โครงการคนละครึ่ง 2568

คนละครึ่งพลัส: ร้านค้าลงทะเบียนผ่านถุงเงินกรุงไทย

เปิดขั้นตอนการสมัครเป็น “ร้านค้าถุงเงิน” โหลดแบบฟอร์มลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 ต.ค. 68 

วันที่ 15 ต.ค. 68 วันแรกของการเปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้า ลงทะเบียน “ร้านค้าถุงเงิน” ในโครงการคนละครึ่งพลัส (โครงการฯ) ซึ่งจะสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 19 ต.ค.นี้  โดยมีรายละเอียดประเภทร้านค้า และการลงทะเบียนร้านค้า ดังนี้

  • ประเภทร้านค้าลงทะเบียน “ร้านค้าถุงเงิน”

1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้

1.1 ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

1.2 ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ

1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ

1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) 

ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้

2. เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้

2.1 ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

2.2 ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ

2.3 ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ 

ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้

3.1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

3.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น

3.3 เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)

3.4 เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3.5 ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5 

การสมัครใช้บริการ แอปฯ ถุงเงิน

  • มีบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันของธนาคารกรุงไทย
  • เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และยังประกอบกิจการอยู่
  • มีที่อยู่ที่ธนาคารสามารถติดต่อร้านค้าได้โดยตรง และมีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก

** เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด **

การลงทะเบียนร้านค้าถุงเงิน ในโครงการคนละครึ่งพลัส

1. กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” 

2. กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้าฯ ผู้ประกอบการบริการฯ หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ. กรุงไทยฯ)

3. กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย

ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 1 และข้อ 2 หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ (ไม่มีแบนเนอร์ “คนละครึ่ง พลัส” ขึ้นแสดงในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”) จะต้องได้รับการยืนยันว่าร้านค้ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย แล้วแต่กรณี ก่อน จึงนำใบสมัครไปยื่นผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย

ร้านค้าที่ต้องสมัครผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยเท่านั้น

  • ร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า/เทคโนโลยี
  • ธุรกิจนำเที่ยว/บริษัททัวร์
  • ธุรกิจค้าทอง/ทองคำรูปพรรณ
  • กลุ่มบริการด้านสุขภาพและการแพทย์
  • ธุรกิจค้าอัญมณี/เพชรพลอย
  • สถาบันการเงิน
  • การศึกษา
  • หน่วยงานรัฐบาล/องค์การมหาชน
  • องค์กร/สมาคม
  • หน่วยรับบริจาค

โดยสามารถตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการสมัครร้านค้าถุงเงินประเภทที่ต้องพิจารณา ตามเงื่อนไขของธนาคาร ที่นี่

วิธีสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้าใหม่

1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน
4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ
5. ร้านค้าได้รับผลพิจารณาผ่าน SMS
6. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่งพลัส จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่องไขโครงการ
8. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน
9. ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัคร สำหรับร้านค้า

  • โหลดที่นี่ แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้าที่ต้องได้รับการยืนยันการประกอบกิจการ (สำหรับกระทรวงมหาดไทย)
  • โหลดที่นี่ แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้าที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ (สำหรับธนาคารกรุงไทย)

ขั้นตอนการสมัครเป็น “ร้านค้าถุงเงิน” ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

  1. กรอกข้อมูลเข้าใช้งาน กรอกเลขบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเบอร์มือถือเข้าใช้งานถุงเงิน
  2. ยืนยันรหัส OTP ที่ถูกส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้
  3. กรอกข้อมูลร้านค้าที่สามารถติดต่อได้ และเลขบัญชีกรุงไทยที่ใช้รับเงิน
  4. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก่อนยืนยันสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน
  5. เริ่มใช้งานแอปฯ ถุงเงิน รับเงินด้วย QR พร้อมเพย์ได้ทันที

คนละครึ่งพลัส: ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับร้านค้า

  • ติดต่อเกี่ยวกับรายการรับเงินภาครัฐ และการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โทร. 0 2111 1111 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบสถานะลงทะเบียนร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  • สอบถามข้อมูลโครงการฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3510 3238 3313 3512 3532 หรือ 3502 ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าลืมตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมดาวน์โหลดแบบฟอร์มแบบฟอร์มลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า ผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com ให้ถูกต้อง เพื่อความสะดวกในการสมัคร

