แสวง บุญมี

กกต.ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-นายกพัทยาไม่ผิดพลาด

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจเรื่องการเมืองท้องถิ่น! วันนี้เราจะมาพูดถึงข่าวใหญ่ที่หลายคนรอคอย นั่นคือ กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ไม่ผิดพลาด โดยเฉพาะหลังจากรับมือปัญหาจาก กปน. ในอดีตเป็นบทเรียนสำคัญ การเลือกตั้งครั้งนี้กำลังจะมาถึง และ กกต. เตรียมพร้อมแบบสุดๆ เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น โปร่งใส และเป็นธรรม

กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ไม่ผิดพลาด

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2567 (หมายเหตุ: original 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ กกต. ได้จัดประชุมใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา เนื่องจากวาระครบกำหนด การประชุมนี้ครอบคลุมทุกเรื่องสำคัญ ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ลักษณะต้องห้าม แนวทางหาเสียง การบริหารหน่วยเลือกตั้ง การพัฒนา กปน. จนถึงค่าใช้จ่ายและบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าใจตรงกันและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เน้นย้ำว่า ได้ซักซ้อมงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ทราบล่วงหน้า สำนักงาน กกต. กทม. และพัทยา ประสานงานกันสนุกสนาน ตั้งเป้าให้ กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ไม่ผิดพลาด เพราะคาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจมหาศาล โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 6,000 หน่วย ต้องใช้บุคลากรเพียบ แต่ กทม. มีความพร้อมสูง ไม่น่าห่วง

รับปม กปน. ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา

ปัญหาหลักในอดีตมาจาก กปน. ที่อาจเข้าใจผิดพลาด ครั้งนี้จึงอบรมล่วงหน้ากว่า 1 เดือน โดยเฉพาะประธานหน่วยที่ต้องเชี่ยวชาญกฎหมาย สามารถตัดสินถูก-ผิดได้ทันที และรับฟังข้อทักท้วงจากประชาชน ประชาชนเองก็มีบทบาทเฝ้าระวังนะครับ! บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นมีระบบป้องกันปลอมแปลง แม้ไม่มีบาร์โค้ดแบบ ส.ส. แต่พิมพ์สดๆ ร้อนๆ ตลอดเพราะมีเลือกตั้งท้องถิ่นบ่อย

ด้านการหาเสียง กกต. ติดตามทั้งลงพื้นที่และโซเชียล ไม่พบผิดปกติ แม้พัทยาแข่งขันดุเดือด แต่พื้นที่เปิดกว้าง สื่อ ประชาชน หน่วยงานช่วยจับตา ผู้สมัครต้องระวังตัวเองดีๆ

การเตรียมบัตรเลือกตั้งและการเฝ้าระวังหาเสียง

  • บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นมีระบบป้องกันชั้นดี พิมพ์ต่อเนื่องจากเลือกตั้งเทศบาล-อบต.
  • ติดตามผู้สมัครผ่านสื่อโซเชียลและลงพื้นที่ ไม่พบปัญหา
  • พัทยาแข่งสูงแต่ตรวจสอบง่าย ด้วยสื่อและประชาชน
  • อบรม กปน. ล่วงหน้า 1 เดือน+ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน

เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า เป้าหมายคือเลือกตั้งสุจริต เป็นธรรม ไม่สนใครชนะ ถ้าผิดพลาดตรวจสอบย้อนหลังได้ถึงใบต่อใบ แม้ไม่รับประกัน 100% แต่ทุกอย่างโปร่งใส วอนประชาชนช่วยกันเฝ้า

ในมุมมองผม การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสฟื้นความเชื่อมั่นประชาธิปไตยท้องถิ่น โดยเฉพาะ กทม. และพัทยาที่เป็นเมืองใหญ่ หาก กกต. ทำได้ตามเป้า จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้เลือกตั้งทั่วประเทศ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์และช่วยรายงานถ้าพบผิดปกติครับ!

