ไฟฟ้าช็อต

เศร้าใจ “ค่างแว่นถิ่นใต้” โดนไฟช็อตอัมพาต

เศร้าใจสุดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับค่างแว่นถิ่นใต้ตัวเต็มวัยเพศผู้ ซึ่งพลัดตกจากแนวสายไฟฟ้าแรงสูง หลังจากถูกไฟช็อตจนเป็นอัมพาตครึ่งท่อนช่วงขาหลัง ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ เรื่องนี้ถูกพบโดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เมื่อเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พร้อมกับเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดดังสนั่น

เจ้าหน้าที่รีบประสานงานกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโตนงาช้าง เพื่อนำตัวค่างแว่นถิ่นใต้ไปดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นและคนรักสัตว์ป่า เพราะค่างแว่นถิ่นใต้เป็นสัตว์หายากที่พบเห็นได้ยากในธรรมชาติแล้ว

ค่างแว่นถิ่นใต้ คือสัตว์ชนิดอะไร

ค่างแว่นถิ่นใต้ หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Trachypithecus obscurus จัดอยู่ในวงศ์ค่าง (Cercopithecidae) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ พบได้ในป่าเขตร้อนชื้นของภาคใต้ของประเทศไทย ลาว กัมพูชา และบางส่วนของมาเลเซีย

ลักษณะเด่นของค่างแว่นถิ่นใต้

จุดเด่นที่ทำให้ค่างแว่นถิ่นใต้มีชื่อเรียกนี้ก็คือ วงกลมสีขาวรอบดวงตาที่ดูคล้ายกับสวมแว่นตา ขนของตัวเต็มวัยมีสีเทาเข้ม ขนาดตัวยาวประมาณ 52-69 เซนติเมตร หางยาว 80-98 เซนติเมตร น้ำหนักตัวผู้ 7.8-9.5 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียเล็กกว่า ลูกค่างที่เพิ่งเกิดจะมีขนสีส้มหรือเหลืองทองสดใส ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อโตขึ้น

พฤติกรรมการอยู่อาศัย

คางแว่นถิ่นใต้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาด 10-50 ตัว นำโดยตัวเมียอาวุโส อาหารหลักคือใบไม้ ยอดอ่อน ผลไม้ และดอกไม้ มักอาศัยตามยอดไม้สูง จึงค่อนข้างระวังตัวและหลบภัยเก่ง แต่ในบางพื้นที่ที่ใกล้นักท่องเที่ยว ก็เริ่มคุ้นเคยกับมนุษย์มากขึ้น

บทบาทสำคัญของค่างแว่นถิ่นใต้ในระบบนิเวศ

นอกจากความน่ารักแล้ว ค่างแว่นถิ่นใต้ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช โดยกินผลไม้แล้วขับถ่ายเมล็ดออกมา ทำให้ป่าฟื้นตัวและสมบูรณ์แบบธรรมชาติ หากไม่มีสัตว์อย่างค่าง ป่าอาจเสื่อมโทรมได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม สถานะของค่างแว่นถิ่นใต้ถูกจัดโดย IUCN ให้อยู่ในข่ายเสี่ยงสูญพันธุ์ (Vulnerable) เนื่องจากภัยคุกคามหลายประการ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การล่าเพื่อเอาเนื้อและขน การค้าสัตว์ป่า และอุบัติเหตุจากโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์อย่างเสาไฟฟ้าและสายส่งไฟแรงสูง

สาเหตุและแนวทางป้องกันอุบัติเหตุไฟช็อตในสัตว์ป่า

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากค่างแว่นถิ่นใต้ที่กระโดดข้ามแนวสายไฟฟ้า แต่ถูกไฟช็อตจากแรงดันสูง ส่งผลให้หม้อแปลงระเบิดและตัวสัตว์บาดเจ็บสาหัส ปัญหานี้พบได้บ่อยในสัตว์เลื้อยคลานและนกด้วย

