ไทยรัฐดีเบต 2569 ช่องไหน

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

การดีเบตครั้งแรกก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ได้เปิดโอกาสให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคต่างๆ แสดงวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละคนมีมุมมองที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในการดีเบตที่จัดโดยไทยรัฐทีวี แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 8 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน), นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย), นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล (พรรคพลังประชารัฐ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่), คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) ได้เข้าร่วมแสดงจุดยืนและนโยบายของพรรคตนเอง

คำถามสำคัญในการดีเบตคือเรื่องจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแต่ละพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะรอฟังเสียงประชาชน แต่จะเดินหน้าแก้บางเรื่องแน่นอน เช่น วุฒิสภา และการทำให้องค์กรอิสระมีความเป็นกลางมากขึ้น

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เน้นย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะผลักดันให้เรื่องการจัดการภัยพิบัติเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดมาในช่วงรัฐประหาร การแก้ไขจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ที่น่าสนใจคือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประกาศชัดเจนว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาตราใด โดยมองว่าปัญหามาจากตัวบุคคลมากกว่า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เห็นต่าง โดยมองว่ารัฐธรรมนูญ 60 เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร การไม่แก้ระบบการเมืองจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า ไทยสร้างไทยจะไม่แก้หมวด 1 และ 2 แต่จะแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน เช่น การให้ประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระได้

จะเห็นได้ว่า แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนมีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างทางอุดมการณ์และแนวนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปในทิศทางใด

การแสดง จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแคนดิเดตนายกฯ ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการถกเถียงในประเด็นนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – แคนดิเดตนายกฯ เผยจุดยืนการแก้รัฐธรรมมูญ “ธีระชัย” ย้ำชัดไม่เห็นด้วยแน่นอน

ยศชนัน มั่นใจ! เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

“ยศชนัน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจเลือกพรรค “เพื่อไทย” เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ พร้อมยกเครื่องประเทศไทย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ไทยรัฐทีวีเริ่มการดีเบตเป็นเวทีแรกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 2569 โดยมี กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 คน จากพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีก 2 พรรคการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาร่วมดีเบต

ยศชนัน มั่นใจ เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า เลือกพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทยให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อไทยทำได้ ทุกวันนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาด้าน Geopolitics ปัญหาด้านเทคโนโลยี Disruption ปัญหาทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม Climate Change สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมาก และเรามีความจำเป็นต้องสามัคคีกันเพื่อแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน

สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำมี 4 เรื่อง เรื่องแรกการเคลื่อนย้ายปิระมิดต้องเคลื่อนจากฐาน รดน้ำต้องรดที่รากก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลดหนี้ทั้งระบบ ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนชาวรากหญ้า เรื่องที่ 2 คือการดูแลประชาชนที่ทำธุรกิจอยู่ในปัจจุบันเพิ่ม productivities ขึ้นมาในทุกรูปแบบด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งสำคัญคือเรื่องการเกษตร การอุตสาหกรรมและการผลิต และเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเซอร์วิส

เรื่องที่ 3 คือการสร้าง New Goal New Engine ใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยใน 3 ด้านเกษตรมูลค่าสูงเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพร เรื่องเกี่ยวกับทางด้าน Cosmeceuticals เรื่องเกี่ยวกับการผลิตสำคัญเหมือนกันเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับบริการมูลค่าสูง และสิ่งนี้เราจะทำไม่ได้ หน้าที่รัฐบาลคือการประคองตรงนี้ไปข้างหน้าให้ได้ด้วย 2 เสาหลัก อย่างแรกคือการสร้างความเชื่อมั่น การสร้างความมั่นคงเป็นหลัก อีกเรื่องหนึ่งคือเกี่ยวกับหลักนิติธรรมที่เราต้องปรับให้เข้ากับทุกรูปแบบ อีกด้านหนึ่งคือการสร้างคนขึ้นมาให้ครบรูปแบบ ความพร้อมที่จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ครับ.

ทำไมต้องเลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ?