ที่มา – แบบฟอร์มลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า ผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com

เสียงสะท้อนร้านค้า วันแรกลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

เปิดเสียงสะท้อนจากร้านค้าต่างๆ ในวันแรกของการลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเดิมหลายรายบอกว่าการลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีก็สำเร็จ แต่ก็มีบางร้านที่ประสบปัญหาลงทะเบียนไม่ได้ ต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคาร จึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่ระบบ

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า ทั้งร้านค้าใหม่และร้านค้าเดิม ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

ลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

ที่ตลาดประตูเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประกอบการร้านค้าต่างให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” พากันเข้าแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อลงทะเบียนกันตั้งแต่เช้า ส่วนใหญ่บอกว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาอัปเดตและยืนยันข้อมูลไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จ

นางสาวสิริญา จำนงค์ภักดี แม่ค้าขายอาหารในตลาด กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาตั้งแต่แรก เมื่อมีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมอีก มองว่าจะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แม้จะไม่ยั่งยืน แต่ก็ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ส่วนการลงทะเบียนวันนี้ก็ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นานในการยืนยันตัวตน แอปฯ ไม่ค้างหรือสะดุด

จากการสำรวจตลาด ยังมีร้านค้าอีกหลายรายที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากกังวลเรื่องข้อมูลรายได้ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะยืนยันว่าจะไม่เก็บข้อมูลรายได้จากโครงการนี้ แต่หลายคนยังไม่ไว้ใจ กลัวจะมีการเปลี่ยนนโยบายภายหลัง จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ

ธนาคารกรุงไทย คนแน่น พ่อค้าแม่ค้าต่อคิวลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าร้านค้าต่างๆ มารอต่อคิวลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ

นายสถาพร วัฒนไพโรจน์รัตน์ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท เตรียมการรับมือโดยการแจกบัตรคิว ให้เจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและคำปรึกษาเพื่อความรวดเร็ว ส่วนใหญ่อยู่ที่พ่อค้าแม่ค้าลืมรหัสผ่านบ้าง โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้าง โทรศัพท์ตกรุ่นบ้าง หรือลืมถ่ายรูปร้านค้า ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้จะเป็นโครงการที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ไม่มากก็น้อย ลงทะเบียนไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะยังดีกว่าที่ผ่านมา เศรษฐกิจแย่มาก เพราะโครงการคนละครึ่ง รัฐช่วยจ่ายครึ่ง ประชาชนจ่ายครึ่ง เงินจะหมุนเวียน แต่ครั้งนี้ให้น้อย ก็ยังไม่แน่ใจว่าเงินจะหมุนเวียนมากน้อยแค่ไหน

ร้านค้าเดิมโวยเข้าไม่ได้ ฝากแก้ปัญหาที่ระบบ ดีกว่าให้ไปแออัดที่ธนาคาร

ที่จังหวัดขอนแก่น ร้านค้าส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทั้งร้านค้ารายเก่าและรายใหม่ ที่ร้านติมตูนไอติมโบราณ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณใกล้เคียงต่างพากันมาสอบถามและทำการติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” รวมทั้งการอัปเดตข้อมูล หรือการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งพบว่าบางรายสามารถยืนยันตัวตนและเข้าระบบได้ ในขณะที่บางรายไม่สามารถทำได้ ทั้งที่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐในมาตรการต่างๆ มาโดยตลอด

