โผนายพล

“กมธ.ตำรวจ” เลื่อนฟังชี้แจง “โผนายพล”!

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีมติเลื่อนการฟังคำชี้แจงเรื่อง “โผนายพล” ตามคำร้องของ “บิ๊กเต่า” เนื่องจาก “บิ๊กต่าย” มอบหมายให้ “อาชยน” ชี้แจงแทน แต่กลับมีการมอบหมายให้ผู้อื่นชี้แจงแทนอีกทอด มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกลไกการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงเลื่อนการพิจารณาในนัดหน้า และยืนยันว่าผู้เกี่ยวข้องต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาวาระเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่า “โผนายพลตำรวจ”

โดยได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง อาทิ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.), พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะผู้แทน ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์, พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร, ว่าที่ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ อรพันธ์ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมชี้แจง

ภายหลังการประชุมเริ่มต้นได้ประมาณ 20 นาที ที่ประชุม กมธ.ตำรวจ ได้ลงมติให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ออกไปในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากเห็นว่าผู้ที่มาชี้แจงไม่ได้ให้เกียรติ กมธ.ตำรวจ เพราะ ผบ.ตร. มอบหมายให้ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลมาชี้แจงแทน แต่ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลกลับมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนอีกทอด แถมยังแจ้งให้ กมธ. ทราบก่อนการประชุมเพียงครึ่งชั่วโมง ที่ประชุมจึงมีมติให้ออกหนังสือเชิญตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และของวุฒิสภา พ.ศ.2568 มาตรา 8 ยืนยันที่จะเชิญ ผบ.ตร. มาชี้แจงด้วยตนเอง

น.ส.สุณัฐชา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไปพิจารณาในคราวหน้า เพราะมีการมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนถึงสองชั้น กมธ.ตำรวจจึงเห็นว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกลไกของสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ หากเป็นการมาชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายปรับเลื่อนตำแหน่ง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กมธ.ตำรวจจึงมีมติเห็นพ้องว่า จะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในเรื่องนี้ในการประชุมครั้งหน้า โดยจะประสานงานภายในก่อน ไม่อยากออกหนังสือตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และของวุฒิสภา พ.ศ.2568 มาตรา 8 เพราะจะเป็นบันทึก และจะมีผลกระทบต่อการพิจารณา รวมถึงมีผลต่อวินัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องให้มาตามที่ กมธ.ตำรวจเชิญไป

ทั้งนี้ หาก พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล จะมาชี้แจงแทน ผบ.ตร. ในกรณีที่มีภารกิจติดพัน กมธ.ตำรวจ ยินดีรับได้ แต่ไม่ใช่มอบหมายให้บุคคลอื่นมาอีกทอดหนึ่ง

“ยืนยันว่า กมธ.ตำรวจ ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติยังมีอำนาจเต็มในการตรวจสอบ อย่ามองว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ อยู่ในห้วงสูญญากาศแล้วจะกระทำการเช่นนี้” น.ส.สุณัฐชา กล่าว

“กมธ.ตำรวจ” เลื่อนฟังคำชี้แจง “โผนายพล”

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยฝ่ายนิติบัญญัติ การเลื่อนการพิจารณาเนื่องจากการมอบหมายตัวแทนที่ไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของ กมธ.ตำรวจ ในการทำหน้าที่ของตนเอง

ทำไม “กมธ.ตำรวจ” ถึงต้องตรวจสอบเรื่อง “โผนายพล”?

การตรวจสอบเรื่อง “กมธ.ตำรวจ” และ “โผนายพล” เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความเชื่อมั่นของประชาชน หากกระบวนการแต่งตั้งไม่โปร่งใส อาจนำไปสู่การทุจริตและประพฤติมิชอบได้ “กมธ.ตำรวจ” จึงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อให้การบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการต่างๆ เป็นไปตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล การที่ “กมธ.ตำรวจ” ยืนยันที่จะเชิญ ผบ.ตร. มาชี้แจงด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความจริงและสร้างความโปร่งใสในกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง

การเลื่อนการฟังคำชี้แจงในครั้งนี้ อาจส่งผลให้การพิจารณา “โผนายพล” ล่าช้าออกไป แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว เพราะจะทำให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น การตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจะช่วยป้องกันข้อครหาและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – “กมธ.ตำรวจ” มีมติเลื่อนฟังคำชี้แจง “โผนายพล” เหตุส่งคนอื่นแจงหลายทอด

