000 ไร่

วัดพระบาทน้ำพุ ประชุมเข้ม! อุบรายละเอียด

“วัดพระบาทน้ำพุ” ประชุมเข้ม เตรียมแถลงทุกประเด็น! ด้านเจ้าอาวาสยังอุบตอบรายละเอียดต่างๆ ในขณะที่ “เลขาปู” ยืนยันว่าไม่มีเรื่องหลานเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องที่ดินที่เป็นประเด็นร้อนนั้น ให้ไปถามต้นเรื่องเองจะดีกว่า

วัดพระบาทน้ำพุ ประชุมเข้ม ยังอุบแจงรายละเอียด “หลวงพ่อ” ไม่มีกิจนิมนต์

เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดพระบาทน้ำพุ ตั้งอยู่ที่ ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี แม้ว่าจะเป็นวันหยุด แต่บรรยากาศภายในวัดนั้นค่อนข้างเงียบเหงา ห้องประชุม 1 ของวัดพระบาทน้ำพุ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัด ได้เชิญคณะกรรมการวัดและกรรมการมูลนิธิเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหมอบีที่รับบริจาคเงินในชื่อวัด และเรื่องที่ดินจำนวน 2,000 ไร่ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปฟังการประชุม

นายบำรุงสิทธิ์ พนักงานเอกชนรายหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลว่า วันนี้นำกล่องบริจาคที่ทำขึ้นเองที่บริษัทมาถวายหลวงพ่อ ด้วยจิตศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ ในส่วนของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ตนไม่ได้ให้ความสนใจ และยังคงเคารพและศรัทธาในตัวหลวงพ่อเช่นเดิม

หลังจากการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าอาวาสได้เดินออกมาจากห้องประชุม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องที่ดิน เจ้าอาวาสตอบว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา และจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง ส่วนเรื่องเงินจำนวน 2.7 ล้านบาทของอดีตไวยาวัจกรที่ลูกหลานนำมาคืนนั้น ทางวัดได้คืนครบแล้วหรือไม่ เจ้าอาวาสตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ก็ตามนั้น”

เมื่อสอบถามไปยัง นายบรรเจต เทพพำนัก หรือ เลขาปู เลขาของหลวงพ่ออลงกต ทราบว่า ในเรื่องที่ทนายเกิดผลถอนตัวนั้น จะมีการแต่งตั้งทนายความใหม่ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยโฆษกที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้ชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบต่อไป ส่วนเรื่องที่เจ้าอาวาสต้องนำเงินสดไปฝากไว้กับบุคคลอื่น รวมถึงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน หรือความสัมพันธ์ในฐานะญาติพี่น้องกับเจ้าอาวาสนั้น ตนไม่ทราบ

Regarding the personal acquaintance with นางสาววรสุดา, เลขาปู replied that he knows her, but he confirms that there’s no issue with grandchildren. As for the land issue, he said to ask the source, and whether it’s seen as a frame-up or not, he also said to ask the source.

จากการสอบถาม นายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดิน 2,000 ไร่ของวัด และตอนนี้หลวงพ่อไม่ได้มีกิจนิมนต์ที่ไหน ถือว่าเป็นการให้ท่านได้พักผ่อน หลังจากที่เคยออกบิณฑบาตทุกวัน

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ

สถานการณ์ของวัดพระบาทน้ำพุ ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องที่ดินและการจัดการเงินบริจาค การที่ทางวัดยังคงอุบเงียบรายละเอียดต่างๆ ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยในวงกว้าง การแถลงข่าวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการคลี่คลายข้อสงสัยและสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้น

การที่หลวงพ่ออลงกตไม่ได้มีกิจนิมนต์ในช่วงนี้ อาจเป็นสัญญาณของการพักผ่อนและทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวต่อไปของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นที่พึ่งของผู้ยากไร้และผู้ป่วย HIV/AIDS มาอย่างยาวนาน

ที่มา – “วัดพระบาทน้ำพุ” ประชุมเข้ม ยังอุบแจงรายละเอียด “หลวงพ่อ” ไม่มีกิจนิมนต์

ทายาทแจงปมที่ดิน-เงิน 2.7 ล้าน วัดพระบาทน้ำพุ

จากกรณีที่ดินและเงินจำนวน 2.7 ล้านบาทของวัดพระบาทน้ำพุที่ตกเป็นประเด็นร้อนแรง ล่าสุดทายาทของอดีตไวยาวัจกรได้ออกมาแจงปมที่ดิน-เงิน 2.7 ล้าน ผ่านทางแพรรี่ ไพรวัลย์ เพื่อไขข้อสงสัยและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ทายาทอดีตไวยาวัจกร แจงปมที่ดิน-เงิน 2.7 ล้าน ผ่าน “แพรรี่”

แพรรี่ ไพรวัลย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าทายาทของอดีตไวยาวัจกรได้ติดต่อมาชี้แจงเรื่องที่ดิน 740 ไร่ และเงินสด 2.7 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทางวัดพระบาทน้ำพุยังไม่ได้รับคืน โดยทายาทอ้างว่ายินดีคืนทุกอย่างให้กับวัด และไม่เคยมีการพูดจาในลักษณะที่ว่า “อยากได้ให้ไปฟ้องเอา” อย่างแน่นอน

ข้อความจากทายาทอดีตไวยาวัจกรที่ส่งถึงแพรรี่มีรายละเอียดดังนี้:

“ผมคือ 1 ในทายาทคุณธนชัย เรื่องที่ดินมีเพียง 740 ไร่ ทางเรายินดีคืนหมด แม้กระทั่งเงิน 2,700,000 ที่หลวงพ่ออ้างว่าฝากอาไว้ เราก็นำไปคืน โดยหลวงพ่อก็ไม่มีหลักฐานในการฝากหรือสมุดบัญชี หลวงพ่ออ้างว่าหลวงพ่อฝากอาไว้”

“เรื่องที่ทางคุณทนายเกิดผลพูดว่า อยากได้ก็ไปฟ้องเอา ทางเราไม่เคยพูด วันที่นำเงินไปคืน เราโอนมอบกรรมสิทธิ์คืนรถให้ เดิมคุณ…บอกมี 6 วันไปโอนมอบมี 11 โดยทางวัดอ้างว่าเป็นของวัด เราก็คืน พร้อมโฉนดที่ดินตัวจริงอีก 340 ไร่ ที่เราค้นเจอจากห้องพักที่คุณธนชัยเสีย”

“ทางเรามีแค่นี้ เราเซ็นมอบอำนาจให้วัด เพราะทางวัดบอกว่าเซ็นมอบอำนาจแล้ววัดจัดการได้ ทางเราวิ่งตั้งผู้จัดการ วันนั้นทางวัดไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ค่าทนาย ตั้งผู้จัดการมรดก และทุกอย่าง เราทำกันเอง วัดมีหน้าที่เซ็นรับอย่างเดียว เสียแค่น้ำดื่ม 3 ขวด”

“แล้วสุดท้ายวัดโอนไม่ได้ เลยติดต่อเรามาอีกครั้ง เรื่องที่ดินที่คาราคาซัง วัดจะให้เราเดินทางไปคุยกับด็อกเตอร์ แต่ทางผู้จัดการมรดกปฏิเสธไป 1 ครั้งว่าไม่สะดวก เพราะทางผู้จัดการมรดกทำเกี่ยวกับราชการ แล้วติดธุระทางราชการ เลยปฏิเสธไปว่าไม่สะดวก”

“ทางเราไม่ได้มีการพูดแบบที่ทนายเกิดผลอ้างเบื้องต้นว่าถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา แล้วไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่มา แล้วไม่มีหนังสือทวงถามตามที่กล่าวอ้าง เรื่องเรารับรู้หลังจากปู่ตาย แต่วัดไม่เคยช่วยเราดำเนินการอะไร ทั้งที่สร้างปัญหาให้พวกเรา คำว่าคุณอาของวรสุดา เป็นคำย่อมาจากอาจารย์วรสุดา ไม่ใช่ญาติครับ”

“ผมไม่กล้าเมนต์หรืออธิบาย กลัวคนที่ถล่ม เราไม่เคยโอนที่มาเป็นของเรา โฉนดก็คืนไป 340 โดยประมาณ โฉนดที่เหลือที่ญาติผมตอนนี้ไม่มีเลย มีแต่ที่เราก๊อปปี้ไว้เป็นหลักฐานวันส่งมอบ ผมพยายามติดต่อตามเพจครับ แต่ยังไม่มีใครตอบ”

นอกจากนี้ แพรรี่ยังได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินสดจำนวน 2.7 ล้านบาทที่ทายาทนำมาคืน โดยโพสต์ภาพเงินจำนวนดังกล่าวที่วางอยู่ในพาน พร้อมข้อความว่า “อยากรู้ค่ะว่าเงิน 2,700,000 ที่ทายาทอดีตไวยาวัจกรเอามาคืนหลวงพ่อ คือเงินอะไรคะ และทำไมหลวงพ่อถึงต้องเอาเงินสดเยอะขนาดนี้ไปฝากอดีตไวยาวัจกรของวัดไว้ เพื่อความเป็นธรรมของพ่อนะคะ ช่วยชี้แจงด้วย”

ประเด็นสำคัญ: ทายาทอดีตไวยาวัจกรชี้แจงเรื่องที่ดินและเงิน 2.7 ล้าน

จากคำชี้แจงของทายาทอดีตไวยาวัจกร ประเด็นหลักๆ ที่ต้องการสื่อสารคือ:

  • ยินดีคืนที่ดินทั้งหมด 740 ไร่ให้กับวัดพระบาทน้ำพุ
  • ได้นำเงินสดจำนวน 2.7 ล้านบาทคืนให้กับวัดแล้ว
  • ไม่เคยพูดจาในลักษณะท้าทายให้ไปฟ้องร้อง
  • พร้อมให้ความร่วมมือกับวัดในการดำเนินการต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องที่มาของเงิน 2.7 ล้านบาท ยังคงเป็นข้อสงสัยที่แพรรี่และหลายคนต้องการคำตอบ เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เรื่องราวนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และทางวัดพระบาทน้ำพุจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเกี่ยวกับปมแจงปมที่ดิน-เงิน 2.7 ล้าน นี้

การออกมาแจงปมที่ดิน-เงิน 2.7 ล้าน บาทในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลอีกด้านหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังคงเป็นที่สงสัยและต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้

ที่มา – ทายาทอดีตไวยาวัจกร แจงปมที่ดิน-เงิน 2.7 ล้าน ผ่าน “แพรรี่” ยันไม่เคยไล่ไปฟ้อง

Scroll to top