แท็กซี่อุ้มบุญ

มอบเงินบริจาคโครงการแท็กซี่อุ้มบุญวัดพระบาทน้ำพุ

ประธานมูลนิธิแท็กซี่กรุงเทพมหานคร นำเงินบริจาคจากโครงการ “แท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ” ยืนยันไม่มีส่วนแบ่ง 70:30 เผยหลวงพ่อยังอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ ไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่สีหน้าค่อนข้างเครียด

นำเงินบริจาค โครงการแท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ โต้ได้ส่วนแบ่ง 70:30

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่วัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี นายฤทธิชัย เศษเพ็ง ประธานมูลนิธิแท็กซี่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยกลุ่มแท็กซี่ ได้นำกระปุกจากโครงการ “แท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ” ที่ได้รับจากการบริจาคของประชาชน มาถวายให้กับวัดพระบาทน้ำพุ

นายฤทธิชัย เศษเพ็ง กล่าวว่า โครงการ “แท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ” นี้ เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มแท็กซี่ที่ต้องการทำบุญร่วมกับวัด โดยได้ออกแบบและจัดทำกระปุกรับบริจาคขึ้นมาเอง เงินบริจาคที่ได้จะนำมาถวายวัดเป็นประจำทุกเดือน แม้จะไม่มากนัก ประมาณเดือนละหมื่นกว่าบาท โดยจะนำกระปุกที่ปิดล็อคมาเปิดนับเงินที่วัดต่อหน้าสักขีพยาน วันนี้นับเงินได้ 18,950 บาท และจะนำไปมอบให้กับห้องรับบริจาคของวัด อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯ จะขอระงับโครงการไว้ก่อน และจะพิจารณาว่าจะกลับมาเปิดโครงการอีกครั้งเมื่อใด

ประธานมูลนิธิฯ ปฏิเสธข่าวลือเรื่องส่วนแบ่ง 70:30

นายฤทธิชัย ยังได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ 70:30 จากโครงการ “ใจฟ้ากระปุกบุญ” ที่มีการติดสติกเกอร์รูปหลวงพ่ออลงกตบนกล่องรับบริจาค โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่สมาชิกของโครงการใจฟ้ากระปุกบุญ จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกแล้วไม่พบชื่อชายคนดังกล่าว คาดว่าอาจจะเป็นอดีตสมาชิกที่ถูกไล่ออกเนื่องจากมีการทุจริต

ประธานทีมงานใจฟ้ากระปุกบุญยังกล่าวเสริมว่า การตัดสินใจหยุดโครงการใจฟ้ากระปุกบุญเป็นการชั่วคราว ได้ปรึกษาหารือกับหลวงพ่ออลงกตแล้ว โดยได้เข้าพบและกราบหลวงพ่อในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ซึ่งท่านยังคงจำพรรษาอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ และยืนยันว่าหลวงพ่อไม่ได้หลบหนีไปไหน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลวงพ่ออลงกตมีสีหน้าค่อนข้างเครียด แต่ไม่ได้สอบถามถึงสาเหตุ เพียงแค่เข้าไปกราบท่านเท่านั้น

การระงับโครงการชั่วคราวนี้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของวัดพระบาทน้ำพุบ้าง แต่ทางมูลนิธิฯ ยืนยันว่าจะหาแนวทางอื่นในการช่วยเหลือวัดต่อไป การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS และเด็กกำพร้ายังคงเป็นสิ่งจำเป็น และผู้มีจิตศรัทธายังสามารถร่วมบริจาคได้โดยตรงที่วัดพระบาทน้ำพุ

แม้จะมีข่าวลือและความเข้าใจผิดเกิดขึ้น แต่วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่พึ่งของผู้ยากไร้และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุนวัดในรูปแบบต่างๆ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้วัดสามารถดำเนินงานในการช่วยเหลือสังคมต่อไปได้

ที่มา – นำเงินบริจาค โครงการแท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ โต้ได้ส่วนแบ่ง 70:30

Scroll to top