นางสาวฐิติญาณ จันทนภูผา เจ้าของร้านติมตูน ไอติมโบราณ ขอนแก่น กล่าวว่า ร้านตัดสินใจเข้าร่วมโครงการอีกครั้งเพื่อที่จะเสริมสภาพคล่องและมีรายได้จากโครงการดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาก็เข้าร่วมโครงการและมียอดการใช้จ่ายที่มากขึ้นกว่าปกติ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกมาจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมทันที และไม่กังวลเรื่องภาษีเพราะโดยส่วนตัวนั้นชำระอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางร้านที่ลงทะเบียนไม่ได้ ทั้งที่เคยร่วมโครงการกับรัฐบาลในเรื่องต่างๆ มาตลอด ซึ่งรัฐบาลก็ทราบว่าเริ่มเปิดให้ร้านค้าดำเนินการในวันนี้ ทำไมไม่เตรียมตัวให้พร้อม โครงการคนละครึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ ระบบเดิม ธนาคารเดิม แต่ก็ยังมีปัญหาคือร้านเดิมลงทะเบียนไม่ได้ และต้องไปติดต่อธนาคารเอง ลำพังร้านค้ารายใหม่ที่จะไปติดต่อกับธนาคารก็เยอะอยู่แล้ว และยังมีร้านเดิมที่มีปัญหาไปติดต่อกับธนาคารอีก จะยิ่งทำให้เกิดความแออัด อีกทั้งกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนร้านค้าเพียง 5 วัน (15-19 ตุลาคม) เท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่ระบบมากกว่า ว่าติดขัดตรงไหน เพื่อให้ร้านค้าสามารถอัปเดตข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที

ปัญหาที่พบในการลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

  • ร้านค้าบางรายไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ ถุงเงินได้
  • ร้านค้าต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหา
  • ระบบอาจมีปัญหาหรือเกิดข้อผิดพลาดในการยืนยันตัวตน
  • ระยะเวลาการลงทะเบียนที่จำกัด อาจทำให้เกิดความแออัด

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของระบบการลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าต่างๆ ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เสียงสะท้อนร้านค้า วันแรกลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

ลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่งพลัสผ่านแอปฯถุงเงิน

ร้านค้าเดิม ร้านค้าใหม่ สามารถลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568!

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการเปิดให้ ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งหวังจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยโครงการมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวนสิทธิสำหรับประชาชนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทจะหมดลง

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่จุดบูธของกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน และจะเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06:00 – 23:00 น.

ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

สำหรับร้านค้าถุงเงินที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ในปี 2565 และผ่านเกณฑ์ของโครงการแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงแค่อัปเดตแอปพลิเคชันถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และมองหาแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” แล้วกดเข้าไปได้เลย

หากไม่พบแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในแอปฯ ถุงเงิน ให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในฐานะ “ร้านค้าใหม่”

ขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าใหม่ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

  • สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
    1. เตรียมบัตรประชาชน
    2. รูปถ่ายร้านค้าที่เห็นรูปเจ้าของร้านขณะกำลังประกอบกิจการ
  • ร้านค้าบุคคลธรรมดา หรือวิสาหกิจชุมชน
    1. นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อยืนยันการประกอบกิจการจริง
  • ร้านค้านิติบุคคลรายย่อย หรือธุรกิจเฉพาะ
    1. นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อส่งตรวจข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ
  • นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่จุดบูธของกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สำหรับร้านค้าที่ยังไม่ได้เป็นร้านค้าถุงเงิน สามารถสมัครได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย หรือที่เว็บไซต์ www.ถุงเงินกรุงไทย.com จากนั้นกดสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน และเข้าร่วมโครงการฯ หรือ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

อย่ารอช้า! รีบลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน เพื่อรับโอกาสเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าของคุณในช่วงปลายปีนี้ โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับร้านค้าในการกระตุ้นยอดขายและสร้างความเติบโตทางธุรกิจ

ที่มา – ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าเดิม

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส: คู่มือร้านค้าใหม่และเงื่อนไข

“คนละครึ่งพลัส 2568” เริ่มแล้ววันแรก! เปิดลงทะเบียนร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. มาดูวิธีสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับ “ร้านค้าใหม่” พร้อมเงื่อนไขในการพิจารณาให้สิทธิกัน

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้เปิดให้ร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นนโยบายจากรัฐบาลเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และเพิ่มกำลังซื้อ รวมทั้งช่วยสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 มีจำนวนสิทธิสำหรับประชาชนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทจะหมด

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 68 โดยใช้งานผ่านแอปฯ ถุงเงิน

ภาพรวมระยะเวลาร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

ไทม์ไลน์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ปี 2568 สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี มีรายละเอียดดังนี้:

15 ต.ค. 68: เปิดลงทะเบียน “ร้านค้าใหม่” สมัครเข้าร่วมโครงการวันแรก

29 ต.ค. 68: ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิวันแรก

3 พ.ย. 68: เริ่มลงทะเบียน “ฟู้ดเดลิเวอรี”

7 พ.ย. 68: ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ

31 ธ.ค. 68: สิ้นสุดโครงการ

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถใช้จ่ายได้ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน

สำหรับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี สามารถใช้จ่ายได้ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. และต้องรับออร์เดอร์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 68 ก่อนเวลา 21:00 น.

