โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

พสกนิกรหลั่งไหล เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เชื่อว่าหลายท่านคงได้รับทราบข่าวสารและรู้สึกถึงความจงรักภักดีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เมื่อพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจกันเดินทางมายังพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกถึงความรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยในวันนี้มีพสกนิกรหลั่งไหล เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ณ ศาลาสหทัยสมาคม ด้วยใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเคารพรัก

บรรยากาศพสกนิกรหลั่งไหล เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศ ณ บริเวณพระบรมมหาราชวังเต็มไปด้วยความสงบและเรียบร้อย ประชาชนที่เดินทางมาต่างสวมชุดสีดำสุภาพ เพื่อแสดงความอาลัยและถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่ว่าอากาศจะร้อนเพียงใดหรือแถวจะยาวแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังคงตั้งใจยืนรอคิวด้วยความอดทนและเคารพในกติกาที่ทางสำนักพระราชวังกำหนดไว้

รายละเอียดการเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางไปร่วมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง ทางสำนักพระราชวังได้กำหนดรายละเอียดไว้ดังนี้:

  • สถานที่: ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
  • ช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะ: ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 16.00 น.
  • การแต่งกาย: ขอความกรุณาประชาชนสวมชุดสุภาพโทนสีดำเพื่อความเหมาะสม

ทางเจ้าหน้าที่และจิตอาสาประจำจุดต่างๆ ได้คอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแถว การแจกน้ำดื่ม หรือการดูแลเรื่องยาสามัญประจำบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าถวายสักการะของประชาชนทุกคนจะเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ซึ่งการเห็นภาพที่พสกนิกรหลั่งไหล เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสายใยแห่งความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยที่ยังคงแน่นแฟ้นเหนียวแน่นเสมอมา

ถือเป็นภาพประทับใจที่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและการร่วมใจของคนไทยในยามที่ต้องการแสดงความจงรักภักดี หากท่านใดมีโอกาสและเวลาที่สะดวก สามารถเดินทางมาร่วมลงนามได้ตามวันและเวลาที่สำนักพระราชวังกำหนดไว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการแสดงความเคารพรักจากใจจริง ต่อพระองค์ท่าน ผู้ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรตลอดมา

ที่มา – พสกนิกรหลั่งไหล เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา

ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาถือเป็นวันแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อมีการจัดงานประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งเป็นพิธีการที่สำคัญและเต็มไปด้วยความอาลัย โดยขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในเขตพระบรมมหาราชวัง

บรรยากาศความอาลัยในพิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่าน ภาพที่ปรากฏคือพสกนิกรจำนวนมากจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำ มารอเฝ้าส่งเสด็จตลอดสองข้างทางด้วยน้ำตานองหน้า บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยแรงศรัทธาและความรักที่ประชาชนมีต่อพระองค์ท่าน การบันทึกไว้ในประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยาครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทำข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไปแล้ว ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทยที่ถักทอมาอย่างยาวนาน

รายละเอียดขั้นตอนสำคัญในพิธี:

  • ขบวนเริ่มต้นจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • มุ่งหน้าสู่ประตูพระบรมมหาราชวัง
  • ริ้วขบวนประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานที่เตรียมการอย่างสมพระเกียรติ
  • การจัดระเบียบพื้นที่เพื่อให้พสกนิกรสามารถส่งเสด็จได้อย่างใกล้ชิดที่สุด

แม้ว่าการสูญเสียในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การที่ได้เห็นภาพพสกนิกรนับหมื่นคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อส่งพระองค์สู่ที่ประทับสุดท้าย ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ก็เป็นภาพที่น่าประทับใจและพิสูจน์ให้เห็นว่าความดีที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติไว้ตลอดพระชนม์ชีพนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนอย่างแท้จริง การเผยแพร่ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยาในครั้งนี้จึงเป็นการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยให้คนรุ่นหลังได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอดไป

สุดท้ายนี้ ขอให้เราทุกคนน้อมส่งเสด็จด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นและตั้งมั่นในความดีตามรอยพระบาทของพระองค์ท่าน เพราะนั่นคือการถวายความจงรักภักดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราในฐานะพสกนิกรจะสามารถกระทำได้

