ไต้ฝุ่นคาจิกิ

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่า 8 ศพ! ไทย-เวียดนามอ่วม

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” พ่นพิษ! คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 8 ราย ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และมีการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มเพิ่มเติมอีกในหลายพื้นที่

พายุโซนร้อน ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือนประชาชน ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของมันยังคงส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายจังหวัดของทั้งเวียดนามและประเทศไทย

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เพิ่มขึ้นเป็น 8 ราย โดยในเวียดนามมีผู้เสียชีวิต 7 ราย และในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนอีกจำนวนมาก

ในประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มใน 8 จังหวัด สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 180 หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง การเดินทางถูกตัดขาดในหลายพื้นที่

สถานการณ์ในเวียดนามยิ่งน่าเป็นห่วง บ้านเรือนและอาคารต่างๆ กว่า 10,000 หลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม นาข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ถูกน้ำท่วมกว่า 86 เฮกตาร์ เสาไฟฟ้าหลายต้นหักโค่น ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง กระทบประชาชนกว่า 1.6 ล้านคนในจังหวัดห่าติ๋ญและเงียอาน

ท้องถนนในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ฮานอยกำลังเตรียมจัดงานสวนสนามวันชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีการประกาศอิสรภาพ

ผลกระทบจากไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ต่อประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้แหล่งน้ำ

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดหาที่พักพิงชั่วคราว และแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

สถานการณ์ ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนอพยพที่รัดกุม รวมถึงการสร้างความตระหนักและความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเมื่อเกิดภัยพิบัติ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อภัยพิบัติ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ก็เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในระยะยาว

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมและรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราทุกคนร่วมมือกันและให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

ที่มา – ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

พายุคาจิกิ ทำน้ำห้วยลำพะยังล้นตลิ่ง: นาข้าวเสียหาย

อิทธิพลจาก พายุคาจิกิ ทำน้ำห้วยลำพะยังล้นตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อนาข้าวของชาวบ้านกว่า 200 ไร่ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่บริเวณใกล้เคียงเทือกเขาภูพาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติม

รายงานข่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นคาจิกิได้นำมาซึ่งฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ การติดตามสถานการณ์น้ำฝนอย่างใกล้ชิดในช่วงกลางดึกของวันที่ 25 สิงหาคม และช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม พบว่าปริมาณน้ำในลำห้วยลำพะยัง บริเวณอำเภอเขาวง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาภูพาน มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากลำห้วยลำพะยังเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมนาข้าวของประชาชนในพื้นที่อำเภอนาคู และอำเภอเขาวง ครอบคลุม 5 ตำบล 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกุดตาใกล้ ตำบลสายนาวัง อำเภอนาคู, บ้านหนองห้าง ตำบลโนนนาจาน อำเภอนาคู, บ้านส้มป่อย ตำบลสระพังทอง อำเภอเขาวง, บ้านโพนสวาง ตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ อำเภอเขาวง และบ้านโนนศาลา ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ปริมาณน้ำ ในลำห้วยลำพะยัง ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกหากมีฝนตกต่อเนื่อง

จากการสำรวจพื้นที่ล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำในลำห้วยลำพะยังอยู่ในระดับสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยว และเอ่อท่วมนาข้าวของประชาชนไปแล้วเกือบ 200 ไร่

นายกาย วิลาศรี ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองห้าง หมู่ที่ 4 ตำบลโนนนาจาน อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำลำพะยังยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความกังวลว่าหากมีฝนตกลงมาซ้ำอีก สถานการณ์น้ำท่วมอาจขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มริมลำน้ำลำพะยังให้เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพไปยังที่สูงหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

พายุคาจิกิ ทำน้ำห้วยลำพะยังล้นตลิ่ง

ผลกระทบจากเหตุการณ์ พายุคาจิกิ ทำน้ำห้วยลำพะยังล้นตลิ่ง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเสียหายต่อนาข้าวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย การสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะมันหมายถึงการสูญเสียรายได้และแหล่งอาหารที่สำคัญของครอบครัว

การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย

หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ การช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือด้านการเงินและการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างเหมาะสม

พายุคาจิกิ ทำน้ำห้วยลำพะยังล้นตลิ่ง เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่เกษตรกรรมต่อภัยธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมและการปรับตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างระบบเตือนภัยที่แม่นยำ การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสาน เป็นแนวทางที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากภัยธรรมชาติได้

อนาคตของเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยขึ้นอยู่กับการเรียนรู้และปรับตัวจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถฟื้นตัวจากความเสียหายและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้ในระยะยาว

ที่มา – อิทธิพล “พายุคาจิกิ” ทำน้ำห้วยลำพะยังล้นตลิ่ง ท่วมนาข้าวชาวบ้านกว่า 200 ไร่

เวียดนามปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ วันนี้!


เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่ง

เวียดนามสั่งปิดสนามบินและโรงเรียน พร้อมเร่งอพยพประชาชนกว่า 5 แสนคน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ที่คาดว่าจะพัดถล่มชายฝั่งตอนกลางของประเทศในช่วงบ่ายวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคาจิกินี้ถูกจัดว่าเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปีที่เวียดนามกำลังเผชิญ

กรมอุตุนิยมวิทยาเวียดนามรายงานว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิ มีความเร็วลมสูงสุดถึง 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นก่อนพัดขึ้นฝั่งในช่วงบ่ายวันจันทร์นี้ โดยจุดศูนย์กลางของพายุจะพัดเข้าสู่ชายฝั่งระหว่างจังหวัดทัญฮว้า, ก๋วงตริ และเหงะอาน ในเวลาประมาณ 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพประกอบ: ไต้ฝุ่นคาจิกิ

รัฐบาลเวียดนามได้ออกประกาศเตือนประชาชนว่าพายุลูกนี้มีความรุนแรงและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายพื้นที่

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 500,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงสั่งห้ามเรือทุกลำออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากไต้ฝุ่นคาจิกิ

ภาพประกอบ: การเตรียมรับมือไต้ฝุ่น

สำนักงานการบินพลเรือนเวียดนามยืนยันว่าสนามบินสองแห่งในจังหวัดทัญฮว้าและกว๋างบิ่ญถูกสั่งปิดทำการชั่วคราว สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สและเวียดเจ็ทแอร์ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวบินในเส้นทางบินที่ได้รับผลกระทบจากพายุ

รัฐบาลเวียดนามระบุว่าความรุนแรงของไต้ฝุ่นคาจิกิ อาจเทียบเท่ากับไต้ฝุ่นยางิ ซึ่งเคยพัดถล่มเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 300 คน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ

ผลกระทบและการเตรียมพร้อมรับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ

สถานการณ์ปัจจุบันในเวียดนามแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ การเตรียมพร้อมรับมืออย่างรวดเร็วและการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสียหายและการสูญเสียชีวิต การปิดสนามบินและการยกเลิกเที่ยวบินเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่

  • ความรุนแรงของพายุ: ไต้ฝุ่นคาจิกิมีความรุนแรงและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
  • พื้นที่เสี่ยง: ชายฝั่งตอนกลางของเวียดนามมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบ
  • มาตรการป้องกัน: การอพยพประชาชน การปิดสนามบิน และการห้ามเรือออกจากฝั่ง
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อการเกษตร การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน

การจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาแก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

สถานการณ์ในเวียดนามเป็นเครื่องเตือนใจว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความถี่และความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกประเทศทั่วโลก

ที่มา – เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งกลางประเทศบ่ายวันนี้

ไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มเวียดนาม จ่อเข้าไทย!

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุไต้ฝุ่น” สร้างความกังวลให้กับหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวียดนามที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง และประเทศไทยที่ต้องเตรียมรับมือกับอิทธิพลของพายุที่อ่อนกำลังลง

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทวีกำลังแรงเป็น “พายุไต้ฝุ่น” เตรียมถล่มเวียดนามและภาคเหนือของไทย

สถานการณ์ล่าสุด พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (Kajiki) บริเวณทะเลจีนใต้ ได้พัฒนาความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างเต็มตัว คาดการณ์ว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามในช่วงวันจันทร์นี้ (25 ส.ค.) ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลางของเวียดนามต้องเผชิญกับลมกระโชกแรง คลื่นทะเลขนาดใหญ่ และฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่

เมื่อเวลา 16:00 น. ของวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนามได้รายงานว่า ศูนย์กลางของพายุอยู่ห่างจากหมู่เกาะพาราเซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 230 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุคาจิกิกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นอีกขณะเคลื่อนตัวผ่านตอนใต้ของเกาะไหหลำของจีน ก่อนที่จะขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างจังหวัดทัญฮว้า และจังหวัดกว๋างจิในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ทางการเวียดนามได้ประกาศยกระดับความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่ชายฝั่งและตอนใน ตั้งแต่จังหวัดทัญฮว้าไปจนถึงตอนเหนือของจังหวัดกว๋างจิ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาได้ชี้ว่า จังหวัดฮาติงห์และตอนเหนือของจังหวัดกว๋างจิเป็นพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดและมีความเสี่ยงสูง

คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ไปจนถึงวันอังคาร โดยพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำทางตอนเหนือ, ตอนใต้ของจังหวัดฟูเถาะ และพื้นที่ระหว่างแทงฮวา-เว้ จะมีปริมาณน้ำฝนสะสมอยู่ที่ 100-150 มิลลิเมตร และบางพื้นที่มีโอกาสสูงถึง 250 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ตั้งแต่จังหวัดแทงฮวาถึงตอนเหนือของจังหวัดกว๋างจิอาจมีปริมาณฝนสูงถึง 200-400 มิลลิเมตร และในกรณีที่รุนแรงอาจสูงกว่า 700 มิลลิเมตร นอกจากนี้ กรุงฮานอย เมืองดานัง และนครโฮจิมินห์ก็มีโอกาสที่จะเกิดฝนตกเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ได้เร่งเตือนประชาชนให้เสริมความแข็งแรงของบ้านเรือน เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ และหลีกเลี่ยงการออกทะเล พายุคาจิกิถือเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 5 ในทะเลจีนใต้ของปีนี้ ต่อจากพายุวิภาที่สร้างความเสียหายในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 5 รายในเวียดนามตอนเหนือ

ผลกระทบต่อประเทศไทยจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ”

ในส่วนของประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า พายุโซนร้อนคาจิกิ ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนลำดับที่ 13 ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือในปีนี้ จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดน่านในวันอังคารนี้ (26 ส.ค.) และอาจทำให้จังหวัดน่านมีฝนตกหนักถึง 200 มิลลิเมตร

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยยังคงเตือนว่าในช่วงวันจันทร์และวันอังคารนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำได้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การเตรียมพร้อมรับมือ พายุโซนร้อน “คาจิกิ”

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม
  • ตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของบ้านเรือน
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่ทวีกำลังแรงเป็น “พายุไต้ฝุ่น” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติ

ที่มา – พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทวีกำลังแรงเป็น “พายุไต้ฝุ่น” เตรียมถล่มเวียดนามและภาคเหนือของไทย

Scroll to top