แถลงการณ์พรรคประชาชน

ปชน. น้อมรับคำวิจารณ์ปม “ภัณฑิล” พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยดราม่าร้อน ๆ ล่าสุด ปชน. น้อมรับคำวิจารณ์ปม “ภัณฑิล” พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เตรียมสอบสวนพิจารณาโทษ กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง พรรคประชาชน (ปชน.) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดของ สส. ภัณฑิล น่วมเจิม ที่ไปเหมารวมกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในการอภิปรายสภาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 แม้เจ้าตัวจะขอโทษแล้ว แต่พรรคก็ไม่นิ่งนอนใจ

ปชน. น้อมรับคำวิจารณ์ปม “ภัณฑิล” พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เตรียมสอบสวนพิจารณาโทษ

พรรคประชาชนยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า การใช้คำพูดแบบเหมารวมเช่นนี้ ขัดต่อแนวทางและคุณค่าของพรรคโดยสิ้นเชิง แม้เจตนาดีเพื่อชี้ปัญหายาเสพติดที่อาจมีผู้มีอำนาจบางคนพัวพัน แต่การสื่อสารที่ขาดความระมัดระวังกลับบั่นทอนภาพลักษณ์ของกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ทำงานสุจริตส่วนใหญ่ พรรคจึงนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมทันที เพื่อสอบสวนและพิจารณาโทษอย่างเป็นธรรม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกระแสวิจารณ์

วันที่ 30 เมษายน 2567 ระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้กล่าวถึงปัญหายาเสพติด โดยพาดพิงถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านในลักษณะที่ทำให้หลายคนไม่พอใจ สร้างกระแสวิจารณ์หนักจากเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ และสังคมออนไลน์ พรรคทราบถึงความไม่สบายใจนี้ทันที และออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ผ่านเฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดีย

ในแถลงการณ์ พรรคย้ำว่าเคารพการทำงานของผู้แทนประชาชนทุกระดับ ไม่ว่าจะชาติหรือท้องถิ่น และจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญ กำชับ สส. และบุคลากรให้รอบคอบ วุฒิภาวะมากขึ้น เพื่อรักษามาตรฐานพรรคที่รับผิดชอบต่อทุกฝ่าย

บทบาทของพรรคประชาชนในการรับผิดชอบ

การตอบสนองครั้งนี้ของปชน. แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและรับผิดชอบสูง แตกต่างจากพรรคอื่นที่มักปกป้อง สส. ของตัวเองจนสุดทาง ที่นี่ พรรคยอมรับผิดแม้ สส. ขอโทษแล้ว และเดินหน้าสอบวินัย ซึ่งอาจนำไปสู่บทลงโทษรุนแรง เช่น ตักเตือน ลดตำแหน่ง หรือแม้แต่ไล่ออก ตามระเบียบพรรค

  • น้อมรับวิจารณ์จากทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา
  • นำเข้าคณะกรรมการวินัยทันที
  • กำชับ สส. ให้ระมัดระวังคำพูด
  • ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ประเด็นนี้ยังสะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่คำพูดของนักการเมืองมักจุดชนวนขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดที่เป็นปัญหาเรื้อรัง กำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยของชุมชน มักถูกมองในแง่ลบจากข่าวอาชญากรรม แต่ส่วนใหญ่ทำงานหนักเพื่อประชาชน

ผลกระทบและบทเรียนสำหรับอนาคต

กรณี ปชน. น้อมรับคำวิจารณ์ปม “ภัณฑิล” พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เตรียมสอบสวนพิจารณาโทษ นี้ อาจช่วยยกระดับจริยธรรมนักการเมืองไทยให้สูงขึ้น พรรคประชาชนที่ก่อตั้งใหม่แต่เติบโตเร็ว กำลังสร้างภาพลักษณ์พรรครับความรับผิดชอบ หากจัดการดี อาจได้คะแนนจากฐานเสียงท้องถิ่น แต่หากล่าช้า อาจเสียใจในยามเลือกตั้ง

