โรดริโก ดูเตร์เต

ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์อาคารวุฒิสภา หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์อาคารวุฒิสภา หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและนักการเมืองในกรุงมะนิลา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เสียงปืนดังสนั่นภายในอาคารวุฒิสภา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์อาคารวุฒิสภา หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยมีรายงานว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด พร้อมกับภาพเจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้าไปในอาคาร โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่า ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์อาคารวุฒิสภา หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ไม่ใช่การพยายามจับกุมบุคคลสำคัญ แต่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย และกำลังสืบสวนหาตัวผู้ยิงอย่างเร่งด่วน

พื้นหลังของเหตุการณ์: สว.เดลา โรซา และหมายจับ ICC

จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายมาจากนายโรนัลด์ “บาโต” เดลา โรซา สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งกำลังลี้ภัยอยู่ในอาคารวุฒิสภา หลังจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับในข้อหาสังหารหมู่ประชาชนจำนวนมาก ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมัยสงครามยาเสพติดของอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต สงครามดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันราย ส่วนดูเตอร์เตเองถูกคุมขังที่กรุงเฮกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568

ก่อนเกิดเหตุ เดลา โรซา ได้ออกมาเตือนว่าตนกำลังจะถูกจับกุม และเรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ช่วยยับยั้ง ล่าสุด ทนายความของเขายื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเพื่อหยุดยั้งการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมนับร้อยมารวมตัวหน้าอาคารวุฒิสภา เรียกร้องให้ส่งตัวเดลา โรซาไปพิจารณาคดีที่ ICC

โรนัลด์ เดลา โรซา
โรนัลด์ “บาโต” เดลา โรซา สมาชิกวุฒิสภาที่กำลังลี้ภัย

ปฏิกิริยาจากรัฐบาลและผู้นำวุฒิสภา

นายจอนวิก เรมัลลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าประธานาธิบดีได้สั่งการเด็ดขาดเพื่อคุ้มกันสมาชิกวุฒิสภาให้ปลอดภัย โดยยืนยันว่า “เราไม่ได้มาจับกุมท่านเดลา โรซา แต่มาปกป้องเขา” และแจ้งครอบครัวแล้วว่าเขาปลอดภัยดี อยู่ภายใต้การดูแลของทีมรักษาความมั่นคง นอกจากนี้ ยังไม่มีใครถูกจับกุมจากเหตุยิงปืน

ด้านนายอลัน ปีเตอร์ คาเยตาโน ประธานวุฒิสภา ขอความร่วมมือจากประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่อาจช่วยสืบสวน รัฐบาลย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการจับกุม แต่เป็นการตรวจสอบผู้ยิงปืนที่อาจเป็นบุคคลภายนอก

ผลกระทบและบริบททางการเมือง

เหตุการณ์นี้จุดกระแสความตึงเครียดทางการเมืองในฟิลิปปินส์ สงครามยาเสพติดของดูเตอร์เตยังคงเป็นประเด็นถกเถียง โดยฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นการกำจัดอาชญากร ส่วนฝ่ายคัดค้านกล่าวหาว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ICC จึงเข้าแทรกแซง ส่งผลให้อดีตผู้นำและผู้บังคับบัญชาถูกดำเนินคดี

การล็อกดาวน์อาคารวุฒิสภาไม่เพียงสร้างความหวาดกลัว แต่ยังสะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมฟิลิปปินส์ บางคนเห็นใจเดลา โรซา ในฐานะวีรบุรุษต่อต้านยาเสพติด ขณะที่อีกฝ่ายต้องการความยุติธรรมสำหรับเหยื่อนับพัน

  • ไม่มีผู้บาดเจ็บจากเสียงปืน
  • เดลา โรซาปลอดภัย อยู่ในการคุ้มครอง
  • กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องส่งตัวไป ICC
  • ทนายยื่นอุทธรณ์ศาลฎีกา

สถานการณ์ยังคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อคลายปมปริศนา

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประเด็นยาเสพติดและสิทธิมนุษยชนยังคงเป็นบาดแผลของฟิลิปปินส์ การดำเนินคดีโดย ICC อาจนำไปสู่ความยุติธรรม แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนความขัดแย้งภายใน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจมุมมองที่หลากหลาย

ที่มา – ฟิลิปปินส์ล็อกดาวน์อาคารวุฒิสภา หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอนซารา ดูเตร์เต ครั้งที่ 2

สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2 สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองฟิลิปปินส์อย่างมาก หลังจากรัฐสภาลงมติเห็นชอบส่งเรื่องให้วุฒิสภาตัดสิน หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ซารา ดูเตร์เต้ บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต้ จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทันที ส่งผลกระทบหนักต่อแผนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2571

สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ลงมติถอดถอนซารา ดูเตร์เต้ ด้วยคะแนนท่วมท้น สมาชิกสภา 257 จาก 290 คนเห็นชอบ ซึ่งเกินเกณฑ์ 1 ใน 3 ที่จำเป็น หลังจากนี้ วุฒิสภาจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย หากพิสูจน์ได้ว่ามีความผิด เธอจะถูกแบนจากตำแหน่งทางการเมืองไปอีกนาน

ซารา ดูเตร์เต้ วัย 47 ปี กำลังนำในโพลเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แต่ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นพันธมิตรกลับกลายเป็นศัตรูคู่อริ การถอดถอนครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองชัดเจน

ข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การลงมติถอดถอนซารา ดูเตร์เต้

  • การใช้เงินงบประมาณรัฐในทางมิชอบ: ถูกกล่าวหาว่าเบิกจ่ายเงินกองทุนสำนักงานรองประธานาธิบดีไม่โปร่งใส
  • การข่มขู่ทางการเมือง: พาดพิงนายมาร์กอส ภรรยา และญาติสนิทที่เคยเป็นประธานสภา
  • พฤติกรรมไม่เหมาะสม: รวมถึงการไม่เข้าร่วมไต่สวนของคณะกรรมาธิการ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งที่ 1 ในปี 2568 ศาลฎีกาตัดสินระงับเพราะข้อผิดพลาดทางเทคนิค แต่ปีนี้คณะกรรมาธิการสภาฯ ยืนยันมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรื้อคดีใหม่

ตัวซารา ดูเตร์เต้ ตอบโต้สุดแกร่ง เรียกคดีนี้ว่า “เศษกระดาษแผ่นหนึ่ง” และปฏิเสธว่าเป็นการเมืองจอมปลอม ทีมทนายของเธอบอกว่าภาระพิสูจน์ตกที่ผู้กล่าวหา

สถานการณ์ในวุฒิสภาและการเมืองฟิลิปปินส์

สภาผู้แทนฯ มักสนับสนุนประธานาธิบดีปัจจุบันเพราะระบบอุปถัมภ์และเลือกตั้งเขต แต่ละดับชาติอย่างวุฒิสภา 24 ที่นั่งต่างออกไป โดยเฉพาะหลังเลือกตั้งกลางเทอมปี 2568 พันธมิตรดูเตร์เต้ได้คะแนนดีกว่ามาร์กอส

การเมืองฟิลิปปินส์เต็มไปด้วยการสลับข้างพรรค การลงมติครั้งนี้สะท้อนอำนาจมาร์กอสในสภา แต่ในวุฒิสภาอาจพลิกผันได้ ผลลัพธ์จะกำหนดอนาคตการเลือกตั้งปี 2571 ที่ซาราเป็นตัวเต็ง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นย้อนหลังถึงพ่อของเธอ โรดริโก ดูเตร์เต้ ที่เคยทำสงครามยาเสพติดโหดร้าย สร้างฐานเสียงแข็งแกร่งให้ลูกสาว วันนี้การถอนถอนอาจเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากวุฒิสภาตัดสินไม่ผิด ซาราจะกลับมานำโพลแรงกว่าเดิม แต่หากผิด จะเปิดทางให้คู่แข่งอย่างมาร์กอสครองอำนาจต่อ

สรุปแล้ว สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2 แสดงให้เห็นความเข้มข้นของการเมืองตระกูลในฟิลิปปินส์ การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ และอาจเปลี่ยนโฉมหน้าเวทีการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณคิดว่าซารา ดูเตร์เต้จะรอดไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – สภาฟิลิปปินส์ลงมติ ถอดถอน “ซารา ดูเตร์เต” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่ 2

ศาล ICC ตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรม

นายโรดริโก ดูเตร์เต อดีตผู้นำฟิลิปปินส์ ถูกศาลอาญาระหว่างประเทศตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เนื่องจากมีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตระหว่างทำสงครามยาเสพติด

