรค ถึงการวางผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ว่า ตอนนี้วางตัวได้ประมาณ 85% แล้ว โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม กลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความพร้อมได้มาเปิดตัวแล้ว จากนี้จะมีการทยอยเปิดตัว ขณะที่จะเปิดตัวได้ทั้งหมดเมื่อไหร่นั้น เนื่องจากตอนนี้ตนยังไม่ได้คุยกับคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ซึ่งจะได้มีการหารือกันถึงการเปิดตัว ส่วนกรณี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุ ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 นั้น นางนฤมลพูดไปก่อน เดี๋ยวก็ต้องมานั่งคุยกัน ทำตามระบบพรรค

ผู้สื่อข่าวถามต่อ สมาชิกพรรคกล้าธรรมส่วนใหญ่เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส เหมาะสมที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ยังไม่เป็นข่าวจะเข้ามาอีกหลายคน ต้องรอกันก่อน ส่วนคำถามอีกว่าเป็นคนนอก-เป็นนักธุรกิจ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับคนปัจจุบันนี้ เดี๋ยวเขาก็เข้ามา เมื่อถามย้ำ หมายความว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรค อาจจะเป็นนักธุรกิจหรือคนดัง พอเปิดตัวแล้วเป็นที่รู้จักของสังคมใช่หรือไม่ มีความชำนาญด้านใด ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า “ก็เป็นนักการเมืองอยู่”

สำหรับกรณีกลุ่มวาดะห์จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่ามีการพูดคุยกัน ในคำถามว่าคาดหวังที่จะปักธงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ทุกพรรคก็คาดหวังที่จะปักธงให้ได้ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าตอนนี้พรรคกล้าธรรมคึกคัก มีอดีต สส. ไหลเข้ามาจำนวนมาก ตั้งเป้าในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าใด ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เดี๋ยวตนขอดูรายชื่อจากคณะกรรมการสรรหาก่อน ขณะที่เมื่อถามถึงการจัดลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นลำดับที่ 1 เลยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า “เดี๋ยวดูอีกที”

ทางด้านคำถามว่าอดีต สส.พรรคเพื่อไทยก้อนใหญ่จะเริ่มเข้ามาเมื่อไหร่ ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า กำลังคุยกันอยู่ ยังมีเวลาเหลืออยู่ ส่วนกรณีนางนฤมล ระบุจะมีกลุ่มบ้านใหญ่เข้ามาอีกนั้น ยอมรับว่าจะมีเข้ามาอีก แต่ว่าใครจะออกจากที่ไหนมา ตนก็มีมารยาทที่จะต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อน เมื่อถามย้ำว่าหากมาแล้วจะไม่ทับกันใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า เราต้องแก้ปัญหาให้จบก่อน จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหากันทีหลัง

ก่อนหน้านี้พรรคกล้าธรรมเหมือนตกเป็นเป้า มองว่ากระแสพรรครอบนี้จะสามารถสู้กับพรรคอื่นได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบประเด็นนี้ว่า “ก็อย่างที่เห็น เราเป็นพรรคทำงาน ไม่ต้องพูดมาก ต้องดูผลงาน กล้าพูดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าแม้จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ได้ไม่กี่เดือน ก็อย่างที่เห็นว่าผมทำงานอย่างไร” เมื่อถามย้ำพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวต้องคุยกันก่อน

ในช่วงท้ายกับคำถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งครบทั้ง 400 เขตใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าส่งครบทั้ง 400 เขต ส่วนวันรับสมัครรับเลือกตั้ง 27 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการบริหารพรรคจะพาผู้สมัครไปสมัคร นำโดยหัวหน้าพรรคกล้าธรรมและตน สำหรับเวทีหาเสียงนั้น เราจะไปทุกที่ แต่จะเป็นที่ใดที่แรกต้องวางยุทธศาสตร์ เพราะแต่ละคนก็ต้องช่วยกันปราศรัย ขณะที่เรื่องนโยบายที่ใช้หาเสียง เราอย่าไปขายฝัน เพราะถ้าขายฝันแล้วทำไม่ได้ก็เสียของ ส่วนสโลแกน ชื่อพรรคก็ชัดอยู่แล้วว่ากล้าทำ ขณะที่สโลแกนอื่นๆ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กำลังคิดอยู่.

“ธรรมนัส” รับมี นักการเมืองเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ขายฝัน

ธรรมนัสแย้ม! พรรคกล้าธรรมมีแคนดิเดตนายกฯ

การเปิดเผยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่น่าสนใจถึงทิศทางและอนาคตของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า การมีนักการเมืองผู้ใหญ่เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯนั้น จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและความน่าเชื่อถือให้กับพรรคได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา – “ธรรมนัส” รับ มีนักการเมืองผู้ใหญ่มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลั่น นโยบายหาเสียงไม่ขายฝัน

Scroll to top