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568 สำหรับร้านค้าใหม่

หากคุณเป็นร้านค้าใหม่และต้องการเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี่คือขั้นตอน:

  1. สมัครร้านค้าถุงเงิน
    • ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย
    • สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com
    • ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. สมัครเข้าร่วมโครงการ
    • ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร เพื่อยื่นสมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • กรอกใบสมัคร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ
    • นำเอกสารติดต่อเจ้าหน้าที่ตามหน่วยงานที่กำหนดเงื่อนไขของกลุ่มร้าน

ร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย

ร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับธนาคารกรุงไทย

  1. การอนุมัติเข้าร่วมโครงการ
    • นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ เพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 68
    • หากได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ จะแสดง “เมนูคนละครึ่งพลัส” บนแอปฯ ถุงเงิน
    • รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 – 23:00 น.

“คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเดิมไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ร้านค้าคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

  1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน
  3. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่งพลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
  4. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ
  5. สามารถใช้งานคนละครึ่งพลัส ได้ทันที

เปิดเงื่อนไขการพิจารณาร้านค้าร่วม “โครงการคนละครึ่ง 2568”

เงื่อนไขการพิจารณาร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส มีดังนี้:

1. ร้านค้ากลุ่มเดิม (ที่ผ่านเกณฑ์ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่)

  • ร้านค้าถุงเงินที่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 (ปี 2565) ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ร้านค้าธงฟ้าบุคคลธรรมดา ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ร้านค้าโครงการกรุงเทพแผงลอย ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ

2. ร้านค้ากลุ่มใหม่ ลงทะเบียนใหม่

ร้านที่ต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(1) ร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป
  • ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน
  • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
  • ร้านทำเล็บ ทำผม

(2) ร้านค้านิติบุคคล

  • ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน

มีเงื่อนไขดังนี้:

  • ต้องเป็นร้านค้าถุงเงินที่ได้รับการยืนยันการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของกระทรวงมหาดไทย/กทม.
  • นำแบบฟอร์มสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย/กทม. ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
  • สมัครร้านค้าถุงเงิน > ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย/กทม. > เจ้าหน้าที่รัฐยืนยันการประกอบกิจการ > ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธหรือสาขาธนาคารกรุงไทย

ร้านที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ

(1) ร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ร้านให้บริการนวด สปา
  • ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ แท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง, รถยนต์สามล้อ, รถสองแถว, รถจักรยานยนต์รับจ้าง

(2) ร้านค้านิติบุคคล

  • ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท (ยื่น ภ.ง.ด. 50 รอบบัญชี 67 ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 68) ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ
  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

มีเงื่อนไข ดังนี้

ร้านค้าถุงเงินที่ต้องตรวจสอบใบอนุญาตหรือใบขับขี่สาธารณะหรือตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐ ต้องนำแบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงไทย ไปยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สมัครร้านค้าถุงเงิน > ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงไทย > ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธหรือสาขาธนาคารกรุงไทย

ขั้นตอนดาวน์โหลดและติดตั้ง “แอปฯ ถุงเงิน”

  • เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play
  • รองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android 10+ และรองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS 15+ ขึ้นไป
  • พิมพ์ค้นหา “ถุงเงิน”
  • กดเลือกติดตั้ง

วิธีการสร้าง QR รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” 2568 ทำอย่างไร

  1. เลือกเมนู โครงการคนละครึ่งพลัส
  2. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
  3. เข้าสู่หน้าจอ ใส่จำนวนเงิน
  4. ระบุจำนวนเงิน และกดยืนยัน
  5. สร้าง QR รับเงิน เพื่อให้แอปฯ เป๋าตัง สแกน
  6. ได้รับแจ้งเตือน เมื่อลูกค้าสแกนสำเร็จ

การเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นโอกาสที่ดีสำหรับร้านค้าในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ อย่ารอช้า รีบสมัครเข้าร่วมโครงการกันได้เลย!

