แอปเป๋าตัง

ไทยเที่ยวไทยพลัส เคาะมาตรการจ่ายเท่าเทียมทั่วประเทศ

ข่าวดีสำหรับสายเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว! เมื่อไม่นานมานี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าสำคัญจากการประชุม กรอ.ท่องเที่ยว ซึ่งมีมติเห็นชอบเตรียมลุยโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เจาะลึกโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กับความเท่าเทียมที่ทุกคนเข้าถึงได้

จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของ ไทยเที่ยวไทยพลัส ในครั้งนี้ คือการใช้ระบบ Co-Payment หรือรัฐร่วมจ่าย โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลักหรือเมืองรองเด็ดขาด ทุกจังหวัดทั่วไทยจะได้สิทธิ์การอุดหนุนในอัตราเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยหรือ "คนตัวเล็ก" ในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว ให้สามารถลืมตาอ้าปากและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

เปิดกลยุทธ์ ไทยเที่ยวไทยพลัส และแนวทางเที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน

นอกจากมาตรการรัฐร่วมจ่ายแล้ว ทางกระทรวงยังได้รับข้อเสนอโครงการ "เที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน" จากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนโดยตรงผ่านกลไกของบริษัทนำเที่ยว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การกระจายรายได้: ใช้บริษัทนำเที่ยวเป็นตัวกลางพาคนไปเที่ยวถึงระดับชุมชน
  • ความร่วมมือกับ อพท.: สนับสนุนพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • เป้าหมายหลัก: สร้างโครงสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั่วไทย

หากโครงการนี้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศที่ทางกระทรวงเตรียมผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) และสายการบิน เพื่อสร้างกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกควบคู่ไปกับการสนับสนุนตลาดในประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

ในมุมมองของผู้ประกอบการ การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการแบบเท่าเทียมไม่แบ่งเมืองหลักเมืองรอง นับเป็นโอกาสทองของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดรองที่จะได้โชว์ศักยภาพและดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า นี่คือความหวังใหม่ที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปสู่ความยั่งยืนได้มากขึ้น ใครที่เป็นสายเที่ยวเตรียมตัววางแผนเก็บกระเป๋ากันไว้ได้เลย เพราะความสนุกและการสนับสนุนดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ที่มา – “สุรศักดิ์” ถก กรอ.ท่องเที่ยว เคาะลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จ่ายเท่าเทียมไม่แบ่งเมืองหลัก-เมืองรอง

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ข่าวดีสำหรับคอท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ เมื่อล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยข่าวดีว่า กระทรวงการคลังได้ไฟเขียวอนุมัติงบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงิน เพื่อเดินหน้าโครงการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

รายละเอียดและเป้าหมายของโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส

สำหรับการดำเนินงานในโครงการนี้ จะมีการใช้วงเงินประมาณ 1,750-2,000 ล้านบาท โดยดึงมาจากงบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ทำให้การขับเคลื่อน “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เกิดขึ้นได้จริงตามเป้าหมาย โดยรูปแบบหลักจะเน้นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายและตรวจสอบความโปร่งใสได้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้:

  • รูปแบบการสนับสนุนเป็นแบบรัฐร่วมจ่าย (Co-payment) สูงสุด 3,000 บาทต่อการจอง
  • ตั้งเป้าสนับสนุนจำนวน 5 แสนสิทธิเพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียน
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวฯ และกระทรวงการคลังเพื่อวางระบบให้พร้อมใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกและเงื่อนไขการใช้จ่ายนั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเร่งหารือกับทางภาคเอกชนและผู้ประกอบการอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มาตรการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง ตอบโจทย์การใช้งานจริงและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซันให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้กว่า 56,000 ล้านบาท

สิ่งที่น่าจับตาสำหรับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวอื่นๆ

แม้โครงการหลักอย่างไทยเที่ยวไทยพลัสจะได้รับไฟเขียวแล้ว แต่ในส่วนของมาตรการอื่นๆ เช่น โครงการ Fly Thai All the Feelings หรือ Thailand Air Connect ที่เน้นเรื่องตั๋วเครื่องบินนั้น อาจจะต้องรอใช้งบประมาณในปี 2570 ต่อไป เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านแหล่งงบประมาณ ซึ่งในประเด็นนี้ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์สูงสุดอย่างทั่วถึง

