แพทองธาร ชินวัตร

อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตัก บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตัก บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

กลายเป็นภาพที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้ากราบตักนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างการเดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นการรวมตัวของ 4 นายกรัฐมนตรีในที่เดียว ทั้งนายอนุทิน, นายทักษิณ, นางสาวแพทองธาร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

โดยนายอนุทินได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นดังกล่าวว่า อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว เพราะตนเองถือว่าเป็นลูกน้องเก่าที่เคยได้รับความเมตตาจากนายทักษิณในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 2547 การแสดงความเคารพในฐานะผู้อาวุโสจึงเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ตนเต็มใจทำอย่างยิ่งโดยไม่มีนัยยะทางการเมืองที่ซับซ้อนแต่อย่างใด

บรรยากาศการรวมตัวของ 4 นายกฯ ที่มีความคุ้นเคยกันดี

นอกจากภาพการกราบตักที่เป็นกระแสแล้ว นายอนุทินยังได้ย้ำว่า การพบปะกับบุคคลสำคัญทางการเมืองเหล่านี้เป็นเรื่องของคนคุ้นเคยกันทั้งสิ้น โดยกล่าวว่า อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว เพราะทุกคนในที่นั้นต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน การเจอกันครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเอง

ในส่วนของประเด็นการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินได้ให้ความมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้มีความเข้าขากันได้เป็นอย่างดี โดยระบุถึงรายละเอียดการทำงานร่วมกันว่า:

  • มีความร่วมมือที่ดีในระดับรัฐบาล
  • มีการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นตลอดมา
  • มีรัฐมนตรีจากหลายพรรคที่เข้าขากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพ อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว จะเป็นเพียงการแสดงออกถึงความเคารพส่วนตัว แต่ก็นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่แน่นแฟ้นขึ้น ซึ่งในทางการเมืองแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลย่อมส่งผลบวกต่อเสถียรภาพและการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองว่าการทำงานของรัฐบาลในยุคนี้จะสามารถสร้างผลงานให้ประชาชนได้ประทับใจมากน้อยเพียงใด

ที่มา – “อนุทิน” เผยเจอ “ทักษิณ” ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไทยอย่างมาก เมื่อภาพข่าวเหตุการณ์ที่ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน ได้ถูกเผยแพร่ออกไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากงานสวดพระอภิธรรมศพนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นการรวมตัวของบุคคลสำคัญระดับประเทศหลายท่านในงานเดียว

เบื้องลึกภาพ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เข้ามาร่วมรับประทานอาหารในห้องส่วนตัวกับนายทักษิณ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเอง จนกระทั่งถึงเวลาที่นายทักษิณเตรียมตัวเดินทางกลับ ท่าทีของนายอนุทินที่แสดงความเคารพต่อนายทักษิณอย่างเห็นได้ชัดก็กลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนที่เฝ้าจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น

ความหมายทางการเมืองของภาพ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างมองว่าการที่ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความเคารพส่วนบุคคลตามขนบธรรมเนียมไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิด โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองดังนี้:

  • ความสมัครสมานสามัคคีระหว่างผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล
  • สัญญาณบวกในการประสานงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
  • การให้เกียรติซึ่งกันและกันที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานการเมืองไทย

หลายคนมองว่าภาพลักษณ์เช่นนี้ช่วยลดความตึงเครียดในประเด็นการเมืองที่หลายคนกำลังจับตามอง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน แต่ในฐานะคนทำงานการเมืองที่เคารพนับถือกัน การแสดงออกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติทางสังคมไทยที่เน้นความอ่อนน้อมถ่อมตนและกตัญญูเป็นที่ตั้ง

