โดรนเกษตร

กมธ.งบฯ 70 เกินครึ่งทางแล้ว ศิริกัญญา เผยงบตัดถนนกระจุกตัวอีสานใต้

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตาดูการทำงานของสภาฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องของการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาให้ข้อมูลว่าการพิจารณา กมธ.งบฯ 70 เกินครึ่งทางแล้ว “ศิริกัญญา” เผยงบขอตัดถนนใหม่กระจุกตัวอยู่ที่อีสานใต้เยอะ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อการใช้งบประมาณในภาพรวมของประเทศอย่างมาก

กมธ.งบฯ 70 เกินครึ่งทางแล้ว “ศิริกัญญา” เผยงบขอตัดถนนใหม่กระจุกตัวอยู่ที่อีสานใต้เยอะ

ในการลงพื้นที่ติดตามการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ ศิริกัญญาได้เผยให้เห็นถึงความผิดปกติในการของบประมาณหลายรายการ โดยเฉพาะงบด้านคมนาคมและการตัดถนนเส้นทางใหม่ๆ ที่ดูเหมือนจะไปกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่อีสานใต้เป็นหลัก ซึ่งการตรวจสอบในครั้งนี้ถือเป็นการทำงานเชิงรุกที่อนุกรรมาธิการพยายามเจาะลึกรายละเอียด ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขรวมๆ เหมือนในอดีต

เจาะลึกงบประมาณที่น่าสงสัยและแนวทางการตรวจสอบ

นอกจากเรื่องถนนแล้ว ยังมีการตรวจสอบพบรายการงบประมาณที่น่าสนใจอีกมากมายที่อนุกรรมาธิการเตรียมจะเปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น:

  • งบไอทีและคลาวด์: มีการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในหลายหน่วยงาน ทั้งที่กระทรวงดีอีมีระบบคลาวด์กลางรองรับแล้ว
  • ครุภัณฑ์ราคาสูงเกินจริง: พบปัญหาใบเสนอราคาที่ไม่มีมาตรฐาน หรือมีการล็อกสเป็กอย่างน่าสงสัย
  • โดรนเกษตร: ราคาที่เสนอมาสูงเกินกว่าราคาตลาดปกติ

ทางทีมงานของพรรคประชาชนได้ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการประชุม เพื่อจำแนกประเภทความผิดปกติ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าหน่วยงานภาครัฐยังคงมีช่องโหว่ในการจัดซื้อจัดจ้างอีกมาก แม้จะมีความพยายามในการตรวจสอบอย่างหนัก แต่ด้วยสัดส่วนของอนุกรรมาธิการที่น้อยกว่า ทำให้การลงมติในบางรายการยังคงเป็นเรื่องยาก ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลให้ กมธ.งบฯ 70 เกินครึ่งทางแล้ว “ศิริกัญญา” เผยงบขอตัดถนนใหม่กระจุกตัวอยู่ที่อีสานใต้เยอะ กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนต้องร่วมกันติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ในท้ายที่สุดแล้วงบประมาณที่เหลือจะถูกปรับปรุงให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน

ในมุมมองของพวกเรา การที่ตัวแทนประชาชนเข้าไปเจาะลึกถึงรายละเอียดใบเสนอราคาและแผนที่การตัดถนนถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการใช้งบประมาณแผ่นดิน หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความซ้ำซ้อนหรือกระจุกตัวผิดปกติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย่อมต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน เพื่อให้งบประมาณปี 70 นี้ถูกใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

ที่มา – กมธ.งบฯ 70 เกินครึ่งทางแล้ว “ศิริกัญญา” เผยงบขอตัดถนนใหม่กระจุกตัวอยู่ที่อีสานใต้เยอะ

กองทัพภาคที่ 2 ลบโพสต์โดรนเกษตร 1 ล้านล้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ “กองทัพภาคที่ 2” ตัดสินใจลบโพสต์โครงการระดมทุนจัดซื้อโดรนเกษตรมูลค่ามหาศาลถึง 1 ล้านล้านบาท หลังจากถูกสังคมตั้งคำถามถึงความเกี่ยวข้องของโครงการกับบทบาทของกองทัพ

เรื่องราวเริ่มต้นจากที่เฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ภาพและข้อความที่ระบุถึงการเข้าพบระหว่างบริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยนายทหารยศพลเอกและคณะที่ปรึกษา กับ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยื่นเอกสารโครงการ AgriTech Drone Digital Bond วงเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีเป้าหมายในการจัดหาโดรนเกษตรอัจฉริยะจำนวน 1 ล้านลำมาใช้งานในประเทศไทย

โครงการนี้ยังระบุถึงแผนการฝึกอบรมนักบินโดรนชั้นสูงจำนวน 100,000 คน ซึ่งจะมาจากทั้งทหารประจำการและทหารกองประจำการ รวมถึงการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยทางโครงการมองว่าความร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตเกษตรอัจฉริยะ

กองทัพภาคที่ 2 ลบโพสต์โครงการระดมทุนซื้อโดรนเกษตร 1 ล้านล้าน

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมของกองทัพในโครงการลักษณะนี้ รวมถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสของโครงการ

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย เช่น

  • โครงการนี้มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของกองทัพอย่างไร?
  • มีกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติโครงการที่โปร่งใสหรือไม่?
  • การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติจริงหรือไม่?

