แคนดิเดตนายก

เปิดประวัติ ดร.นฤมล แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม

เปิดประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หรือ อาจารย์แหม่ม หญิงแกร่ง จากนักวิชาการ เชี่ยวชาญด้านการเงิน เดินเข้าถนนการเมือง สู่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เป็นที่จับตามองสำหรับแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการแย้มชื่อมา 2 รายชื่อด้วยกันคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ซึ่งในส่วนของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หรือ อาจารย์แหม่ม นั้น ให้สัมภาษณ์ไว้ในช่วงเช้าวันนี้ เกี่ยวกับการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ว่า ยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 แน่นอน ส่วนตนเองจะเป็นเปิดประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่จะส่งครบ 3 คน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ คงดูที่ความเหมาะสมมากกว่า

เปิดประวัติ “ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล” หญิงแกร่ง แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม

สำหรับศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หรือ อาจารย์แหม่ม เป็นนักวิชาการ เชี่ยวชาญด้านการเงินและบริหารความเสี่ยงระดับสูง ก่อนจะผันตัวเข้าสู่การเมือง และได้รับตำแหน่งสำคัญในหลายกระทรวง

ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล หรือ อาจารย์แหม่ม เชี่ยวชาญวิชาการ เคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก่อนจะถูกทาบทามมาช่วยงานรัฐบาลจนเข้าสู่การเมืองเต็มตัว ซึ่งก็สามารถที่จะปรับตัวทำงานการเมืองได้ดี จนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่ในแวดวงการเมือง ที่มักจะมอบตำแหน่งสำคัญให้รับผิดชอบ

ประวัติการศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล จบปริญญาตรี ด้านสถิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต วิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในด้านการทำงาน อาจารย์แหม่ม ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคกล้าธรรม, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน, อดีตรองคณบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

เส้นทางการเมืองของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล

ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ถือเป็นบุคคลที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทย ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่หลากหลาย ทำให้หลายคนจับตามองบทบาทของเธอในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรม

การตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองของเปิดประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการบริหารจัดการ ทำให้เธอมีมุมมองที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ

แน่นอนว่าการแข่งขันทางการเมืองย่อมมีความท้าทาย แต่ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่น เชื่อว่า ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับประชาชน

มาร่วมติดตามบทบาทและผลงานของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ในเส้นทางการเมืองไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – เปิดประวัติ “ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล” หญิงแกร่ง แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม

ตรีนุช เทียนทอง: เปิดประวัติแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

เจาะลึกประวัติ “ตรีนุช เทียนทอง” ผู้มีชื่อเสียงในวงการการเมืองไทย หลานสาวของ “เสนาะ เทียนทอง” ที่ถูกเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เส้นทางการเมืองของเธอเป็นอย่างไร? ติดตามได้ในบทความนี้

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พรรคพลังประชารัฐได้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในปี 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 และกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 3 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

ประวัติ “ตรีนุช เทียนทอง”

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หรือ “เหน่ง” เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2515 ปัจจุบัน (ปี 2568) อายุ 53 ปี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เธอเป็นบุตรีของนายพิเชษฐ์ และนางขวัญเรือน เทียนทอง และเป็นหลานสาวของนายเสนาะ เทียนทอง นอกจากนี้ เธอยังมีพี่น้อง ได้แก่ นายฐานิสร์ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว, นายอนุรักษ์ เทียนทอง และนายบดี เทียนทอง ในด้านชีวิตส่วนตัว น.ส.ตรีนุช สมรสกับ ศ.คลินิก นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิการวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ในด้านการศึกษา น.ส.ตรีนุช จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่น 18 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 2 สาขา จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในปี 2535 และสาขาการเงินการลงทุน จาก Western Illinois University ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2538 และปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเดียวกันในปี 2540

เส้นทางการเมืองของ ตรีนุช เทียนทอง

น.ส.ตรีนุช ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สระแก้ว เป็นครั้งแรกในปี 2544 และครั้งที่ 2 ในปี 2548 โดยสังกัดพรรคไทยรักไทย ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2550 เธอได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3 ภายใต้สังกัดพรรคประชาราช และในปี 2554 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ในสังกัดพรรคเพื่อไทย จนกระทั่งในปี 2561 เธอได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ และในการเลือกตั้งปี 2562 น.ส.ตรีนุช ก็ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งเป็นสมัยที่ 5

ในวันที่ 22 มีนาคม 2564 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ น.ส.ตรีนุช ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว และในปี 2566 เธอยังได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยที่ 6 และในเดือนกันยายน 2568 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จนกระทั่งล่าสุดในวันที่ 16 ธันวาคม 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของพรรคพลังประชารัฐ

การก้าวขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของผู้หญิงในเวทีการเมืองไทยที่เพิ่มมากขึ้น เส้นทางการเมืองของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – ประวัติ “ตรีนุช เทียนทอง” แคนดิเดตนายกฯ หญิงหนึ่งเดียวของพรรคพลังประชารัฐ

พลังประชารัฐเปิดตัว! 3 แคนดิเดตนายกฯ สู้ศึก 2569

สู้ศึกเลือกตั้ง 2569 พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ – ตรีนุช เทียนทอง – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล”

การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงในปี 2569 นี้ พรรคพลังประชารัฐได้ทำการเปิดตัวผู้ที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีรายชื่อทั้งหมด 3 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญและมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐมาอย่างยาวนาน การประกาศรายชื่อ พลังประชารัฐเปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ สู้เลือกตั้ง 2569 ในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาและความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคในการที่จะเข้าสู่สนามการแข่งขันทางการเมืองอย่างเต็มตัว

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ มีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเช่นกันในการศึกเลือกตั้ง 2569 ซึ่ง 3 รายชื่อ ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค และ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ควบรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการเมืองไทย ด้วยประสบการณ์และความสามารถในการบริหารจัดการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและวางแผนยุทธศาสตร์ของพรรค ส่วนนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจและการเงิน

พลังประชารัฐเปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ สู้เลือกตั้ง 2569

การตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีถึง 3 ท่าน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความพร้อมของพรรคในการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน การมีตัวเลือกที่หลากหลาย จะช่วยให้ประชาชนสามารถพิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

ปัจจัยที่น่าจับตามองในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ มีหลายปัจจัยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของแต่ละพรรค การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกระแสความนิยมของประชาชน การที่พรรคพลังประชารัฐออกมาประกาศรายชื่อ พลังประชารัฐเปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ สู้เลือกตั้ง 2569 ในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นของการแข่งขันทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

  • นโยบายของพรรคพลังประชารัฐ: นโยบายที่พรรคจะนำเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต
  • ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม: สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน มีผลกระทบอย่างมากต่อการตัดสินใจของประชาชน
  • กระแสความนิยมของประชาชน: ความนิยมของประชาชนที่มีต่อแต่ละพรรคการเมือง เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการเลือกตั้ง

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ของแต่ละแคนดิเดต จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

การที่พรรคพลังประชารัฐเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีถึง 3 ท่าน ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคในการที่จะเข้าสู่สนามการแข่งขันทางการเมืองอย่างเต็มตัว การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ

การที่ พลังประชารัฐเปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ สู้เลือกตั้ง 2569 ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแข่งขันทางการเมืองกำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการนำพาประเทศไปข้างหน้า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ที่มา – พลังประชารัฐเปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ “พล.อ.ประวิตร – ตรีนุช – ธีระชัย” สู้เลือกตั้ง 2569

กล้าธรรมเปิดตัว “เฉลิมชัย” ชู “ธรรมนัส” นายกฯ

พรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” ในช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมชู “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่ง สร้างความฮือฮาในวงการการเมือง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมนำอดีต สส. และสมาชิกในกลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมในวันนี้ โดยกล่าวว่า “ยอมรับว่ากลุ่มนายเฉลิมชัยจะมาสมัครวันนี้ ส่วนจะมากี่คนนั้นขอให้รอดูเที่ยงวันนี้ ซึ่งเราเชิญทุกพรรค โดยวันนี้จะเป็นการเปิดแค่กลุ่มของนายเฉลิมชัยก่อน”

การได้กลุ่มของนายเฉลิมชัยมาร่วมงาน จะส่งผลให้พรรคกล้าธรรมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ นางนฤมลกล่าวว่า “แน่นอน รวมถึงภาคอื่นด้วย ซึ่งตอนนี้จะมีสมาชิกใหม่เข้ามาเรื่อยๆ และจะมีการทยอยเปิดตัวไป และเมื่อ กกต. เปิดรับสมัครแล้วก็คงจะมีความชัดเจนขึ้น” การขยายฐานเสียงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคกล้าธรรมในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

พรรคกล้าธรรมเปิดตัว “เฉลิมชัย” ชู “ธรรมนัส” นายกฯ

เมื่อถามถึงเป้าหมายจำนวน สส. ที่คาดว่าจะได้รับเพิ่มขึ้นหลังจากการมีสมาชิกใหม่เข้ามา นางนฤมลตอบว่า “น่าจะอยู่ในลักษณะเดิม ตัวเลขใกล้เคียงกับครั้งที่แล้ว” แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในฐานเสียงเดิมของพรรค และความคาดหวังที่จะรักษาจำนวนที่นั่ง สส. ไว้ได้