  • ติดตั้งฉนวนหุ้มสายไฟในพื้นที่ป่า
  • ฝังสายไฟฟ้าใต้ดินในบางจุด
  • สร้างทางเดินสำหรับสัตว์ป่า (wildlife corridors) เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางมนุษย์
  • รณรงค์ให้การไฟฟ้าตรวจสอบและปรับปรุงโครงสร้าง

การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าต้องอาศัยความรับผิดชอบจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐและเอกชนที่วางโครงสร้างพื้นฐาน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การพัฒนาของมนุษย์ไม่ควรถอยหลังให้สัตว์ป่า แต่ต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยความยั่งยืน ลองคิดดูสิว่าถ้าค่างแว่นถิ่นใต้ตัวนี้หายดี มันจะกลับไปช่วยป่าต่อได้ไหม? มาช่วยกันรณรงค์อนุรักษ์สัตว์ป่า สนับสนุนโครงการเพาะเลี้ยงและปล่อยคืนธรรมชาติ โดยแชร์โพสต์นี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้นนะครับ!

ที่มา – เศร้าใจ “ค่างแว่นถิ่นใต้” ตกจากแนวสายไฟฟ้า หลังโดนไฟช็อตเป็นอัมพาตครึ่งท่อน

คาดมีเงื่อนงำ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ดับปริศนาริมถนนเลียบทางรถไฟเขาตาโล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบสวนหาความจริง โดยคาดว่ามีเงื่อนงำสำคัญจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่พัทยา

พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ร.ต.อ.รัชพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งเหตุ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ริมถนนเลียบทางรถไฟเขาตาโล ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทันทีที่รับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวน พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สว.สส. ทีมพิสูจน์หลักฐานชลบุรี แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

รายละเอียดสถานที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณโรงจอดรถจักรยานยนต์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ติดกับถนนเลียบทางรถไฟ พบศพชายชาวเอเชียหน้าตาตี๋ อายุราว 30-40 ปี คาดว่าเป็นชาวจีน สภาพศพน่าสยอง โดยมีเชือกไนลอนสีครีมยาว 1.5 เมตร รัดคอแขวนกับขื่อหลังคาสูง 3.2 เมตร ศพอยู่ในท่ายืน ขาทั้งสองย่อลงเล็กน้อย มือซ้ายยกติดบ่วงเชือก ผู้ตายสวมเสื้อคอกลมสีน้ำเงิน มีคำว่า “ARAS” ด้านหลัง กางเกงลายช้างสีขาว-ดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ใต้เท้ามีเศษยางมะตอยวางเรียง 2 ก้อน คาดเสียชีวิตมา 6-12 ชั่วโมง และไม่มีเอกสารประจำตัว

สภาพศพและร่องรอยการถูกทรมาน

จากการตรวจเบื้องต้น ร่างกายผู้ตายเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำทั่วตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าบวมช้ำ ขาทั้งสองมีรอยจุดดำหลายจุด คล้ายถูกช็อตด้วยไฟฟ้า แผ่นหลังมีรอยไหม้เป็นแผลพุพองหลายจุด แพทย์และพิสูจน์หลักฐานสันนิษฐานว่า แผลเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต 2-3 วัน ชี้ชัดว่า พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน อย่างโหดร้ายก่อนถูกแขวนคอ

  • รอยเขียวช้ำทั่วร่างกาย
  • รอยช็อตไฟฟ้าที่ขา
  • แผลไหม้ที่แผ่นหลัง
  • ใบหน้าบวมช้ำ

หลักฐานสำคัญที่พบในตัวผู้ตาย

ในกระเป๋ากางเกงขวาพบจดหมาย 3 ฉบับเขียนด้วยภาษาจีน ไฟแช็ก 1 อัน และปากกา 1 ด้าม ข้อความในจดหมายระบุว่า “ฉันขอโทษครอบครัว ขอให้ช่วยติดต่อสถานทูต และติดต่อไปหาพ่อแม่ของฉัน และช่วยพาฉันกลับบ้าน” หลักฐานนี้ถือเป็นเงื่อนงำสำคัญที่ตำรวจกำลังตรวจแปลและสืบหาความเชื่อมโยง

