โพลเลือกตั้ง 2569

นิด้าโพล ชี้ ทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลังจากวันเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านพ้นไป ทุกคนยังคงให้ความสนใจกับประเด็นร้อนอย่างการทุจริตเลือกตั้งกันมากเลยนะครับ ล่าสุด นิด้าโพล ชี้ กลุ่มคนมองมีเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต. จะลงโทษผู้กระทำผิดได้ ผลสำรวจจากศูนย์นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่ทำการเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,310 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค อาชีพ ระดับการศึกษาและรายได้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของประชาชนจริงๆ ต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.

นิด้าโพล ชี้ กลุ่มคนมองมีเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต. จะลงโทษผู้กระทำผิดได้

ผลสำรวจนี้ทำระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 ถามถึงประเด็นสำคัญๆ หลายอย่าง โดยเริ่มจาก การทุจริตการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตัวเอง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมองในแง่บวกครับ

สถานการณ์ทุจริตเลือกตั้งในเขตของคุณเป็นอย่างไร

  • 40.08% ระบุว่า ไม่มีแน่นอน – ส่วนใหญ่เชื่อมั่นในเขตตัวเอง
  • 23.51% ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า
  • 19.54% อาจจะมี
  • 16.87% มีแน่นอน

เห็นได้ชัดว่าประชาชนกว่าสี่ในสิบมองว่าไม่มีทุจริตเลย ซึ่งเป็นสัญญาณดีต่อระบบเลือกตั้งไทย แต่สำหรับกลุ่มที่ระบุว่ามีหรืออาจมี (รวม 36.41% หรือ 477 ตัวอย่าง) เมื่อถามถึงความสามารถของ กกต. ในการลงโทษผู้กระทำผิด พวกเขาก็ไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไหร่

ประชาชนไม่เชื่อมั่น กกต. ลงโทษทุจริตเลือกตั้ง

  • 58.28% บอกว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย – สูงสุด!
  • 28.93% อาจจะลงโทษได้บ้าง บางกรณี
  • 11.32% จะสามารถลงโทษได้แน่นอน
  • 1.47% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ตัวเลขนี้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่าง กกต. ได้ดีเลยครับ ทำไมถึงเป็นแบบนี้? อาจเพราะประสบการณ์ในอดีตที่เคยมีข่าวการทุจริตแต่ลงโทษช้า หรือบางครั้งก็ไม่ครบถ้วน ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ากฎหมายยังไม่เข้มแข็งพอ นอกจากนี้ยังถามถึง ความพึงพอใจต่อการทำงานของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง ในเขตตัวเองด้วย

  • 38.55% ค่อนข้างพอใจ
  • 22.29% พอใจมาก
  • 20.84% ไม่ค่อยพอใจ
  • 17.63% ไม่พอใจเลย
  • 0.69% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

โดยรวมแล้ว ประชาชนกว่า 60% พอใจหรือค่อนข้างพอใจการจัดการเลือกตั้ง แสดงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้โดยรวมราบรื่นดี แต่ประเด็นทุจริตยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขด่วน

มาวิเคราะห์กันหน่อยนะครับ ทำไมกลุ่มที่เห็นทุจริตถึงไม่เชื่อ กกต.? อาจเพราะระบบรายงานการทุจริตยังไม่สะดวก หรือหลักฐานยากเก็บ กกต. เองก็มีบุคลากรจำกัดในการตรวจสอบเขตใหญ่ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ยังเต็มไปด้วยข่าวลือ ทำให้ประชาชนสับสนระหว่างข้อเท็จจริงกับข่าวปลอม ในทางกลับกัน ตัวเลขที่บอกไม่มีทุจริต 40% แสดงถึงความสำเร็จของมาตรการป้องกันที่ กกต. ทำไว้ เช่น การติดกล้อง CCTV ที่คูหา หรือแอปพลิเคชันรายงานผิดปกติ

แต่เพื่อให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น ผมคิดว่าเราต้องมีกลไกใหม่ๆ เช่น AI ช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากกว่านี้ นอกจากนี้ การลงโทษที่รวดเร็วและเปิดเผยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้เยอะเลยครับ

ส่วนตัวผมมองว่าผลสำรวจนี้เป็น wake-up call สำหรับ กกต. และนักการเมืองทุกฝ่าย ถ้าต้องการประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง ต้องกำจัดทุจริตให้สิ้นซาก คุณล่ะครับ สัมผัสทุจริตในเขตตัวเองไหม? พอใจ กกต. ขนาดไหน? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้ระบบดีขึ้น!

