ไฮโซเมย์

ดราม่า ดิว อริสรา หนี้ 60 ล้าน จริงหรือ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดปีที่ผ่านมามีเรื่องที่เป็นกระแสข่าวฮอตมากมาย ซึ่งหลังจากที่ “ไทยรัฐ” เปิดให้ร่วมเสนอ “ข่าวฮอตแห่งปี” พบว่าหนึ่งในห้าเรื่องที่มีผู้เสนอเข้ามามากที่สุดคือประเด็นดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน

หากใครที่ลืมไปแล้ว เราจะสรุปเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ได้ทราบกัน

  • เพจดังแฉดาราสาวยืมเงินไฮโซ และถูกทวงเกือบ 9 ล้านบาท พร้อมแย้มว่ามีผู้เสียหายเพิ่มอีกหลายราย ยอดเงินกว่า 20 ล้านบาท
  • หลังจากที่มีข่าวออกมา หลายคนโยงว่าเป็นนักแสดงสาว ดิว อริสรา ซึ่งดิวเองก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร และยังใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ
  • จากนั้น ไฮโซเมย์ วาสนา ออกมาโพสต์ตามหาทรัพย์สินแบรนด์เนมที่ถูกดาราสาวยืมไป หลังรู้ว่าของเหล่านั้นถูกนำไปขายตามร้านต่างๆ แล้ว
  • ด้าน มดดำ คชาภา พูดในรายการแฉว่า เมย์ให้ดาราสาวเพื่อนรักยืมของมีค่าเพื่อที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องส่วนตัว โดยให้ยืมแค่ 15 วัน แต่ปรากฏว่าถึงเวลากลับไม่นำของมาคืน
  • และหลังจากที่ เมย์ วาสนา ได้แจ้งให้ทราบว่าร้านไหนที่ซื้อของดังกล่าวไป ให้ติดต่อกลับมา ซึ่งก็มีร้านค้าติดต่อเมย์กลับมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
  • ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. ซุง ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ว่าถูกผู้หญิงท้องคนหนึ่งยืมเงินไป พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามกฎหมาย หลังจากผ่านไป 6 เดือน มีคนแจ้งให้ตนเตรียมตัวไปให้ปากคำกับตำรวจ และกล่าวหาว่าตนเป็นจุดเริ่มต้นของคดีนี้ ซึ่งทำให้งงมาก
  • จากนั้น ทั้งไฮโซเมย์ และซุง ได้ออกรายการ โดยเมย์บอกว่า ที่ให้ดาราสาวยืมทรัพย์สิน เพราะความไว้ใจและเชื่อใจ อีกทั้งเคยลำบากมาก่อน ใครมีปัญหาก็อยากจะช่วย
  • ไฮโซเมย์ บอกด้วยว่า ของที่ยืมไปมีมูลค่าทางจิตใจ เรื่องที่เกิดขึ้น ตัวเองก็มีส่วนผิด เพราะเป็นคนใจอ่อนแบบนี้
  • ในรายการ ดิว อริสรา โฟนอินเข้ามา เปิดใจทั้งน้ำตาบอกว่าไม่ได้มีเจตนาจะโกง พร้อมขอโทษ และยอมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น กำลังแก้ไขปัญหา และชดเชยให้เมย์
  • ส่วนสาเหตุที่ต้องยืมเงินคนอื่นมากมายขนาดนี้ เพราะธุรกิจที่ทำไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับการใช้จ่ายเงินเกินตัว ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น
  • สามี (ณ ขณะนั้น) รับทราบปัญหาแล้ว แต่เพราะเป็นปัญหาของดิวเอง จึงไม่ได้ให้อีกฝ่ายช่วย สิ่งที่จะให้สามีช่วยได้ ก็คือให้ดูแลลูกและรักลูกให้มากๆ ก็พอ
  • ดิวบอกว่า ชีวิตของคนเราต้องเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้บ้าง มันมีจุดสูงสุดและลงสุด ซึ่งตอนนี้ดิวอยู่ในจุดที่ต่ำสุดของชีวิตแล้ว
  • หลังจากนั้น ดิว ก็ให้ทนาย เป็นคนประสานร้านที่นำของไปวางไว้ เพื่อทยอยนำของมาคืนให้ไฮโซเมย์ โดยมีการทำบันทึกให้ ดิว เป็นลูกหนี้ของร้านรับจำนำแทน และต้องใช้หนี้ภายใน 1 ปี ซึ่งต่อมาก็มีการถอนฟ้องทั้งหมด

ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน

เรื่องราวของ ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ การที่ดาราคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในชีวิต กลับต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินจำนวนมหาศาล ทำให้หลายคนหันมาตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอนของชีวิตและผลกระทบของการใช้จ่ายเกินตัว

ทำไม ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน ถึงเป็นที่สนใจ?