ก.ตร. ประชุมแต่งตั้งนายพลสีกากี 31 ส.ค. ผบ.ตร. แทนได้

เตรียมจับตา! ฝ่ายกฎหมายชี้ ก.ตร. ประชุมแต่งตั้งนายพลสีกากี 31 ส.ค. นี้ได้ โดยใช้บัญชีผู้เหมาะสมเดิม หากนายกฯ รักษาการไม่มา “ผบ.ตร.” สามารถเป็นประธานในการประชุมและทำหน้าที่แทนได้ตามกฎหมาย

ก.ตร. ประชุมแต่งตั้งนายพลสีกากี 31 ส.ค. ผบ.ตร. แทนได้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ประชุมด่วน เพื่อพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งรายละเอียดของข้อกฎหมายในคำสั่งดังกล่าว เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 31 ส.ค. เวลา 15.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือการแต่งตั้งโยกย้ายรอง ผบ.ตร. ถึง ผบก. วาระประจำปี 2568 ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 169 ระบุว่า “ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีใหม่ ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ รัฐบาลที่พันจากตำแหน่งแล้ว จะไม่มีอำนาจเต็มในบางเรื่อง เช่น ไม่สามารถออกนโยบายใหม่ที่มีผลผูกพันในระยะยาว ไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ควรใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น” ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในกรณียุบสภาและการแต่งตั้งที่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น มิได้มีข้อห้ามการแต่งตั้งตามกฎหมายตำรวจและการแต่งตั้งข้าราชการทหาร โดยสภากลาโหมแต่อย่างใด

ผบ.ตร. นั่งประธานแทนได้ หากนายกฯ ไม่สะดวก

จากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุมได้หารือกันจนได้ข้อยุติว่าการประชุม ก.ตร. ประชุมแต่งตั้งนายพลสีกากี 31 ส.ค. นั้นสามารถกระทำได้ ส่วนประเด็นที่ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย จะเดินทางมาเป็นประธานในที่ประชุมหรือไม่นั้น ต้องรอดูสถานการณ์ หากท่านไม่สามารถเดินทางมาได้ ผบ.ตร. ก็สามารถทำหน้าที่ประธานการประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ระดับ รอง ผบ.ตร. ถึง ผบก. วาระประจำปี 2568 ได้ โดยชอบตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

สำหรับบัญชีรายชื่อผู้ที่เหมาะสมในการแต่งตั้งโยกย้ายนั้น มีรายงานว่าจะใช้บัญชีเดิมที่ได้มีการประชุมคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมไว้แล้ว โดยสามารถนำมาพิจารณาในที่ประชุม ก.ตร. ได้เลย อย่างไรก็ตาม หากกรรมการคนใดหรือกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าบุคคลในบางตำแหน่งไม่เหมาะสม และเห็นว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนตัว ก็จะต้องนำเรื่องกลับไปเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองเพื่อจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมเป็นการเฉพาะรายใหม่ แล้วจึงนำกลับมาเข้าที่ประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาและมีมติต่อไป

การประชุม ก.ตร. ประชุมแต่งตั้งนายพลสีกากี 31 ส.ค. นี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อการบริหารงานและความมั่นคงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่มา – ฝ่ายกฎหมายชี้ ก.ตร. ประชุมแต่งตั้งนายพลสีกากี 31 ส.ค. “ผบ.ตร.” นั่งประธานแทนได้

ก.ตร. นัดประชุม 31 ส.ค.นี้ ปมโผยังไม่ชัด!

“พล.ต.ท.อนุชา” ระบุ ก.ตร. ไม่เลื่อน นัดประชุมต่อ 31 ส.ค. นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี รอข้อสรุปฝ่ายกฎหมาย

วันที่ 29 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. สั่งปิดการประชุมไป และมีการแจ้งกำหนดนัดในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. เวลา 15.00 น. โดยในที่ประชุม ก.ตร.รับทราบกำหนดนัดดังกล่าวแล้ว ถือว่ากรรมการทุกคนรับทราบแล้ว ทั้งนี้ ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง การประชุมก็ยังมีการเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค.นี้

“การประชุมในวันอาทิตย์นี้เป็นวาระสืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นมีวาระอยู่แล้ว ส่วนการจะขยายเวลาการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลออกไปหรือจะดำเนินการอย่างไร ก็เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับ อะไรที่อยู่ในอำนาจของผู้มีอำนาจท่านใดก็สามารถใช้อำนาจตามกรอบกฎหมายได้” พล.ต.ท.อนุชา กล่าว

พล.ต.ท.อนุชา กล่าวอีกว่า ส่วนใครจะมาเป็นประธานตอนนี้ ขอตรวจสอบในข้อกฎหมายก่อน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคณะรัฐมนตรีรักษาการว่าขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าทำหน้าที่ได้ปกติ เพราะเป็นการใช้อำนาจในทางปกครอง

ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องความชัดเจนในการจัดทำโผแต่งตั้งนายพลสีกากี ที่ยังคงไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ผ่านมา ได้มีการหารือในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง แต่เนื่องจากมีข้อกฎหมายและข้อบังคับที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทำให้การตัดสินใจในเรื่องนี้ต้องเลื่อนออกไป

ความคืบหน้าล่าสุดของการประชุม ก.ตร.

พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการประชุม ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี ว่า การประชุมในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. จะเป็นการประชุมต่อเนื่องจากครั้งก่อน และมีวาระที่ต้องพิจารณาอยู่แล้ว ส่วนการขยายเวลาการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลหรือไม่นั้น จะเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ พล.ต.ท.อนุชา ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องประธานในการประชุม ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี ว่า จะต้องมีการตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน เนื่องจากขณะนี้มีคณะรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งต้องพิจารณาถึงขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่ให้รอบคอบ

แม้ว่าการประชุม ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีรักษาการ จะมีผลต่อการตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร และการประชุมในวันที่ 31 ส.ค. จะสามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมีผลต่อการบริหารงานและความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การพิจารณาในเรื่องนี้จึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

ที่มา – ก.ตร. นัดประชุมต่อ 31 ส.ค.นี้ ยังไม่ชัดปมจัดโผนายพลสีกากี

ผบ.ตร.เดินหน้าต่อ! ไม่หวั่นข่าวลือโดนปลด

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผย ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการถูกปลดจากตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ท่ามกลางกระแสการเมืองภายในองค์กรตำรวจที่โยงไปถึงข่าวลือการถูกสั่งให้ไปช่วยราชการ อันเนื่องมาจากปัญหาโผแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่ลงตัว ล่าสุด แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ยืนยันว่า ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

แหล่งข่าวเน้นย้ำว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจข่าวลือต่างๆ ที่ออกมา

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้เดินหน้าสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสามารถสกัดกั้นและทลายเครือข่ายรายใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องหลายคดี ล่าสุดได้มีการขับเคลื่อนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อกวาดล้างผู้ค้ารายย่อย ซึ่งถือเป็นการตัดวงจรภัยร้ายแรงที่กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดคดีสำคัญต่างๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ

อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สามารถปิดกั้นเส้นทางอาชญากรรมออนไลน์ได้เป็นจำนวนมาก ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่ต้องเผชิญกับกลโกงและการหลอกลวงบนโลกดิจิทัล

นอกจากงานด้านความมั่นคงแล้ว สิ่งที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลสวัสดิการของตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย ทั้งการผลักดันการเพิ่มเงินตอบแทน การปรับปรุงบ้านพัก และการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานของตำรวจ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงให้กับครอบครัวตำรวจในระยะยาว

แหล่งข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ผลงานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็น “หลักประกันทางการเมือง” ที่ทำให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งได้ท่ามกลางแรงกดดันต่างๆ เพราะสิ่งที่สามารถตอบโจทย์สังคมได้ดีที่สุดนั้นไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏให้ประชาชนได้เห็นและรับรู้นั่นเอง

ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว

การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข่าวลือต่างๆ ออกมา แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรตำรวจให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

ความสำคัญของการทำงานอย่างต่อเนื่อง

การทำงานอย่างต่อเนื่องของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ การที่ผู้นำองค์กรยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงในองค์กรขนาดใหญ่อย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมต้องมีแรงเสียดทานและความท้าทายต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือการที่ผู้นำสามารถนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง

ดังนั้น การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรตำรวจกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือและการปล่อยข่าวโจมตีต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรได้ การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรตำรวจ

ที่มา – ผบ.ตร. เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว

“ภูมิธรรม” สยบข่าว**เด้ง ผบ.ตร.** ยันไม่มีอำนาจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีอำนาจในการ**เด้ง ผบ.ตร.**

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเลื่อนประชุม ก.ตร. ที่มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ 68 ตำแหน่ง โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคมนี้ สาเหตุของการเลื่อนเนื่องจากมีตำรวจ 4 นายยื่นหนังสือร้องเรียน ซึ่งนายภูมิธรรมได้นำเรื่องนี้มาหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง

“ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ

“สื่อรู้ได้อย่างไรว่าโผแต่งตั้งมีปัญหา ในเมื่อยังไม่มีการประกาศออกมา” นายภูมิธรรมกล่าว พร้อมยอมรับว่าการเลื่อนประชุม ก.ตร. เกิดจากเรื่องร้องเรียนของตำรวจ 4 นายที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงตนเอง โดยได้ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่าสามารถนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาได้ เนื่องจากผู้ร้องยังไม่มีความผิดใดๆ ตามกฎ ก.ตร. จึงมีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนจะรับหรือไม่เป็นสิทธิ์ของคณะกรรมการ ก.ตร. นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ร้องขอให้ทบทวนการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับเรื่องไว้แล้ว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก่อนการประชุม ก.ตร. ได้หารือนอกรอบกับ ผบ.ตร. เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมงจริง โดยได้หยิบยกเรื่องร้องเรียนทั้งหมดมาพูดคุยโดยตรง ซึ่ง ผบ.ตร. ยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามกรอบและหน้าที่ แต่สิ่งที่สำคัญในการพิจารณาแต่งตั้งคือระบบ หากปล่อยผ่านไปจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้อื่น จึงเสนอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ทำให้ต้องแจ้งที่ประชุมใหญ่ว่าจะเลื่อนการประชุม ก.ตร. ไปพิจารณาในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น.

นายภูมิธรรมเล่าว่า ก่อนออกจากห้องประชุม มีตำรวจตะโกนว่าตนเองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบและกำลังทำสิ่งที่ผิด ซึ่งตนเองได้ยืนยันกลับไปว่ากำลังทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามกรอบและอำนาจในฐานะประธาน โดยต้องการให้ทุกอย่างมีความชอบธรรมก่อน จึงมีสิทธิ์ที่จะเลื่อนการประชุมออกไป

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะ**เด้ง ผบ.ตร.** นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป็นเรื่องที่เกินเลยความเป็นจริง และยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ผบ.ตร. ไม่เคยพูดถึงเรื่องการย้าย พร้อมทั้งรู้สึกเห็นใจที่ ผบ.ตร. ทำงานมาอย่างหนัก และเห็นใจตัวเองที่มีหนังสือร้องเรียนเข้ามา นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังย้ำว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะ**เด้ง**ใครได้ การ**เด้ง**ทุกอย่างต้องมีเหตุผลรองรับ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งข้อความไปขอโทษ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ต้องตัดสินใจเช่นนั้น เพราะต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนไม่ให้ถามเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

ทำไมนายภูมิธรรมถึงออกมาสยบข่าวการเด้ง ผบ.ตร.?

การที่นายภูมิธรรมออกมาสยบข่าวการ**เด้ง ผบ.ตร.** สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การที่นายภูมิธรรมยอมรับว่ามีการเลื่อนการประชุม ก.ตร. เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน และพร้อมที่จะนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาอย่างรอบคอบ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ

การออกมาขอโทษ ผบ.ตร. เป็นการส่วนตัวยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง และความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

โดยรวมแล้ว การตอบสนองของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือเกี่ยวกับการ**เด้ง ผบ.ตร.** เป็นไปในลักษณะของการควบคุมความเสียหาย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะมีการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – “ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ เผยเมื่อคืนส่งข้อความไปขอโทษบิ๊กต่าย

สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล”

สถานการณ์ร้อนแรงในแวดวงตำรวจ! เก้าอี้ ผบ.ตร. สั่นคลอน สะพัดข่าวปลด ผบ.ตร. เซ่นปม “โผนายพล” ไม่ลงตัว หลังการประชุม ก.ตร. เลื่อนแบบฟ้าผ่า ท่ามกลางกระแสข่าวการวิ่งเต้นและการร้องเรียนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล”

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานในการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2568 โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนายภูมิธรรมประกาศเลื่อนการประชุมอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของที่ประชุม

ก่อนหน้าการประชุม มีรายงานว่านายภูมิธรรมได้หารือเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง โดยแหล่งข่าวระบุว่าประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการตำรวจบางส่วน โดยเฉพาะกรณีของอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ที่พลาดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.

ปมปัญหา “โผนายพล”

ปัญหา “โผนายพล” กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ภายใน ตร. ระอุขึ้น มีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ รวมถึงการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสในการพิจารณา ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งและแรงกดดัน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เดินทางมายังที่ประชุม ก.ตร. เพื่อพูดคุยกับ ก.ตร. คาดว่าจะมาให้ข้อมูลและชี้แจงกรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้ง

หลังการประชุม นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์สั้นๆ ยอมรับว่ามีการเลื่อนการพิจารณาแต่งตั้งเป็นวันที่ 31 สิงหาคม โดยให้เหตุผลว่ามีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแพร่สะพัดว่า เหตุผลที่แท้จริงของการเลื่อนประชุมและการสั่งปลด ผบ.ตร. คือ ปมความขัดแย้งเรื่อง “โผนายพล” โดยเฉพาะการที่ไม่สามารถผลักดันอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. ได้สำเร็จ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสั่นคลอนให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจอย่างแท้จริงหรือไม่? หรือจะเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่กติกาและระบบยังคงเดิม? เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ที่มา – สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล” ไม่ขยับอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้น รอง ผบ.ตร.

Scroll to top