สำหรับเหตุการณ์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน นี้ ไม่ว่าจะมีนัยยะแอบแฝงทางการเมืองหรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือการแสดงออกถึงความเคารพแบบไทยๆ ที่เรายังคงเห็นได้ในหมู่ผู้ใหญ่คนสำคัญของบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งท่ามกลางความร้อนแรงของข่าวสารการเมืองในปัจจุบัน คุณผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรกับภาพความสัมพันธ์นี้? ลองแลกเปลี่ยนมุมมองกันดูนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” กราบตัก “ทักษิณ” ส่งขึ้นรถกลับบ้าน

4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง”

4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง”

บรรยากาศทางการเมืองในห้วงเวลานี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญในงานบำเพ็ญกุศล นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีบุคคลระดับวีไอพีของประเทศมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง โดยไฮไลท์ที่สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการปรากฏตัวของ 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง” ซึ่งถือเป็นภาพที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางการเมืองที่น่าจับตามอง

ในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา งานพิธีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ แกนนำจากพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่มาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น

เหตุการณ์ครั้งสำคัญที่สื่อจับตา

การมาร่วมงานของ 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง” ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมาแสดงความเสียใจต่อผู้วายชนม์เท่านั้น แต่ยังเป็นวาระสำคัญที่ทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้พบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยตรงเป็นครั้งแรกหลังจากที่นายทักษิณได้รับการปล่อยตัว ทำให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากผู้ที่อยู่ในงานอย่างมาก

นอกเหนือจากบุคคลสำคัญระดับอดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีรัฐมนตรีและแกนนำพรรคการเมืองชั้นนำมาร่วมงานมากมาย เช่น:

  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ
  • นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย
  • นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์
  • พร้อมด้วย สส. และแกนนำคนสำคัญในพื้นที่ภาคอีสาน

การรวมตัวกันของบุคคลระดับแถวหน้าของประเทศไทย ณ จังหวัดอุบลราชธานีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งในแง่ของความเป็นพี่น้องทางการเมืองและการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย แน่นอนว่าภาพข่าวของ 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง” กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองไทยไปทั่วประเทศ

ในมุมมองของเรา นี่คือภาพสะท้อนของการเมืองไทยที่แม้จะมีความแตกต่างในเชิงนโยบายหรือสังกัดพรรค แต่เมื่อถึงเวลาของมิตรภาพและความสูญเสีย การรวมพลังและร่วมงานในลักษณะนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในแวดวงการเมืองไทยได้อย่างน่าสนใจครับ

ที่มา – 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง”

อดีตนายกฯ อิ๊งค์ โพสต์รูปลูกสาวลูกชายหอมแก้ม บอกการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด

อดีตนายกฯ อิ๊งค์ โพสต์รูปลูกสาวลูกชายหอมแก้ม บอกการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด

เรียกได้ว่าเป็นภาพที่ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างอมยิ้มไปตามๆ กัน สำหรับโมเมนต์สุดอบอุ่นในวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา เมื่อ อดีตนายกฯ อิ๊งค์ โพสต์รูปลูกสาวลูกชายหอมแก้ม บอกการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ติดตามเป็นอย่างมาก

ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ถือเป็นวันพิเศษที่ใครหลายคนต่างแสดงความรักต่อคุณแม่ และสำหรับคุณแม่คนเก่งอย่าง แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่พลาดที่จะแบ่งปันความน่ารักของลูกๆ ทั้งสองคน ได้แก่ น้องธิธาร สุขสวัสดิ์ บุตรสาวคนโต และน้องธาษิณ สุขสวัสดิ์ บุตรชายคนเล็ก ที่พร้อมใจกันมาหอมแก้มคุณแม่และมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้ในวันแม่ปีนี้

ความประทับใจเมื่อ อดีตนายกฯ อิ๊งค์ โพสต์รูปลูกสาวลูกชายหอมแก้ม บอกการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด

บรรยากาศภายในภาพเต็มไปด้วยความสุขตามประสาครอบครัว โดยมีคุณปอ ปิฎก สุขสวัสดิ์ คุณพ่อร่วมเฟรมถ่ายภาพด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งคุณอิ๊งค์ได้ระบุข้อความภาษาอังกฤษสุดซึ้งว่า “Happy Mother’s Day being your mom is the best part of me love you so much” แปลเป็นไทยได้ว่า สุขสันต์วันแม่แห่งชาติ การเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฉัน รักพวกคุณมาก ซึ่งนับเป็นข้อความที่สะท้อนถึงความรักและความทุ่มเทของคนเป็นแม่ที่มีต่อลูกได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากภาพความน่ารักแล้ว แฟนคลับยังได้เห็นถึงบทบาทในมุมมองชีวิตส่วนตัวของ แพทองธาร ชินวัตร ที่แม้จะมีภารกิจการงานมากมาย แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับหนึ่งเสมอ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความอบอุ่นในครอบครัวนี้ ดังนี้:

  • การให้เวลากับลูก: แม้จะอยู่ในบทบาทนักการเมืองหรืออดีตผู้นำ แต่การจัดสรรเวลาเพื่อลูกๆ คือสิ่งที่เธอให้ความสำคัญที่สุด
  • ความสัมพันธ์ในครอบครัว: ภาพครอบครัวที่ดูเป็นธรรมชาติสะท้อนถึงการอบรมเลี้ยงดูที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
  • พลังจากคนรอบข้าง: การมีคุณพ่อที่คอยซัพพอร์ตในทุกบทบาท ทำให้การเป็นคุณแม่ทำงานเก่งกลายเป็นเรื่องที่มีความสุขในทุกๆ วัน

อย่างไรก็ตาม การที่ อดีตนายกฯ อิ๊งค์ โพสต์รูปลูกสาวลูกชายหอมแก้ม บอกการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แสดงถึงความรักในครอบครัว แต่ยังเป็นการส่งต่อพลังบวกให้กับคุณแม่ทุกท่านทั่วประเทศให้ภูมิใจในหน้าที่และบทบาทที่สวยงามนี้ ไม่ว่าชีวิตจะยุ่งยากแค่ไหน แต่การเห็นลูกๆ เติบโตและแสดงความรักกลับมาคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตคนเป็นแม่จริงๆ ครับ

ที่มา – “อดีตนายกฯ อิ๊งค์” โพสต์รูปลูกสาวลูกชายหอมแก้ม บอกการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ ผกก.หนุ่ย พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นั่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองไทยล่าสุด เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติสำคัญในการแต่งตั้งบุคลากรเข้ามาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานหลัก โดยชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ผกก.หนุ่ย – พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นั่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. ซึ่งถือเป็นการขยับตำแหน่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน

ทำความรู้จัก ผกก.หนุ่ย – พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นั่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป.

หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อของ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือที่เรียกกันติดปากว่า ผกก.หนุ่ย ในฐานะนายตำรวจคนสนิทที่ทำหน้าที่อารักขาครอบครัวชินวัตรมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยที่คุณทักษิณ ชินวัตร ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนมาถึงปัจจุบันในยุคของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร การที่ ผกก.หนุ่ย – พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นั่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. จึงเป็นที่น่าสนใจว่าจะมีทิศทางการทำงานอย่างไรต่อไป

เส้นทางสู่ตำแหน่งสำคัญ

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ พ.ต.อ.วทัญญู ได้ผ่านการโอนย้ายจากข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เมื่อช่วงปลายปี 2568 และล่าสุดจากการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ก็ได้มีมติเห็นชอบให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. อย่างเป็นทางการ

หากวิเคราะห์ถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ป.ย.ป. ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง การที่ ผกก.หนุ่ย – พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นั่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. จึงเป็นการตอกย้ำถึงความไว้วางใจในการประสานงานและขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศในช่วงรอยต่อที่สำคัญนี้ โดยภารกิจหลักที่หลายฝ่ายเฝ้ารอคือการพิสูจน์ผลงานในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