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” แนะคู่มือสำหรับร้านค้าใหม่ พร้อมเงื่อนไขการพิจารณา

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า 15 ต.ค. นี้

เตรียมตัวให้พร้อม! ร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” 2568 มาดูวิธีลงทะเบียนกันเลย! ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าใหม่ ร้านค้าคนละครึ่งเฟส 5 เดิม หรือร้านค้าที่ผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ รับเงินง่ายๆ ผ่าน “แอปฯ ถุงเงิน”

“คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการดีๆ จากรัฐบาล ที่ตั้งใจกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 โดยรัฐจะช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการบางส่วน ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โครงการนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวนสิทธิประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่จุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568

ส่วนประชาชนทั่วไป ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น. และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า

“คนละครึ่ง 2568” วิธีลงทะเบียนสำหรับ “ร้านค้าใหม่”

สำหรับร้านค้าใหม่ ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สามารถสมัครได้ที่จุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยมีขั้นตอนดังนี้:

1. ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย

2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด

3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร เพื่อนำไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน

4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ

5. ร้านค้าจะได้รับผลการพิจารณาผ่านทาง SMS

6. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่ง พลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน

7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการ

8. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน

9. ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า

วิธีลงทะเบียนสำหรับ “ร้านค้าเดิม” (ร้านคนละครึ่งเฟส 5 ปี 2565 ที่ผ่านเกณฑ์)

1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

2. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติ จะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน

3. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แบนเนอร์คนละครึ่ง พลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน

4. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ

5. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน

6. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า

วิธีลงทะเบียนสำหรับ ร้านค้าที่ผูกกับ “แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี”

1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

2. ร้านค้าที่ได้รับการอนุมัติแล้ว สามารถผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

3. กดแบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข

4. เลือกผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการ

5. รับชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มจากประชาชน

6. แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จัดหาไรเดอร์ไปยังร้านค้า

7. ไรเดอร์จัดส่งอาหาร/เครื่องดื่ม

8. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน

ขั้นตอนดาวน์โหลดและติดตั้ง “แอปฯ ถุงเงิน”

  • เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play
  • รองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android 10+ และรองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS 15+ ขึ้นไป
  • พิมพ์ค้นหา “ถุงเงิน”
  • กดเลือกติดตั้ง

วิธีเข้าใช้งาน “แอปฯ ถุงเงิน” เพื่อรับเงิน “คนละครึ่งพลัส” 2568

การเข้าใช้งานแอปฯ ถุงเงินมี 2 วิธี ดังนี้

เข้าใช้งานแอปฯ “ถุงเงิน” ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

1. เลือกเจ้าของร้าน

2. เลือก “เข้าใช้งานด้วย เบอร์มือถือ”

3. ระบุเบอร์โทรศัพท์ เพื่อขอ OTP

4. กรอก OTP จาก SMS เพื่อยืนยันเข้าระบบ

5. กด “ยอมรับ” ข้อตกลงและเงื่อนไข

6. กด “ตกลง” เพื่อระบุตำแหน่งร้านค้า

7. เข้าสู่หน้าหลักแอปฯ ถุงเงิน

เข้าใช้งานแอปฯ “ถุงเงิน” ด้วยแอปฯ “เป๋าตัง”

1. เลือกเจ้าของร้าน

2. เลือก “เข้าใช้งานด้วยเป๋าตัง”

3. เลือก “ดำเนินการต่อ” เพื่อไปแอปฯ เป๋าตัง

4. ใส่ PIN เป๋าตัง

5. กด “ยืนยัน”

6. กด “ยอมรับ” ข้อตกลงและเงื่อนไข

7. กด “ตกลง” เพื่อระบุตำแหน่งร้านค้า

8. เข้าสู่หน้าหลักแอปฯ ถุงเงิน

คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” 

1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ 
  • ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ 
  • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) 

ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2. เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
    ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ
  • ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ

ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น

4. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่
รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)

5. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567

ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

6. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง, (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

7. ประเภทสินค้าและบริการ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการฯ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นโอกาสดีๆ สำหรับร้านค้าในการเพิ่มยอดขายและดึงดูดลูกค้า อย่ารอช้า! รีบเตรียมตัวและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกันนะคะ

ที่มา – วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า เตรียมร่วมโครงการ 15 ต.ค. นี้

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านเป๋าตัง รู้ผลไว!