ที่มา – ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา

รถเชิญพระศพ พระองค์ภา คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ รัชกาลที่ 9-สมเด็จพระพันปีหลวง

เชื่อว่าหลายท่านคงมีความสงสัยและให้ความสนใจเกี่ยวกับขบวนรถยนต์หลวงที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องราวของ รถเชิญพระศพ พระองค์ภา คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ รัชกาลที่ 9-สมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในแง่ของความศักดิ์สิทธิ์และประวัติศาสตร์อันยาวนานของรถพระที่นั่งคันนี้

เจาะลึก รถเชิญพระศพ พระองค์ภา คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ รัชกาลที่ 9-สมเด็จพระพันปีหลวง

รถคันดังกล่าวคือรถตู้โฟล์กสวาเกน สีเทา คาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 เป็นรถรุ่น T4 ฐานล้อยาวที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อเล่นว่า “รถโฟล์กเจมส์บอนด์” รถคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะทั่วไป แต่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงใช้ในการทรงงานมาโดยตลอด

ความสำคัญและประวัติของ รถเชิญพระศพ พระองค์ภา คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ รัชกาลที่ 9-สมเด็จพระพันปีหลวง

นอกจากประวัติการใช้งานในการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว รถคันนี้ยังได้รับเกียรติสูงสุดในการอัญเชิญพระบรมศพของพระองค์ท่าน รวมถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จสวรรคตด้วย ซึ่งนับเป็นความต่อเนื่องที่สะท้อนถึงความผูกพันและพระราชกรณียกิจที่สืบต่อกันมาภายใต้เบื้องพระยุคลบาท

ความพิเศษของรถคันนี้คือ:

  • เป็นรถในขบวนรถยนต์หลวงที่มีประวัติการใช้งานอย่างยาวนาน
  • เป็นรุ่นที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดปรานเนื่องจากความเรียบง่าย
  • สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรที่ยึดมั่นในหลักความพอเพียงในการทรงงาน

การที่ได้เห็นรถคันเดิมกลับมาทำหน้าที่สำคัญอีกครั้ง เปรียบเสมือนการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้พสกนิกรชาวไทยได้หวนระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ การใช้รถคันเดียวกันนี้ในการเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จึงถือเป็นการแสดงถึงความเคารพอย่างสูงสุดตามโบราณราชประเพณี

สำหรับพสกนิกรที่ได้รับทราบข้อมูลนี้ ต่างซาบซึ้งใจและรู้สึกถึงความผูกพันผ่านยานพาหนะที่ทรงคุณค่าทางจิตใจอย่างมหาศาล หากท่านมีโอกาสหรือได้พบเห็นขบวนพระราชพิธี ขอให้จดจำความงดงามและประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่เบื้องหลังรถพระที่นั่งคันนี้ไว้ให้ตราบนานเท่านานครับ

ที่มา – รถเชิญพระศพ “พระองค์ภา” คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “รัชกาลที่ 9-สมเด็จพระพันปีหลวง”

ชมสด พิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ในวันนี้ เราขอนำเสนอข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องการติดตาม ชมสด พิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้ารอเพื่อร่วมส่งเสด็จและแสดงความจงรักภักดีด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นไปตามแถลงการณ์สำนักพระราชวังที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน

ชมสด พิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

การจัดงานในครั้งนี้มีความละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ สำหรับท่านที่ต้องการร่วม ชมสด พิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านช่องทางต่างๆ ควรเตรียมตัวและตรวจสอบเส้นทางให้ดี เนื่องจากมีการปิดการจราจรในหลายจุดเพื่อความเรียบร้อยของขบวนเชิญพระศพที่มุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวัง

เส้นทางพิธีเคลื่อนพระศพที่ควรรู้

เพื่อให้ประชาชนทราบถึงรายละเอียดของเส้นทางที่ขบวนจะเคลื่อนผ่าน เพื่อร่วมส่งเสด็จหรือวางแผนการเดินทางได้อย่างถูกต้อง ทางการได้ประกาศรายละเอียดเส้นทางดังนี้:

  • ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เลี้ยวซ้ายถนนอังรีดูนังต์
  • มุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 4 และเข้าสู่ถนนพญาไท
  • เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านวัดเบญจมบพิตรฯ
  • ผ่านถนนราชดำเนิน มุ่งสู่ประตูวิเศษไชยศรี ในพระบรมมหาราชวัง

ความอาลัยของชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่านนั้นยิ่งใหญ่เกินบรรยาย พสกนิกรต่างร่วมใจสวมใส่ชุดไว้ทุกข์เพื่อเป็นการถวายความเคารพสูงสุด การติดตามรับ ชมสด พิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงเป็นสิ่งที่แสดงพลังแห่งความรักและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อสถาบันเบื้องสูงได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้ สำหรับผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ใกล้เคียง ขอแนะนำให้ตรวจสอบประกาศจากทางราชการเกี่ยวกับการจราจรเป็นระยะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ขบวนพิธีดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อยและสมพระเกียรติที่สุด เราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความอาลัยและส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยอย่างพร้อมเพรียงกัน

ที่มา – ชมสด พิธีเคลื่อนพระศพ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา

ในวันที่แห่งความโศกเศร้าของการส่งเสด็จฯ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศมาตรการสำคัญเพื่อรองรับพสกนิกรจำนวนมากที่จะเดินทางมาร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยได้มีการ สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยงานสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุด โดยได้มีการจัดเตรียมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัคร พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทาง เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด การ สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ พระองค์ภา ในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่วัดและจุดปล่อยขบวนไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

รายละเอียดเส้นทางที่ต้องเตรียมตัวและจุดบริการทางการแพทย์

สำหรับการเคลื่อนขบวนในครั้งนี้ มีเส้นทางสำคัญที่ประชาชนควรทราบและระมัดระวังเรื่องสภาพอากาศและการเบียดเสียด ดังนี้:

  • ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายถนนอังรีดูนังต์
  • เลี้ยวขวาออกสู่ถนนพระราม 4 มุ่งหน้าแยกสามย่าน
  • เลี้ยวขวาที่แยกสามย่าน เข้าสู่ถนนพญาไท
  • เลี้ยวซ้ายที่แยกพญาไท เข้าสู่ถนนศรีอยุธยา
  • ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
  • สิ้นสุดขบวนที่ถนนราชดำเนินผ่านประตูวิเศษไชยศรี

นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนที่มาร่วมงานเตรียมความพร้อมของร่างกาย พกน้ำดื่ม และยาประจำตัวมาด้วย หากรู้สึกไม่สบายหรือพบผู้ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งทีมแพทย์ที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ได้ทันที เพราะการดูแลความปลอดภัยของประชาชนคือหัวใจหลักที่ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ขอให้ทุกท่านที่เดินทางมาร่วมส่งเสด็จฯ ดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเคร่งครัด หากท่านมีโรคประจำตัวอย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน และหากเกิดเหตุจำเป็น อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากทีมงานเจ้าหน้าที่ซึ่งพร้อมดูแลทุกคนอย่างสุดความสามารถครับ

ที่มา – สธ. จัดทีมแพทย์-รถฉุกเฉิน ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพ “พระองค์ภา”

ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ รอเฝ้าขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เป็นภาพที่สะท้อนถึงความจงรักภักดีอย่างที่สุด เมื่อบรรยากาศบริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรที่พร้อมใจกันสวมชุดดำ เดินทางมาจับจองพื้นที่เพื่อรอเฝ้าส่งขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ วันนี้ถือเป็นวันที่ประชาชนต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันด้วยใจที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ รอเฝ้าขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เหตุการณ์สำคัญในวันนี้คือการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีกำหนดการเคลื่อนขบวนในเวลา 15.30 น. ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเพื่อให้พิธีการเป็นไปอย่างสมพระเกียรติที่สุด

เส้นทางการผ่านของขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จฯ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นั้น จะเคลื่อนออกจากประตู 15 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีรายละเอียดเส้นทางที่ขบวนจะผ่านดังนี้:

  • ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์
  • เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระราม 4 และเลี้ยวขวาที่ถนนพญาไท
  • เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกศรีอยุธยา มุ่งหน้าสู่ถนนศรีอยุธยา
  • ต่อเนื่องถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินใน
  • ผ่านท้องสนามหลวง ก่อนปิดท้ายขบวนที่ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง

ในระหว่างการเฝ้ารอ ประชาชนต่างนำพระฉายาลักษณ์มาถือไว้ในมือ หลายคนเดินทางมาแต่เช้าเพื่อจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ร่วมส่งเสด็จฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดที่สุด แม้อากาศจะร้อนเพียงใดหรือต้องรอนานแค่ไหน แต่ความตั้งใจและพลังแห่งความรักของประชาชนที่มีต่อพระองค์ท่านก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมจุดอำนวยความสะดวกไว้รอบบริเวณ หากท่านที่จะเดินทางมาในช่วงเย็นขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การจราจรและการจัดระเบียบในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับใครที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง ก็สามารถร่วมส่งใจผ่านการรับชมภาพบรรยากาศจากสื่อมวลชนที่รายงานสดได้ตลอดทั้งวันครับ

การรวมตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความอาลัย แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความผูกพันที่พสกนิกรมีต่อสถาบันตลอดมา ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและเดินทางด้วยความระมัดระวังในช่วงที่มีมวลชนจำนวนมากนะครับ

ที่มา – ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ รอเฝ้าขบวนเชิญพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

พสกนิกรแสดงความอาลัยถวาย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

นับเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อสำนักพระราชวังได้มีแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ บรรยากาศพสกนิกรแสดงความอาลัยถวาย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงเต็มไปด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง

บรรยากาศพสกนิกรแสดงความอาลัยถวาย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ มีประชาชนจำนวนมากที่แต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำและสีขาว เดินทางมาเพื่อวางดอกไม้และแสดงความอาลัยด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรไทยมาโดยตลอด ทุกคนต่างมีความตั้งใจเดียวกันคือการส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติที่สุด

พลังแห่งความรักของประชาชนบนโลกออนไลน์

ไม่เพียงแค่บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลเท่านั้น ในโลกโซเชียลมีเดียยังมีพลังแห่งความศรัทธาที่แสดงออกผ่านการติดแฮชแท็ก #องค์ภา #เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา และ #เสด็จสู่วรรคาลัย พสกนิกรแสดงความอาลัยถวาย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ผ่านการโพสต์ข้อความและรูปภาพเพื่อรำลึกถึงพระจริยวัตรที่งดงามและการทรงงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือสังคมไทย

  • ร่วมถวายความอาลัยผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยเจตจำนงที่ดี
  • ติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวังเพื่อความถูกต้อง
  • ร่วมน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ในยามที่คนไทยประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ สิ่งที่ประจักษ์ชัดคือความสามัคคีและพลังใจที่ทุกคนมอบให้แก่กัน นี่คือบทพิสูจน์ถึงความรักที่ประชาชนมีต่อสถาบันฯ ซึ่งจะยังคงอยู่ในใจคนไทยตลอดไป ขอให้ความดีที่พระองค์ทรงสร้างไว้เป็นที่จดจำสืบไป

ที่มา – พสกนิกรแสดงความอาลัยถวาย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ดันแฮชแท็กขึ้นติดเทรนด์โซเชียล

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พสกนิกรจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่ เพื่อรอชมขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่จะเสด็จพระราชดำเนินตามขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง

ประชาชนต่างตั้งใจที่จะได้กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง โดยตามหมายกำหนดการ ขบวนรถเคลื่อนพระบรมศพจะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในช่วงเวลา 16.00 น. ของวันนี้

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ประชาชนที่ทราบข่าว ต่างสวมชุดดำเพื่อแสดงความไว้อาลัย และนำพระบรมฉายาลักษณ์มาแสดงความอาลัย พร้อมทั้งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถเคลื่อนผ่าน

นางสาวพันธ์วดี แพทรงพัฒน์ อายุ 55 ปี ซึ่งเดินทางมาจากเขตบางกะปิ กล่าวว่า ภายหลังทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ตนตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมารอถวายบังคมพระบรมศพ และจะปักหลักรอค้างคืนในจุดที่สามารถมองเห็นขบวนรถเชิญพระบรมศพได้ใกล้ที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อน แต่ตนและประชาชนที่เดินทางมารอ ต่างไม่ย่อท้อ เนื่องจากที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ดังนั้น การมารอส่งเสด็จพระองค์ท่านในครั้งนี้ ถือเป็นความตั้งใจของลูกที่จะมารอส่งแม่ของแผ่นดินเป็นครั้งสุดท้าย