นอกจากนี้ อย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นิด้าโพล ชี้ กลุ่มคนมองมีเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต. จะลงโทษผู้กระทำผิดได้

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 บึงกาฬ ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2569 จังหวัดบึงกาฬกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อสรุปผลการเลือกตั้ง 2569 บึงกาฬเผยว่าพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ กวาดที่นั่ง ส.ส. ทั้ง 3 เขตอย่างเด็ดขาด แม้จะมีพรรคใหญ่เช่นเพื่อไทยและพรรคประชาชนลงชิงชัยก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้มาใช้สิทธิ์ในระดับสูง สะท้อนถึงความสนใจของประชาชนในพื้นที่

จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีประชากรผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 332,536 คน ได้มีการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการแล้วกว่า 93.77% ผลออกมาแบบที่ไม่มีใครคาดคิด พรรคภูมิใจไทยนำโด่งในทุกเขต ทำให้พรรคนี้ครองความได้เปรียบชัดเจน หากคุณกำลังตามหาสรุปผลการเลือกตั้ง 2569 บึงกาฬแบบละเอียด บทความนี้มีข้อมูลครบถ้วนทั้งคะแนน ส.ส. และผลประชามติ

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 บึงกาฬ

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมที่ถาโถมเข้าหาพรรคภูมิใจไทย โดยกวาด ส.ส. ทั้ง 3 เขต ซึ่งประกอบด้วยอำเภอต่างๆ ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่ 1 (อ.เมืองบึงกาฬ และอ.ศรีวิไล)

ผู้มีสิทธิ์ 104,722 คน มาใช้สิทธิ์ 74,217 คน (70.87%) บัตรดี 69,602 บัตร

  • อันดับ 1: นายสยาม เพ็งทอง พรรคภูมิใจไทย 37,171 คะแนน
  • อันดับ 2: นายภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น พรรคเพื่อไทย 17,528 คะแนน
  • อันดับ 3: นายสมชาย โสดากุล พรรคประชาชน 10,981 คะแนน

บัตรเสีย 2,928 บัตร ไม่เลือกผู้สมัคร 1,687 บัตร เขตนี้พรรคภูมิใจไทยชนะขาดลอยเกือบ 2 เท่าของคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 2 (อ.บุ่งคล้า, อ.เซกา, อ.บึงโขงหลง)

ผู้มีสิทธิ์ 109,344 คน มาใช้สิทธิ์ 74,989 คน (68.58%) บัตรดี 72,057 บัตร

  • อันดับ 1: นายสุริยา แป้นสุขา พรรคภูมิใจไทย 26,474 คะแนน
  • อันดับ 2: นางอรอุมา บุญสิริ พรรคกล้าธรรม 19,980 คะแนน
  • อันดับ 3: น.ส.มลฤดี จันทร์แดง พรรคเพื่อไทย 14,689 คะแนน

บัตรเสีย 1,868 บัตร ไม่เลือก 1,064 บัตร แม้พรรคกล้าธรรมจะใกล้เคียง แต่ภูมิใจไทยยังเหนือกว่า

เขตเลือกตั้งที่ 3 (อ.พรเจริญ, อ.ปากคาด, อ.โซ่พิสัย)

ผู้มีสิทธิ์ 118,379 คน มาใช้สิทธิ์ 76,221 คน (64.39%) บัตรดี 70,033 บัตร

  • อันดับ 1: นายวิโรจน์ สาระวงค์ พรรคภูมิใจไทย 34,041 คะแนน
  • อันดับ 2: นายณัฐพงษ์ ป้องปิ่น พรรคประชาชน 15,049 คะแนน
  • อันดับ 3: นายนิพนธ์ คนขยัน พรรคเพื่อไทย 14,313 คะแนน

บัตรเสีย 3,741 บัตร ไม่เลือก 2,447 บัตร พรรคภูมิใจไทยครองเขตนี้ได้อย่างสบาย

ผลการออกเสียงประชามติ จังหวัดบึงกาฬ

ผู้มีสิทธิ์ 332,463 คน มาใช้สิทธิ์ 213,559 คน (64.24%) ผลคือ เห็นชอบ 140,790 คะแนน ไม่เห็นชอบ 51,089 คะแนน ไม่แสดงความเห็น 17,217 คะแนน บัตรดี 208,527 บัตรเสีย 5,032 แสดงถึงเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับประเด็นที่ลงประชามติ