คำแนะนำ: ติดตามข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกพัทยาให้ดี ไปลงคะแนนกันเยอะๆ นะ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.- นายกเมืองพัทยา ไม่ผิดพลาด รับปม กปน. ถือเป็นบทเรียน

กกต. พร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-พัทยา เป้า 75%

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และนายกเมืองพัทยา กำลังมาแรง! กกต. พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา ตั้งเป้าคนใช้สิทธิ์ 75% ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ วันนี้เรามาเจาะลึกความพร้อมของ กกต. กันเลย

กกต. พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา ตั้งเป้าคนใช้สิทธิ์ 75%

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว สำนักงาน กกต. กทม. และ กกต. ชลบุรี ได้เริ่มแผนงานเต็มสูบ ไม่หนักใจเลย เพราะประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เรียบร้อย นำบทเรียนจากเลือกตั้ง สส. มาปรับใช้เป็นโมเดลใหม่ โดยเฉพาะการใช้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มืออาชีพ จะอบรมเข้มข้น อาจมีใบรับรองไลเซนส์ด้วย เพื่อลดผิดพลาดและเพิ่มความน่าเชื่อถือ ยังมีมาตรการคุ้มครอง กปน. ให้ปลอดภัยสุดๆ

หน่วยเลือกตั้ง กทม. เพิ่มเป็น 6,632 หน่วย

ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. เผยว่า มีหน่วยเลือกตั้ง 6,632 หน่วย แบ่ง 50 เขต เพิ่มจากเลือกตั้ง สส. 102 หน่วย กำลังสรรหา กปน. ท้องถิ่น ส่งรายชื่อให้ กกต. พิจารณาแต่งตั้ง ประชาสัมพันธ์แล้วว่าครบวาระ 21 พ.ค. นี้ ผู้ว่าฯ รักษาการได้ แต่ถ้าลาออกเพื่อเลือกพร้อมกัน กกต. เห็นชอบ 28 มิ.ย.

กระแสชัชชาติจะลาออก? ผอ.กกต.กทม. บอกได้ยินข่าว แต่ต้องยื่น มท. อย่างเป็นทางการ

  • เป้าคนมาใช้สิทธิ์: 75% สูงกว่าเลือกตั้ง สส. (70%) เพราะเป็นท้องถิ่น ประชาชนสนใจมาก
  • คุณสมบัติผู้สมัคร: ต้องมีชื่อทะเบียนบ้าน 1 ปี นับถึงวันสมัคร พรรคหลายพรรคพลาดตรงนี้ แต่ยื่นภาษี 3 ปี แค่สำแดง ไม่ใช่ต้องห้าม
  • กปน. มืออาชีพ: เริ่มจากประธาน 6,632 คน อบรม 1 พ.ค. กับปลัดกทม. หน่วยละ กปน. 9 คน + ตำรวจ 2 นาย รวม 70,000 คน

ไม่กังวลเรื่องรับสมัคร กปน. เพราะครู-อาจารย์พร้อม บางคนทำมานาน 20 ปี เข้าใจกระแสสังคม จะปรับปรุงจากข้อผิดพลาดเก่า

ส่วนชลบุรี มีดราม่าเลือกตั้ง สส. เขต 1 แต่เลขาฯ กกต. บอกให้เป็นธรรม เรื่องคดีเดินหน้าตามกฎหมาย ชลบุรีแข่งขันสูง แต่พร้อมจัดการ

นอกจากนี้ กกต. ยังซักซ้อมลักษณะต้องห้ามหาเสียงก่อน 180 วัน (21 พ.ย. 2568) ทำความเข้าใจผู้สนใจแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ดุเดือดเพราะพรรคหลายแห่งไม่ส่งคน เงื่อนไขทะเบียนบ้านเป็นตัวกรองใหญ่

สรุปแล้ว กกต. พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา ตั้งเป้าคนใช้สิทธิ์ 75% ทุกอย่างลงตัว โมเดล กปน. ใหม่จะทำให้โปร่งใส มั่นใจได้ อย่าลืมตรวจสิทธิ์ตัวเองและชวนเพื่อนๆ ไปโหวตนะ! การเลือกตั้งท้องถิ่นส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเรามาก ไปใช้สิทธิ์สร้างอนาคตกรุงเทพฯ และพัทยาให้ดีขึ้น

ที่มา – กกต. พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา ตั้งเป้าคนใช้สิทธิ์ 75%

กกต. ชี้คดีฮั้ว สว. ทำเอกสาร 7 หมื่นแผ่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีอัปเดตร้อนๆ เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.ที่หลายคนรอคอยกันมานาน ในที่สุด กกต. ก็ออกมาให้ข้อมูลความคืบหน้าแล้วนะครับ เลขาธิการ กกต. เผยว่าตอนนี้ทีมงานกำลังเร่งจัดทำเอกสารมหาศาลกว่า 70,000 แผ่นเลยทีเดียว เพื่อเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ คดีนี้ซับซ้อนมาก มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก และข้อหาหลายประการ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบจริงๆ

กกต. ชี้ คดีฮั้ว สว. กำลังเร่งทำเอกสารจำนวนมาก

วันที่ 8 เมษายน 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ล่าสุดของคดีฮั้ว สว. ว่าปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนธุรการของสำนักงาน กำลังจัดเรียงเอกสารเพื่อบรรจุเข้าวาระประชุม โดยเอกสารทั้งหมดมีถึง 70,000 แผ่น และถ้าแยกเฉพาะส่วนความเห็นก็ยังมีอีก 2,000 แผ่น ต้องใช้เวลาให้เรียบร้อยก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม กกต. ส่วนการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ซึ่งต้องดูรายละเอียดทุกอย่างอย่างละเอียด เพราะคดีนี้ไม่ธรรมดา มีความซับซ้อน มีหลายข้อหา และผู้ถูกกล่าวหาเยอะมาก

ความซับซ้อนของคดีฮั้ว สว. ที่ทำให้ต้องใช้เวลานาน

ทำไมคดีฮั้ว สว.ถึงยุ่งยากขนาดนี้? มาดูกันครับ คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วประมูลหรือการสมรู้ร่วมคิดในการเลือกตั้ง ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส ผู้ถูกกล่าวหามีทั้งบุคคลและกลุ่มต่างๆ จำนวนมาก ข้อหาที่อาจเกี่ยวข้องก็เช่น การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม การสมคบคิด ฯลฯ กกต. จึงต้องตรวจสอบทุกหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในภายหลัง

  • เอกสารหลัก: กว่า 70,000 แผ่น
  • ส่วนความเห็น: 2,000 แผ่น
  • ผู้ถูกกล่าวหา: จำนวนมาก
  • ข้อหา: หลายประการ ซับซ้อน

ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการ กกต. ก็เสริมว่าทุกคนรอข้อมูลจากสำนักงานอยู่ ข้อมูลมหาศาลแบบนี้ สำนักงานกำลังเร่งทำอยู่ กกต. ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่มีประวิงเวลาแน่นอน เมื่อเรื่องขึ้นประชุมก็พร้อมพิจารณาทันที โดยยึดตามข้อเท็จจริงในสำนวนทั้งหมด

นัยยะสำคัญต่อการเมืองไทย

คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ นะครับ มันสะท้อนถึงปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเลือกตั้ง สว. ที่เพิ่งจบไป หาก กกต. ตัดสินออกมาอย่างโปร่งใส จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณเอกสารขนาดนี้ คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่เชื่อว่าคุ้มค่ากับความรอบคอบ

เพื่อนๆ คิดยังไงกับคดีฮั้ว สว.นี้บ้าง? ถ้าอยากอัปเดตข่าวเพิ่มเติม หรือมีมุมมองอยากแชร์ สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือกดติดตามบล็อกนี้เพื่อไม่พลาดข่าวการเมืองร้อนๆ ต่อไป สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยต้องโปร่งใสเพื่อประชาชนทุกคน!

ที่มา – กกต. ชี้ คดีฮั้ว สว. กำลังทำเอกสาร 7 หมื่นแผ่น ผู้ถูกกล่าวหามาก ต้องพิจารณารอบคอบ

กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจเรื่องการเมืองและการเลือกตั้งวันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยนะครับ กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน ซึ่งเป็นคำชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทำให้หลายคนโล่งใจ เพราะกลัวว่าบาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้งจะทำให้ความลับในการลงคะแนนถูกเปิดเผย แต่จริงๆ แล้วมันยึดตามรัฐธรรมนูญ 100% เลยครับ

กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน

เรื่องนี้มาจากการประชุมถอดบทเรียนการเลือกตั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงราย โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ย้ำชัดเจนในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ได้ละเมิดหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญเลยสักนิด เพราะไม่มีใครรู้ว่าคุณลงคะแนนให้ใคร ไม่ว่าจะเป็น กกต. ศาล หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป

ทำไมถึงต้องมีบาร์โค้ดและ QR Code ล่ะ? มันช่วยป้องกันการทุจริต เช่น บัตรปลอมหรือบัตรข้ามเขต โดยไม่กระทบความลับการลงคะแนนของคุณเลยครับ สมมติมีปัญหา กกต. สามารถสแกนเพื่อเช็คความถูกต้องได้ แต่ยังไงก็ไม่รู้ว่าเครื่องหมายติ๊กตกที่หมายเลขไหน

กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ช่วยตรวจสอบทุจริตอย่างไร

เลขาธิการ กกต. อธิบายเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบความสุจริตของการเลือกตั้งเป็นคนละเรื่องกับการสอดแนมการลงคะแนน รัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนคุ้มครองความลับนี้ไว้แน่นหนา ไม่มีองค์กรไหนทำได้ครับ

ยกตัวอย่างการทำงานจริงของ กกต. และศาลในการตรวจสอบ:

  • กรณีสั่งนับคะแนนใหม่: เปิดหีบ นับบัตรใหม่ในหน่วยนั้นๆ เหมือนเดิม เช่น ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. สั่งนับใหม่หลายหน่วย แต่ความลับยังอยู่ครบ จนกว่าจะทำลายบัตรตามกฎหมาย
  • กรณีตรวจบัตรปลอมหรือข้ามเขต: สแกนบาร์โค้ดหรือ QR Code เพื่อเช็คว่าเป็นของจริงและหน่วยถูกต้องหรือไม่ ไม่ต้องดูเครื่องหมายลงคะแนนเลยครับ

เห็นไหมครับว่ามันฉลาดแค่ไหน เทคโนโลยีช่วยยกระดับความโปร่งใส โดยไม่บุกรุกสิทธิส่วนบุคคล สิ่งนี้ทำให้การเลือกตั้งไทยทันสมัยขึ้น ป้องกันโกงได้ดีกว่าเดิม

นอกจากนี้ กกต. ยังวางแผนเผยแพร่ข้อมูลจากการถอดบทเรียนนี้ให้ประชาชนรับรู้ เพื่อให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ตรวจสอบกันเอง ทำให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชนจริงๆ โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

ในมุมมองของผม การใช้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดนี้คือก้าวสำคัญของระบบเลือกตั้งไทย มันสมดุลระหว่างความมั่นคงและความลับได้ดีเยี่ยม ถ้าไม่มีเทคโนโลยีแบบนี้ คงมีปัญหาบัตรปลอมเพียบแน่ๆ คุณล่ะคิดยังไง? การลงคะแนนลับแบบนี้ทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นไหมครับ? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน หรือถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็กดติดตามบล็อกนี้ไว้เลย!

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งที่ทั้งโปร่งใส ลับ และยุติธรรม คือหัวใจของประชาธิปไตยไทยที่ยั่งยืน หวังว่าทุกท่านจะได้เป็นพลเมืองดีในการเลือกตั้งครั้งต่อไปครับ

ที่มา – กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน

“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการ สอบ “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” รมว.เกษตร

ข่าวการเมืองร้อนแรงล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสสังคมไทย คือ “ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ ซึ่งนายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือที่รู้จักกันในชื่อทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้เคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น โดยไม่เพียงแต่ร้องเรียนเรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับประเด็นเลือกตั้งสกปรกที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกกต. ด้วย

“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ทนายอั๋นได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยจริยธรรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งอาจมีประเด็นคุณสมบัติไม่สมบูรณ์ มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องทะเบียนบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งนายอนุทินพาทนายอั๋นเข้าไปอยู่ในทะเบียนเดียวกัน และคดีรังวัดที่เขากระโดง รวมถึงการใช้ถนนหลวงของอบต.ปากช่องเป็นรันเวย์สนามบินส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ธุรกิจ ทนายอั๋นขอให้ผู้ตรวจการส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และระบุตัวเองเป็นพยานหลักฐาน พร้อมแนบคำร้องจากภาคประชาชน

ประเด็นบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้งสกปรก

ก่อนหน้านั้น ทนายอั๋นยังไปยื่นคำร้องต่อกกต. คัดค้านการประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. 2569 โดยชี้ว่าการนับคะแนนได้เพียง 95% แต่กกต.กำลังจะรับรองทั้งหมด ซึ่งบัตรเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ. แตกต่างจากวันที่ 8 ก.พ. โดยไม่มีเลขต้นขั้วหรือซีเรียลนัมเบอร์ ถือเป็นการยอมรับปัญหาเลือกตั้งเก่า แต่ขัดระเบียบกกต. ข้อ 129 ที่ต้องมีเครื่องป้องกันบัตรผี นักวิชาการมองว่าเป็นการละเว้นหน้าที่มหันต์