เหตุผลที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากมาจากหลายปัจจัย ประการแรก ดิว อริสรา เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง การกระทำหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเธอจึงมักได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นพิเศษ ประการที่สอง เรื่องราวเกี่ยวกับหนี้สินและปัญหาทางการเงินเป็นสิ่งที่หลายคนสามารถเข้าถึงได้ เพราะมันเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมเช่นไร ประการสุดท้าย การที่ดาราที่มีภาพลักษณ์หรูหราต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สิน ทำให้เกิดความขัดแย้งในภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คน

สำหรับใครที่คิดว่า เรื่องของ “ดิว อริสรา” เป็นข่าวฮอตที่คุณชื่นชอบ และติดตามอยู่ สามารถร่วมโหวต “ข่าวฮอตแห่งปี” ของคุณ กับแคมเปญ “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี” เฟ้นหาที่สุดของข่าวฮอตแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่สวยงาม การบริหารจัดการเงินและการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

ที่มา – ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน

ด่วน! ออกหมายเรียก “ดิว อริสรา” คดียักยอกทรัพย์

กองปราบปรามออกหมายเรียก “ดิว อริสรา” เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในคดียักยอกทรัพย์ “ไฮโซเมย์” หาก “ดิว อริสรา” เพิกเฉย ไม่มาพบพนักงานสอบสวน อาจถูกขอศาลออกหมายจับ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีที่เกี่ยวข้องกับ “ดิว อริสรา” ในข้อหายักยอกทรัพย์ของไฮโซเมย์ โดยระบุว่าได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด นั่นคือการออกหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องหาในกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามกฎหมายกำหนดว่าผู้ที่ถูกออกหมายเรียกจะต้องมาพบพนักงานสอบสวนภายในระยะเวลา 7 วัน หากไม่มาพบ จะถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการขอศาลเพื่อออกหมายจับต่อไป

ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจคือ ขณะนี้ “ดิว อริสรา” ได้มีการติดต่อประสานงานเพื่อเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่? ซึ่ง พ.ต.อ.เอนก ได้ตอบคำถามนี้ว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการติดต่อใดๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นจากตัว “ดิว อริสรา” เอง หรือจากทนายความที่ได้รับมอบหมาย

พ.ต.อ.เอนก ได้เน้นย้ำว่า การดำเนินการในคดีนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากผู้ถูกกล่าวหามีการเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามปกติ แต่หากเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกที่ออกไป พนักงานสอบสวนก็จำเป็นต้องดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาล เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ออกหมายเรียก “ดิว อริสรา” คดียักยอกทรัพย์

คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจาก “ดิว อริสรา” เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง การดำเนินการตามกฎหมายจึงเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ความคืบหน้าล่าสุดคดี “ดิว อริสรา”

การออกหมายเรียกครั้งนี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการดำเนินคดี หาก “ดิว อริสรา” เข้าให้ปากคำ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนและพิสูจน์ความจริง แต่หากเพิกเฉย ก็อาจนำไปสู่การที่ต้องถูกออกหมายจับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรูปคดีและความน่าเชื่อถือของตนเอง

สถานการณ์ขณะนี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า “ดิว อริสรา” จะตัดสินใจอย่างไร จะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกหรือไม่ หรือจะเลือกที่จะดำเนินการทางกฎหมายในรูปแบบอื่น สิ่งที่แน่นอนคือคดีนี้จะยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมต่อไป

การยักยอกทรัพย์เป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษทางกฎหมาย การที่คดีนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงยิ่งทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมาย และการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง

  • ความสำคัญของการปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • ผลกระทบของการเพิกเฉยต่อหมายเรียก
  • กระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีอาญา

ความโปร่งใสในการดำเนินคดีนี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ไม่ว่าผลลัพธ์ของคดีจะเป็นเช่นไร การที่ทุกฝ่ายได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว คดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนในสังคม ในเรื่องของการเคารพกฎหมาย และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในอนาคต

ที่มา – ออกหมายเรียก “ดิว อริสรา” แจงคดียักยอกทรัพย์ หากเพิกเฉย อาจโดนหมายจับ

ดิว อริสรา: กองปราบจ่อสอบคดียักยอกทรัพย์

ตำรวจกองปราบเตรียมเชิญตัว “ดิว อริสรา” ให้ปากคำในคดียักยอกทรัพย์ “ไฮโซเมย์” ขณะที่ทนายความชี้แจงว่าหากมีหมายเรียกก็พร้อมให้ความร่วมมือ และขณะนี้กำลังเจรจากับเจ้าทุกข์ เชื่อว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี

พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีที่ “ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์” ถูกกล่าวหายักยอกทรัพย์ไฮโซเมย์ วาสนา อินทะแสง มูลค่า 62 ล้านบาท หลังจากมีกระแสข่าวว่าดิว อริสรา จะเดินทางกลับประเทศไทย ว่าหากพบว่าดิว อริสรา เดินทางกลับเข้าประเทศจริง ก็จำเป็นต้องเชิญตัวมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานว่าจะเดินทางมาถึงวันไหน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายนิติศักดิ์ มีขวด หรือ ทนายเอี้ยง ทนายความของดิว อริสรา ซึ่งยืนยันว่า ดิว อริสรา ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยตั้งแต่ช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา และได้มีการไลฟ์สดเมื่อวานนี้ ส่วนเรื่องการเข้าพบตำรวจกองปราบนั้น ทนายเอี้ยงกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีหมายเรียกใดๆ แต่การกลับมาของดิว อริสรา ในครั้งนี้ก็เพื่อเจรจาเรื่องหนี้สินกับคุณเมย์ วาสนา และบริษัทแบรนด์เนมมันนี่ โดยที่ผ่านมาได้มีการเจรจากันมาโดยตลอดทางโทรศัพท์ และยังมีทรัพย์สินที่ยังไม่ได้คืนอีก 3 ชิ้น ได้แก่ สร้อยคอบูการี่ ซึ่งอยู่ที่บริษัทแบรนด์เนมมันนี่ และกระเป๋าอีก 2 ใบ ทนายเอี้ยงเชื่อว่าการเจรจาจะจบลงด้วยดีก่อนที่เรื่องจะถึงชั้นศาลอย่างแน่นอน แต่หากทางตำรวจจะเชิญตัวไปชี้แจงข้อเท็จจริง ดิว อริสรา ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ

ในส่วนของคดีที่บริษัทแบรนด์เนมมันนี่ฟ้องร้องดิว อริสรา ในข้อหาฉ้อโกงนั้น นายนิติศักดิ์กล่าวว่า จะมีการนัดเจรจาอีกครั้งที่ศาลแขวงปทุมวันในวันพรุ่งนี้ โดยดิว อริสรา ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วย แต่ทนายเอี้ยงเชื่อว่าการเจรจาจะจบลงด้วยดี และคาดว่าจะมีการถอนฟ้องและทำบันทึกข้อตกลงทางแพ่ง อย่างไรก็ตาม ผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอติดตามผลในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

ดิว อริสรา กับคดียักยอกทรัพย์: ความคืบหน้าล่าสุด

สถานการณ์ของ “ดิว อริสรา” ในขณะนี้ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งคดียักยอกทรัพย์และการถูกฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกง การกลับมาประเทศไทยของเธอจึงเป็นจุดสนใจของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดียักยอกทรัพย์

ทำไมตำรวจต้องเชิญ ดิว อริสรา ให้ปากคำคดียักยอกทรัพย์?

การเชิญตัว “ดิว อริสรา” มาให้ปากคำเป็นกระบวนการปกติในทางกฎหมาย เนื่องจากเธอเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดียักยอกทรัพย์ การสอบปากคำจะช่วยให้ตำรวจได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคดีต่อไป แม้ว่าทนายความจะยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือ แต่การสอบปากคำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม:

  • การเจรจาหนี้สินระหว่าง “ดิว อริสรา” กับเจ้าทุกข์จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีหรือไม่?
  • ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์อย่างไรต่อไป?
  • ผลการเจรจาคดีฉ้อโกงที่ศาลแขวงปทุมวันจะเป็นอย่างไร?

คดีของ “ดิว อริสรา” เป็นกรณีที่ได้รับความสนใจจากสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หลายคนอาจมองว่าคดีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์สุจริต และการเคารพกฎหมาย การกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดกฎหมายย่อมต้องได้รับการลงโทษ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม

ที่มา – กองปราบจ่อเชิญ “ดิว อริสรา” ให้ปากคำคดียักยอกทรัพย์ ทนายชี้ยังไม่มีหมายเรียก

Scroll to top