จากสรุปผลการเลือกตั้ง 2569 บึงกาฬครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์ฐานเสียงที่แข็งแกร่งในภาคอีสานตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬที่เคยเป็นฐานของพรรคเพื่อไทยมาก่อน แต่ครั้งนี้กระแสเปลี่ยนทิศชัดเจน ผู้สมัครของภูมิใจไทยแต่ละคนมีคะแนนนำห่าง ทำให้คาดการณ์ว่าผลอย่างเป็นทางการน่าจะไม่ต่างกันมาก นี่อาจเป็นสัญญาณว่าพรรคนี้มีนโยบายที่โดนใจชาวบ้าน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐาน

ในมุมมองของผู้เขียน ผลเลือกตั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้มีสิทธิ์ที่ให้โอกาสพรรคใหม่ๆ มากขึ้น หากพรรคภูมิใจไทยรักษาคำมั่นได้ ก็น่าจะขยายฐานในอีสานได้อีก หากคุณเป็นคนบึงกาฬหรือสนใจการเมืองไทย คอมเมนต์ด้านล่างแสดงความเห็นของคุณได้เลย และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 บึงกาฬ “ภูมิใจไทย” แลนด์สไลด์ กวาด สส. ทั้ง 3 เขต

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว สรวงศ์ เทียนทอง สอบตก

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว ล่าสุดกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง! หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปิดหีบเมื่อวาน (8 ก.พ.) พบความพลิกผันที่น่าตกใจในเขต 3 พื้นที่ชายแดน โดย “สรวงศ์ เทียนทอง” แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ต้องสอบตก ชวดเก้าอี้ ส.ส. ให้กับ “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” จากพรรคกล้าธรรม ที่ปักธงได้สำเร็จ

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญติดกับกัมพูชา ดึงดูดความสนใจจากทั่วประเทศ โดยอัปเดตผลนับคะแนน 94% เมื่อเวลา 10.48 น. แสดงให้เห็นภาพชัดเจนของแต่ละเขต สระแก้วมี 3 เขตเลือกตั้ง โดยตระกูลเทียนทองที่ครองอิทธิพลมานานยังเหนียวแน่นในเขต 1 และ 2 แต่พลาดท่าในเขต 3 ที่มีความขัดแย้งชายแดนล่าสุด ทำให้พรรคใหม่อย่างกล้าธรรมบุกทะลวงได้

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว เขต 1

  • อันดับ 1: บดี เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) – นำเดี่ยวแบบไม่ต้องลุ้น
  • อันดับ 2: เอกอนันต์ หูแก้ว (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 3: ชาญ สุคนธ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)

เขต 1 เป็นฐานที่มั่นของตระกูลเทียนทองมาอย่างยาวนาน พื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นอำเภอเมืองและใกล้เคียง ผู้สมัครจากพลังประชารัฐคว้าชัยได้อย่างสบายมือ สะท้อนถึงอิทธิพลทางการเมืองท้องถิ่นที่ยังแข็งแกร่ง

ผลการเลือกตั้งสระแก้ว เขต 2

  • อันดับ 1: ตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) – สานต่อความสำเร็จของครอบครัว
  • อันดับ 2: ยุทธชัย รำไพวรรณ์ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 3: ศิริพงศ์ ทวีวงศ์ (พรรคเศรษฐกิจ)

เขต 2 ครอบคลุมพื้นที่อรัญประเทศและใกล้ชายแดนเช่นกัน แต่ตระกูลเทียนทองยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ ตรีนุชที่เป็นสมาชิกตระกูล ได้รับคะแนนนำขาดลอย แสดงถึงการสนับสนุนจากชาวบ้านที่คุ้นเคยกับชื่อนี้

ไฮไลต์เขต 3: สรวงศ์ เทียนทอง พ่ายแพ้ให้กล้าธรรม

  • อันดับ 1: สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ (พรรคกล้าธรรม) – ผู้ชนะหน้าใหม่
  • อันดับ 2: สรวงศ์ เทียนทอง (พรรคเพื่อไทย) – แชมป์เก่าต้องอกหัก
  • อันดับ 3: ศตพัฒน์ พิมพ์คำ (พรรคประชาชน)

เขต 3 เป็นพื้นที่แนวชายแดนที่เคยมีเหตุปะทะ ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคง พรรคกล้าธรรมซึ่งอาจเน้นนโยบายด้านนี้ สามารถดึงคะแนนได้มากพอที่จะโค่นแชมป์เก่า นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองสระแก้ว ที่ตระกูลใหญ่เริ่มเสียพื้นที่ให้พรรคหน้าใหม่