ทนายอั๋นยกตัวอย่างหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 กรุงเทพฯ ที่มีคลิปกล้องถ่ายบัตร 308 ใบ พบว่าบาร์โค้ดรันเลขต่อเนื่อง แสดงให้เห็นการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ดิ้นไม่หลุด

  • บัตรเลือกตั้งใหม่ไม่มีเลขต้นขั้ว อาจขัดระเบียบกกต.
  • คลิปถ่ายบัตรลงคะแนนพิสูจน์ไม่เป็นความลับ
  • กกต. ละเว้นป้องกันบัตรผี ผิดข้อ 129
  • นับคะแนนไม่ครบแต่จะรับรองทั้งหมด

ทนายอั๋นตั้งคำถามถึงทีโออาร์บัตรใหม่ที่ทำลับๆ ล่อๆ และล้อเลียนกกต. ด้วยมุกสังคม เช่น สารอันตรายที่สุดคือ “ศาลรัฐธรรมนูญของเสี่ยหนู” หรือเพลง “กกต.ของหนู”

แผนแจ้งความ DSI และเชียร์ธรรมนัสล้มเลือกตั้ง

ทนายอั๋นประกาศวันที่ 26 ก.พ. จะไปแจ้งความ dsi เอาผิดนายแสวง บุญมี เลขาฯกกต. และกกต.ชุดปัจจุบัน ขอประชาชนมาร่วมร้อยพันคน พร้อมเชียร์ร.อ.ธรรมนัสให้ล้มเลือกตั้งสกปรก หากประกาศสู้เป็นฝ่ายค้านหรือล้มโดยชอบกฎหมาย จะร่วมหัวจมท้าย โดยบอก “สู้ๆ ผมทนายอั๋นอยู่ข้างพี่” สำหรับคลิปถ่ายบาร์โค้ด ทนายอั๋นยืนยันว่าเป็นสิทธิพลเมืองตรวจสอบ หากถูกดำเนินคดีจะช่วยทางกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีคลิปเสียงพรรคภูมิใจไทยต่อรองพรรคกล้าธรรม และคลิป 24 ชม. ที่กกต.นับคะแนน สว.ผิด ทำให้สว.สำรองกลายเป็นตัวจริง จะร้องทั้งกกต.และผู้ตรวจการ ทนายอั๋นย้ำว่าไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง กล้าเสียสละเพื่อชาติ

ประเด็น“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯนี้ สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส หากกกต.รับรองผล อาจผิด ม.157 ละเว้นหน้าที่ และนำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของทนายอั๋นเป็นสัญญาณบวกที่ประชาชนควรสนับสนุน เพื่อให้การเมืองไทยสะอาดยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – “ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ

“มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”เตือน

“มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะปัญหาการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความลับในการลงคะแนน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ได้เดินทางยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและสั่งให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ

“มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ได้แถลงข่าวหลังยื่นคำร้อง โดยชี้ว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์ไม่เป็นไปโดยลับ เพราะบัตรเลือกตั้งถูกส่งผ่านระบบไปรษณีย์ต่างประเทศ ซึ่งประชาชนจำนวนมากไลฟ์สดให้เห็นบัตรก่อนลงคะแนน และระหว่างทางกลับไทย เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สามารถส่องดูได้ง่ายๆ ด้วยแสงไฟ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเลือกปฏิบัติที่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะต้นขั้วบัตรในประเทศลงนามโดยประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) แต่ในต่างประเทศใช้เอกอัครราชทูตแทน

ปัญหาหลักที่ทำให้ “มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่

  • ไม่เป็นความลับ: การลงคะแนนมีผู้อื่นเห็น เช่น ระหว่างไลฟ์หรือเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85
  • เลือกปฏิบัติ: ระเบียบ กกต. ไม่เท่าเทียมกับการเลือกตั้งในประเทศ
  • ขาดการวินิจฉัย: กกต. ออกระเบียบโดยไม่ขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นายมงคลกิตติ์ยื่นขอให้ศาลปกครองกลางส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และขอความคุ้มครองชั่วคราวห้าม กกต. ประกาศผล โดยแนบหลักฐานไลฟ์สด 38 คลิปที่พิสูจน์ว่าประชาชนแสดงบัตรต่อหน้าผู้อื่น

นอกจากนี้ เขายังฝากคำแนะนำถึงเลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี และ กกต. ทั้ง 7 ท่าน โดยอ้างว่าประชาชน 80% ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง แนะนำให้จัดเลือกตั้งใหม่เพื่อความสุจริต แม้เสียเงิน 6,000 ล้านบาท แต่คุ้มค่ากว่าความโกลาหล และอ้างคำเตือนจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย หากไม่ฟังอาจติดคดีในวัยชรา