  • ประวัติการทำงาน: อดีตนายตำรวจอารักขาคนสนิทครอบครัวชินวัตร
  • บทบาทปัจจุบัน: ผู้อำนวยการ ป.ย.ป.
  • เป้าหมาย: ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง

อย่างไรก็ตาม ในฐานะประชาชน เราคงต้องคอยติดตามดูต่อไปว่าในบทบาทใหม่นี้ ท่านจะสามารถบริหารจัดการและผลักดันงานในกระทรวงสำคัญได้สำเร็จเพียงใด นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานราชการไทยที่ต้องจับตามองกันต่อไปยาวๆ ครับ

ที่มา – “ผกก.หนุ่ย – พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย” นั่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. หลัง ครม. แต่งตั้ง

“อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน

“อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลทันที เมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อสยบข่าวลือกรณี “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก หลังจากที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับดีลลับระหว่างขั้วการเมือง “แดง-เขียว” ในดินแดนหรูอย่างโมนาโก จนทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่

เบื้องลึกเรื่อง “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ แพทองธารได้โพสต์ข้อความสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชัดเจนและเป็นกันเองว่า “มาเที่ยวครับ พักผ่อนครับ โนดีลลับครับ ดีลเดียวที่มี คือ ดีลกับลูกครับ #ingsaway” ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ข่าวลือที่แชร์กันอย่างกว้างขวางว่าเธอได้ไปพบปะหารือทางการเมืองกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ นายไทกร พลสุวรรณ ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการเมืองที่ทำเอาหลายคนตื่นตระหนก โดยอ้างว่ามีดีลลับเกิดขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางอำนาจทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อ “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นการปิดประตูข่าวลือทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

  • ไม่มีการนัดพบนักการเมืองในโมนาโก
  • ทริปนี้เป็นเพียงการพักผ่อนกับครอบครัวเท่านั้น
  • เน้นย้ำความชัดเจนด้วยความจริงใจสไตล์คนรุ่นใหม่

ในฝั่งของร้อยเอกธรรมนัสเอง ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนเองได้เดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริง แต่ไปกับครอบครัวและไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมทั้งท้าให้เช็กการเดินทางของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เลยว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตามที่เป็นข่าว ดังนั้น เรื่องราวดีลลับที่ถูกกล่าวขวัญถึงจึงเป็นเพียงการคาดเดาจากกระแสสังคมเท่านั้น

ในมุมมองของเรา เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคดิจิทัล ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปเร็วมาก โดยเฉพาะข่าวลือทางการเมืองที่มักจะถูกหยิบยกมาวิเคราะห์จนเกินจริง การที่คนดังหรือนักการเมืองออกมาสื่อสารด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความสับสนของประชาชนครับ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน โนดีลลับ ดีลเดียวที่มีคือดีลกับลูก

“เท้ง” ชี้ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร พบผู้นำอาเซียน ไม่เสียหาย

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนพูดถึงในแวดวงการเมือง เมื่อ “เท้ง” ชี้ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร พบผู้นำอาเซียน ไม่เสียหาย หากสิ่งที่ทำนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อปากท้องของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนไป แต่ผลลัพธ์ต่างหากที่สำคัญที่สุด

“เท้ง” ชี้ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร พบผู้นำอาเซียน ไม่เสียหาย

การเดินทางของอดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ หรือคุณแพทองธาร ไปยังประเทศอาเซียน ได้กระตุ้นให้สังคมตั้งคำถามถึงนัยทางการเมือง แต่ในมุมของฝ่ายค้านหากการเจรจานั้นช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุน หรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ชาวบ้านได้ ก็นับเป็นเรื่องที่รับได้ เพราะสุดท้ายประโยชน์ต้องตกอยู่ที่ประชาชน