พรรคเพื่อไทยชูนโยบายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการลดหนี้ การเพิ่มรายได้ และการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของไทย

การเลือกเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ จึงเป็นการเดิมพันกับอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยหรือไม่? นี่คือคำถามที่ประชาชนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

หลายคนอาจจะมองว่าการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลานาน แต่ด้วยวิสัยทัศน์และประสบการณ์ของทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย การเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมอาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างเต็มที่

สุดท้ายแล้ว อนาคตของเศรษฐกิจไทยอยู่ในมือของทุกคน การตัดสินใจเลือกใครและพรรคใดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

ที่มา – “ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจเลือกพรรค “เพื่อไทย” เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

ธีระชัย โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจฟื้นเศรษฐกิจ

“ธีระชัย” แคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต เน้น 2 ประเด็นที่ค่อนข้างกังวล พร้อมชี้แนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อย่างชัดเจน หรือก็คือ “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ไทยรัฐทีวีเริ่มการดีเบตเป็นเวทีแรกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 2569 โดยมี กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 คน จากพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีก 2 พรรคการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาร่วมดีเบต

ขณะที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า พลังประชารัฐเป็นพรรคเล็ก ฉะนั้นคงไม่พูดนโยบายแบบครอบจักรวาล แต่อยากจะเน้น 2 ประเด็นที่ค่อนข้างจะกังวล ในความเห็นผมเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเดิมพันอนาคตของประเทศไทยใน 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ 1 คือเรื่องปัญหาสแกมเมอร์ เรื่องที่ 2 คือเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเวลานี้เรากำลังยืนอยู่ปากเหว เพราะเราใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจก็จริง แต่ไปกระตุ้นใช้ยาผิดขนานคือไปเน้นในเรื่องของการอุดหนุนการอุปโภคบริโภค

ฉะนั้น 10 ปีที่ผ่านมา เวลานี้หนี้ดับเบิ้ลเป็นสิบสองล้านล้าน แต่ความสามารถในการแข่งขันของเรายังย่ำอยู่กับที่ เรายังมีทางแก้ วิธีแก้คือเราจะต้องผลักดันในเรื่องของนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เน้นกระตุ้นในเรื่องของการลงทุน investment ทีนี้การลงทุนแทนที่เราจะไปเน้นเรื่องของเมกะโปรเจคหรือเน้นในเรื่องของโครงการน้ำประปาทานได้ 

ผมคิดว่าจะเหมาะสมกว่าถ้าผมจะขอยืมนโยบายเงินผันมาจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และทำเป็นเงินผันและลงไปในชุมชนทั้งหมด ระดับหมู่บ้าน 75,000 ชุมชน 1 ล้าน 2 ล้าน 3 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่บังคับว่าจะต้องเอาไปเพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องมือหากิน ทีนี้เราก็ยังมีโครงการที่จะดูแลผู้สูงวัย มารดาประชารัฐ ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว แต่แนวทางดังนี้ในความเห็นผม จะทำให้ประเทศไทยฟื้นในเรื่องของเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน.

“ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน

ในการดีเบตครั้งล่าสุด ธีระชัยได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและกระตุ้นการลงทุนในระดับชุมชน นี่เป็นแนวทางที่แตกต่างและน่าจับตามองอย่างยิ่ง

วิสัยทัศน์ของธีระชัยในการฟื้นเศรษฐกิจ

นายธีระชัยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในระดับชุมชน โดยเสนอแนวคิดการใช้เงินผันในลักษณะเดียวกับนโยบายของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนนำเงินไปใช้ในการพัฒนาเครื่องมือหากิน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานรากอย่างแท้จริง นี่เป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว

นอกจากนี้ ธีระชัยยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาที่ซับซ้อนและหลากหลายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ การที่ “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง

แนวทางการฟื้นเศรษฐกิจที่ “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน นั้นมีความแตกต่างจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ ที่เน้นการอุดหนุนการบริโภค ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว การเน้นการลงทุนในระดับชุมชนและการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจึงเป็นแนวทางที่ยั่งยืนกว่า

ถึงแม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรคเล็ก แต่แนวคิดของธีระชัยก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายให้เกิดการถกเถียงและพัฒนานโยบายที่สร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้

โดยรวมแล้ว วิสัยทัศน์ของธีระชัยในการดีเบตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยและความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน การเน้นการลงทุนในระดับชุมชนและการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเป็นแนวทางที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

ที่มา – “ธีระชัย” โชว์วิสัยทัศน์ดีเบต มั่นใจแนวทางฟื้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ชัดเจน

Scroll to top