สำหรับผลกระทบหากโมฆะ ส.ส. พรรคทางเลือกใหม่อย่างตัวเขาเองก็พร้อมลงใหม่ โดยมั่นใจประชาชนยังสนับสนุนเพราะความตรงไปตรงมา และพร้อมร่วมรัฐบาลควบคู่

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ต้องโปร่งใสมากขึ้น เพื่อความเชื่อมั่นจากประชาชน หาก กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ตามที่ “มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว อาจช่วยลดข้อพิพาทได้

คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? การเลือกตั้งทางไปรษณีย์ควรปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้ลับและเท่าเทียม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงที่สร้างสรรค์

ที่มา – “มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว

“มงคลกิตติ์” ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ขัดรธน.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อ มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ หลังจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคทางเลือกใหม่ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ซึ่งถูกมองว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2560 เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่คนสนใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งทั้งประเทศ

มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายมงคลกิตติ์ เดินทางมาแถลงข่าวหลังยื่นหนังสือร้องเรียน โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์เลือกตั้งปี 2557 ที่กลุ่ม กปปส. ปิดหน่วยเลือกตั้ง ส่งผลให้มีรูปแบบการเลือกตั้ง 2 แบบ คือ 1. สมัครไม่ได้ 2. สมัครได้แต่ลงคะแนนไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะ เพราะไม่เป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการจัดการเลือกตั้ง 2 ครั้งในคราวเดียวกัน ทำให้ประชาชนรู้ผลล่วงหน้า กกต. สามารถนับคะแนนใหม่ได้ แต่ไม่สามารถสั่งให้โมฆะหน่วยนั้นแล้วเลือกตั้งใหม่ได้

ชี้สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย ขัดรัฐธรรมนูญ

ปัจจุบัน กกต. ได้สั่งเลือกตั้งใหม่ในหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร เขต 15 หน่วย 9 พื้นที่ จังหวัดน่าน เขต 1 หน่วย 3 พื้นที่ จังหวัดอุดรธานี เขต 6 หน่วย 4 และล่าสุดอีก 1 หน่วย รวมเป็น 3 หน่วยที่ถูกสั่งใหม่ นายมงคลกิตติ์ ชี้ว่าการสั่งแบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญทันที หากต้องการให้การเลือกตั้งไม่โมฆะ ควรสั่งนับคะแนนใหม่เท่านั้น ไม่ใช่เลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม การกระทำของ กกต. จึงอาจนำไปสู่การวินิจฉัยว่า มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ได้

กรณีนี้เกี่ยวข้องกับมาตรา 101 และมาตรา 209 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรง ลับ ทั่วไป เท่าเทียม และโดยอิสระ หากมีหน่วยใดไม่ครบถ้วนหรือจัดการต่างกัน จะถือว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วยอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะเมื่อประชาชนในหน่วยอื่นลงคะแนนไปแล้ว

  • พื้นที่กรุงเทพฯ เขต 15: 9 หน่วย
  • จ.น่าน เขต 1: 3 หน่วย
  • จ.อุดรธานี เขต 6: 4 หน่วย
  • หน่วยเพิ่มล่าสุด: 1 หน่วย

ประเด็นบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและ TOR

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังเตรียมร้องศาลปกครองใน 1-2 วัน เรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ไม่เป็นความลับ เพราะมีการไลฟ์สดการลงคะแนนล่วงหน้า และส่งบัตรทางไปรษณีย์ผ่านหลายหน่วยงาน ซึ่งขัดหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ กกต. ออกระเบียบเกินอำนาจ ทำให้บัตรเหล่านั้นไม่ถูกต้อง

อีกประเด็นคือการจัดซื้อจัดจ้างบัตรเลือกตั้ง โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จัดแบบเฉพาะเจาะจง นายมงคลกิตติ์ จี้ให้เปิดเผย Terms of Reference (TOR) ว่ามีการกำหนดพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าบัตรไม่ใช่การลงคะแนนลับ ผู้รับผิดชอบจะต้องรับผิดด้วย จึงฝากให้รักษาสุขภาพ

