โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

หนุ่มวัย 19 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บริจาคลิ้นหัวใจ ช่วย 6 ชีวิต

เรื่องราวที่น่าประทับใจและเต็มไปด้วยความปิติในท่ามกลางความสูญเสียครั้งนี้ เกิดขึ้นกับครอบครัวของน้องวิวัฒน์ หนุ่มวัย 19 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บริจาคลิ้นหัวใจ ตับ ไต ดวงตา ช่วย 6 ชีวิต ให้กับเพื่อนมนุษย์ที่กำลังรอคอยโอกาสในการต่อชีวิตใหม่ นับเป็นการตัดสินใจที่เฉลียวฉลาดและเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมจากทางครอบครัว แม้จะต้องเผชิญกับความโศกเศร้าจากการจากไปของคนที่รัก แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นความหวังครั้งใหญ่

หนุ่มวัย 19 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บริจาคลิ้นหัวใจ ตับ ไต ดวงตา ช่วย 6 ชีวิต

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อน้องวิวัฒน์ ประสบอุบัติเหตุขณะขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปเอาใบรับรองแพทย์สำหรับการสมัครงานใหม่ แต่ชีวิตกลับถูกพรากไปอย่างกะทันหัน ณ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ แพทย์วินิจฉัยว่าน้องอยู่ในภาวะสมองตาย ในวินาทีนั้น ทางโรงพยาบาลได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวร่วมสร้างกุศลด้วยการบริจาคอวัยวะ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยผู้ป่วยได้ถึง 6 ราย แต่มันคือการสืบต่ออายุขัยของน้องวิวัฒน์ให้คงอยู่ผ่านร่างกายผู้อื่น

การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่จากครอบครัว

คุณยายของน้องวิวัฒน์และคุณแม่ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การบริจาคอวัยวะคือการทำบุญใหญ่ครั้งสุดท้าย ดีกว่าการเผาร่างกายไปโดยเปล่าประโยชน์ คุณแม่ของน้องยังเผยว่าตนเองได้ทำความประสงค์บริจาคร่างกายไว้เช่นกัน จึงเข้าใจความสำคัญของการให้ในวาระสุดท้ายนี้เป็นอย่างดี เรื่องราวของ หนุ่มวัย 19 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บริจาคลิ้นหัวใจ ตับ ไต ดวงตา ช่วย 6 ชีวิต จึงถูกยกย่องให้เป็นตัวอย่างอันดีงามในสังคมไทย

องค์ประกอบของอวัยวะที่ถูกส่งต่อนั้นมีมูลค่ามหาศาลต่อการรักษาทางการแพทย์ ได้แก่:

  • ลิ้นหัวใจ
  • ตับ
  • ไต (2 ข้าง)
  • ดวงตา (2 ข้าง)

ด้วยหัวใจที่เสียสละของครอบครัว อวัยวะเหล่านี้จึงกลายเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้กับผู้ป่วยที่สิ้นหวัง การตัดสินใจบริจาคอวัยวะโดยไม่ลังเลของครอบครัวน้องวิวัฒน์ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นเครื่องเตือนใจให้พวกเราเห็นว่า ชีวิตนั้นไม่แน่นอน แต่ความเป็นมนุษย์ที่คอยเกื้อกูลกันคือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด

ในฐานะมุมมองจากผู้อ่าน นี่คือบทเรียนที่ย้ำเตือนว่า การวางแผนชีวิตและการเตรียมตัวสำหรับวาระสุดท้ายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการสร้างคุณค่าที่คนข้างหลังภูมิใจ หากใครสนใจร่วมเป็นผู้ให้ สามารถติดต่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้แก่เพื่อนมนุษย์ต่อไป

ที่มา – หนุ่มวัย 19 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บริจาคลิ้นหัวใจ ตับ ไต ดวงตา ช่วย 6 ชีวิต

หนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์ เส้นเลือดในสมองแตก บริจาคอวัยวะช่วย 4 ชีวิต