ในส่วนของการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม นางนฤมลกล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 แน่นอน” การเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกฯ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะนำพาพรรคกล้าธรรมไปสู่ความสำเร็จ

ร.อ.ธรรมนัส แคนดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง พรรคกล้าธรรม

นางนฤมลยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ตนเองจะได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยว่า “ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน” และเมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง นางนฤมลตอบว่า “คงไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ดูที่ความเหมาะสมมากกว่า” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ และการพิจารณาถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เหมาะสม

การเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” เข้าพรรคกล้าธรรม และการเสนอชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของพรรคกล้าธรรมในการสร้างความน่าสนใจ และดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน โดยเฉพาะในภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคกล้าธรรม จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองอย่างไร และจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การแข่งขันทางการเมืองกำลังเข้มข้นขึ้น และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในที่สุด

พรรคกล้าธรรมเปิดตัว “เฉลิมชัย” และชู “ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้มากน้อยแค่ไหน การตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของพรรคและประเทศชาติ

ความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมในการเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” และเสนอชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการขยายฐานเสียงและเพิ่มโอกาสในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของพรรคยังคงขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากประชาชนและการตอบรับนโยบายของพรรค

ที่มา – พรรคกล้าธรรม จ่อเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” บ่ายนี้ ชู “ร.อ.ธรรมนัส” แคนดิเดตนายกฯ

บ้านใหญ่มาตามนัด! สุชาติ-วราวุธ ซบ ภท. สู้ศึกเลือกตั้ง 69

“ภูมิใจไทย” คึกคัก บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” มาครบ สมัครสมาชิกพรรค จับตา อดีต สส. เพื่อไทย-ปชป. จ่อร่วมทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก ถือเป็นวันแรกที่พรรคภูมิใจไทย เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อให้ทันกรอบระยะเวลา 30 วันที่ผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา อดีต สส. และกลุ่มการเมืองต่างทยอยเดินทางเข้าสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่น่าจับตา เช่น “กลุ่ม 16” นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนายสุชาติ ยืนยันว่า อดีต สส.ในกลุ่มจะเดินทางมาสมัครครบทั้ง 16 คนในวันนี้

ขณะเดียวกัน นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้นำ สส. ในสังกัดเข้าร่วมสมัครกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2569 เช่นกัน

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้เดินทางเข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย โดยเอกนัฏจะเข้ามารับผิดชอบพื้นที่เขตเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนไฮไลต์อยู่ที่ช่วงเที่ยงวันนี้ เวลา 12:30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะสลัดเสื้อสีชมพู มาสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส. อีก 12 คน เข้าสังกัดพรรคอย่างเป็นทางการ

ส่วนในช่วงบ่ายวันนี้ พรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมพรรค ซึ่งถือเป็นการคิกออฟ สู่สนามการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมและคัดเลือกผู้สมัครที่จะลงรับเลือกตั้ง ซึ่งพรรคตั้งเป้าหมายจะต้องส่งผู้สมัครให้ครบ 500 คน แบ่งเป็น สส.เขต 400 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยังมีอดีต สส.กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน ที่พรรคเดิมไม่ได้ส่งลงสมัครต่อ มาติดต่อขอเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย

นอกจากนี้ นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพันลภ อดีต สส.อุบลราชธานี และนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร อดีต สส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาแสดงเจตจำนงเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังมีอดีต สส.พรรคเพื่อไทยอีกหลายคน จ่อตามมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย

บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง 69

การย้ายพรรคครั้งใหญ่ของกลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าการแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดอย่างแน่นอน การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถดึงดูดนักการเมืองมากประสบการณ์และมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งเช่นกลุ่มนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของพรรคในการเป็นทางเลือกทางการเมือง

ทำไมการย้ายพรรคของกลุ่มนี้ถึงสำคัญต่อการเลือกตั้ง 69

การที่กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น, นายวราวุธ ศิลปอาชา, และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 69 นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • เสริมสร้างความแข็งแกร่งของพรรคภูมิใจไทย: การได้นักการเมืองมากประสบการณ์และมีฐานเสียงที่มั่นคงเข้ามา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของพรรคในการเลือกตั้ง
  • เปลี่ยนแปลงขั้วการเมือง: การย้ายพรรคของกลุ่มนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในขั้วทางการเมือง และอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมในรูปแบบใหม่
  • สร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง: กลุ่มของนายสุชาติ, นายวราวุธ, และนายเอกนัฏ ต่างก็มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่ของตนเอง การเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกตั้ง