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างการเลือกตั้งไทยที่ยังมีช่องโหว่ การยื่นร้องของนายมงคลกิตติ์ ไม่เพียงท้าทายผลเลือกตั้ง แต่ยังเรียกร้องความโปร่งใสจาก กกต. และศาล หากศาลรับคำร้อง อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ สร้างความปั่นป่วนทางการเมืองครั้งใหญ่

จากประสบการณ์เลือกตั้งปี 2557 ที่โมฆะเพราะ กปปส. ปิดหน่วย ครั้งนี้คล้ายกันแต่เป็นการสั่งใหม่จาก กกต. เอง ซึ่งอาจร้ายแรงกว่าเพราะมาจากผู้รับผิดชอบหลัก ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายการเมืองมองว่ามีโอกาสสูงที่ศาลจะรับพิจารณา เพราะหลักกฎหมายชัดเจน

สุดท้าย มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องสะอาด 100% หากไม่ ประชาธิปไตยไทยจะสั่นคลอน คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? เชื่อว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ชี้สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย ขัดรธน.

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจง กกต.ดำเนินคดี

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะมีเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนในแวดวงการเมืองไม่ควรพลาด นั่นคือ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่มีปัญหาบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับอีกต่อไป

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เผยถึงปัญหานี้ โดยชี้ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้คะแนนย้อนกลับไปรู้ได้ว่าใครเลือกใคร ซึ่งขัดกับหลักการเลือกตั้งโดยลับ ขอบคุณนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ตั้งคำถามเรื่องระเบียบการเก็บบัตรของ กกต. เดิมที กกต. อ้างว่าแยกเก็บบัตรกับต้นขั้วเพื่อความปลอดภัย แต่ระเบียบจริงระบุว่าสุดท้ายต้องนำมารวมกันในหีบบัตรเดียว ทำให้ความลับหายไป

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเวลา 10.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือพิจารณากรณีที่ กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี เชิญบุคคลสำคัญหลายรายมาชี้แจง ได้แก่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต., ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี, น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจง เพื่อความโปร่งใส

ประเด็นหลักคือระบบบาร์โค้ดที่ถูกวิจารณ์ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ การเลือกตั้งโดยลับไม่ได้หมายถึงแค่ตอนอยู่ในคูหาเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมถึงการไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ หากรู้ได้ว่าใครเลือกใคร จะเปิดช่องให้เกิดการซื้อเสียง การกดดัน หรือการควบคุมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะทำลายความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งทั้งหมด

  • ปัญหาบาร์โค้ด: บัตรเลือกตั้งมีรหัสบาร์โค้ดที่เชื่อมโยงกับผู้ลงคะแนนได้
  • การเก็บบัตร: ระเบียบ กกต. สั่งรวมบัตรกับต้นขั้วในที่สุด
  • ผลกระทบ: ประชาชนที่ร้องเรียนถูกดำเนินคดี แทนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • การประชุม: เพื่อสอบถาม กกต. และปกป้องสิทธิผู้ร้อง

กรณีชลบุรี เขต 1 นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาที่เกิดขึ้น ประชาชนออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่เพราะสงสัยในผล แต่กลับถูก กกต. ดำเนินคดี ซึ่งอาจเป็นการกลบเกลื่อนปัญหาจริง สว. จึงเข้าแทรกแซงเพื่อตรวจสอบ

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่สัมพันธ์กับประชาธิปไตยของไทย การเลือกตั้งต้องโปร่งใสและลับมิดชิด หากระบบมีช่องโหว่แบบนี้ ประชาชนจะไว้วางใจได้อย่างไร ในอนาคต กกต. ควรปรับปรุงระเบียบให้ชัดเจน เช่น ทำลายบาร์โค้ดก่อนเก็บบัตร หรือแยกหีบอย่างถาวร

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองจากนักกฎหมายที่ชี้ว่าการดำเนินคดีกับผู้ร้องอาจขัดรัฐธรรมนูญ ในมาตราเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออก การประชุมของ กมธ.ฯ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะหาทางออก

สุดท้ายแล้ว กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ระบบเลือกตั้งดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามผลการประชุมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ ชวนแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบมากขึ้น!