ล่าสุด มีรายงานว่าเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแล้ว ซึ่งยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกองทัพถึงเหตุผลในการลบโพสต์และการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว

ทำไมกองทัพภาคที่ 2 ถึงลบโพสต์?

การที่กองทัพภาคที่ 2 ลบโพสต์โครงการระดมทุนซื้อโดรนเกษตร 1 ล้านล้าน ทำให้เกิดคำถามมากมาย และทำให้หลายคนสงสัยถึงความโปร่งใสของโครงการนี้ การลบโพสต์โดยไม่มีคำชี้แจงใดๆ ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดประสงค์ที่ดีในการพัฒนาภาคการเกษตร แต่การเข้ามามีส่วนร่วมของกองทัพในประเด็นที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลัก ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องของความเหมาะสมและความโปร่งใส การที่กองทัพภาคที่ 2 ลบโพสต์โครงการระดมทุนซื้อโดรนเกษตร 1 ล้านล้าน จึงเป็นสิ่งที่สังคมควรจับตามองและเรียกร้องให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

โครงการนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐและงบประมาณจำนวนมาก การเปิดเผยข้อมูลและตอบข้อสงสัยของประชาชนอย่างตรงไปตรงมาจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

การที่กองทัพภาคที่ 2 ลบโพสต์โครงการระดมทุนซื้อโดรนเกษตร 1 ล้านล้าน เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 ลบโพสต์โครงการระดมทุนซื้อโดรนเกษตร 1 ล้านล้าน หลังคนตั้งข้อสงสัย

กพท. ชวน “นักบินโดรนเกษตร” ขึ้นทะเบียนโดรน!

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ขอความร่วมมือจาก “นักบินโดรนเกษตร” ทุกท่านในการขึ้นทะเบียนโดรน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและความปลอดภัยในการใช้งาน

กพท. ขอความร่วมมือ “นักบินโดรนเกษตร” ขึ้นทะเบียนตัวโดรน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนฯ ได้ออกประกาศ ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฉบับที่ 3 พ.ศ.2568 และต่อมาปรากฏว่ามีข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนถึงปัญหาในการขึ้นทะเบียนโดรนเกษตร และการขออนุญาตบินจากนักบินโดรนเกษตรและเกษตรกรจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา กพท. จึงขอให้นักบินโดรนเกษตรและเกษตรกรที่ครอบครองโดรนทุกรายมาขึ้นทะเบียนตัวโดรน และขอให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทำการขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรน ผ่านระบบ UAS Portal ทางเว็บไซต์ uasportal.caat.or.th และ Mobile Application “UAS Portal” ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS และ Android โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ แนะนำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบพื้นที่อนุญาตบินผ่านแอปฯ UAS Portal และพิจารณาเอกสารอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว หากเอกสารถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็จะได้รับการอนุมัติในระบบ

ทำไมต้องขึ้นทะเบียนโดรนเกษตร?

การขึ้นทะเบียนโดรนเกษตรมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การใช้งานโดรนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ใช้งานและบุคคลอื่น ๆ นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนยังช่วยให้ กพท. สามารถติดตามและบริหารจัดการการใช้งานโดรนในภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กพท. ยังได้ประสานความร่วมมือกับ นายทวีพงศ์ สุธรรมพันธุ์ นายกสมาคมโดรนเกษตรประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจและร่วมประชาสัมพันธ์กับทางกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน

นายทวีพงศ์ สุธรรมพันธุ์ นายกสมาคมโดรนเกษตรประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯ จะทำหน้าที่ในการรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะจากนักบินโดรนเกษตรและเกษตรกร ทั้งงานด้านเอกสารต่างๆ การลงทะเบียน และการขออนุมัติ เพื่อนำเข้าหารือกับ กพท. และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อให้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องในด้านเกษตรสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยก่อนหน้านี้สมาคมฯ ได้ขอความร่วมมือไปยังกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ส่งผ่านประกาศผ่อนปรนการบินโดรนเกษตรฯ ของ กพท. ไปยังกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ได้รับทราบ ประกาศ กพท. ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฉบับที่ 3 พ.ศ.2568 ดังกล่าว ให้นักบินโดรนเกษตรและเกษตรกร สามารถนำเอกสารไปแจ้งพื้นที่การบินในพื้นที่ที่รับผิดชอบของกำนันและผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

สำหรับ “นักบินโดรนเกษตร” ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนโดรน ควรดำเนินการโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานการใช้งานโดรนในภาคเกษตรให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การขึ้นทะเบียน “นักบินโดรนเกษตร” และโดรน เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ที่มา – กพท. ขอความร่วมมือ “นักบินโดรนเกษตร” ขึ้นทะเบียนตัวโดรน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

Scroll to top