โครงการ 30 บาท

“เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อมีการตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายด้านสาธารณสุขของพรรคการเมืองน้องใหม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาเคลียร์ชัดให้หายข้องใจกันครับว่า “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง” ตามที่หลายคนยังคงกังวลใจ เพราะโครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของสวัสดิการภาครัฐที่ทุกคนต้องเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

“เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า ข่าวลือเรื่องการล้มเลิกโครงการดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยพรรคยังคงยึดถือว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง คือสิ่งที่ช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้โดยไม่กังวลเรื่องฐานะทางการเงิน ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของระบบสาธารณสุขไทยในระดับสากล

ทำความเข้าใจจุดยืน: ทำไมพรรคประชาชนถึงสนับสนุนบัตรทอง?

ในมุมมองของพรรคประชาชน การที่ “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง” นั้นไม่ได้แปลว่าเราจะปล่อยให้ระบบดำเนินไปแบบเดิมโดยไม่แก้ไข แต่เรากลับมองว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปให้ดียิ่งขึ้น โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:

  • เน้นการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาการจัดการงบประมาณ
  • ยกระดับคุณภาพบริการให้มีความยั่งยืนมากขึ้น
  • รักษาขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจัง
  • ประชาชนต้องไม่เสียสิทธิประโยชน์ และไม่มีภาระเพิ่มขึ้น

พรรคประชาชนยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จะต้องทำไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพื่อลดทอนสิทธิของประชาชน เราจะพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ อย่างรอบคอบที่สุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนโรงพยาบาล หรือองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้การปฏิรูปครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จสูงสุด

ในฐานะประชาชนผู้ใช้บริการ เราจึงสบายใจได้ว่าพรรคการเมืองยังคงให้ความสำคัญกับสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ซึ่งเปรียบเสมือนหลักประกันศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยพรรคจะมุ่งผลักดันให้คณะกรรมการ สปสช. มีตัวแทนจากภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น เพื่อให้คนไข้ หมอ และโรงพยาบาล สามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างยั่งยืนที่สุดครับ

ที่มา – “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

“มนพร” ยกย่อง “ทักษิณ” นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล

ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้กับคนไทยจำนวนมาก เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและปล่อยตัวออกจากเรือนจำ หลังจากถูกจองจำในคดีที่หลายคนมองว่าเป็นการเมือง นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมต้อนรับและแสดงความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง

“มนพร” ยกย่อง “ทักษิณ” นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล

นางมนพร เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีว่า วันนี้คือวันแห่งรอยยิ้ม วันแห่งความรักและความอบอุ่น เป็นวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยที่ทุกคนจะจดจำ ภาพบรรยากาศที่นักการเมือง พี่น้องประชาชน กลุ่มคนเสื้อแดง และทีมงานครอบครัวเพื่อไทย แห่ต้อนรับนายทักษิณอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาและความรักที่ไม่เคยจางหาย แม้เวลาจะล่วงเลยมานานแค่ไหน

เธอยังยกย่องนายทักษิณว่าเป็น “วีรบุรุษทางการเมือง” ของประเทศไทย ผู้ที่ยอมพิสูจน์ตัวเองด้วยการติดคุก เพื่อแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน ท่านคือผู้สร้างรากฐานความมั่งคั่งให้กับคนไทยผ่านนโยบายที่ “สัมผัสได้จริง” ไม่ว่าจะเป็นนโยบายไหน ก็ยังคงถูกนำมาใช้และเป็นที่รักของประชาชนทุกยุคทุกสมัย

ภาพต้อนรับทักษิณ

นโยบายกินได้จริงที่สร้างศรัทธาให้ทักษิณ

ตลอดเส้นทางการเมืองของนายทักษิณ มีนโยบายมากมายที่เปลี่ยนชีวิตคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนยากจนและคนชายขอบที่ไม่เคยถูกละเลย นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นสิ่งที่ประชาชน “กินได้” จริงๆ ดังนี้

  • โครงการกองทุนหมู่บ้าน: ช่วยให้ชุมชนมีเงินทุนหมุนเวียน สร้างอาชีพและเศรษฐกิจฐานราก
  • โครงการพักหนี้-แก้หนี้: ลดภาระหนี้สินให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย
  • 30 บาทรักษาทุกโรค: สิทธิการรักษาพยาบาลถ้วนหน้าที่เข้าถึงทุกคน
  • เงินเดือนผู้สูงอายุ: ค่าครองชีพให้ผู้เฒ่าผู้แก่ มีศักดิ์ศรี

แม้จะเผชิญวิกฤติทางการเมืองหลายครั้ง แต่นายทักษิณเลือกที่จะยอมติดคุก แตกต่างจากอดีตนายกฯ คนอื่นๆ ที่ไม่เคยกล้าทำเช่นนั้น สิ่งนี้พิสูจน์ว่ามาตรฐานการเมืองไทยขาดความยุติธรรม แต่หัวใจของท่านคือประชาชนเสมอมา

ภาพมนพรและทักษิณ
ภาพกลุ่มต้อนรับ

นางมนพร ยืนยันว่า ศรัทธาของประชาชนต่อนายทักษิณไม่เคยลดลง ผ่านกี่ปีกี่สิบปี นโยบายเหล่านี้ยังคงถูกหยิบยกมาทำต่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าดูแลประชาชนต่อไป โดยมีศรัทธาจากประชาชนเป็นกำลังใจหลัก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการต้อนรับบุคคลสำคัญ แต่ยังสะท้อนถึงพลังของประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่ซึ่งผู้นำต้องเข้าใจและเข้าถึงประชาชน การที่นายทักษิณยังคงเป็น “นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล” แสดงให้เห็นว่านโยบายเพื่อประชาชนคือกุญแจสู่ความนิยมที่ยั่งยืน

ภาพเพิ่มเติม
ภาพครอบครัวเพื่อไทย

สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบการเมืองไทย ลองคิดดูสิคะว่านโยบายแบบไหนที่คุณอยากเห็นในอนาคต? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ได้เลย เพื่อให้เราร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้

ที่มา – “มนพร” ยกย่อง “ทักษิณ” นายกฯ ในดวงใจคนไทยตลอดกาล สะท้อนศรัทธาไม่เคยจางหาย

Scroll to top