โครงการคนละครึ่งพลัส

อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา เดินถนนคนเดินสิงห์บุรี โชว์ลูกคอร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ส่งกำลังใจให้ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมสวมบท “เชฟหนู” ผัดข้าวคลุกกะปิจานทอง – ไก่ผัดเม็ดมะม่วง

วันที่ 10 ต.ค. 2568 เมื่อเวลา 20:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พาคณะพบปะประชาชน ที่ถนนคนเดินจังหวัดสิงห์บุรี ภายหลังลงพื้นที่ ตรวจราชการน้ำท่วม 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยนาท และสิงห์บุรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มุ่งหน้ามาที่ร้านนมร้อน “อู๊ด นมสด” ที่อยู่ในตลาดคนเดินสิงห์บุรี พร้อมบอกว่า ตั้งใจจะมากินมากๆ ก่อนจะขอเหมาเมนูในร้านให้กับคณะผู้ติดตาม

นายกรัฐมนตรี ยังได้โชว์สกิล “เชฟหนู” ผัดข้าวคลุกกะปิ ซึ่งเป็นเมนูจานทอง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยาคอยเป็นลูกมือในการจัดจาน และใส่เครื่องเคียง

จากนั้น นายอนุทิน ได้ร่วมร้องเพลงกับชมรมรักสุนทราภรณ์สิงห์บุรี ในเพลง “ทาสเทวี” พร้อมเต้นรำกับผู้สูงอายุ ก่อนที่จะขอร้องต่ออีกเพลง โดยนายกฯ ขอร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” พร้อมระบุว่า “ขอร้องเพลงนี้ดังๆ ให้ไปถึงพี่น้องทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ไทย – กัมพูชา ซึ่งประชาชนร่วมร้องเพลง และเรียกเสียงตบมือ เพื่อปลุกความรักชาติ และสามัคคี

ภายหลังร้องเพลงเสร็จ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อ้ายมาช่วยแม่ค้าผัดไก่ผัดเม็ดมะม่วง ซึ่งในระหว่างนั้นมีประชาชนชาวสิงห์บุรี นำไก่จ้อ มาให้นายกรัฐมนตรีชิม ก่อนบอกว่าขอบคุณมากๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในการนำโครงการคนละครึ่งพลัส กลับมา และหลังจากนั้นก็เดินตลาดแวะถ่ายรูปกับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นกันเอง

อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร

กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นกันเองของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ สร้างความประทับใจให้กับชาวสิงห์บุรีเป็นอย่างมาก การที่นายกฯ อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกด้วย

อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหารชายแดน

การที่นายกฯ อนุทินเลือกที่จะสวมบทบาทเป็นทั้งเชฟและนักร้อง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะสร้างความสุขและกำลังใจให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ การที่ อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้นำประเทศ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่

นอกจากนี้ การที่นายกฯ อนุทินให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่พบปะประชาชน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่มีต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ การที่นายกฯ รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและมาตรการที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การที่นายกฯ อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับประชาชนและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนได้ ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน

ที่มา – “อนุทิน” ควง “จ๋า ธนนนท์” สวมบทเชฟ ก่อนร้องเพลงส่งกำลังใจให้ทหารชายแดน

“สิริพงศ์” โต้ข้อกล่าวหารัฐบาล “เป็ดง่อย” ไม่กังวลเสียงในสภาฯ

“สิริพงศ์” โต้ข้อกล่าวหารัฐบาล “เป็ดง่อย” ไม่กังวลเสียงในสภาฯ

ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดของประเทศไทย รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังเผชิญกับเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านที่เรียกว่ารัฐบาลนี้เป็น “รัฐบาลเป็ดง่อย” เนื่องจากมีเสียงข้างน้อยในสภา แต่ล่าสุด “สิริพงศ์” โต้ข้อกล่าวหารัฐบาล “เป็ดง่อย” ไม่กังวลเสียงในสภาฯ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่หวั่นไหวและมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อตอบโต้คำกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่มองว่ารัฐบาลชุดนี้ขาดความเข้มแข็งเพราะเสียงในสภาน้อย นายสิริพงศ์ย้ำชัดว่ารัฐบาลตระหนักถึงข้อจำกัดทั้งเรื่องเวลาและจำนวนสมาชิกสภา แต่กลับมองเป็นโอกาสในการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ผู้ชนะคือผู้ที่หาทางออกจากอุปสรรคได้

“สิริพงศ์” โต้ข้อกล่าวหารัฐบาล “เป็ดง่อย” ไม่กังวลเสียงในสภาฯ

การโต้แย้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเมืองที่ร้อนระอุ โดยนายสิริพงศ์ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ที่มีเสียงข้างมากในสภา บางครั้งกลับติดอุปสรรคจากความขัดแย้งภายใน จนทำให้ไม่สามารถผลักดันนโยบายได้ รัฐบาลชุดนี้จึงเลือกกลยุทธ์ที่แตกต่าง โดยมุ่งเน้นนโยบายที่สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาให้ยุ่งยาก

“เรารู้ดีว่าเวลาเหลือน้อย เพียง 4 เดือนตามข้อตกลงทางการเมือง และเสียงในสภาก็น้อย ดังนั้นเราจึงเลือกทำสิ่งที่เป็นไปได้จริง โดยหยิบนโยบายเก่าที่ดีมาปรับใช้เพื่อประชาชนโดยตรง” นายสิริพงศ์กล่าวอย่างหนักแน่น การตัดสินใจนี้ช่วยให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงความล่าช้าและมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

นโยบายที่รัฐบาลเดินหน้าได้ทันที

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการและจะเปิดให้ลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ โครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแผนต่อยอดนโยบายอื่นๆ จากรัฐบาลก่อน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในเวลาจำกัด

  • โครงการคนละครึ่งพลัส: ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน
  • นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล: ส่งเสริมการค้าออนไลน์โดยไม่ต้องรอกฎหมายใหม่
  • การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม: ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการป้องกันทันที

การเลือกนโยบายเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ “ง่อย” อย่างที่ถูกกล่าวหา แต่กลับฉลาดในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีจำกัด นายสิริพงศ์ยังย้อนแย้งว่ารัฐบาลเสียงข้างมากบางชุดเคยล้มเหลวเพราะความขัดแย้งภายใน ซึ่งเป็นบทเรียนที่รัฐบาลชุดนี้หลีกเลี่ยง

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงพลวัตทางการเมืองไทยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยฝ่ายค้านใช้คำว่า “เป็ดง่อย” เพื่อโจมตี แต่รัฐบาลตอบโต้ด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม ผู้ติดตามข่าวการเมืองควรจับตาการดำเนินนโยบายเหล่านี้ว่าจะนำพาประเทศไปในทิศทางใด

ในมุมมองของผู้เขียน การโต้ตอบของนายสิริพงศ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดูมั่นใจและมีประสิทธิภาพ แม้จะมีข้อจำกัด หากประชาชนได้รับผลประโยชน์จริง คำวิจารณ์เหล่านี้อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่

คุณคิดอย่างไรกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – “สิริพงศ์” โต้ข้อกล่าวหารัฐบาล “เป็ดง่อย” ไม่กังวลเสียงในสภาฯ

Scroll to top