อัปเดตขั้นตอนการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ปี 2568! เตรียมพร้อมก่อนใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง และรู้ผลภายใน 3 วันหลังลงทะเบียน

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 44,000 ล้านบาท สำหรับผู้มีสิทธิไม่เกิน 20 ล้านคน ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568

สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 ในช่วงเวลา 06.00 – 22.00 น. และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ส่วนร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568

“คนละครึ่งพลัส” เปิดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ

  • ผู้ที่ต้องการรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. – 26 ต.ค. 68 ช่วงเวลา 06:00 – 22:00 น.
  • ผู้ที่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิและตรวจสอบผลผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตังได้เลย
  • ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิและตรวจสอบผลผ่าน SMS และการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง
  • หากได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” แล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 ช่วงเวลา 06:00 – 23:00 น.

ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

1. ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. ต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ต้องไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 ที่ผ่านมา

ขั้นตอนการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568

  • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง จาก Apple Store หรือ Play Store ให้เรียบร้อย และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” บนแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. – 26 ต.ค. 68 (จนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ) เวลา 06:00 – 22:00 น. ของทุกวัน
  • สมัครใช้งาน G Wallet (สำหรับลูกค้าที่เคยยกเลิก G Wallet หรือไม่เคยมี G Wallet เท่านั้น)
  • รอรับการแจ้งผลการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) สามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังได้เลย
  • สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ผลการลงทะเบียนจะแจ้งเตือนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • หากได้รับสิทธิแล้ว ให้เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 – 23:00 น.
คนละครึ่งพลัส

“คนละครึ่งพลัส” 2568 ได้เท่าไร ใครได้บ้าง

ภาครัฐจะช่วยจ่าย 50% (ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน)

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท

คือ ประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท

คือ ประชาชนที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้างต้น

วิธีการใช้สิทธิ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ช่องทางที่ 1 (วิธีที่ง่ายที่สุด)

  • เข้าแอปฯ เป๋าตัง (ต้องสมัครบริการและผูก G Wallet ให้เรียบร้อยก่อน)
  • กดที่แบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” บนหน้าแรกของแอปฯ เป๋าตัง

ช่องทางที่ 2

  • เข้าแอปฯ เป๋าตัง (ต้องสมัครบริการและผูก G Wallet ให้เรียบร้อยก่อน)
  • เลือก G Wallet (บนหน้าแรกของแอปฯ เป๋าตัง)
  • กดที่แบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส”
คนละครึ่งพลัส

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขต่างๆ ของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้ละเอียดก่อนทำการลงทะเบียนนะครับ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

ที่มา – ขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง รู้ผลภายใน 3 วัน

เช็กเงื่อนไข! คนละครึ่งพลัส จ่ายอะไรได้บ้าง

เช็กเงื่อนไข-คุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สแกนจ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดูชัดๆ ซื้อสินค้า-บริการ อะไรได้ไม่ได้

ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อัดงบ 4.4 หมื่นล้าน เติมกำลังซื้อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2568 โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย หวังกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย 

โดยเปิดให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 เริ่มใช้สิทธิ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับใครที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ช่องทางลงทะเบียนสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง:

ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

เงื่อนไขการใช้สิทธิสำหรับประชาชน

เพื่อให้การใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นไปอย่างราบรื่น อย่าลืมทำความเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้:

  • ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23:00 น. เพื่อไม่ให้โดนตัดสิทธิ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23.00 น. โดยชำระผ่าน G Wallet

สิทธิประโยชน์

โครงการคนละครึ่งพลัส มอบสิทธิประโยชน์ดังนี้:

ภาครัฐจ่าย 50% (ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน)

  • ประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี : 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ
  • ประชาชนผู้ไม่ยื่นแบบภาษี: 2,000 บาท/คน ตลอดโครงการ

แล้ว คนละครึ่งพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง?