เรื่องราวสุดน่าประทับใจของหนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์ เส้นเลือดในสมองแตก บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วยอีก 4 ชีวิตกลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคน เมื่อญาติผู้เสียชีวิตตัดสินใจทำตามความตั้งใจครั้งสุดท้าย บริจาคอวัยวะเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น สร้างกุศลใหญ่หลวงในวาระสุดท้ายของชีวิต

หนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์ เส้นเลือดในสมองแตก บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วยอีก 4 ชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 นายประธาน จันทร์แย้ม อายุ 50 ปี ชาวตำบลชอนไพร อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีอาการนอนหมดสติกะทันหันใต้ถุนบ้าน ญาติรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ทันที แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งเป็นอาการรุนแรงที่อาจนำไปสู่ภาวะสมองตายได้ แม้ทีมแพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ผู้ป่วยก็มีอาการก้านสมองตาย ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นการเสียชีวิตทางสมองแล้ว

หนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์ เส้นเลือดในสมองแตก บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วยอีก 4 ชีวิต

ความตั้งใจครั้งสุดท้ายของผู้บริจาค

นางสาวมิรันตี เกตุเอี่ยม น้องสาววัย 25 ปีของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พี่ชายเป็นคนไม่มีครอบครัว ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่กับพี่สาว เมื่อครั้งมีชีวิต พี่ชายเคยแสดงความประสงค์อยากบริจาคอวัยวะและร่างกายให้โรงพยาบาลเพื่อส่วนรวม เมื่อพยาบาลชวนพูดคุยเรื่องโครงการบริจาคอวัยวะ ญาติทุกคนจึงยินยอมทำตามทันที สุดท้ายสามารถบริจาคได้ 4 ชิ้น ได้แก่ กระจกตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง นำไปช่วยผู้ป่วยที่รอคิวเปลี่ยนถ่ายอวัยวะได้อีก 4 ราย ทำให้ผู้ป่วยบางรายได้แสงสว่างในชีวิตใหม่ บางรายได้ไตใหม่เพื่อมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

กระบวนการบริจาคอวัยวะที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

นางชไมพร สีทอง หัวหน้าศูนย์บริจาคอวัยวะโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ กล่าวว่า แม้ผู้เสียชีวิตจะแจ้งความประสงค์ไว้ก่อน แต่ต้องได้รับความยินยอมจากญาติเท่านั้นจึงจะดำเนินการได้ โรงพยาบาลจึงเข้าไปอธิบายรายละเอียดโครงการของสภากาชาดไทย ซึ่งช่วยประสานงานนำอวัยวะไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว

  • กระจกตา 2 ข้าง: ช่วยผู้ป่วยตาบอดให้กลับมามองเห็น
  • ไต 2 ข้าง: ช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ล้างไตประจำ
ญาติผู้บริจาคอวัยวะเพชรบูรณ์
โรงพยาบาลเพชรบูรณ์มอบเกียรติบัตร

ความสำคัญของการบริจาคอวัยวะในประเทศไทย

เส้นเลือดในสมองแตกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในวัยทำงาน โดยอาการมักเกิดกะทันหัน เช่น ปวดหัวรุนแรง ชัก อัมพาต หรือหมดสติ หากตรวจพบเร็วมีโอกาสรอดสูง แต่หากลุกลามถึงสมองตาย โครงการบริจาคอวัยวะจึงเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยม ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยรออวัยวะนับพันราย โดยไตและกระจกตามีความต้องการสูงสุด เรื่องราวของหนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์นี้ไม่เพียงช่วย 4 ชีวิต แต่ยังจุดประกายให้คนอื่นๆ ลุกขึ้นตัดสินใจบริจาค

การบริจาคอวัยวะไม่ใช่แค่ช่วยชีวิต แต่ยังสร้างบุญกุศลใหญ่ตามความเชื่อของคนไทย ญาติเชื่อว่าผลบุญนี้จะส่งพี่ชายไปสู่ภพภูมิที่ดี หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีประกันสุขภาพหรือตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองแตกได้

วิธีสมัครบริจาคอวัยวะง่ายๆ

  • ดาวน์โหลดแอป “ไทยบริจาคอวัยวะ” หรือเข้าเว็บไซต์สภากาชาดไทย
  • กรอกข้อมูลและเซ็นชื่อลงทะเบียนฟรี
  • แจ้งญาติให้ทราบความตั้งใจ เพื่อให้ดำเนินการได้ทันที

