โฆษณา

ออสเตรเลียฟ้อง Amazon ชี้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครบริการ

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นสมาชิกบริการ Prime Video คงเคยเจอกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของแพลตฟอร์มที่ทำให้เราต้องปวดหัว ล่าสุดมีประเด็นใหญ่ที่น่าสนใจจากแดนจิงโจ้ เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศออสเตรเลียฟ้อง Amazon ชี้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครบริการกว่าล้านราย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล

ออสเตรเลียฟ้อง Amazon ชี้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครบริการ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อคณะกรรมาธิการการแข่งขันทางการค้าและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ได้ยื่นฟ้องยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Amazon โดยระบุว่าบริษัทได้ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคผ่านการบังคับจ่ายเงินเพิ่มเพื่อหลีกเลี่ยงโฆษณา ทั้งที่ในตอนแรกผู้ใช้งานได้สมัครสมาชิกแบบไร้โฆษณามาตลอด การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่จ่ายค่าสมาชิกรายปีไปล่วงหน้าแล้วแต่กลับถูกลดทอนคุณภาพของบริการลง

รายละเอียดเจาะลึกทำไม ออสเตรเลียฟ้อง Amazon ชี้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครบริการ

ปัญหาหลักของเรื่องนี้คือการที่ทาง Amazon ได้ใส่โฆษณาเข้ามาใน Prime Video ทั้งที่เคยเป็นบริการสตรีมมิ่งที่ไม่มีโฆษณามาก่อน โดยผู้ที่ต้องการดูแบบไร้โฆษณาเหมือนเดิมกลับต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนเพิ่มขึ้น ACCC ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญดังนี้:

  • มีการใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมถึง 5 ข้อที่ให้อำนาจบริษัทเปลี่ยนเงื่อนไขแต่เพียงฝ่ายเดียว
  • ผู้บริโภคมากกว่า 850,000 คนในออสเตรเลียเสียสิทธิจากการจ่ายเงินรายปีไปแล้วแต่ถูกบังคับให้ดูโฆษณา
  • ไม่มีมาตรการเยียวยาหรือคืนเงินให้แก่สมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการลดทอนคุณภาพการบริการ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะทาง Amazon เองก็เคยถูกหน่วยงานรัฐในสหรัฐฯ อย่าง FTC ตรวจสอบเรื่องการสมัครสมาชิกที่ซับซ้อนและยากต่อการยกเลิกมาแล้ว นี่จึงเป็นการตอกย้ำว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ควรจะมีความโปร่งใสมากกว่านี้ในการปฏิบัติต่อฐานลูกค้าจำนวนมหาศาล

ในมุมมองของผู้เขียน การที่หน่วยงานรัฐลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง เพราะแม้จะเป็นบริการสตรีมมิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฝ่ายเดียวในขณะที่ลูกค้าจ่ายเงินไปแล้วนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในวงการธุรกิจยุคใหม่ สิทธิของผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ

ที่มา – ออสเตรเลียฟ้อง Amazon ชี้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครบริการ

นายกฯ แคนาดาขอโทษทรัมป์ ปมโฆษณาต้านกำแพงภาษี


นายกฯ แคนาดาขอโทษทรัมป์ ปมโฆษณาต้านกำแพงภาษี! มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ยืนยันว่า เขาได้กล่าวขอโทษประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แล้ว เกี่ยวกับกรณีโฆษณาต้านกำแพงภาษีซึ่งอ้างคำพูดอดีตประธานาธิบดีเรแกน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ยืนยันว่า เขาได้กล่าวขอโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แล้ว สำหรับกรณีที่รัฐออนแทริโอตัดทอนคำพูดของอดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ แล้วนำไปใช้ในโฆษณาต่อต้านมาตรการกำแพงภาษีของนายทรัมป์