สินค้าที่ร่วมโครงการ

คุณสามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าและบริการหลากหลายประเภท ได้แก่:

  • อาหาร และ เครื่องดื่ม
  • สินค้าทั่วไป
  • บริการขนส่งสาธารณะ
  • บริการนวด
  • สปา
  • ทำเล็บทำผม

สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ได้:

  • สินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
  • บัตรกำนัล
  • บัตรเงินสด
  • บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระสินค้า หรือบริการล่วงหน้า

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างเต็มที่นะคะ

ที่มา – เช็กเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดูชัดๆ ซื้อสินค้า-บริการ อะไรได้ไม่ได้

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

มาดูขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิช่วยจ่ายสูงสุด 2,400 บาท พร้อมเช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิที่นี่!

โครงการคนละครึ่งพลัส คืออะไร?

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการจากภาครัฐที่ช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจ

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  5. ไม่ถูกระงับสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่งต่างๆ

สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส: ใครได้เท่าไหร่?

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท: ผู้ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95 ปีภาษี 2567
  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท: ผู้ไม่ยื่นภาษีตามที่กล่าวมา

ช่องทางลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565): ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565): ตรวจสอบผลผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์สำหรับประชาชน

  • ใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อน 23:00 น.
  • ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 (06:00 – 23:00 น.) ผ่าน G Wallet

วิธีลงทะเบียนและใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งพลัส

ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 (06:00 – 22:00 น.)

สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับข้อตกลงและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอผลการลงทะเบียน (ผ่านแอปฯ และ SMS ภายใน 3 วัน)
  5. เติมเงินเข้า G Wallet
  6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  7. ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิ์บนแอปฯ
คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียน

สำหรับผู้ที่เคยรับสิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับข้อตกลงและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอผลการลงทะเบียน (ผ่านแอปฯ)
  5. เติมเงินเข้า G Wallet
  6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  7. ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิ์บนแอปฯ
คนละครึ่งพลัส

รีบลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เพื่อรับสิทธิพิเศษในการช่วยลดค่าใช้จ่าย และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศกันนะคะ!

ที่มา – เปิดวิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท

ร้านค้าใหม่เข้าร่วมคนละครึ่งพลัส: วิธีการและสิทธิ์ผู้ซื้อ

ไขข้อสงสัย ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร ลงทะเบียนในฐานะผู้ซื้อได้หรือไม่

ภายหลัง ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” อัดงบ 4.4 หมื่นล้าน เติมกำลังซื้อ ปลุกเศรษฐกิจปลายปี 2568 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เผยเปิดให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไปลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ใช้สิทธิ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ย้ำให้ใช้สิทธิครั้งแรกก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และก่อนเวลา 23:00 น. รัฐอุดหนุน 2,000-2,400 บาทต่อคน ครอบคลุม 20 ล้านคน นั้น

ไทยรัฐออนไลน์ ไขข้อสงสัยและข้อข้องใจสำหรับร้านค้า เกี่ยวกับกรณีคำถามที่ว่า “ถ้าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว จะสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสในฐานะผู้ซื้อด้วยได้หรือไม่?” ล่าสุด กระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า “ได้สิครับ ถ้าเป็นประชาชนเป็นคนไทย ก็มีสิทธิ์ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ก็สามารถที่จะมาเป็นกลุ่มคนไทยเหมือนกัน อายุเกิน 16 ปีตามสิทธิ์ มีบัตรประชาชนมาลงทะเบียนได้”

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ขั้นตอนการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น.
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร

ร้านค้าใหม่ หากต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส มีขั้นตอนอย่างไร

1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ

2. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ

3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงานดังนี้

  3.1 หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย)

    – ร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป

    – ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน และ OTOP

    – สามล้อถีบ

    – ร้านทำผม ทำเล็บ

  3.2 หน่วยงานธนาคารกรุงไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย)

    – ผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ (เช่น TAXI-METER รถตู้โดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ เป็นต้น)

    – ร้านให้บริการนวดสปา ที่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ

    – ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก (ภ.ง.ด. 50) รอบบัญชีปี 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568*

4. นำเอกสารที่ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้ว ติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

หมายเหตุ: * เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับร้านค้าใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ไม่พลาดโอกาสในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และอย่าลืมตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ซื้อ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองในโครงการนี้

ที่มา – ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร ลงทะเบียนในฐานะผู้ซื้อได้หรือไม่

Scroll to top