ที่มา – กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่

เลขาฯ กกต. แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งยังลับ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกัน นั่นคือ เลขาฯ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบนบัตร ยืนยัน การออกเสียงของประชาชนยังเป็นความลับ นะครับ หลังจากมีภาพบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อหลุดออกมา พร้อมบาร์โค้ดที่ทำให้หลายคนตั้งคำถาม ว่ามันจะกระทบความลับในการลงคะแนนหรือเปล่า? อย่าตกใจไปก่อนเลย เพราะเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ “แสวง บุญมี” ได้ออกมาชี้แจงแบบชัดเจนแล้ว รับรองว่าการออกเสียงของคุณยังเป็นความลับ 100% แน่นอน

เลขาฯ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบนบัตร ยืนยัน การออกเสียงของประชาชนยังเป็นความลับ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.48 น. นายแสวง โพสต์ภาพบัตรเลือกตั้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อยืนยันหลักการสำคัญ 2 อย่าง คือ “การออกเสียงโดยตรงและลับ” และ “ความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งทั้งหมดอ้างอิงจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ของสหประชาชาติ พูดง่าย ๆ คือ คุณลงคะแนนด้วยตัวเอง และไม่มีใครรู้ว่าคุณเลือกใคร ย้ำเลยนะว่าบาร์โค้ดไม่ได้มาเพื่อละเมิดความลับนี้

หลักการสำคัญที่ต้องรู้ก่อน

  • หลักการโดยตรงและลับ: คุณไปลงคะแนนเอง ไม่มีตัวแทน และไม่มีใครแอบดูได้ ตามสิทธิทางการเมืองสากล
  • หลักการความปลอดภัย: ป้องกันบัตรปลอม ใช้บัตรซ้ำ หรือข้ามเขต เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม

บาร์โค้ดถูกนำมาใช้เพื่อเสริมหลักความปลอดภัยเท่านั้น โดยไม่กระทบหลักลับเลย เช่น ช่วยติดตามบัตรว่ามาจากหน่วยไหน จ่ายโดยใคร แต่ข้อมูลการลงคะแนนจริง ๆ ถูกแยกออกมาแบบสุดยอด

ลองนึกภาพดูนะครับ ตั้งแต่คุณไปแสดงตัวรับบัตร เข้าคูหา หย่อนลงหีบ จนถึงนับคะแนนและเก็บรักษา ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้ตรวจสอบข้ามกันได้ แต่แยกส่วนชัดเจน เช่น

  • เก็บบัตร ต้นขั้วบัตร และบัญชีผู้ใช้สิทธิ ในถุงแยก รัดสาย แล้วเก็บคนละหีบ
  • ใช้บุคลากรต่างชุด เช่น กรรมการประจำหน่วย (กปน.) รับบัตรโดยอนุอำเภอ จัดเก็บโดยสำนักงาน กกต.จังหวัด

บาร์โค้ดกระทบการออกเสียงลับหรือไม่?

คำถามยอดฮิต: ถ้าถ่ายรูปบัตรที่มีบาร์โค้ด จะรู้ได้ไหมว่าลงคะแนนให้ใคร? คำตอบคือ ไม่รู้แน่นอน! เพราะบาร์โค้ดแค่บอกข้อมูลบัตรเปล่า เช่น หน่วยไหน จ่ายโดยใคร แต่หลังลงคะแนน บัตรจริง ต้นขั้ว และรายชื่อถูกเก็บแยก ไม่มีใครเข้าถึงได้ ถ้าจะเปิดต้องมีคำสั่งศาลเท่านั้น และเปิดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน ไม่เปิดหมด

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามี กปน. หรือใครพยายามถ่ายรูปบัตร ถือเป็นเจ้าหน้าที่กระทำผิด ทำให้เลือกตั้งไม่สุจริต บาร์โค้ดช่วยติดตามได้ทันทีว่าบัตรจากไหน จ่ายโดยใคร ปัจจุบันมี 2 รายที่กำลังตรวจสอบแล้วครับ

สรุปคือ เลขาฯ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบนบัตร ยืนยัน การออกเสียงของประชาชนยังเป็นความลับ แบบแยกชัดเจน ไม่ต้องกลัวเลย กระบวนการทั้งหมดป้องกันการทุจริตได้ดีเยี่ยม

ในฐานะประชาชนอย่างเรา ๆ ควรศึกษาให้เข้าใจ เพื่อความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ามีข้อสงสัย ลองไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก กกต. นะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ รับรู้ด้วยกัน ช่วยให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น!

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งคือสิทธิของคุณ ใช้สิทธิอย่างมีสติ แล้วอนาคตของประเทศจะสดใสแน่นอน

ที่มา – เลขาฯ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบนบัตร ยืนยัน การออกเสียงของประชาชนยังเป็นความลับ

Scroll to top