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว ยังคงต้องรอผลทางการจาก กกต. แต่จากแนวโน้มนี้ พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบใน 2 เขต ขณะที่กล้าธรรมสร้างเซอร์ไพรส์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ต้องการนโยบายเฉพาะเจาะจง จังหวัดสระแก้วซึ่งมีเศรษฐกิจหลักจากการค้าชายแดนและเกษตรกรรม การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตระกูลการเมืองเก่าแก่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นน่าสนใจ เช่น อัตราการมาเลือกตั้งสูงในเขตชายแดน และบทบาทของพรรคเล็กที่กำลังโต การเมืองท้องถิ่นสระแก้วอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากคุณอาศัยในพื้นที่หรือสนใจการเมือง อย่าลืมติดตามผลอย่างเป็นทางการและวิเคราะห์แนวโน้ม ส.ส.ชุดใหม่จะนำพาอะไรมาสู่จังหวัดนี้

ความเห็นส่วนตัว: ผลครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยกำลัง多元化มากขึ้น พรรคใหม่มีโอกาสถ้าจับประเด็นท้องถิ่นได้ถูกจุด ชาวสระแก้วฉลาดเลือกแล้ว! คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว “สรวงศ์ เทียนทอง” แชมป์เก่าสอบตก ชวด สส. เขต 3

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันกับ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ที่สร้างความฮือฮาทั่วประเทศ! พรรคสีส้มสุดแกร่งนี้นำคะแนนแบบถล่มทลายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ทุกเขตเลือกตั้งครบทั้ง 33 เขตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนับคะแนนไปถึงไหน พรรคประชาชนก็ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีใครสู้ได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปิดหีบลงเวลา 17.00 น. และเริ่มทยอยนับคะแนนทันที ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงค่ำ ทำให้ประชาชนหลายคนตื่นเต้นรอติดตาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นสมรภูมิสำคัญของการเมืองไทย

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน นำเดี่ยวครบ 33 เขตกรุงเทพ

อัปเดต ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ล่าสุด ณ เวลา 22.57 น. กกต. นับคะแนนแล้ว 53% ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าพรรคประชาชนปักธงสีส้มยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด! ต่อมา เวลา 23.04 น. คะแนนยังคงนิ่ง พรรคนี้ยังนำอันดับหนึ่งในทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตใจกลางเมืองอย่างเขตพระนคร สาทร หรือชานเมืองอย่างลาดกระบัง บางขุนเทียน พรรคประชาชนกวาดเรียบ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการทำงานหนักของทีมงานและนโยบายที่โดนใจชาวกรุง นโยบายแก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม และค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย สีส้มของพรรคกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในคืนนี้

รายละเอียดคะแนนและเขตเลือกตั้งที่พรรคประชาชนชนะ

  • เขต 1 พระนคร: นำด้วยคะแนนกว่า 60%
  • เขต 10 สาทร: ครองคะแนนนำขาดลอย
  • เขต 33 ลาดกระบัง: กวาดคะแนนจากฐานเสียงชานเมือง
  • และทุกเขตอื่นๆ รวม 33 เขตทั้งหมด

ข้อมูลนี้มาจากระบบของกกต. ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ชาวเน็ตต่างแชร์ภาพธงสีส้มโบกสะบัดตามโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ

ขั้นตอนหลังผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน

หลังจากนี้ กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน ระหว่างนี้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หากเห็นว่ามีปัญหา สำหรับประชาชน สามารถติดตามผลคะแนนแบบละเอียดได้ที่เว็บไซต์กกต. หรือเพจข่าวชั้นนำ

นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ผลเลือกตั้งในต่างจังหวัดก็กำลังนับคะแนนเข้มข้นเช่นกัน แต่ที่กรุงเทพฯ พรรคประชาชนชัดเจนที่สุด การครองทุกเขตแสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นในเมืองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่

ทำไมพรรคประชาชนถึงประสบความสำเร็จ? นอกจากนโยบายประชานิยมแล้ว ยังมีผู้นำรุ่นใหม่ที่สื่อสารเก่ง ใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงวัยรุ่นและคนทำงานได้ดีเยี่ยม การหาเสียงแบบออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสาน ทำให้ทะลุทะลวงกำแพงเขตเลือกตั้งเก่าๆ ได้

หากมองย้อนอดีต การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งก่อนๆ ชาวกรุงมักกระจายคะแนนให้หลายพรรค แต่ครั้งนี้ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน เปลี่ยนเกมทั้งหมด สีส้มกลายเป็นสีแห่งอนาคตการเมืองกทม.