แนะ “อนุทิน” และรัฐบาลเร่งกระตือรือร้นแก้ปัญหา

นอกจากประเด็นเรื่องการพบปะผู้นำต่างประเทศแล้ว ผู้นำฝ่ายค้านยังได้ส่งสารถึงรัฐบาลโดยเฉพาะกรณีปัญหาการส่งออกกุ้งไปมาเลเซีย ซึ่งหากรัฐบาลไม่รีบเร่งแก้ไข เกษตรกรอาจได้รับผลกระทบหนักจนไม่สามารถฟื้นตัวได้ทัน โดย “เท้ง” ชี้ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร พบผู้นำอาเซียน ไม่เสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็แนะ “อนุทิน” และผู้ที่มีอำนาจบริหารให้มีความกระตือรือร้นและใส่ใจแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่

  • เร่งแก้ปัญหาส่งออกกุ้งเพื่อเกษตรกร
  • นายกฯ ควรให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้สดในสภา
  • เน้นการทำงานเชิงรุกแทนการรอคอย

ความเห็นในครั้งนี้ถือเป็นการเตือนสติรัฐบาลว่า แม้การมีคอนเน็กชั่นที่ดีในต่างประเทศจะเป็นเรื่องดี แต่ภารกิจพื้นฐานในสภาและการตอบสนองต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในประเทศผ่านการตอบกระทู้ถามสดนั้น เป็นหน้าที่ที่เลี่ยงไม่ได้

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า การขยับตัวของอดีตนายกฯ หรือการเร่งมือของรัฐบาลในปัจจุบัน สิ่งใดจะเห็นผลในทางปฏิบัติมากกว่ากัน การเมืองเป็นเรื่องของการพิสูจน์ด้วยผลงานครับ

ที่มา – “เท้ง” ชี้ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร พบผู้นำอาเซียน ไม่เสียหาย แนะ “อนุทิน” กระตือรือร้นกว่านี้

ยก 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด การเปิดโอกาสให้ประเทศไทยมีความโดดเด่นในเวทีโลกถือเป็นเรื่องสำคัญ ล่าสุดคุณพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศของ 3 อดีตนายกรัฐมนตรีจากตระกูลชินวัตร โดยยกให้เป็น ยก 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน ที่ใช้คอนเนกชันส่วนตัวในการสร้างฐานทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

เจาะลึกบทบาท ยก 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน

การพบปะผู้นำระดับสูงในภูมิภาคอาเซียนของ นายทักษิณ ชินวัตร, นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกตีความไปในหลายมุมมอง แต่ในมุมของผู้สนับสนุน นี่คือโอกาสทองของไทยในการยกระดับรายได้และสร้างงาน การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การวัดพลังทางการเมืองหรือการแอบแฝงผลประโยชน์ แต่เป็นการใช้เครือข่ายส่วนตัวเพื่อเปิดประตูสู่การค้าการลงทุนในระดับสากล แม้จะมีกลุ่มที่มองด้วยความสงสัย แต่การสร้างประโยชน์ให้ประเทศย่อมสำคัญกว่าอคติทางการเมือง

ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับแนวคิด ยก 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน

คุณพร้อมพงศ์ย้ำชัดว่า โลกยุคใหม่ต้องการนวัตกรรมและการเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสาร หากเราสามารถดึงศักยภาพของอดีตผู้นำที่มีคอนเนกชันต่างประเทศมาใช้ได้ ผลประโยชน์จะตกถึงมือคนไทยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการ SME หรือการยกระดับภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว นี่คือความร่วมมือที่น่าสนใจซึ่งรัฐบาลควรเร่งต่อยอดให้เป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว

ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • เร่งต่อยอดผลลัพธ์จากการหารือให้เป็นการค้าและการลงทุนที่ชัดเจนในระดับนโยบาย
  • พัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ควบคู่ไปกับการสนับสนุนแรงงานและวิสาหกิจชุมชน
  • เปิดตลาดใหม่ๆ ผ่านคอนเนกชันของอดีตผู้นำเพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึง
  • ลดความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อมุ่งเน้นงานที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชน

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของประเทศไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ งานที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ดีขึ้น และการที่เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนทุกคน คือเป้าหมายสูงสุดที่ทุกคนปรารถนา รัฐบาลในปัจจุบันควรหยิบยกโอกาสเหล่านี้มาเปลี่ยนให้เป็นรายได้เข้าประเทศอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกแรงผลักดันไม่สูญเปล่า

ที่มา – ยก 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร “ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน” ปัดวัดพลังการเมือง หวังรัฐบาลต่อยอดแนวคิด

“อนุทิน” บอก “ทักษิณ” มีอิสระไปไหนก็ได้ ร่วมเฟรม “ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์” เรื่องในครอบครัว

“อนุทิน” บอก “ทักษิณ” มีอิสระไปไหนก็ได้ ร่วมเฟรม “ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์” เรื่องในครอบครัว

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิด สำหรับภาพความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ขณะเดินสายเยือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งงานนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแสดงทัศนะต่อกรณีนี้ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยตอกย้ำว่า “อนุทิน” บอก “ทักษิณ” มีอิสระไปไหนก็ได้ ร่วมเฟรม “ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์” เรื่องในครอบครัว โดยไม่ควรนำมาโยงเป็นประเด็นทางการเมืองที่ซับซ้อนเกินจริง

นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่ท่านทักษิณเดินทางไปพบปะกับผู้นำระดับสูงในกลุ่มประเทศอาเซียนว่า เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัวและมิตรภาพที่มีมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่การปฏิบัติภารกิจในนามรัฐบาลไทยแต่อย่างใด

มุมมองเรื่องครอบครัวกับการเมือง

นอกจากประเด็นการเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ภาพที่ปรากฏร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงนัยสำคัญทางการเมือง นายอนุทินกล่าวอย่างชัดเจนว่า “อนุทิน” บอก “ทักษิณ” มีอิสระไปไหนก็ได้ ร่วมเฟรม “ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์” เรื่องในครอบครัว เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของการรวมตัวกันในฐานะลูกสาวและน้องสาว ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องสงสัยหรือตีความให้เป็นเรื่องของการวัดพลังทางการเมือง

หากเราวิเคราะห์จากถ้อยคำของนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่าท่านพยายามลดกระแสความตึงเครียดที่สื่อมวลชนพยายามตั้งคำถาม โดยมองว่าเป็นกิจกรรมปกติของบุคคลสาธารณะที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระเหมือนประชาชนทั่วไป

  • ความสัมพันธ์ส่วนตัว: การเดินทางครั้งนี้สะท้อนถึงเครือข่ายมิตรภาพในกลุ่ม AEC
  • สิทธิเสรีภาพ: ท่านทักษิณในฐานะพลเมืองมีอิสระในการเดินทาง
  • เรื่องภายในครอบครัว: ภาพลักษณ์ความรักของตระกูลชินวัตรไม่ควรถูกบิดเบือน

ท้ายที่สุดแล้ว การเคลื่อนไหวของคนในตระกูลชินวัตรมักจะตกเป็นเป้าสายตาของสังคมเสมอ แต่การที่ “อนุทิน” บอก “ทักษิณ” มีอิสระไปไหนก็ได้ ร่วมเฟรม “ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์” เรื่องในครอบครัว ถือเป็นการตัดบททางการเมืองที่ชัดเจนที่สุด เพื่อให้ประชาชนโฟกัสไปที่การทำงานของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศมากกว่าจะมาสนใจเรื่องส่วนตัวเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ทุกย่างก้าวของบุคคลสำคัญล้วนมีนัยในมุมมองของนักวิเคราะห์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการแยกแยะระหว่างเรื่องครอบครัวและความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองออกจากกันให้ชัดเจน แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้?

ที่มา – “อนุทิน” บอก “ทักษิณ” มีอิสระไปไหนก็ได้ ร่วมเฟรม “ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์” เรื่องในครอบครัว

Scroll to top