ไกรบุญ ทรวดทรง

โปรดเกล้าฯ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง โอนเป็นข้าราชการในพระองค์

ข่าวสำคัญวันนี้! มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ปรับโอนไปสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ถือเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงตำรวจและประชาชนทั่วไป

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง “ให้รับโอนข้าราชการตำรวจเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ” ซึ่งระบุถึงการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอนข้าราชการตำรวจเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ใจความสำคัญของประกาศนี้คือ การที่ พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (อัตรา พลตำรวจเอก) ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปรับโอนมาสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ (2) สำนักงานผู้บังคับบัญชา กองบังคับการและกองบังคับการยุทธวิธีและควบคุม กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจเอก)

ทั้งนี้ พระบรมราชโองการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พุทธศักราช 2568

โปรดเกล้าฯ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง โอนเป็นข้าราชการในพระองค์

การปรับโอน พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ในครั้งนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงแก่ตัวท่านและวงศ์ตระกูล การได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานที่ถวายความปลอดภัยแด่พระองค์ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญและต้องอาศัยความรู้ความสามารถเป็นอย่างยิ่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง

พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์และความสามารถเป็นที่ยอมรับในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มาแล้วมากมาย และเป็นที่รู้จักในฐานะนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีคุณธรรม

การปรับโอนท่านมาดำรงตำแหน่งในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและเชื่อมั่นได้ว่าท่านจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อถวายความปลอดภัยแด่พระองค์และราชวงศ์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา [คลิกที่นี่] เพื่อศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปรับโอนข้าราชการในครั้งนี้

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารงานบุคคลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการพิจารณาถึงความสามารถ ความเหมาะสม และประสบการณ์ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และขอเป็นกำลังใจให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ด้วยความสำเร็จและเป็นที่สรรเสริญต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง” ปรับโอนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ

คุมเข้ม! บ้านหนองหญ้าแก้ว จับหมดถ้ารุกล้ำ


รอง ผบ.ตร. ปรับแผนใหม่ บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น หากพบชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทยที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมจับดำเนินคดีทั้งหมด ไม่สนว่าจะเป็นพระหรืออะไร เชื่อสถานการณ์ไม่บานปลาย คุมได้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานหลักสากล

ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14:40 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) และพันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา (ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 รวมไปถึง นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาร่วมประชุมที่ที่ว่าการอำเภอโคกสูง เพื่อรับทราบภารกิจและวางแผนเตรียมแนวทางรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยใช้เวลาในการประชุมครั้งนี้นานกว่า 2 ชั่วโมง

จากนั้น พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากท่านติดภารกิจ แต่ท่านได้ส่งความห่วงใยถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย วันนี้จึงได้นำขวัญและกำลังใจมามอบให้ รวมไปถึงมาเยี่ยมเยียนและรับฟังสถานการณ์ในภาพรวมพื้นที่ เพื่อที่เราจะปรับแผนการทำงานไม่อยากเห็นภาพเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย

พร้อมย้ำว่า “หลังจากนี้เราจะปรับแผน บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ถ้าหากมีการบุกรุกเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ดำเนินคดีทันที / ที่ผ่านมาเราใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ เป็นตัวนำ ซึ่งไม่เข้มข้น วันนี้เราจึงต้องปรับแผนการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังยึดมั่นคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

จะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับบุคคลที่บุกรุกหรือรุกล้ำเข้ามา เรามีมาตรการจากเบาไปหาหนัก และขอให้มั่นใจว่าจะใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถือเป็นความชอบธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานหลักสากล

พล.ต.อ.ไกรบุญ ยังระบุอีกว่า “วันนี้ได้คุยสถานการณ์ภาพรวม ไม่ได้เจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พร้อมย้ำให้กำลังพลอดทนอดกลั้นถึงที่สุด“ / ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายที่ได้รับบาดเจ็บ เราก็รวบรวมพยานหลักฐาน รูปภาพจากโซเชียล และหากถึงขั้นตอนที่พิสูจน์ทราบตัวตนได้ เราก็จะออกหมายจับ ดำเนินการตามกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ และประสานกับทางอัยการสูงสุดตามขั้นตอน

คุมเข้มบ้านหนองหญ้าแก้ว ตร.ปรับแผนใหม่ จับหมดหากพบกัมพูชารุกล้ำ ไม่สนจะเป็นพระหรืออะไร

เมื่อถามว่าทราบข้อมูลหรือไม่ ว่ามีทหารกัมพูชาปลอมเป็นพระนั้น พล.ต.อ.ไกรบุญ ตอบว่า “ไม่สนว่าจะเป็นพระหรืออะไร ถ้าเป็นใครรุกล้ำเข้ามาผมจับหมด แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่บานปลาย เพราะเราคุมสถานการณ์อยู่ ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน” โดยวันนี้เป็นการพูดคุยเตรียมความพร้อมสำหรับฝ่ายไทยเท่านั้น

สรุปมาตรการคุมเข้มบ้านหนองหญ้าแก้ว

  • ปรับแผนบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น
  • จับกุมดำเนินคดีผู้รุกล้ำทันที ไม่สนว่าเป็นใคร
  • ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านหนองหญ้าแก้วยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การปรับแผนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ การดำเนินการตามมาตรฐานสากลและการยึดมั่นในความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือศาสนา เป็นหลักการที่ควรยึดมั่นเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย

ที่มา – คุมเข้มบ้านหนองหญ้าแก้ว ตร.ปรับแผนใหม่ จับหมดหากพบกัมพูชารุกล้ำ ไม่สนจะเป็นพระหรืออะไร

Scroll to top