สำหรับแฟนข่าวการเมือง อย่าพลาดติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะผลนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ชาวกรุงเทพฯ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

สรุปแล้ว ชัยชนะของพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ เป็นสัญญาณบวกต่อการเมืองไทยที่ต้องการความสดใหม่และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมกับเราได้เลย!

ที่มา – ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 พรรคทางเลือกใหม่ได้ 1 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ โดยเฉพาะ อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ที่หลายคนกำลังรอคอย หลังจากปิดหีบโหวตเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ ไปแล้ว กกต. ก็เริ่มนับและเผยผลไม่เป็นทางการทันที

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ณ เวลา 19.56 น. ผลนับคะแนนไปได้ 3% แล้ว พบว่า “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมี “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือที่รู้จักในชื่อ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 3 นั้น ได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และยังไม่มี ส.ส. เขตเลยครับ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตามองมาก!

ส่วนอันดับต้นๆ ของพรรคใหญ่ๆ นั้น พรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย 192 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 84 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 75 ที่นั่ง กกต. คาดว่าผลเกิน 90% จะออกมาในช่วง 21.00-23.00 น. ค่ำนี้เอง ใครที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง 2569 อย่าพลาดนะครับ

สรุปผลคะแนนพรรคหลักๆ ล่าสุด

  • พรรคภูมิใจไทย: 192 ที่นั่ง (อันดับ 1)
  • พรรคเพื่อไทย: 84 ที่นั่ง (อันดับ 2)
  • พรรคประชาชน: 75 ที่นั่ง (อันดับ 3)
  • พรรคทางเลือกใหม่: ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง, ส.ส.เขต 0 ที่นั่ง

นี่เป็นผลไม่เป็นทางการนะครับ กกต. จะตรวจสอบอีกครั้งและประกาศรับรองภายใน 60 วัน ใครที่อยากรู้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ เลย

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีพรรคใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคทางเลือกใหม่ที่เน้นนโยบายทางเลือกใหม่ๆ ให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองแบบโปร่งใส เต้ มงคลกิตติ์ ก็เป็นตัวพิมพ์ใหญ่อยู่แล้ว จากประสบการณ์ในวงการ 1 ที่นั่งนี้แม้จะน้อย แต่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรใหญ่โตได้ในอนาคต

สำหรับเพื่อนๆ ที่ตามผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 แบบอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงกระแสของพรรคเล็กที่กำลังมาแรง แม้จะนับแค่ 3% แต่คะแนนอาจพุ่งขึ้นได้อีกเยอะ ลองคิดดูสิครับ ถ้าพรรคนี้ได้ที่นั่งเพิ่ม จะนำเสนอนโยบายอะไรบ้าง? เช่น การปฏิรูประบบการเมือง หรือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นให้ถกเถียงเยอะ เช่น การนับคะแนนในเขตต่างๆ ที่อาจมีดราม่า หรือการรวมพรรคหลังเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าคืนนี้หลายคนคงนั่งเฝ้าหน้าจอแน่ๆ มาลุ้นกันต่อว่าพรรคไหนจะได้โควต้านายกฯ ไป

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนติดตามผลแบบเรียลไทม์ไปด้วยกัน และอย่าลืมแสดงความเห็นในคอมเมนต์นะครับ คุณคิดว่าพรรคทางเลือกใหม่จะได้ที่นั่งเพิ่มไหม? หรือพรรคใหญ่จะครองหมด? แชร์ประสบการณ์การโหวตของคุณมาเลย!

ที่มา – อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เชียงใหม่ พรรคประชาชนนำ

การเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 2569 ได้เริ่มนับคะแนนแล้ว! ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 19.00 น. หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าพรรคประชาชนกำลังนำในหลายเขตเลือกตั้ง สร้างความฮือฮาให้กับนักการเมืองและประชาชนชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก เชียงใหม่ถือเป็นฐานเสียงสำคัญของภาคเหนือ หากพรรคประชาชนคว้าที่นั่งได้จำนวนมาก จะส่งผลต่อสมดุลอำนาจในสภาผู้แทนราษฎรแน่นอน

กกต. คาดว่าจะนับคะแนนได้เกิน 90% ภายในเวลา 21.00-23.00 น. ทำให้เราจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น วันนี้เรามาดูกันว่า ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เชียงใหม่ ในแต่ละเขตเป็นอย่างไรบ้าง โดยพรรคประชาชนนำโด่งในเขตหลักๆ หลายแห่ง ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคอื่นๆ

ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เชียงใหม่

นี่คือผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการล่าสุดที่รายงานจากกกต. ซึ่งยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้หากมีการนับเพิ่มเติม แต่จากแนวโน้มตอนนี้ พรรคประชาชนกำลังครองความได้เปรียบอย่างชัดเจน

รายละเอียดผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เชียงใหม่ แต่ละเขต

  • เขต 1: เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู (พรรคประชาชน) ครองอันดับ 1 ตามด้วย ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 และ ชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 เขตนี้เป็นพื้นที่เก่าแก่ที่พรรคประชาชนทะลุทะลวงได้สำเร็จ
  • เขต 2: การณิก จันทดา (พรรคประชาชน) นำอันดับ 1 เพทาย เตโชฬาร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ยุทธนา สุวรรณ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 แสดงให้เห็นกระแสแรงของผู้สมัครท้องถิ่น
  • เขต 3: ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล (พรรคประชาชน) นำชัดเจน จักรพล ตั้งสุทธิธรรม (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 เกษม ปารมีศิลป์ขจร (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3
  • เขต 4: พุธิตา ชัยอนันต์ (พรรคประชาชน) อันดับ 1 ภานุ เจริญสุข (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 โสภณ โกชุม (พรรคกล้าธรรม) อันดับ 3 ผู้สมัครหญิงคนนี้ได้รับการตอบรับดี
  • เขต 5: อัจฉรารัตน์ นันทะเสน (พรรคเพื่อไทย) นำอันดับ 1 ปรีชาพล รัตนมณี (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 2 กฤศอนันต์ วัฒนะ (พรรคโอกาสใหม่) อันดับ 3 เขตนี้เพื่อไทยยังคงเหนือชั้น
  • เขต 6: อรพรรณ จันตาเรือง (พรรคประชาชน) นำ สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ (พรรคกล้าธรรม) อันดับ 2 บัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3
  • เขต 7: การุณย์ คูเจริญชัยกุล (พรรคกล้าธรรม) คว้าอันดับ 1 สมดุลย์ อุตเจริญ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ไกร ดาบธรรม (พรรคพลังประชารัฐ) อันดับ 3 พรรคใหม่มาแรง
  • เขต 8: ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ (พรรคประชาชน) นำ ณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 สุรพล เกียรติไชยากร (พรรคพลังประชารัฐ) อันดับ 3
  • เขต 9: นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ (พรรคกล้าธรรม) อันดับ 1 ฉัตรณพัฒน์ สมศักดิ์เกตุกร (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ยงยุทธ์ ยาวิชัย (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3

สรุปแล้ว จาก 9 เขต พรรคประชาชนนำถึง 6 เขต พรรคกล้าธรรม 2 เขต และพรรคเพื่อไทย 1 เขตเท่านั้น สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเชียงใหม่ที่เคยเป็นฐาน stronghold ของพรรคเพื่อไทยมาแต่โบราณกาล พรรคประชาชนซึ่งอาจสานต่ออุดมการณ์คล้ายคลึงกัน ได้รับความไว้วางใจจากชาวเชียงใหม่มากขึ้น ส่วนพรรคกล้าธรรมก็โผล่ขึ้นมาเป็น dark horse ที่น่าจับตา

การเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นร้อนๆ มากมาย เช่น นโยบายเศรษฐกิจ การต่อต้านคอร์รัปชัน และการพัฒนาภาคเหนือ ชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผู้สมัครที่รู้จักท้องถิ่นและมีนโยบายชัดเจน หากผลคะแนนไม่เปลี่ยน พรรคประชาชนมีลุ้นส.ส. จากเชียงใหม่เกือบ 6-7 คน ซึ่งจะช่วยเสริมพลังในสภาได้ดี

ติดตาม ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เชียงใหม่ แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่ และอย่าลืมรอผลอย่างเป็นทางการจากกกต. คุณคาดการณ์ว่าพรรคไหนจะได้ที่นั่งมากสุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ เชียงใหม่ “พรรคประชาชน” นำหลายเขต

“เท้ง” หาเสียงตลาดสดหางดง อ้อนเลือกพรรคประชาชน

“เท้ง” หาเสียงตลาดสดหางดง อ้อนเลือกพรรคประชาชน

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลงพื้นที่ช่วย “ตี๋ ภัทรพงษ์” หาเสียงที่ตลาดสดหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงให้ “รัฐบาลประชาชน” ขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ชวนประชาชนร่วมสานต่อภารกิจเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 พรรคประชาชน ในการหาเสียงที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหางดง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มอบส้มและดอกไม้เป็นกำลังใจ

