แผ่นดินไหวล่าสุด

แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกาะเบอร์เนียว ไม่กระทบไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน เมื่อคืนนี้หลายคนคงสะดุ้งโหยงเพราะข่าวแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกาะเบอร์เนียว บริเวณมาเลเซีย แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาประกาศย้ำชัดเจนแล้วว่า เหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเลยสักนิด วันนี้เรามาดูรายละเอียดกันแบบชิลๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมเราถึงวางใจได้

แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกาะเบอร์เนียว เกิดขึ้นเมื่อไหร่และที่ไหน

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 23.57 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) จุดศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.870 องศาเหนือ ลองติจูด 116.260 องศาตะวันออก ซึ่งอยู่ในบริเวณเกาะเบอร์เนียวของมาเลเซีย ขนาด 7.1 ริกเตอร์ และที่สำคัญคือความลึกถึง 633 กิโลเมตร! นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีผลกระทบถึงเรา เพราะความลึกมากขนาดนี้ คลื่นแผ่นดินไหวจะกระจายและอ่อนแรงลงก่อนถึงพื้นผิวและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างประเทศไทย

เกาะเบอร์เนียวคือเกาะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากกรีนแลนด์และนิวกินี ตั้งอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบ่งเป็น 3 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน ภูมิภาคนี้อยู่ในแนวรอยเลื่อนแผ่นดินที่活跃มาก เพราะอยู่ใกล้ขอบแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิกไฟร์ริงส์ (Ring of Fire) ทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ลึกมากจึงปลอดภัย

กรมอุตุฯ ย้ำชัด: แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกาะเบอร์เนียว ไม่กระทบไทย

หลังเกิดเหตุไม่นาน เพจ Earthquake TMD ก็โพสต์ยืนยันเพิ่มเติม เวลา 00:52 น. ว่า “ขณะนี้ ไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศไทย” และขอให้ประชาชนอ้างอิงข้อมูลจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวเท่านั้น อย่าเชื่อข่าวลือจากโซเชียลที่อาจทำให้ตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นครับ

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุฯ ซึ่งจะอัปเดตแบบเรียลไทม์ หากมี aftershock หรือรายละเอียดใหม่ จะแจ้งให้ทราบทันที

ทำไมแผ่นดินไหวลึกขนาดนี้ถึงไม่ส่งผลกระทบ

แผ่นดินไหวแบ่งตามความลึกได้ 3 ระดับ คือตื้น (0-70 กม.) กลาง (70-300 กม.) และลึก (300 กม. ขึ้นไป) ครั้งนี้เข้าข่ายลึกสุดๆ 633 กม. ทำให้พลังงานกระจายตัวกว้าง คลื่นหลักอย่าง P-wave และ S-wave อ่อนลงมากก่อนถึงผิวโลก โดยเฉพาะไทยที่ห่างจากศูนย์กลางเกือบ 2,000 กม. นักธรณีวิทยายืนยันว่าเหตุการณ์แบบนี้แทบไม่มีโอกาสรู้สึกสั่นสะเทือนเลย

5 เคล็ดลับเตรียมตัวรับมือแผ่นดินไหวในอนาคต

ถึงครั้งนี้จะไม่กระทบ แต่เราอยู่ใน地震 belt ควรพร้อมเสมอ นี่คือ tips แบบง่ายๆ

  • Drop, Cover, Hold On: นอนคลาน คุกเข่า คว้าของหนัก แล้วหลบใต้โต๊ะแข็งแรง
  • ตรวจสอบบ้าน: อย่าวางของหนักบนตู้สูง ตรึงเฟอร์นิเจอร์ไว้กับผนัง
  • เตรียมชุดฉุกเฉิน: น้ำ อาหารแห้ง ไฟฉาย วิทยุ แบตเตอรี่ สำหรับ 72 ชม.
  • ดาวน์โหลดแอปเตือนภัย: เช่น TMD Earthquake Tracker
  • หลีกเลี่ยงลิฟต์และหน้าต่าง: วิ่งออกจากอาคารหลังสั่นหยุด

การฝึกซ้อมจะช่วยให้เราสงบและตอบสนองได้ดีขึ้น ลองนึกภาพ ถ้าเกิดแบบตื้นๆ ในไทย เราจะทำยังไง?