ข่าวใหญ่สะเทือนฟิลิปปินส์ เมื่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ออกมาเปิดเผยถึงการตั้งข้อหาต่ออดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ในข้อหาที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง นั่นคือ ศาล ICC ตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย และจุดประกายให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความยุติธรรมและความรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.ย. 2568 ว่าพวกเขาตั้งข้อหานายโรดริโก ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วัย 80 ปีแล้ว ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ICC กล่าวหานายดูเตร์เตว่า มีส่วนรับผิดชอบทางอาญาต่อการฆาตกรรมหลายสิบคดีที่เกิดขึ้นในระหว่าง “สงครามปราบปรามยาเสพติด” ซึ่งมีผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย ผู้เสพ และบุคคลอื่น ๆ อีกหลายพันคนถูกสังหารโดยไม่มีการพิจารณาคดี

ในเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาของ ICC ซึ่งมีการปกปิดข้อมูลหลายจุด ลงวันที่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่เพิ่งได้รับการเปิดเผยในวันจันทร์ที่ผ่านมา

นายมาเม มันดิเย นีย็อง รองอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ กล่าวว่า ดูเตร์เตเป็น “ผู้ร่วมกระทำความผิดทางอ้อม” ในเหตุการณ์สังหารเหล่านี้ ซึ่งทางศาลกล่าวหาว่ามีการดำเนินการโดยบุคคลอื่น รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาแรกที่ ICC ยื่นฟ้องนายดูเตร์เต เกี่ยวข้องกับการมีส่วนพัวพันในการสังหารผู้คน 19 รายที่เมืองดาเวา ระหว่างปี 2556-2559 ขณะที่เขายังดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี

ข้อกล่าวหาที่ 2 เกี่ยวกับการสังหาร “เป้าหมายสำคัญ” จำนวน 14 รายทั่วประเทศ ขณะที่ข้อหาที่สามเกี่ยวข้องกับการสังหารและการพยายามฆ่าผู้คน 45 รายในปฏิบัติการกวาดล้างหมู่บ้าน ระหว่างการทำสงครามกับยาเสพติดตอนเขาเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในช่วงปี 2559-2565

อัยการระบุว่า นายดูเตร์เตกับผู้ร่วมกระทำความผิดของเขา มีแผนหรือข้อตกลงร่วมกันที่จะ “กำจัด” บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรในฟิลิปปินส์ (รวมถึงผู้ที่ถูกมองหรือถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการใช้, ขาย หรือผลิตยาเสพติด) โดยใช้ความรุนแรงรวมถึงการฆาตกรรม

ทั้งนี้ นายดูเตร์เตไม่เคยกล่าวขอโทษต่อการเสียชีวิตของประชาชนระหว่างการทำสงครามยาเสพติด ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,000 ศพ ขณะที่นักเคลื่อนไหวเชื่อว่า จำนวนผู้เคราะห์ร้ายที่แท้จริงอาจมากกว่าหลักหมื่นราย

ศาล ICC ตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

การตั้งข้อหา ศาล ICC ตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ นี้หมายความว่าอย่างไร? มันมีความหมายว่า ICC เชื่อว่ามีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่านายดูเตร์เตอาจมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไปเพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีความผิดจริง นายดูเตร์เตอาจต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีในศาล ICC และอาจได้รับโทษจำคุก

ผลกระทบจากการตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

การตั้งข้อหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากต่อฟิลิปปินส์และทั่วโลก ประการแรก มันเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ผู้นำประเทศก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ประการที่สอง มันอาจนำไปสู่ความปรองดองและการเยียวยาสำหรับเหยื่อและครอบครัวของพวกเขาที่ได้รับผลกระทบจากสงครามยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่นายดูเตร์เตจะไม่ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของ ICC และเกี่ยวกับความท้าทายในการนำตัวเขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

สถานการณ์ที่ ศาล ICC ตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนและความจำเป็นในการรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิเหล่านั้น มันยังเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของศาลอาญาระหว่างประเทศในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและสร้างความยุติธรรมให้กับเหยื่อ

อนาคตของการดำเนินคดีนี้ยังคงไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนคือมันได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์และในวงการยุติธรรมระหว่างประเทศ

ที่มา – ศาล ICC ตั้งข้อหา “โรดริโก ดูเตร์เต” ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

Scroll to top