นายณัฐพงษ์เริ่มต้นการพบปะประชาชนและถ่ายรูปบริเวณหน้าตลาด โดยมีประชาชนให้กำลังใจและอวยพรให้ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จากนั้นได้เดินเท้าเข้าไปทักทายพ่อค้าแม่ขายภายในตลาดสดเทศบาลหางดง และรับมอบดอกไม้จากประชาชนที่ให้การสนับสนุน ในช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่ นายณัฐพงษ์ได้กล่าวขอบคุณประชาชนว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นแรงใจแรงเชียร์ หลายคนบอกว่ามารอตั้งแต่ 7 โมงเช้า ต้องขออภัยที่ทำให้รอนานนิดหนึ่ง คราวที่แล้วตอนสมัยพิธามาที่นี่ (หางดง) บอกว่าหางดงไม่ห่างเหิน วันนี้ไม่ห่างเหินจริงๆ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความหวังของทุกคนจริงๆ เป็นภารกิจที่พวกเราทุกคนต้องร่วมสร้างรัฐบาลประชาชน โดยผลโพลนิด้าออกมาล่าสุด ชาวเชียงใหม่พร้อมแล้วที่จะกาให้กับพรรคประชาชน”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หาเสียง

บรรยากาศการหาเสียงที่ตลาดสดหางดง

ต่อมา นายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจของนิด้าโพลที่ระบุว่า ชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่สนับสนุนให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนตน พวกเราเชื่อว่าประชาชนทุกคนไม่ได้เป็นเจ้าของโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และยังมีประชาชนอีกกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใคร ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนในฐานะหัวหน้าพรรคที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งต่อนโยบาย ความตั้งใจ และภารกิจในการสร้างรัฐบาลประชาชน

“วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในช่วงเย็นจะเดินทางไปที่แม่ริมเพื่อพบปะกับประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ และยังมีแผนที่จะไปอีกหลายพื้นที่ ฝากทุกคนช่วยกันติดตามการทำงานของพรรคประชาชน และช่วยกันสานต่อภารกิจเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์

ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์มีกำหนดการหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (19 มกราคม 2569) ก่อนที่จะเดินทางไปช่วยหาเสียงที่จังหวัดเชียงรายในวันที่ 20 มกราคม 2569 ต่อไป

พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขตในเชียงใหม่

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนได้ส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ได้แก่

  • เขต 1 น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู
  • เขต 2 น.ส.การณิก จันทดา
  • เขต 3 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล
  • เขต 4 น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์
  • เขต 5 นายสมชิด กันธะยา
  • เขต 6 อรพรรณ จันตาเรือง
  • เขต 7 นายสมดุลย์ อุตเจริญ
  • เขต 8 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์
  • เขต 9 นายฉัตรณพัฒน์ สมศักดิ์เกตุกร
  • เขต 10 นายอิทธิธัญกร ตาคำ

ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน

พรรคประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของประชาชนทุกคนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้น ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศและพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “เท้ง” หาเสียงตลาดสดหางดง อ้อนเลือกพรรคประชาชน ขอบคุณคนเชียงใหม่ หนุนนั่งนายกฯ

โพลเลือกตั้ง 2569: คนเชียงใหม่หนุน “เท้ง”

นิด้าโพล สำรวจคนเชียงใหม่ เลือกตั้ง 2569 หนุน “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน “ยศชนัน” ตามมาอันดับ 2 เล็งเลือก สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคประชาชน เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือพรรคเพื่อไทย

วันที่ 18 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.40 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
  • อันดับ 4 ร้อยละ 12.09 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.12 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.66 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.53 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
  • ร้อยละ 5.15 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย), พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน), นางสาวกชพร เวโรจน์ (พรรคก้าวอิสระ), นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่), นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์), นายกัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต), นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย), นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์), นายแพทย์ไกร ดาบธรรม (พรรคเพื่อไทย), นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 31.68 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.50 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.15 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.03 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.81 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทยร้อยละ 3.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคโอกาสใหม่ พรรคก้าวอิสระ พรรคไทยภักดี พรรคพลวัต 
  • และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 30.08 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.06 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.25 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.09 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น พรรคไทยก้าวใหม่
  • ร้อยละ 1.88 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคก้าวอิสระ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคปวงชนไทย พรรคพลวัต พรรคพลังประชารัฐ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

จากผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจกับการเมืองและพร้อมที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะมาถึง การสนับสนุนพรรคประชาชนและตัวของ “เท้ง ณัฐพงษ์” สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ

ทำไมผลโพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ จึงน่าสนใจ

ผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 ที่ทำการสำรวจในจังหวัดเชียงใหม่มีความน่าสนใจด้วยหลายเหตุผล จังหวัดเชียงใหม่มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางความคิดและมีประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง การที่พรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนอย่างมากจึงเป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตัวบุคคล การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดบ่งบอกว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์

พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งและความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังมีเวลาอีกมากก่อนถึงการเลือกตั้งจริง สถานการณ์ทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใคร

การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันใช้สิทธิใช้เสียงของเราเพื่อสร้างสรรค์ประเทศที่เราต้องการ

ที่มา – โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

ไทยรัฐโพล: สส.ย้ายพรรค? “อุดมการณ์” ชนะ!