บ้านใหญ่มาตามนัด การย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของกลุ่มใหญ่ จะส่งผลต่อการแข่งขันในการเลือกตั้ง 69 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป

จับตาดูให้ดี! การเลือกตั้งครั้งหน้าสนุกแน่นอน มาร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง 69

“กัณวีร์” ลาออก เปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาล

“กัณวีร์ สืบแสง” ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเป็นธรรม เตรียมเปิดตัวพรรคพลวัต นั่งแคนดิเดตนายก ยันพร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น ไม่ว่าใครเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

วันที่ 12 ธ.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกพรรคเป็นธรรม เดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม ต่อกกต. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาลาออกในวันนี้เพราะเลือกที่จะไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ และจะไปยื่นเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ชื่อว่า พรรคพลวัต โดยเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นนักปฏิบัติ มีตนนั่งเป็นหัวหน้าพรรคเองและมีเพื่อนๆ มาร่วมกัน ตอนนี้ได้มีการจดทะเบียนพรรคการเมืองเรียบร้อยแล้วที่จังหวัดสุพรรณบุรีพร้อมที่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส. ใน 300 เขต ซึ่งจะมีการเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ณ ที่ทำการพรรคจังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากนั้นจะมีการเปิดตัวที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ที่ทำให้ตนตัดสินใจลาออกจากพรรคเป็นธรรม แล้วมาตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยไม่ร่วมกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น เพราะ 2 ปีเศษที่ผ่านมาไม่เห็นว่าพรรคการเมืองใดตอบโจทย์ของตนได้ อุดมการณ์ที่ตนมีหรือผู้ปฏิบัติงานในเวทีระหว่างประเทศ ก็ไม่เห็นว่าพรรคการเมืองไหนจะสามารถทำตรงนี้ได้ จึงมาตั้งพรรคการเมืองเล็กๆ พรรคหนึ่งและมั่นใจว่าจะสู้ได้ มั่นใจว่า พี่น้องประชาชนจะมองเห็น โดยจะมีอดีต สส. ชุดที่ 26 มาร่วมด้วย ซึ่งเป็นคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ทำงานและเป็นนักปฏิบัติจริงๆ เราจะไม่เอา สส. ที่แตกต่าง หรือไม่เคยปฏิบัติงาน มาร่วมกับพรรค และตนจะนั่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย

“กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น

“ยืนยันว่า พรรคพลวัตไม่ใช่พรรคทางเลือก แต่เราจะเป็นพรรคทางรอดของประเทศ นำพาประเทศไทยไปสู่จุดมุ่งหมาย ที่คนไทยทั่วประเทศได้ให้ความสำคัญเอาไว้ พรรคของเราชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปสู่การเป็นฝ่ายบริหาร ธงของเราคือการต้องร่วมกับฝ่ายบริหาร เพราะพี่น้องประชาชนรออยู่ การเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียวไม่เพียงพอจริงๆ ความคาดหวังของเราคือการร่วมรัฐบาล ทั้งนี้จุดที่จะใช้ในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลก็คงต้องดูผลของการเลือกตั้งด้วย ถึงเราจะเป็นพรรคเล็ก แต่เราก็มั่นใจ เดี๋ยววันที่เปิดตัวพรรคและเปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์ของพรรค จะเห็นว่าเค้าทำงานอะไรได้บ้างและประสบความสำเร็จอะไรมาบ้าง” นายกัณวีร์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่สำนักงาน กกต.ตลอดทั้งวันมีสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากพรรคต้นสังกัดเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เช่น นายโกศล ปัทมะ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยจะไปสมัครเป็นสมาชิกที่พรรคภูมิใจไทย.

อนาคตของพรรคพลวัต และการเป็นรัฐบาลของ “กัณวีร์”

การลาออกจากพรรคเป็นธรรมของนายกัณวีร์และการเตรียมเปิดตัวพรรคพลวัต สร้างความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมือง พรรคพลวัตภายใต้การนำของนายกัณวีร์ วางเป้าหมายที่จะเป็น “ทางรอด” ของประเทศ และมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นจริง

ความชัดเจนในจุดยืนที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง การตัดสินใจครั้งนี้ของนายกัณวีร์และทีมงานจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การลาออกของนายกัณวีร์ สืบแสง และการเปิดตัวพรรคพลวัต สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของนักการเมืองในยุคปัจจุบัน การที่นายกัณวีร์เน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

“กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในแวดวงการเมืองไทย อนาคตของพรรคพลวัต และบทบาทของนายกัณวีร์ในการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในอนาคต การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคการเมืองใดจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคพลวัต สามารถติดตามได้จากช่องทางต่างๆ ของพรรค และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ดังนั้น การตัดสินใจของ “กัณวีร์” ที่จะลาออกจากพรรคเดิมและเปิดตัวพรรคใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและอาจมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น

ไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. ดร.เ้ พร้อมชิงนายกฯ

พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. ชูคนดี มีการศึกษา “ดร.เอ้” ประกาศพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ขอแรงสนับสนุนจากคนไทย พาไทยก้าวใหม่

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วยนายศักย์ ทับพลี รองหัวหน้าพรรค และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมต้อนรับและสวมเสื้อสมาชิกพรรคให้กับผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. จำนวน 22 คน สร้างความฮึกเหิมให้กับพรรคเป็นอย่างมาก ผู้สมัครทั้ง 22 คน ต่างมีความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศ และเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ขอเสนอตัวผู้นำประเทศด้วยความรู้และหลักวิชาการ วันนี้มีผู้มีความรู้และอุดมการณ์เสนอตัวรับใช้ประชาชนเป็นผู้นำประเทศนี้ และถึงเวลาแล้วที่วันนี้ทุกคนจะเลิก “ทน” เลิก “จม” และเลิก “จน” กลายเป็นประเทศที่พัฒนาเสียที และขออวยพรให้ทุกคนที่จะมาลงสมัคร เป็นผู้สมัคร สส. ของพรรคไทยก้าวใหม่ ขอให้ลุกขึ้นมาสู้ด้วยกัน เป็นความหวังของประชาชน เราทุกคนจะเดินไปพร้อมกัน มาสร้างความเปลี่ยนแปลงในจังหวัดและเขตของท่าน และมาแสดงความยินดีร่วมกัน

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมส่งผู้สมัครทุกภาคทั่วประเทศไทย แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราติดภารกิจในการไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ จึงเลื่อนเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. ในนามพรรคไทยก้าวใหม่ มาเป็นวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ครบรอบสองเดือนในการเปิดตัวพรรค ถือเป็นวันดี และวันนี้ก็ได้คนคุณภาพที่แท้จริงมาเสนอตัวลงสมัคร เพื่ออาสาเป็นตัวแทนของประชาชน

ส่วนว่าที่ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. ในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคไทยก้าวใหม่ซึ่งก็มีหลายคน วันนี้ทำงานทุ่มเทอยู่ในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลประชาชน ขณะที่การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ในกรุงเทพมหานคร ก็จะมีการเปิดตัวชุดต่อไปในเร็ว ๆ นี้

ส่วนความพร้อมของพรรคไทยก้าวใหม่ ที่จะเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเองจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคแน่นอน และก็มีความพร้อม ทั้งชีวิตที่ทุ่มเท ประสบการณ์และความสำเร็จที่เสียสละเพื่อประชาชนมาโดยตลอด และวันนี้ก็ไม่ใช่แค่ตนคนเดียวแต่มีทีมงานของพรรคที่ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีความรู้ เป็นคนที่เป็นมืออาชีพและเสียสละ บอกได้เลยว่าถ้าเลือกเราก็จะได้เราจริงๆ อยากให้ทุกคนมาสนับสนุน พรรคไทยก้าวใหม่ด้วย

ไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. ดร.เ้ พร้อมชิงนายกฯ

ในการเปิดตัวครั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยการนำเสนอผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ และมีอุดมการณ์ที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป พรรคฯ มุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

วิสัยทัศน์ของพรรคไทยก้าวใหม่

พรรคไทยก้าวใหม่ มีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข โดยพรรคฯ มีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ และพร้อมที่จะนำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง

  • ด้านเศรษฐกิจ: ส่งเสริมการลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน
  • ด้านสังคม: ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เข้าถึงการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการที่ดี
  • ด้านการเมือง: สร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้

การที่ ดร.เอ้ ประกาศพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคไทยก้าวใหม่ ในการนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น

พรรคไทยก้าวใหม่ มั่นใจว่าด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ นโยบายที่ชัดเจน และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ และการไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. ดร.เ้ พร้อมชิงนายกฯ เป็นสัญญาณที่ดีว่า พรรคฯ พร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง

การที่ ไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. ดร.เ้ พร้อมชิงนายกฯ นั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้กับประชาชน และพร้อมที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชนทุกคน การตัดสินใจเลือกผู้แทนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ

สำหรับใครที่สนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพรรคไทยก้าวใหม่ สามารถเข้าไปติดตามข่าวสารและนโยบายต่างๆ ของพรรคได้ที่เว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของพรรค ไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. ดร.เ้ พร้อมชิงนายกฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – ไทยก้าวใหม่ เปิดตัว 22 ผู้สมัคร สส. “ดร.เอ้” ประกาศพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ

Scroll to top