สรุปและข้อคิดเห็น

สรุปคือแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกาะเบอร์เนียวไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับไทย แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้เราต้องเฝ้าระวังภูมิภาคนี้ต่อไป เพราะรอยเลื่อนแถบนี้活跃มาก ในมุมมองผม การมีหน่วยงานอย่างกรมอุตุฯ ที่อัปเดตไวขนาดนี้คือสิ่งดีที่สุด ช่วยลดความตื่นตระหนกได้เยอะ

CTA: อย่าลืมติดตามเพจ Earthquake TMD และเว็บกรมอุตุฯ นะครับ เพื่อข้อมูลจริงจากแหล่งเชื่อถือได้ และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วย!

ที่มา – แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกาะเบอร์เนียว มาเลเซีย อุตุฯ ย้ำไม่ส่งผลกระทบประเทศไทย

คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น! เล่านาทีแผ่นดินไหว

ใครว่าเที่ยวญี่ปุ่นจะเจอแต่ซากุระบานสะพรั่งกับอาหารอร่อยๆ อย่างเดียว! ล่าสุดมี “คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น” หลายคนต้องเจอประสบการณ์สุดระทึก เมื่อเกิดเหตุ “แผ่นดินไหว” ขนาด 7.4 แมกนิจูด ที่บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ทำเอาตึกสั่นแรงจนต้องออกมาอยู่ข้างนอก หลายคนเล่านาทีชีวิตผ่านโซเชียลมีเดีย บอกเลยว่าใจหายใจคว่ำกันไปตามๆ กัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.15 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่ง “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา” ก็ได้รายงานข่าวอย่างรวดเร็ว ทำให้ญาติๆ ที่เมืองไทยต่างก็เป็นห่วงเป็นใยกันยกใหญ่ ทางการญี่ปุ่นก็ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิในหลายพื้นที่ชายฝั่งของฮอกไกโด อาโอโมริ และอิวาเตะ ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก

หลายคนที่ “คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น” ได้แชร์ประสบการณ์ตรงผ่านคอมเมนต์ต่างๆ บอกว่ารู้สึกตกใจมาก บางคนพักอยู่ชั้น 8 ของโรงแรม ถึงกับบอกว่าตึกสั่นแรงจนต้องตื่นเต็มตา บางคนบอกว่าตึกโยกไปมานาน 2-3 นาที ทำเอาใจหายใจคว่ำ นึกว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกว่านี้ หลายคนก็ออกมาให้กำลังใจชาวญี่ปุ่น ขอให้ทุกคนปลอดภัย

คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น เล่านาทีเจอแผ่นดินไหว

สถานการณ์ “แผ่นดินไหว” ครั้งนี้ทำให้หลายคนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเสมอ

ประสบการณ์ตรงจากคนไทยที่เจอแผ่นดินไหวขณะเที่ยวญี่ปุ่น

เราได้รวบรวมความคิดเห็นของ “คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น” ที่ได้เจอประสบการณ์แผ่นดินไหวมาให้ได้อ่านกัน:

  • “อยู่ซัปโปโรตอนนี้ พักชั้น 8 ตกใจเลยค่ะ เขย่าแรงมาก ตึกสั่นแรงมากเลย คนออกมาข้างนอกกัน อากาศก็หนาว ติดลบ -3 หิมะก็ตกหนัก”
  • “ตึกโยกแรงมากค่ะ แล้วโยกอยู่ประมาณ 2-3 นาทีได้ นอนอยู่ชั้น 8 คือตื่นเต็มตาเลย ตกใจมาก”
  • “ขอให้ชาวญี่ปุ่นทุกคนปลอดภัย”

จากประสบการณ์ของคนที่ “คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น” ทำให้เราเห็นว่าการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเส้นทางหนีภัย การเตรียมของใช้จำเป็น หรือการมีสติอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารและพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เพื่อให้ทริปของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยนะคะ

ที่มา – คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น เล่านาทีเกิด “แผ่นดินไหว” ตึกสั่นแรง-โยกไปมาอยู่หลายนาที

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว: เช็กด่วน! ไม่มีผลกระทบไทย

เมื่อเวลา 12:22 น. “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ได้ทำการตรวจสอบสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ข่าวด่วนสำหรับคนที่กำลังกังวลใจ!