  • จดหมายภาษาจีน 3 ฉบับ
  • ไฟแช็กและปากกา
  • ไม่มีพาสปอร์ตหรือเอกสารยืนยันตัวตน

คำให้การพยานและการสืบสวนต่อไป

นายเอกพจน์ หนุนดี อายุ 41 ปี คนขับรถน้ำที่มาพบศพคนแรก เล่าว่า กำลังฉีดน้ำบนถนนที่กำลังซ่อมแซมเพื่อลดฝุ่น แต่ระหว่างกลับรถก็พบศพแขวนคอในโรงจอดรถติดรั้วโรงแรม จึงรีบแจ้งตำรวจทันที

เบื้องต้น ตำรวจเก็บหลักฐานอย่างละเอียด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ สอบปากคำพยาน และส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและตัวผู้กระทำผิด คาดว่าจะมีพัฒนาการเร็วๆ นี้

บริบทเหตุการณ์ในพื้นที่พัทยา

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง แต่ก็มีคดีอาชญากรรมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อการทรมานหรือฆาตกรรมปริศนา เหตุการณ์ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยที่ต้องแก้ไขด่วน

จากข้อมูลสถิติ ตำรวจชลบุรีรายงานว่ามีคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุมาจากการพนันหนี้สิน หรือข้อพิพาทส่วนตัว นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังและแจ้งเหตุทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว คุณสามารถช่วยได้โดยรายงานข้อมูล线索ให้ตำรวจ หากมีใครรู้จักผู้ตายหรือเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้า ติดต่อ สภ.บางละมุง ได้เลย สุดท้ายแล้ว ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นเพื่อครอบครัวผู้เสียหาย

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้อื่น!

ที่มา – คาดมีเงื่อนงำ พบศพหนุ่มต่างชาติ มีแผลถูกทรมาน ดับปริศนาริมถนนเลียบทางรถไฟ

สลด! ครอบครัวถูกไฟฟ้าช็อตหนีน้ำท่วม ดับ 1

เหตุการณ์สุดสลดเกิดขึ้นเมื่อครอบครัวหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบอุบัติเหตุถูกไฟฟ้าช็อต 8 คน ขณะช่วยกันยกของหนีน้ำท่วม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย สร้างความโศกเศร้าให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง

สลด! ครอบครัวช่วยกันยกของหนีน้ำท่วม ถูกไฟฟ้าช็อต 8 คน ดับแล้ว 1 ศพ

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เวลาประมาณ 18.10 น. พ.ต.อ.สมพร นิติภักดิ์ ผกก.สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนถูกไฟฟ้าช็อต 8 คน ภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.ท่าประจะ อ.ชะอวด จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ จุด อ.ชะอวด

ในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย มีอาการสาหัส ไม่รู้สึกตัว 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งทำ CPR ช่วยชีวิตจนปลอดภัย 3 ราย และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลชะอวด แต่มีผู้เสียชีวิตที่ รพ.ชะอวด 1 ราย ชื่อนายณัฐฐากูร อายุ 21 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย อาการอยู่ในระดับสีเหลือง ยังไม่รู้สึกตัว ถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สาเหตุครอบครัวถูกไฟฟ้าช็อต 8 คน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวม 8 คน กำลังช่วยกันย้ายซุ้มเพิงร้านน้ำชาชั่วคราว บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าระหว่างการเคลื่อนย้าย อาจมีกระแสไฟฟ้ารั่ว ทำให้ทุกคนถูกไฟฟ้าช็อตพร้อมกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ควรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย หากพบจุดชำรุด ควรรีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำที่ท่วมขัง หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรใส่รองเท้าบูทหรือวัสดุที่ป้องกันกระแสไฟฟ้าได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกไฟฟ้าดูด นอกจากนี้ หากพบเห็นสายไฟที่ขาดหรือห้อยลงมาในน้ำ ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันได้อย่างปลอดภัย

ความสูญเสียจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและคนรอบข้าง

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ให้หายป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ที่มา – สลด ครอบครัวช่วยกันยกของหนีน้ำท่วม ถูกไฟฟ้าช็อต 8 คน ดับแล้ว 1 ศพ