โดยสรุปแล้ว การผลักดันโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหวังให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกดรับสิทธิและออกไปท่องเที่ยวทั่วไทยกันครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ประชาชนยื่นทบทวนสิทธิบัตรคนจนแล้ว 4.1 ล้านราย รัฐเร่งช่วย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญสำหรับใครที่กำลังรอคอยสวัสดิการจากทางรัฐบาล ล่าสุดมีการรายงานว่าตอนนี้มี ประชาชนยื่นทบทวนสิทธิบัตรคนจนแล้ว 4.1 ล้านราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร โดยทางรัฐบาลได้เน้นย้ำว่าไม่อยากให้ใครต้องตกหล่นหรือเสียสิทธิที่ควรได้รับไปอย่างน่าเสียดายครับ

ประชาชนยื่นทบทวนสิทธิบัตรคนจนแล้ว 4.1 ล้านราย เร่งมือก่อนปิดระบบ

หลายคนอาจจะกำลังสับสนว่าต้องทำอย่างไรต่อ สำหรับใครที่เช็กสถานะแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ไม่ต้องกังวลไปครับ รัฐบาลเปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันคือมีผู้ยื่นไปแล้วกว่า 4.1 ล้านราย ซึ่งโครงการนี้ตั้งเป้าหมายที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ทั่วถึงที่สุด หากคุณยังไม่ได้ดำเนินการ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ต้องรีบเร่งก่อนที่ระบบจะปิดในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ครับ

ช่องทางและขั้นตอนการจัดการสิทธิ

นอกจากเรื่องการทบทวนสิทธิแล้ว สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์แต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน (e-KYC) ก็ต้องรีบดำเนินการเช่นกัน เพราะจากข้อมูลพบว่ายังมีผู้ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนอีกเกือบ 1 ล้านคน ซึ่งการยืนยันตัวตนนั้นง่ายมาก สามารถทำผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” หรือ “เป๋าตัง” ได้เลย หรือถ้าใครไม่สะดวกเทคโนโลยี ก็สามารถไปที่สาขาธนาคารของรัฐ หรือศูนย์ One Stop Service ประจำอำเภอได้ทุกแห่งครับ

  • ตรวจสอบสถานะผ่านเว็บไซต์โครงการ
  • ยื่นทบทวนสิทธิผ่านแอปพลิเคชันหรือที่ว่าการอำเภอ
  • ยืนยันตัวตน (e-KYC) เพื่อรับสิทธิให้สมบูรณ์

รัฐบาลยืนยันว่าได้เตรียมเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือประชาชนในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้ง่ายๆ ก็มีศูนย์ช่วยเหลือรองรับไว้พร้อม ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่เป็นหรือไม่มีคนแนะนำครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายรีบเข้าไปเช็กสิทธิของตัวเองให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนเลยกำหนด เพราะสิทธินี้ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ดีทีเดียวครับ หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานใกล้บ้านได้ทันที ขอให้ทุกคนได้รับสิทธิกันอย่างถ้วนหน้านะครับ!

ที่มา – ประชาชนยื่นทบทวนสิทธิบัตรคนจนแล้ว 4.1 ล้านราย รัฐเร่งช่วยยืนยันตัวตน–ทบทวนสิทธิ ไม่ปล่อยเสียโอกาส

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เงื่อนไขล่าสุด เริ่ม 1 ต.ค. 69

รายละเอียด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 กับการอัปเดตครั้งสำคัญ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับใครที่กำลังรอคอยความชัดเจนเกี่ยวกับ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ซึ่งล่าสุดทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและทั่วถึงครับ

สำหรับใครที่เป็นผู้ถือบัตรฯ รายเดิมอยู่ ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะทางรัฐบาลขยายเวลาให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมเลยครับ ส่วนโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 นั้น มีเป้าหมายหลักคือการปรับปรุงฐานข้อมูลให้แม่นยำและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ครับ

หลักเกณฑ์ใหม่และการทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นธรรม ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติให้ยืดหยุ่นขึ้น ดังนี้ครับ:

  • นักเรียน นักศึกษา ไม่นับรวมผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบ
  • ปรับปรุงเกณฑ์หุ้นส่วนบริษัทไม่ให้กระทบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม
  • เกณฑ์รถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีอายุเกินกำหนด จะได้รับการพิจารณาใหม่โดยมุ่งเน้นรถที่มีมูลค่าสูงหรือรถสะสมเป็นหลัก

หากใครที่ยังกังวลเรื่องสถานะของตนเอง สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ทางการ, แอปพลิเคชันเป๋าตัง, แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือเดินทางไปที่จุดรับลงทะเบียน 5 ธนาคารหลักทั่วประเทศครับ

การปรับปรุงในครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามเข้ามาดูแลและลดภาระของประชาชนอย่างจริงจังครับ สำหรับท่านใดที่ต้องยืนยันตัวตน e-KYC หรือต้องการแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม อย่าลืมรีบดำเนินการภายในกำหนดการนะครับ เพราะการเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยให้กระบวนการอนุมัติสิทธิเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเสียเวลาไปหลายรอบครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมแนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ One Stop Service ในพื้นที่ของท่านได้เลยครับ

ที่มา – “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” เงื่อนไขล่าสุด เริ่มรับสิทธิพร้อมกัน 1 ตุลาคม 2569

“อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลยังไม่ควรตัดสิทธิใคร ระหว่างทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงมีความท้าทาย เรื่องสวัสดิการจากภาครัฐถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ช่วยประคองชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ “อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลยังไม่ควรตัดสิทธิใคร ระหว่างทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระที่เกิดจากความไม่ชัดเจนของเกณฑ์การคัดเลือก

“อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลยังไม่ควรตัดสิทธิใคร ระหว่างทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาย้ำชัดถึงประเด็นการจัดสรรสวัสดิการของรัฐ โดยระบุว่าในระหว่างที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงและทบทวนเกณฑ์ต่างๆ รัฐบาลควรชะลอการตัดสิทธิผู้ถือบัตรเดิมออกไปก่อน เพื่อป้องกันความสับสนและความเดือดร้อนของประชาชน หลายครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้วไม่ควรต้องมาเผชิญกับภาระการยื่นอุทธรณ์ที่ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น

ทำไมรัฐบาลต้องเร่งสะสางเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ปัญหาที่ผ่านมามักเกิดจากเกณฑ์การคัดเลือกที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น กรณีการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์หรือเงื่อนไขการศึกษา กศน. ที่อาจไม่ได้สะท้อนถึงระดับรายได้ที่แท้จริง นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวเสริมว่าแนวคิดที่ว่า “อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลยังไม่ควรตัดสิทธิใคร ระหว่างทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นั้นมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปตั้งหลัก สะสางฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องแม่นยำเสียก่อน ก่อนที่จะประกาศตัดสิทธิบุคคลใดๆ ออกจากโครงการ

  • การตรวจสอบข้อมูลหน่วยงานรัฐต้องมีความชัดเจนและเป็นธรรม
  • ไม่ควรสร้างภาระให้ประชาชนต้องยุ่งยากในการยื่นอุทธรณ์สิทธิ
  • รัฐบาลควรมีความรอบคอบก่อนบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ที่กระทบคนจำนวนมาก

ความเห็นในครั้งนี้ถือเป็นการเตือนสติที่สำคัญ เพื่อให้กลไกของรัฐเป็นที่พึ่งให้คนยากจนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นอุปสรรคที่เพิ่มความทุกข์ร้อนให้ประชาชน เราหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังเสียงสะท้อนนี้และนำไปปฏิบัติเพื่อสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืนต่อไป

หากภาครัฐปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบข้อมูลให้ดีขึ้น เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถลดความผิดพลาดและรักษาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยได้อย่างตรงจุดที่สุด

ที่มา – “อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลยังไม่ควรตัดสิทธิใคร ระหว่างทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

มท. สั่งกำนัน-ผญบ.-นอภ. ตรวจสอบสภาพบ้าน-รถประชาชน ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยอุทธรณ์บัตรคนจน

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่กำลังลุ้นเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐคงได้ทราบข่าวดีกันแล้ว เมื่อล่าสุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเผยถึงนโยบายสำคัญที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ โดยเฉพาะนโยบาย มท. สั่งกำนัน-ผญบ.-นอภ. ตรวจสอบสภาพบ้าน-รถประชาชน ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยอุทธรณ์บัตรคนจน เพื่อให้การคัดกรองมีความเที่ยงธรรมและเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

มท. สั่งกำนัน-ผญบ.-นอภ. ตรวจสอบสภาพบ้าน-รถประชาชน ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยอุทธรณ์บัตรคนจน

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการทำงานของภาครัฐให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่นำไปประกอบการอุทธรณ์ถูกต้องที่สุด ทางกระทรวงจึงเน้นย้ำถึงแนวทางสำคัญดังนี้:

  • กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ จะลงพื้นที่ตรวจสภาพความเป็นอยู่จริง
  • มีการบันทึกภาพถ่ายสภาพบ้านและยานพาหนะเก็บไว้เป็นพยานหลักฐาน
  • นำภาพถ่ายประกอบการยืนยันข้อมูล กรณีรถยนต์เก่าที่ใช้การไม่ได้หรือสภาพบ้านที่ไม่สมบูรณ์ตามเกณฑ์
  • ตรวจสอบการแอบอ้างชื่อในบัญชีต่างๆ หรือนอมินี เพื่อปกป้องสิทธิ์ของประชาชน

มาตรการคัดกรองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

หลายคนอาจจะกังวลว่ากระบวนการจะมีความลำเอียงหรือไม่ แต่ทางรัฐมนตรีได้กำชับชัดเจนว่า มท. สั่งกำนัน-ผญบ.-นอภ. ตรวจสอบสภาพบ้าน-รถประชาชน ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยอุทธรณ์บัตรคนจน เพื่อป้องกันการใช้ชื่อญาติพี่น้องโดยมิชอบ โดยการถ่ายภาพหลักฐานจะเป็นตัวตัดสินที่สำคัญที่สุด ช่วยให้การตรวจสอบของกระทรวงการคลังเป็นไปอย่างแม่นยำและไม่ตกหล่นผู้ที่มีความยากจนจริงๆ

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการอุทธรณ์สิทธิ์ สามารถติดต่อที่ว่าการอำเภอหรือพื้นที่ที่สะดวกได้เลยครับไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม ทางรัฐบาลพยายามขยายไทม์ไลน์เพื่อให้ทุกคนเตรียมเอกสารได้อย่างครบถ้วนที่สุด การดูแลประชาชนถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องการแก้ไขปัญหาให้จบสิ้นไปเพื่อให้คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ

ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้สวัสดิการของรัฐกระจายไปถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยให้พี่น้องที่ตกหล่นได้รับสิทธิ์กันถ้วนหน้านะครับ

ที่มา – มท. สั่งกำนัน-ผญบ.-นอภ. ตรวจสอบสภาพบ้าน-รถประชาชน ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยอุทธรณ์บัตรคนจน

ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร.

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับประเด็นร้อนทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร. หลังจากที่มีปัญหานักเรียนนักศึกษานอกระบบต้องลาออกจากการเรียนเพียงเพื่อรักษาสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรรู้ครับ

ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อกรณีที่นักศึกษาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยอมทิ้งการเรียนเพื่อสิทธิ์สวัสดิการ โดยท่านเตรียมนำเรื่อง ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร. เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของประเทศ

ทำไมเรื่อง ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร. ถึงสำคัญ?

  • คุ้มครองสิทธิ์ผู้เรียน: รัฐบาลต้องการให้แน่ใจว่าการได้รับสวัสดิการจะไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเอง
  • ลดอัตราการหลุดออกจากระบบ: การดึงนักศึกษาที่ลาออกไปแล้วให้กลับเข้ามาเรียนใหม่คือภารกิจเร่งด่วน
  • ความเป็นธรรม: นักศึกษา สกร. มีความหลากหลายของช่วงวัย การใช้เกณฑ์เดิมอาจไม่ครอบคลุมครบทุกมิติ

นอกจากนี้ นายประเสริฐยังได้ย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานงานกับกระทรวงการคลังเพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน โดยผู้ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ไม่ควรหมดหวัง เพราะภาครัฐกำลังเร่งแก้ไขหลักเกณฑ์ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากที่สุด ทั้งนี้ ข้อมูลของนักศึกษา สกร. กว่า 200,000 คนกำลังถูกนำมาพิจารณาเพื่อจัดทำข้อเสนอใหม่นำเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อให้เกิดการปลดล็อกในประเด็นนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคม และพยายามปรับนโยบายให้ทันสมัยสอดคล้องกับความเป็นจริง หากการแก้ไขเกณฑ์นี้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าไม่มีใครควรถูกตัดโอกาสทางการศึกษาเพียงเพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สำหรับใครที่อยู่ในกลุ่มนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากทาง สกร. อย่างใกล้ชิด เพราะโอกาสที่คุณจะได้รับสิทธิ์ทั้งสองอย่างพร้อมกันอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ครับ

ที่มา – “ประเสริฐ” เตรียมแจง ครม. ขอปรับแก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกตัดสิทธินักศึกษา สกร.

DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากโครงการภาครัฐ คงตกใจไม่น้อยเมื่อทราบผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ที่เพิ่งประกาศออกมา เพราะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่พลาดสิทธิ์เพียงเพราะชื่อไปปรากฏว่าถือหุ้นหรือเป็นกรรมการบริษัท แต่ข่าวดีคือตอนนี้ทาง DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท เพื่อให้ทุกคนสามารถนำหลักฐานไปยื่นอุทธรณ์ได้ทันเวลาครับ

DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท

จากการที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 9 ล้านราย และมีจำนวนถึง 139,804 รายที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะสาเหตุเรื่องการถือหุ้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงต้องเร่งมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยอธิบดีกรมฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง เพื่อให้ท่านสามารถไปใช้สิทธิ์อุทธรณ์กับกระทรวงการคลังได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้

ทำไมต้องรีบดำเนินการเมื่อพบว่ามีชื่อถือหุ้น?

การที่ DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท เป็นโอกาสทองในการรักษาสิทธิ์ของท่าน ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า มีผู้สมัครจำนวน 139,804 รายที่มีชื่ออยู่ในระบบธุรกิจ ดังนี้:

  • เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน จำนวน 41,007 ราย
  • เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด จำนวน 98,797 ราย

หากท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้มีรายได้จริงตามเกณฑ์ที่ถูกตัดสิทธิ์ การขอหนังสือรับรองผลการตรวจสอบจากกรมฯ จะเป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์ให้ผ่านได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการขอตรวจข้อมูลแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับใครที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ขอให้สบายใจได้เลยครับ เพราะการที่ DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท นั้นเป็นการบริการประชาชนโดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพียงแค่ท่านเตรียมเอกสารหรือบัตรประชาชนไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้าน หรือสำนักงานเขตของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในกรุงเทพฯ ท่านก็จะได้รับเอกสารเพื่อนำไปใช้ประกอบการอุทธรณ์ทันที อย่าลืมนะครับว่าสิทธิ์เป็นของท่าน หากเรามั่นใจว่าเรามีคุณสมบัติครบถ้วน อย่าปล่อยให้ข้อผิดพลาดทางข้อมูลมาพรากสิทธิ์ที่เราควรได้รับไปครับ รีบไปดำเนินการก่อนหมดเขตวันที่ 31 กรกฎาคมนี้กันนะครับ

ที่มา – DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท

พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย.

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังรอคอยความชัดเจนเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐ! ล่าสุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอ พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. เพื่อให้โอกาสประชาชนที่พลาดสิทธิหรือติดขัดเรื่องเอกสารได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนมากขึ้น

พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. พร้อมตั้งศูนย์ One Stop Service

ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจจะไม่สะดวกในการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ รัฐบาลจึงไม่ได้นิ่งนอนใจและสั่งการให้มีการตั้งศูนย์ One Stop Service ขึ้นในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถมายื่นอุทธรณ์ได้โดยตรงที่ที่ว่าการอำเภอ หรือผ่านกลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

มาตรการใหม่ช่วยตรวจสอบกรณีถูกสวมชื่อหรือบัญชีม้า

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือกรณีที่ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าชื่อของตนเองถูกนำไปใช้ในทางธุรกิจ หรือถูกสวมชื่อเป็นกรรมการบริษัทโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. นี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายเวลา แต่ยังเป็นโอกาสในการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง โดยทางกระทรวงพาณิชย์และตำรวจจะเข้ามาร่วมตรวจสอบเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกโจรกรรมข้อมูลหรือถูกเปิดบัญชีม้าอย่างไม่เป็นธรรม

  • บริการ One Stop Service ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง
  • การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปรับเรื่องถึงในหมู่บ้าน
  • เน้นตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกับความเป็นจริง
  • เปิดช่องทางแจ้งเหตุถูกนำชื่อไปสวมสิทธิประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้สั่งการให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิที่ควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าที่ได้รับสนับสนุนเดือนละ 315 บาท หรือการใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไข สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบนี้ ก็ยังมีโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ไว้รองรับการช่วยเหลือเบื้องต้นจากภาครัฐอีกด้วย

ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลพยายามปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตจริงของประชาชนมากขึ้น หากใครที่ยังดำเนินการไม่เรียบร้อย แนะนำให้รีบเตรียมเอกสารและสอบถามข้อมูลที่ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรักษาสิทธิของท่านให้ครบถ้วนก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดครับ

ที่มา – “พลพีร์” เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. ตั้งศูนย์ One Stop Service ทุกอำเภอ

Scroll to top