จากกระแสข่าวลือเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นใกล้ประเทศไทย ทำให้หลายคนเกิดความกังวลและสงสัยในความปลอดภัยของตนเองและคนที่รัก

วันนี้ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12:22 น. ทาง“กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า ตามที่มีรายงานข่าวเรื่อง “แผ่นดินไหว 25 พ.ย. 68 ไทยใกล้ศูนย์กลาง สถานการณ์โลกสั่นไม่หยุด” นั้น ทางกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวได้ทำการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว และพบว่าไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงเวลาที่ระบุไว้ สบายใจหายห่วงกันได้เลย!

แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ทางเพจเฟซบุ๊ก Earthquake TMD ได้สรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศและบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ดังนี้:

  • ในประเทศไทย: ไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว
  • ใกล้เคียงประเทศไทย: มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ได้แก่
    • ขนาด 1.0 – 2.9 จำนวน 2 ครั้ง
    • ขนาด 3.1 – 3.9 จำนวน 1 ครั้ง
    • ขนาด 4.0 – 4.9 จำนวน 1 ครั้ง

ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แต่การติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหวอยู่เสมอ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ยืนยันสถานการณ์ล่าสุด

สถานการณ์แผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวรับมือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม มาเตรียมความพร้อมกันดีกว่า!

ทำไมต้องติดตามข้อมูลจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว

การติดตามข้อมูลจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหว ทำให้เราสามารถรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ยังมีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของแผ่นดินไหวในแต่ละพื้นที่ ทำให้เราสามารถทราบถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และควรให้ความสำคัญในการเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ

การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ช่วยลดความตื่นตระหนกและป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดในสังคม

ดังนั้น การติดตามข้อมูลจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหว และสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์แผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะครับ

ที่มา – “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ตรวจสอบแผ่นดินไหว ยันไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบไทย

แผ่นดินไหว 5.4 ในทะเลเมียนมา: คนกรุงรู้สึก!

เหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.4 ในทะเล บริเวณนอกชายฝั่งเมียนมา เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย ทำให้คนกรุงเทพฯ บนตึกสูงรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 3

แผ่นดินไหว 5.4 ในทะเลเมียนมา ชาวกรุงบนตึกสูง รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 3

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 09.58 น. ตามเวลาประเทศไทย ได้เกิด แผ่นดินไหว 5.4 ในทะเลเมียนมา ชาวกรุงบนตึกสูง รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 3 ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร จัดเป็นแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง (Moderate) บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเมียนมา พิกัดอยู่ที่ละติจูด 16.145 องศาเหนือ ลองจิจูด 96.686 องศาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 500 กิโลเมตร ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา

เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกายในประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นรอยเลื่อนแบบเหลื่อมขวา (right-lateral strike-slip fault) ที่มีการเคลื่อนตัวประมาณ 2 เซนติเมตรต่อปี

ผลกระทบจากรอยเลื่อนสะกายต่อ แผ่นดินไหว 5.4 ในทะเลเมียนมา ชาวกรุงบนตึกสูง รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 3

รอยเลื่อนสะกายนี้เคยสร้างความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มาแล้วในอดีต ตัวอย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2473 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน และเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,000 คน และหลายพื้นที่ในประเทศไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้

