ไต้ฝุ่นรากาซา

ฮ่องกงฟื้นตัว: รากาซาถล่ม, ไต้หวันลดตาย

ฮ่องกงเริ่มฟื้นตัวแล้วในวันพฤหัสบดี หลังเผชิญผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาที่สร้างความเสียหายหนักเมื่อวันก่อน ขณะที่ ไต้หวันปรับลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย จากเดิมที่รายงานไว้ 17 ราย สถานการณ์ ฮ่องกงฟื้นตัว กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฮ่องกงต้องหยุดชะงักเกือบทั้งเมืองตั้งแต่บ่ายวันอังคาร หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดเข้าพื้นที่ โดยทางการได้ประกาศสัญญาณเตือนไต้ฝุ่นระดับสูงสุด หรือระดับ 10 ตลอดทั้งวันพุธ ก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่งที่เมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ผลกระทบจากพายุทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนหยุดชะงัก แต่ความพยายามในการฟื้นฟู ฮ่องกงฟื้นตัว ก็เริ่มขึ้นทันทีหลังพายุสงบ

มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน ขณะที่คลื่นยักษ์ซัดชายฝั่งด้านตะวันออกและใต้ เกิดน้ำท่วมในหลายย่าน รวมถึงโรงแรมฟูลเลอร์ตันที่ถูกน้ำทะเลทะลักเข้ามาจนกระจกแตกและท่วมล็อบบี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้บาดเจ็บ และโรงแรมยืนยันว่ายังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (พฤหัสบดี 25 ก.ย.) สนามบินนานาชาติฮ่องกงกลับมาเปิดให้บริการแล้ว โดยสายการบินต่าง ๆ ทยอยกลับมาทำการบินตั้งแต่ 6 โมงเช้า และคาดว่าจะรองรับเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวตลอดวัน ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะและธุรกิจหลายแห่งกลับมาเปิดทำการ ยกเว้นโรงเรียนอนุบาลและบางโรงเรียนที่ยังคงปิดชั่วคราว

ด้านเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งซ่อมแซมถนนที่พังทลาย เก็บกวาดต้นไม้ล้มกว่า 1,000 ต้น และจัดการเหตุน้ำท่วมราว 85 จุดทั่วเมือง ความรวดเร็วในการจัดการกับความเสียหายเป็นสัญญาณบวกของการ ฮ่องกงฟื้นตัว

ขณะที่ ไต้หวันซึ่งเผชิญพายุรากาซาตั้งแต่วันจันทร์ ได้ปรับจำนวนผู้เสียชีวิตลงเหลือ 14 ราย หลังพบว่ามีการนับซ้ำจากตัวเลขเดิม 17 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากเหตุน้ำล้นทะเลสาบกั้นเขาในเขตฮวาเหลียน ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมเมืองกวางฝู่

จำนวนผู้สูญหายล่าสุดอยู่ที่ 33 คน ลดลงจากตัวเลขที่สูงถึง 152 คนเมื่อวันก่อน  ซึ่งถึงแม้รัฐบาลไต้หวันจะมีระบบจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ แต่ชาวบ้านบางส่วนวิจารณ์ว่า การเตือนภัยอพยพครั้งนี้ไม่เพียงพอ โดยมีเพียงการขอความร่วมมือไม่ได้บังคับอย่างจริงจัง โดยนายกรัฐมนตรีโช จุงไถ ประกาศตั้งคณะสอบสวนหาสาเหตุข้อบกพร่องในการอพยพครั้งนี้แล้ว.

ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

ความคืบหน้าล่าสุด: ฮ่องกงฟื้นตัว

สถานการณ์โดยรวมชี้ให้เห็นถึงความ resilience ของทั้งฮ่องกงและไต้หวันในการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของฮ่องกงเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดการภัยพิบัติ และถึงแม้ว่าไต้หวันจะต้องเผชิญกับความสูญเสีย แต่การปรับปรุงระบบเตือนภัยและการอพยพจะช่วยลดความเสียหายในอนาคตได้

การเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ ฮ่องกงฟื้นตัว กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ที่มา – ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

ไต้หวันดับ 2 ศพ! ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทะเลสาบล้น

อิทธิพลของซูเปอร์ไต้ฝุ่น รากาซา ทำให้ทะเลสาบในไต้หวันล้นตลิ่งเข้าท่วมเมือง เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ขณะที่มีผู้ติดค้างและสูญหายอีกนับร้อยราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิทธิพลของซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาภาคใต้ของประเทศจีน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเกาะไต้หวัน ทำให้น้ำในทะเลสาบบนภูเขาเอ่อล้นทะลักตลิ่งไหลเข้าท่วมเมืองใกล้เคียง ล่าสุดมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ประชาชนอีกนับร้อยติดค้างหรือสูญหาย จากเหตุการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

ไต้ฝุ่น รากาซา ซึ่งมีความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 มีความเร็วลมสูงสุดถึง 285 กม./ชม. ทำให้มันกลายเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปี 2568 จนถึงตอนนี้ และทำให้หลายพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องประกาศเตือนภัยน้ำท่วม, คลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง และดินถล่ม

ชายขอบด้านของพายุ รากาซา พัดกระหน่ำเกาะไต้หวันตั้งแต่เมื่อวันจันทร์แล้ว และทำให้คันดินกั้นทะเลสาบซึ่งเกิดจากดินถล่มก่อนหน้านี้ แตกออกในช่วงบ่ายวันอังคาร (23 ก.ย. 2568) ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่เมืองกวงฟู ในเขตฮวาเหลียน ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ

น้ำจากทะเลสาบพัดทำลายสะพาน, ถอนรากถอนโคนต้นไม้ และท่วมรถยนต์หลายคัน โดยนาย หลี่ หลงเซิ่ง รองหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงของเขตฮวาเหลียนเผยว่า บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ขณะที่ในย่านใจกลางเมืองน้ำท่วมถึงชั้น 1 ก่อนที่ระดับน้ำจะลดลงตามลำดับ

นายหลี่บอกอีกว่า มีประชาชนประมาณ 263 คนยังติดค้าง และต้องอพยพขึ้นที่สูงในตอนที่แม่น้ำเพิ่มระดับอย่างกะทันหัน โดยพวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายในทันที แต่กำลังกังวลมากเกี่ยวกับระดับน้ำที่สูง

ในพื้นที่อื่น ๆ ของไต้หวัน มีรายงานพบผู้บาดเจ็บ 6 คน, บริการเรือข้ามฟากถูกระงับ และเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่า 100 เที่ยวถูกยกเลิกเนื่องจากไต้ฝุ่นรากาซาพัดผ่าน

ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศคาดว่า ไต้ฝุ่น รากาซา จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีนในวันพุธนี้ (24 ก.ย.) โดยทางการมณฑลกวางตุ้งสั่งอพยพประชาชนแล้วกว่า 370,000 คน ขณะที่โรงเรียนกับธุรกิจหลายแห่งต้องปิดทำการ ขณะที่เมืองฮ่องกงยกระดับการเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นเป็นระดับ 8 ซึ่งห่างจากระดับสูงสุด 2 ระดับ

ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

สถานการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ การเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ และการวางแผนอพยพหากจำเป็น

ผลกระทบจากไต้ฝุ่นรากาซาต่อไต้หวัน

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นรากาซาในไต้หวันครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อ:

  • ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: บ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • การอพยพ: ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากน้ำท่วม
  • การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: โรงเรียน ธุรกิจ และบริการต่างๆ ต้องหยุดทำการ

เหตุการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง การวางแผนการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาผลกระทบและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านเสมอ และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

เวียดนามรับมือด่วน! “ไต้ฝุ่นรากาซา” จ่อถล่ม

สถานการณ์ฉุกเฉินในเวียดนาม! นายกรัฐมนตรีสั่งการด่วนให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือ “ไต้ฝุ่นรากาซา” ที่กำลังจะพัดเข้าสู่ประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดลูกหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา สร้างความกังวลและความตื่นตัวไปทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรี ฝ่าม มินห์ จิ๋ง ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนไปยังทุกกระทรวง ท้องถิ่น รวมถึงกองทัพ ให้ระดมสรรพกำลังเพื่อรับมือผลกระทบจาก “ไต้ฝุ่นรากาซา” ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เวียดนามอย่างต่อเนื่อง คำสั่งดังกล่าว ซึ่งลงนามโดยรองนายกรัฐมนตรี เจิ่น หง็อก ฮา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้