โฆษณาดังกล่าวใช้คลิปชุดหนึ่งจากสุนทรพจน์ทางวิทยุระดับชาติของอดีตประธานาธิบดีเรแกนในปี 2530 ซึ่งเขาพูดว่า ภาษีนำเข้าจะทำลายเศรษฐกิจของอเมริกา “มาตรการกีดกันทางการค้าแบบนั้นจะทำร้ายคนงานและผู้บริโภคชาวอเมริกันทุกคน” เรแกนระบุ

“ผมได้กล่าวขอโทษประธานาธิบดีแล้ว” นายคาร์นีย์บอกผู้สื่อข่าวที่การประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ในเกาหลีใต้ โดยยืนยันว่า โฆษณาแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำ และเสริมว่า นายทรัมป์ไม่พอใจกับมันมากๆ

ผลจากโฆษณานี้ทำให้เมื่อสัปดาห์ก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาแคนาดาว่าใช้โฆษณาเพื่อแทรกแซงการพิจารณาของศาลสูงสุด ที่จะตัดสินว่ามาตรการกำแพงภาษีของเขาผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งประกาศระงับการเจรจาทางการค้ากับแคนาดา และกล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาเพิ่มเติมอีก 10%

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์เปิดเผยว่า นายคาร์นีย์ได้กล่าวขอโทษเขาสำหรับกรณีโฆษณาดังกล่าวแล้ว และเสริมว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ “ที่ดีมาก” แต่นายทรัมป์ย้ำว่า สิ่งที่แคนาดาทำมันผิด

ด้านนายคาร์นีย์อ้างว่า นายดั๊ก ฟอร์ด ผู้ว่าการรัฐออนแทริโอ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโฆษณาดังกล่าว ได้แสดงคลิปให้เขาดูก่อนหน้านี้ และตัวเขาก็แนะนำไม่ให้เขานำโฆษณาออกเผยแพร่

ทั้งนี้ นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงแคนาดา

สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาในอัตรา 35% แม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับการยกเว้นภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่ นอกจากนั้น สินค้าบางภาคส่วนมีอัตราภาษีที่แยกต่างหาก ซึ่งรวมถึงเหล็กกล้ากับอะลูมิเนียมที่ถูกเรียกเก็บ 50% และรถยนต์ที่ถูกเรียกเก็บ 25%

นายกฯ แคนาดาขอโทษทรัมป์ ปมโฆษณาต้านกำแพงภาษี

ทำไมนายกฯ แคนาดาต้องขอโทษทรัมป์ เรื่องโฆษณา?

เรื่องราวเริ่มต้นจากโฆษณาที่รัฐออนแทริโอทำขึ้นเพื่อต่อต้านกำแพงภาษีของทรัมป์ โดยใช้คำพูดของอดีตประธานาธิบดีเรแกน ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมือง และนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าที่รุนแรง การที่นายกฯ แคนาดาขอโทษทรัมป์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปราะบางระหว่างสองประเทศ และความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดี

ประเด็นสำคัญจากเหตุการณ์นี้:

  • ความสำคัญของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ
  • ผลกระทบของการเมืองภายในประเทศต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • ความละเอียดอ่อนในการใช้โฆษณาเพื่อสื่อสารประเด็นทางการเมือง

นายกฯ แคนาดาออกมาขอโทษทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดคลี่คลายลงได้บ้าง แต่ก็ยังคงต้องจับตาดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการเจรจาทางการค้าในอนาคต ท่าทีของทรัมป์ที่แข็งกร้าวแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าอย่างรุนแรง หากรู้สึกว่าถูกคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

แล้วอนาคตความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไรต่อไป? มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในทั้งสองประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

ถึงเเม้ นายกฯ แคนาดาขอโทษทรัมป์แล้ว แต่ความขัดแย้งทางการค้ายังคงมีอยู่ และเราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไรต่อไป

ที่มา – นายกฯ แคนาดาขอโทษทรัมป์ ปมโฆษณาต้านกำแพงภาษี

Scroll to top