ผลสำรวจล่าสุดจากไทยรัฐออนไลน์ชี้ชัดว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ของพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล หาก สส. เขตเดิมย้ายพรรค โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งซ้ำก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนได้รับความนิยมอย่างมากในระบบบัญชีรายชื่อ

การสำรวจ “ส่องกระแสเลือกตั้ง: ความเชื่อมั่นต่อตัวบุคคลและพรรคการเมืองของคนไทย” โดยไทยรัฐโพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 โดยมีผู้เข้าชมโพลถึง 1.75 ล้านครั้ง และมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามมากถึง 11,419 คน ซึ่งผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางทางการเมืองที่น่าสนใจในปี 2569

ไทยรัฐโพล: สส.ย้ายพรรค? “อุดมการณ์” ชนะ!

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองคือ ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อ สส. ที่ย้ายพรรค คำถามสำคัญคือ “หาก สส. เขตเดิมของคุณย้ายพรรค ในการเลือกตั้งครั้งนี้คุณจะยังเลือกเขาอยู่หรือไม่?” คำตอบจากผลสำรวจนี้อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับนักการเมืองหลายท่าน

ผลสำรวจพบว่า 56.47% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าจะไม่เลือก สส. ที่ย้ายพรรคอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาชื่นชอบที่พรรค เมื่อ สส. เปลี่ยนพรรค ก็ถือว่าสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางการเมือง

ในขณะเดียวกัน 18.69% ยังไม่ตัดสินใจ 15.34% รอดูแนวนโยบายใหม่ และเพียง 9.49% เท่านั้นที่ยังคงสนับสนุน สส. ที่ย้ายพรรค

สัญญาณเตือน สส. ย้ายพรรค จากไทยรัฐโพล: สส.ย้ายพรรค? “อุดมการณ์” ชนะ!

ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับ สส. ที่คิดจะย้ายพรรค ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทางการเมือง ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือความอยู่รอด เพราะฐานเสียงเดิมอาจไม่ได้ตามไปสนับสนุนเสมอไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และอุดมการณ์ของพรรคมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว

ในการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ (Party List) พบว่าพรรคประชาชนได้รับความสนใจมากที่สุด โดยมีคะแนนนิยมสูงถึง 41.38% ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทย (19.79%) และพรรคภูมิใจไทย (13.15%) อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ (10.53%) พรรคเศรษฐกิจ (5.57%) พรรครวมไทยสร้างชาติ (2.06%) พรรคไทยสร้างไทย (1.5%) และพรรคไทยก้าวใหม่ (1.12%) ก็ได้รับความสนใจตามลำดับ

ข้อมูลประชากรของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานและวัยเกษียณ โดยผู้ที่มีอายุ 46-59 ปี ตอบมากที่สุด (34.34%) รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (32.10%) กลุ่มอายุ 36-45 ปี (13.06%) กลุ่มอายุ 26-35 ปี (10.32%) และกลุ่มอายุ 18-25 ปี (10.18%)

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (41.93%) ภาคกลาง (18.72%) ภาคอีสาน (16.90%) ภาคเหนือ (11.91%) และภาคใต้ (10.54%)

จากการวิเคราะห์ผลสำรวจของไทยรัฐโพลชุดนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนกำลังมองหาการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายและอุดมการณ์ที่ชัดเจนของพรรค มากกว่าการพึ่งพาบารมีส่วนตัวหรือการย้ายพรรคเพื่อแสวงหาอำนาจ

ผลสำรวจนี้ย้ำเตือนนักการเมืองว่า การยึดมั่นในอุดมการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วยนโยบายที่จับต้องได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างความสำเร็จในระยะยาว

ที่มา – ไทยรัฐโพล: เมื่อ “อุดมการณ์” ชนะ “บารมีส่วนตัว” ปิดตายทางรอด สส. ย้ายพรรค

Scroll to top