สุดท้าย เรื่องราวหนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์ เส้นเลือดในสมองแตก บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วยอีก 4 ชีวิตนี้สอนให้เรารู้ว่า แม้ชีวิตจะจบลง แต่การให้สามารถดำเนินต่อไปได้ชั่วนิรันดร์ หากคุณสนใจช่วยชีวิตคนอื่น ลองลงทะเบียนบริจาคอวัยวะวันนี้ แล้วคุณอาจกลายเป็นฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตได้เช่นกัน

ที่มา – หนุ่มใหญ่ชาวเพชรบูรณ์ เส้นเลือดในสมองแตก บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วยอีก 4 ชีวิต

งูเห่ากัด! ยาย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าฉก


หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

เรื่องราวสุดระทึก! หลานชายเผยนาทีชีวิตเมื่อคุณยายวัย 93 ปี ต้องเผชิญหน้ากับงูเห่าขณะนอนหลับพักผ่อน เคราะห์ดีที่ญาติได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ล่าสุดอาการของคุณยายปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนางทอง ประทุมทอง อายุ 93 ปี ถูกงูเห่าฉกขณะนอนหลับอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้านในจังหวัดเพชรบูรณ์ ญาติๆ รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ซึ่งข่าวนี้ได้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

นายสุวัฒน์ ดีขะนุ หลานชายของคุณยายทอง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกำลังซ่อมเครื่องยนต์อยู่หน้าบ้าน ซึ่งห่างจากจุดที่คุณยายนอนพักผ่อนไม่ไกลนัก ได้ยินเสียงคุณยายร้องเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อวิ่งเข้าไปดูก็พบร่องรอยถูกงูกัดที่นิ้วกลางข้างซ้าย จึงรีบนำตัวคุณยายส่งโรงพยาบาลทันที

ภาพประกอบข่าว
ภาพประกอบข่าว (เครดิต: ไทยรัฐออนไลน์)

“ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมีงูเข้ามาในบ้าน ยิ่งเป็นงูเห่าด้วยแล้วยิ่งน่ากลัว รีบโทรศัพท์บอกหลานอีกคนที่ติดกล้องวงจรปิดไว้ให้ช่วยดู ก็เห็นว่าเป็นงูเห่าตัวค่อนข้างใหญ่ เลื้อยขึ้นไปบนเตียง” นายสุวัฒน์กล่าว

พื้นที่บ้านไม่เคยมีงูเห่ามาก่อน

นายสุวัฒน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นงูเห่าในบริเวณบ้านเลย ทำให้รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ในจังหวะที่วิ่งเข้าไปช่วยคุณยาย ก็สังเกตเห็นคางคกกระโดดออกมาจากใต้ถุนบ้าน ซึ่งคาดว่างูเห่าอาจจะไล่คางคก แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเลื้อยขึ้นไปบนเตียงของคุณยายได้

อาการล่าสุดของคุณยายทอง ปลอดภัยแล้ว แพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจและคุณยายสามารถหายใจได้เองตามปกติ บริเวณบาดแผลที่ถูกงูกัดมีอาการบวมช้ำ แต่แพทย์ได้ทำการกรีดเพื่อระบายเลือดเสียออก และแจ้งว่าหากแผลไม่มีอาการติดเชื้อ ภายใน 2-3 วัน คุณยายก็จะสามารถกลับบ้านได้

อุทาหรณ์จากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณยายทองเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษที่อาจเข้ามาในบ้านได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ควรดูแลรักษาความสะอาดบริเวณบ้าน กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ และสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอ หากพบเห็นสัตว์มีพิษ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการ

นอกจากนี้ การติดตั้งกล้องวงจรปิดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในยามฉุกเฉิน

ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก

และอย่าลืม! หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ถูกสัตว์มีพิษกัด ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญ ดูแลบ้านและคนที่เรารักให้ดีที่สุดนะครับ

ที่มา – หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

Scroll to top