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่เดินทางมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ต่างแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยประชาชนส่วนใหญ่ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

บรรยากาศโดยรอบโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย พสกนิกรจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อตั้งใจจะส่งเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นครั้งสุดท้าย แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง

ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง

เสียงจากประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จ สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพรักและเทิดทูนที่พวกเขามีต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง หลายคนกล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินที่คอยห่วงใยและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมหาศาล

  • โครงการต่างๆ ในพระราชดำริ
  • การช่วยเหลือผู้ยากไร้
  • การส่งเสริมศิลปาชีพ

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย และเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเดินทางมาในวันนี้ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที และถวายความอาลัยแด่พระองค์

การรวมตัวของประชาชนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความอาลัย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ

เหตุการณ์ในวันนี้ เป็นภาพที่ประทับใจและจะอยู่ในความทรงจำของคนไทยไปตลอดกาล เป็นเครื่องยืนยันถึงความรักและความศรัทธาที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง พวกเราขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ที่มา – พสกนิกรจับจองที่นั่ง รอขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พสกนิกร ร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า พร้อมใจส่งเสด็จฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพสู่ “พระบรมมหาราชวัง”

วันที่ 26 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศ แต่งกายไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมาร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางความโศกเศร้า ประชาชนจำนวนมากต่างเดินทางมาร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความจงรักภักดีและอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้

พสกนิกร ร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ทั้งนี้ มีประชาชนบางส่วนมาปักหลักค้างคืน บริเวณอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เพื่อรอเฝ้าฯ ส่งเสด็จพระบรมศพ ขณะเดียวกันที่บริเวณโถงชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งมีประชาชนเดินทางถวายสักการะและทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้สด เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามถวายความอาลัย อย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน น.ส.จิรภา เกษมวรรณ อายุ 61 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคียงคู่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวทั้งน้ำตา ว่า ทันทีที่ทราบแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง ว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตแล้ว ตนมือไม้สั่นและทำตัวไม่ถูก รู้สึกจุกอกและเสียใจอย่างมาก

เพราะตนเองนั้นจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อคืนนี้เมื่อตอนที่ตนเลิกงาน ก็รีบนำพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์เดินทางมาที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งตนเองได้ค้างคืนเพราะตั้งใจที่จะรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งตั้งใจจะกราบถวายบังคมพระบรมศพ

ทั้งนี้ รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทำต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะยิ่งโครงการศิลปาชีพที่ทำให้พี่น้องชาวไทยตามท้องที่ต่างๆ ได้มีงานทำและเป็นการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นไทย ตนมองว่าสิ่งที่พระองค์ท่านทำนั้น มากมายจนเกินกว่าจะอธิบายได้

พสกนิกร ร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หลังจากนี้ ตนตั้งใจที่จะหมั่นทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน โดยเฉพาะยิ่งคำสอนที่ให้รู้จักพอเพียง มองว่าตนเองยังทำความดีได้ไม่เท่ากับสิ่งที่พระองค์ท่านทำให้แก่พสกนิกรชาวไทย หลังจากนี้ตนจะเดินทางต่อไปยังท้องสนามหลวงและตั้งใจจะไปร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพทุกวัน ขอพระองค์สถิตอยู่สวรรค์บรมพิมาน เคียงคู่พระบรมราชสวามี สถิตเป็นพระมิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนาน.

พสกนิกร ร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมารวมใจกันเพื่อร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความอาลัยยิ่ง การเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระองค์ท่านถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย

ความรู้สึกของประชาชนต่อการจากไปของสมเด็จพระพันปีหลวง

ประชาชนต่างแสดงความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของสมเด็จพระพันปีหลวง หลายคนกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการในพระราชดำริต่างๆ ที่ได้ช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

การเดินทางมาร่วมพระราชพิธีในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัยรักที่ประชาชนมีต่อสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นการส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุด

พวกเราชาวไทยทุกคนขอตั้งปณิธานว่าจะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน และจะร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

ที่มา – พสกนิกรทั่วสารทิศ เดินทางมาร่วมพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

Scroll to top