สำหรับแรงสั่นสะเทือนจาก แผ่นดินไหว 5.4 ในทะเลเมียนมา ชาวกรุงบนตึกสูง รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 3 ครั้งนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่บนตึกสูงในกรุงเทพฯ สามารถรับรู้ได้ โดยมีความรุนแรงของแผ่นดินไหวอยู่ในระดับ 3 (เบามาก) ตามมาตราเมอร์คัลลี ซึ่งหมายความว่าคนที่อยู่กับที่จะรู้สึกว่าพื้นสั่น แต่ไม่ส่งผลกระทบถึงขั้นสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของอาคาร (ข้อมูลจาก กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี และเครือข่ายฯ ทธ.) ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ทธ. ในพื้นที่จังหวัดตาก และแม่ฮ่องสอน ไม่ได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยกำลังติดตามและประเมินสถานการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่เครือข่ายฯ ทธ. และประชาชนในพื้นที่ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง แม้ว่าความรุนแรงในครั้งนี้จะไม่สูงมากนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่เตือนให้เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผ่นดินไหว และการมีแผนรับมือที่ชัดเจน จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – แผ่นดินไหว 5.4 ในทะเลเมียนมา ชาวกรุงบนตึกสูง รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 3

แผ่นดินไหวเมียนมา 5.4 ทำตึกสูง กทม. โยกตัว

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 10:00 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.4 นอกชายฝั่งประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร ทำให้หลายคนรู้สึกถึงอาคารโยกตัวเล็กน้อย สาเหตุของเหตุการณ์นี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับ “รอยเลื่อนสะกาย”

แผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมียนมา ทำตึกสูงใน กทม. โยกตัว

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร และคาดการณ์ว่าเกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย แม้ว่าจุดเกิดเหตุจะเป็นคนละจุดกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แต่ก็ส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพฯ ได้

ถึงแม้ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะมีขนาดเพียง 5.4 ซึ่งเบากว่าเหตุการณ์ในเดือนมีนาคมมาก แต่ก็เกิดขึ้นในระยะที่ใกล้กับกรุงเทพฯ มากกว่า โดยประมาณการว่าอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 400-500 กิโลเมตร ทำให้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจน โดยเฉพาะในอาคารสูง

ทำไมตึกสูงในกรุงเทพฯ ถึงโยกตัวจากแผ่นดินไหวเมียนมา?

ศ.ดร.อมร อธิบายว่า การที่อาคารสูงในกรุงเทพฯ เกิดการโยกตัวนั้นมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยคือ

  • สภาพชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ ซึ่งมีคุณสมบัติในการขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ 3-4 เท่า ทำให้แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น
  • คลื่นแผ่นดินไหวที่ขยายตัวโดยชั้นดินอ่อนจะทำให้เกิดคลื่นยาว ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่ออาคารสูง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ระดับความรุนแรงของการสั่นไหวในครั้งนี้ยังไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร แต่อาจมีผลต่อส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรม เช่น ผนังอิฐ หรือโคมไฟ ที่อาจมีการสั่นไหวบ้างในระดับที่ไม่รุนแรง

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรทำคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร สามารถติดต่อสอบถามไปยังสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยได้

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

  • อยู่ในอาคาร: หมอบลงกับพื้น หาที่กำบังใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง จับยึดไว้ให้มั่น
  • อยู่นอกอาคาร: อยู่ห่างจากอาคาร ต้นไม้ เสาไฟฟ้า และสายไฟ
  • อยู่ในรถ: จอดรถในที่ปลอดภัยและอยู่ในรถจนกว่าการสั่นสะเทือนจะหยุด

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว

  • จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน: ประกอบด้วย น้ำ อาหาร ไฟฉาย วิทยุ ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นอื่นๆ
  • วางแผนครอบครัว: กำหนดจุดนัดพบและเส้นทางอพยพ
  • เรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น: เพื่อช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถคาดการณ์เวลาที่แน่นอนได้ การเตรียมพร้อมรับมือและมีสติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อเกิดเหตุการณ์ แผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมียนมา ทำให้หลายคนตระหนักถึงความเสี่ยงและหันมาใส่ใจกับการเตรียมพร้อมมากยิ่งขึ้น การเรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – แผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมียนมา คาดเกิดจาก “รอยเลื่อนสะกาย” ทำตึกสูงใน กทม. โยกตัว

Scroll to top