มาตรการเร่งด่วนประกอบด้วยการตรวจสอบและปรับปรุงแผนอพยพประชาชน การเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำและอ่างเก็บน้ำ รวมถึงการเรียกเรือประมงทุกลำกลับเข้าฝั่งเพื่อความปลอดภัย โดยคำสั่งนี้ได้ถูกส่งต่อไปยังกระทรวงต่างๆ คณะรัฐมนตรี สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และกองทัพ เพื่อให้ทุกหน่วยงานรับทราบและดำเนินการตามแผนที่วางไว้

กองบัญชาการทหารสูงสุดได้สั่งการให้กองทัพเรือ หน่วยยามฝั่ง และกองทัพอากาศ เตรียมพร้อมทั้งเรือ อากาศยาน และกำลังพล เพื่อปฏิบัติภารกิจในการอพยพ ช่วยเหลือ และบรรเทาสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานชายแดนยังเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ชายฝั่ง ตรวจสอบจำนวนเรือ และแจ้งเตือนเส้นทางของพายุให้ชาวประมงได้รับทราบอย่างทั่วถึง

ในส่วนของกระทรวงต่างๆ ได้รับคำสั่งให้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งของเขื่อนทะเล ระบบชลประทาน และจัดการความปลอดภัยของเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้

กระทรวงก่อสร้างได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของอาคารต่างๆ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงระบบระบายน้ำ ถนน และสะพาน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างเหล่านี้สามารถต้านทานแรงลมและฝนที่เกิดจากพายุได้

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้รับคำสั่งให้ปกป้องแท่นขุดเจาะน้ำมัน โรงไฟฟ้า และเหมือง รวมถึงควบคุมเสถียรภาพของราคาอาหารและเชื้อเพลิง โดยห้ามมิให้มีการกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ต้องดูแลให้ระบบการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ

กระทรวงการศึกษาและสาธารณสุขได้รับคำสั่งให้ดูแลความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ป่วย โดยอาจมีการสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราว และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ต้องดูแลนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายฝั่งและเกาะต่างๆ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงที่เกิดพายุ

“ไต้ฝุ่นรากาซา” พายุที่ต้องเฝ้าระวัง

“ไต้ฝุ่นรากาซา” เป็นพายุลูกที่ 9 ของปีที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาของเวียดนามได้เตือนว่า พายุจะคงความรุนแรงสูงสุดไปจนถึงวันอังคาร โดยมีคลื่นทะเลสูงเกิน 10 เมตร ทำให้ทะเลมีสภาพอันตรายอย่างยิ่ง ในวันที่ 24 กันยายน พายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้คาบสมุทรเหลยโจวของจีน ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และคาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามในช่วงระหว่างจังหวัดกว๋างนิงห์ถึงห่าติงห์ ในวันที่ 25 กันยายน ด้วยความเร็วลมที่ยังคงสูงถึง 120–170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ผลกระทบจาก “ไต้ฝุ่นรากาซา”

ด้วยรัศมีของพายุที่กว้าง ทำให้หลายพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรงและพายุฝน แม้ว่าจะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของพายุหลายร้อยกิโลเมตรก็ตาม ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคเหนือตอนกลางของเวียดนามให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ และพร้อมอพยพทันทีเมื่อมีคำสั่ง

สถานการณ์ “ไต้ฝุ่นรากาซา” ที่เวียดนามกำลังเผชิญอยู่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้าน การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำแก่ประชาชน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

ที่มา – นายกฯ เวียดนามสั่งรับมือด่วน “ไต้ฝุ่นรากาซา” จ่อถล่ม รุนแรงสุดนับจากปี 2024

Scroll to top