จ่าสิงห์ ล่า “ไดร์มรณะ” ต้นเหตุเด็ก 10 ขวบดับ

“จ่าสิงห์” สั่งไล่ล่าถึงต้นตอ “ไดร์มรณะ” คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ย้ำ ขายสินค้าไร้ มอก. เตรียมโดนคดีอาญา พร้อมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกคำสั่งด่วนติดตามคดีกรณีเด็กหญิงวัย 10 ขวบในจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อตขณะใช้ไดร์เป่าผมที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมย้ำว่า “ถ้ามีใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไร ผมดำเนินคดีจนถึงที่สุด” โดยเรียก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพีรวัส สมวงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยฯ และ นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าประชุมวางแผนบัญชาการเพื่อหาต้นตอและแก้ไขปัญหาเหตุการณ์นี้ให้ทันท่วงที

พบ ไดร์-ปลั๊กพ่วง ไม่มี มอก.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไดร์เป่าผมและปลั๊กพ่วงที่ใช้ร่วมกันไม่ปรากฏเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมีความเสี่ยงไฟรั่วสูงเกินเกณฑ์กำหนด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่ทันที ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานทางเทคนิค ขยายผลหาผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้อง

“สั่งให้ไปหาถึงต้นตอภายในเวลาที่เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่จับรายย่อย แต่ต้องสืบถึงขบวนการ ถ้ามีใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไร ผมดำเนินคดีจนถึงที่สุด”

ระดมคณะทำงานตรวจสอบ

จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งระดมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและตรวจสอบสินค้าออนไลน์เพื่อสแกนหาสินค้าผิดมาตรฐานทุกแพลตฟอร์มทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เช่น ไดร์เป่าผม หม้อหุงข้าว เตารีด พัดลม และปลั๊กพ่วง ที่มักลักลอบจำหน่ายโดยไม่มี มอก.

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายพีรวัส สมวงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ร่วมกับ สมอ. จัดทำ Roadmap กวาดล้างสินค้าอุตสาหกรรมผิดมาตรฐาน 3 ระยะ (เร่งด่วน–กลาง–ยั่งยืน) เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค พร้อมเชื่อมโยงสู่การยกระดับตลาดสินค้าไทยให้เป็นอุตสาหกรรมพึ่งพาได้อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า “นี่ไม่ใช่การจับปรับ แต่คือภารกิจปกป้องชีวิตของคนไทย”

“ไดร์มรณะ” ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องระวัง

เหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 10 ขวบจาก “ไดร์มรณะ” กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้บริโภคทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เพราะสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ความสำคัญของมาตรฐาน มอก.

เครื่องหมาย มอก. เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบและรับรองแล้วว่ามีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด การเลือกซื้อสินค้าที่มี มอก. จึงเป็นการลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าโดยตรง เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กไฟ และสายไฟ

จะตรวจสอบสินค้าที่มี มอก. ได้อย่างไร?

คุณสามารถตรวจสอบสินค้าที่มี มอก. ได้ง่ายๆ โดยสังเกตจากเครื่องหมาย มอก. ที่ติดอยู่บนตัวสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าที่มี มอก. ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

ผลกระทบจาก “ไดร์มรณะ” และการดำเนินการของภาครัฐ

จากกรณี “ไดร์มรณะ” จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้มีการกวาดล้างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเด็ดขาด

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อและใช้งานไดร์เป่าผม

  • เลือกซื้อไดร์เป่าผมที่มีเครื่องหมาย มอก.
  • ตรวจสอบสภาพของไดร์เป่าผมก่อนใช้งาน หากพบว่ามีรอยแตกร้าว หรือสายไฟชำรุด ไม่ควรใช้งาน
  • ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมในบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือใกล้กับน้ำ
  • เมื่อใช้งานไดร์เป่าผมเสร็จแล้ว ควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง

เหตุการณ์ “ไดร์มรณะ” เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ แต่ก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง อย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้

ที่มา – “จ่าสิงห์” สั่งไล่ล่าถึงต้นตอ “ไดร์มรณะ” คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 10 ขวบ

Scroll to top