ในมุมมองผู้เขียน การเคารพทุกอาชีพและหลีกเลี่ยงการเหมารวมคือหลักการพื้นฐานของนักการเมืองที่ดี สิ่งนี้จะช่วยลดความแตกแยกในสังคมไทยได้มาก คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – ปชน. น้อมรับคำวิจารณ์ปม “ภัณฑิล” พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เตรียมสอบสวนพิจารณาโทษ

ปชน. จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักมาก ทำให้หลายคนเริ่มกังวลกับผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยที่อาจได้รับผลกระทบทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ และอื่นๆ ล่าสุด ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมันเกี่ยวกับประโยชน์ของเราทุกคนเลยครับ

ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

วันที่ 2 มีนาคม 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเดินหน้า 3 ภารกิจเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชนไทยท่ามกลางวิกฤตนี้ พรรคฯ ย้ำว่าสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบแค่คู่ขัดแย้งเท่านั้น แต่ส่งผลต่อความปลอดภัยของคนทั่วโลก รวมถึงคนไทย เสถียรภาพเศรษฐกิจโลก และสันติภาพในระยะยาว

ปชน. เน้นย้ำหลักการพื้นฐานของประชาคมโลก คือ การเคารพกฎกติกาสากล หวังให้ทุกฝ่ายหยุดยั้งความรุนแรง คำนึงถึงพลเรือน และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งตรงนี้เราก็เห็นด้วยมากๆ เพราะสงครามไม่มีใครได้ประโยชน์จริงๆ

ภารกิจที่ 1: คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพคนไทยเป็นอันดับแรก

ภารกิจแรกที่ปชน. จี้รัฐบาล คือการปกป้องชีวิตคนไทยให้มากที่สุด โดยใช้ทุกช่องทางการทูตติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด จัดทำแผนอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ ประสานงานกับประเทศพันธมิตร สายการบิน และกองทัพไทยเพื่อเตรียมเที่ยวบินเหมาลำฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังต้องสื่อสารข้อมูลโปร่งใสเกี่ยวกับเส้นทางบิน เรือ และพื้นที่อันตราย แจ้งเตือนคนไทยที่วางแผนเดินทางไปให้ชะลอออกไปก่อน

  • ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
  • เตรียมแผนอพยพฉุกเฉิน
  • สื่อสารข้อมูลชัดเจน ลดความสับสน

เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะมีคนไทยจำนวนไม่น้อยทำงานหรือท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง ถ้าทำดีๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ

ภารกิจที่ 2: เตรียมรับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

ภารกิจที่สองคือรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูง ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และการผลิตแพงขึ้น ปชน. เสนอให้รัฐบาลเตรียมมาตรการล่วงหน้า เช่น ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง บริหารสำรองพลังงาน สื่อสารลดความตื่นตระหนก ติดตามส่งออก-นำเข้า และจัดสรรงบช่วยธุรกิจกับประชาชนทั้งระยะสั้นและยาว

  • ควบคุมราคาพลังงานผันผวน
  • ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • เสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย

ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ ค่าน้ำมันขึ้น อาจทำให้เงินเฟ้อพุ่ง กระทบทุกคน โดยเฉพาะ SME และคนรายได้น้อย รัฐบาลต้องพร้อมนะครับ

ภารกิจที่ 3: ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลก

ภารกิจสุดท้ายคือแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีโลก โดยประสานอาเซียนและชาติอื่นๆ เรียกร้องหยุดยิง สนับสนุนการเจรจา และฟื้นฟูระเบียบโลกที่ยึดกฎบัตรสหประชาชาติ เคารพอธิปไตยแต่ละประเทศ เพื่อสร้างเกราะป้องกันความมั่นคงไทยในอนาคต

ปชน. เชื่อว่ารัฐบาลต้องใช้ทั้งมาตรการภายในและ外交 เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและสร้างความมั่นใจระยะยาว

โดยรวมแล้ว ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นี้เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลมาก เห็นด้วยเต็มที่ รัฐบาลควรนำไปปฏิบัติโดยด่วน เพื่อให้คนไทยปลอดภัยและเศรษฐกิจไม่สะดุด ผมคิดว่าถ้าทำได้ดี จะเป็นโอกาสแสดงศักยภาพ外交ไทยด้วยซ้ำ คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามอัปเดตสถานการณ์จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเตรียมตัวรับมือให้ดีที่สุด!

