แผนป้องกันน้ําท่วม

“ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี

“ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีเพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับมวลน้ำจากภาคเหนือ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นย้ำถึงนโยบายเชิงรุกในการป้องกันอุทกภัยเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยและมั่นใจในมาตรการของภาครัฐ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาอุทกภัย โดยมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการสำคัญต่างๆ ในจังหวัดสิงห์บุรี ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาตลิ่งทรุดที่ตำบลพระงาม หรือการเตรียมแผนก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี เพื่ออุดช่องว่างของแนวป้องกันน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ โดยรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอันดับแรก

มาตรการเด็ดขาดเพื่อป้องกันน้ำท่วม

นอกจากเรื่องการระบายน้ำแล้ว นายภราดรยังได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการก่อสร้างถนนสาย 311 ซึ่งจะเป็นทั้งการพัฒนาคมนาคมและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตเมือง ทั้งนี้การดำเนินงานต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ภารกิจ “ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

สำหรับแนวทางการรับมืออุทกภัยในครั้งนี้ มีแผนงานที่น่าสนใจดังนี้:

  • การเร่งปิดจุดฟันหลอของแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่สำคัญ
  • การติดตั้งเสาเข็มลึก 16 เมตร เพื่อป้องกันตลิ่งพังในพื้นที่วิกฤต
  • การบูรณาการงบประมาณปี 2571-2574 เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
  • การเตรียมกำลังคนและเครื่องจักรเพื่อพร้อมเผชิญเหตุได้ทันที

แม้ว่าการคาดการณ์สภาพอากาศในปีนี้จะมีปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย แต่การไม่ประมาทถือเป็นหัวใจสำคัญที่รัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุด การลงพื้นที่เพื่อดูหน้างานจริงทำให้เห็นจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าในอนาคต จังหวัดสิงห์บุรีจะมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีมาตรฐานและแข็งแรงขึ้น

สรุปแล้ว การที่รัฐบาลเข้ามาจัดการ “ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการลงพื้นที่ตามหน้าที่ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านว่า รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หวังว่าแผนการพัฒนาเหล่านี้จะเสร็จสิ้นตามกำหนดการ เพื่อให้เมืองสิงห์บุรีกลับมามีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ได้อย่างไร้กังวลครับ

ที่มา – “ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี

กรอ.ประชุมนัดพิเศษ รับมือฤดูฝน เตรียมงบ 100 วันสกัดน้ำท่วม

กรอ.ประชุมนัดพิเศษ รับมือฤดูฝน วางแผนป้องกันน้ำท่วม เตรียมของบเร่งด่วนภายใน 100 วัน

เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงปลายปีของทุกปี หลายพื้นที่ในไทยโดยเฉพาะภาคใต้ต้องเผชิญกับมรสุมและฝนตกหนัก ล่าสุดทาง กรอ. ได้จัดให้มีการเรียกประชุมนัดพิเศษเพื่อหารือเกี่ยวกับการ กรอ.ประชุมนัดพิเศษ รับมือฤดูฝน วางแผนป้องกันน้ำท่วม เตรียมของบเร่งด่วนภายใน 100 วัน ให้ทันท่วงที ก่อนที่ฤดูฝนที่แท้จริงจะมาถึงในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมนี้ครับ

ในการประชุมครั้งนี้ รัฐบาลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นประตูเชื่อมโยงการค้ากับอาเซียน กรอ. มุ่งมั่นที่จะใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำรอยเดิม โดยวางแผนงานเป็น 3 ระยะเพื่อให้การทำงานเกิดความยั่งยืน ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมทั้งประสานภาคเอกชนช่วยวางแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน

มาตรการเด็ดจาก กรอ.ประชุมนัดพิเศษ รับมือฤดูฝน เตรียมงบเร่งด่วน 100 วัน

รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของ กรอ.ประชุมนัดพิเศษ รับมือฤดูฝน วางแผนป้องกันน้ำท่วม เตรียมของบเร่งด่วนภายใน 100 วัน โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้:

  • การบริหารจัดการน้ำ: เร่งปรับปรุงคลองและระบบระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยให้สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว
  • ระบบแจ้งเตือนภัย: ติดตั้งและปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนภัยที่ทันสมัย เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ล่วงหน้า
  • มาตรการช่วยเหลือธุรกิจ: เสนอมาตรการสินเชื่อพิเศษให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ เพื่อเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูธุรกิจ
  • ความร่วมมือกับเอกชน: ดึงภาคธุรกิจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้เป็นต้นแบบการรับมือภัยพิบัติ

นอกจากนี้ กรอ. ยังมองไปไกลถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ การที่พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะหาดใหญ่กลับมามีความพร้อมในการรับมืออุทกภัย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง การบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนให้เมืองที่เคยเปราะบาง กลายเป็นเมืองที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวครับ

ในฐานะประชาชน เราคงต้องคอยติดตามดูผลลัพธ์จากแผน 100 วันนี้ว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้มากน้อยเพียงใด แต่สัญญาณที่เห็นจากการร่วมมือกันครั้งนี้ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลให้ความใส่ใจกับปัญหาปากท้องและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับต้นๆ หวังว่าหน้าฝนปีนี้ พี่น้องชาวใต้จะอุ่นใจและผ่านพ้นภัยธรรมชาติไปได้อย่างปลอดภัยนะครับ

ที่มา – กรอ.ประชุมนัดพิเศษ รับมือฤดูฝน วางแผนป้องกันน้ำท่วม เตรียมของบเร่งด่วนภายใน 100 วัน

Scroll to top