ที่มา – ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

อนุทิน โผล่คอมเมนต์ จี้ยุบสภา บอก “ตามนั้นครับ”

นายกฯ อนุทิน เล่นเฟซบุ๊กกลางดึก โผล่คอมเมนต์ใต้โพสต์พรรคประชาชนสั้นๆ “ตามนั้นครับ” หลังออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยที่เรียกร้องให้ยุบสภา

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 00.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ของพรรคประชาชนว่า “ตามนั้นครับ” ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

หลังจากที่พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่าด้วยการออกเสียงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการยุบสภา ที่ระบุว่า

สืบเนื่องจากการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ในวันนี้ มีสาระประการสำคัญที่สมาชิกรัฐสภามีความเห็นแตกต่างกัน ได้แก่ การต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ซึ่งเท่ากับเป็นการให้อำนาจ สว. ควบคุมเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

ในชั้นกรรมาธิการ พรรคภูมิใจไทยเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 แต่ในวันนี้กลับโหวตเห็นชอบให้คงอำนาจ สว. ไว้ ซึ่งส่งผลให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการอยู่นี้ไม่สามารถนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนต้องการได้อย่างแท้จริง

ก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนได้พยายามประคับประคองและประนีประนอมกับหลายฝ่าย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเปิดทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองปัจจุบัน

แต่การแปรญัตติให้ สว. มีอำนาจคุมเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันนี้ ถือเป็นสาระสำคัญที่ขัดขวางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนในอนาคตอย่างที่ไม่สามารถจะยอมรับได้

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน และพรรคภูมิใจไทยควรดำเนินภารกิจสุดท้ายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ คือให้รัฐบาลรักษาการมีมติ ครม. ภายในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม เพื่อกำหนดวันออกเสียงประชามติเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่คำถามที่ 1 เป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

แล้วพบกันที่คูหาเลือกตั้ง

อนุทิน โผล่คอมเมนต์ จี้ยุบสภา บอก “ตามนั้นครับ”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและบทบาทของ สว. ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การที่นายอนุทินออกมาแสดงความเห็นเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล หรือความเป็นไปได้ในการยุบสภา

ปฏิกิริยาต่อคอมเมนต์ “ตามนั้นครับ” ของอนุทิน

หลังจากที่นายอนุทินแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าว ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม และบ้างก็ตั้งข้อสังเกตถึงนัยยะทางการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

การที่นายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างผิดแปลกไปจากธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองไทย และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคตได้

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้มีความผันผวนเป็นอย่างมาก การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ และท่าทีของบุคคลสำคัญทางการเมือง ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงทิศทางและความเป็นไปของประเทศ

การที่พรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้ยุบสภา และนายอนุทินตอบกลับด้วยคำว่า “ตามนั้นครับ” สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นภายในรัฐบาลผสม และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น การยุบสภาอาจเป็นทางออกหนึ่งในการคลี่คลายสถานการณ์ แต่ก็อาจนำไปสู่ความวุ่นวายและความไม่แน่นอนที่มากขึ้นเช่นกัน อนาคตทางการเมืองไทยจึงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การที่อนุทิน โผล่คอมเมนต์ จี้ยุบสภา บอก “ตามนั้นครับ” นั้น อาจเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างทางการเมืองก็เป็นได้

ที่มา – “อนุทิน” โผล่ คอมเมนต์แถลงการณ์พรรคประชาชนจี้ยุบสภา บอก “ตามนั้นครับ”

Scroll to top