30 บาทรักษาทุกโรค

ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม “บัตรทอง” แต่ต้องปฏิรูป

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินกระแสข่าวเกี่ยวกับอนาคตของระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องงบประมาณที่ตึงตัว ซึ่งล่าสุด นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาให้ความชัดเจนว่า ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม “บัตรทอง” แต่ต้องปฏิรูป เพื่อให้ระบบนี้อยู่รอดและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม “บัตรทอง” แต่ต้องปฏิรูป เพื่อความยั่งยืน

ปัญหาที่โรงพยาบาลรัฐต้องเผชิญในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หลายแห่งประสบภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนเข้าใกล้สภาวะล้มละลาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการบริการผู้ป่วย เช่น การลดปริมาณยาหรือเปลี่ยนยี่ห้อยา สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าระบบบริหารจัดการกองทุนจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณสะท้อนต้นทุนจริงและมีความโปร่งใสมากที่สุด

เหตุผลที่ต้องปฏิรูปบัตรทองให้ทันท่วงที

นอกจากประเด็นเรื่องงบประมาณแล้ว การปรับปรุงธรรมาภิบาลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นหัวใจสำคัญ ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม “บัตรทอง” แต่ต้องปฏิรูป เพื่อขจัดช่องโหว่ในการบริหารงาน โดยมีข้อเสนอสำคัญ 6 ประการ ได้แก่:

  • จัดสรรงบเพิ่มให้สอดคล้องกับต้นทุนการรักษาจริง
  • เน้นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าโดยจัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจน
  • จัดตั้งกองทุนปฐมภูมิเพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก
  • สร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใสในบอร์ดบริหาร
  • หยุดเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่โดยไม่มีงบรองรับ
  • แยกงบเงินเดือนบุคลากรออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว

การกล้ายอมรับความจริงว่าระบบกำลังมีปัญหา คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืน หากเราไม่เริ่มปฏิรูปตั้งแต่วันนี้ ภาระทางการเงินที่โรงพยาบาลรัฐต้องแบกรับอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิทุกคนในอนาคตอันใกล้ ความร่วมมือของทุกฝ่ายคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยกลับมาเข้มแข็งและมีคุณภาพได้อีกครั้ง

ที่มา – ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม “บัตรทอง” แต่ต้องปฏิรูป หลัง รพ.รัฐขาดทุนหนักเสี่ยงล้มละลายในอนาคต

สมคิด ยันไม่ล้ม 30 รักษาทุกโรค พร้อมปกป้องสิทธิประชาชน

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโครงการที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยอย่างโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่วันนี้กลายเป็นจุดยืนสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิของพี่น้องประชาชน โดยคุณสมคิด เชื้อคง ได้ออกมาให้คำมั่นสัญญาชัดเจนว่า เรื่องการล้มโครงการนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน และเราต้องร่วมกันรักษามาตรฐานให้ประชาชนได้รับสิทธิการรักษาที่เท่าเทียมตลอดไป

สมคิด ยันไม่ล้ม 30 รักษาทุกโรค เดินหน้าพัฒนาระบบสุขภาพ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลดทอนสิทธิหรือการร่วมจ่ายในโครงการนี้ ซึ่งคุณสมคิดได้ออกมาชี้แจงว่า แนวคิดที่จะล้มหรือปรับเปลี่ยนให้แย่ลงนั้นเป็นเรื่องที่สวนทางกับเจตนารมณ์ที่ประเทศเราได้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ปัจจุบันโครงการนี้ก้าวไกลไปสู่ความทันสมัยในรูปแบบ 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำและทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อ

ทำไมเราต้องปกป้องสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค?

การตั้งคำถามเรื่องการให้ประชาชนร่วมจ่ายนั้น คุณสมคิดมองว่าอาจเป็นการบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องตระหนักดังนี้:

  • การลดความเหลื่อมล้ำ: โครงการนี้คือเครื่องมือสำคัญที่ทำลายกำแพงระหว่างคนรวยกับคนจนในการเข้าถึงหมอ
  • หัวใจของระบบสาธารณสุข: หากมีการเปลี่ยนแปลงจนประชาชนแบกรับภาระเพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคที่ทุกคนกลัวการเจ็บป่วยจนไร้หนทางแก้ไข
  • ความมั่นคงทางสุขภาพ: รัฐบาลมีงบประมาณรองรับและพร้อมจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นแทนที่จะตัดลดงบประมาณ

ในมุมมองของคุณสมคิด โครงการนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่คือการยืนยันว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับความดูแลโดยไม่มีคำว่า ‘คนไข้อนาถา’ อีกต่อไป การที่เรามีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คอยดูแลค่าใช้จ่ายในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคไต หรือการป้องกันดูแลผู้ป่วย HIV คือหลักฐานชัดเจนว่าประเทศไทยมาไกลมากแล้ว และเราต้องไม่ถอยหลังลงคลองเพียงเพราะข้ออ้างเรื่องงบประมาณที่ขาดแคลน ทั้งที่จริงแล้วมันคือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของคนในชาติ

บทสรุปของเรื่องนี้ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยรวมถึงบุคคลสำคัญอย่างคุณสมคิด จะไม่ยอมให้การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายใดๆ มาพรากเอาสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ไปจากมือประชาชน และเราหวังว่าในอนาคต ระบบนี้จะถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไรก็ตาม

ที่มา – “สมคิด” ยันไม่ล้ม 30 รักษาทุกโรค ลั่นมาไกลแล้ว เพื่อไทยพร้อมปกป้องสิทธิประชาชนรักษาอย่างเท่าเทียม

“สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค

เชื่อว่าประเด็นเรื่องสวัสดิการสาธารณสุขของไทยเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะล่าสุดที่ “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะมองว่านี่คือหลักประกันสำคัญที่รักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่การสงเคราะห์คนจนเหมือนระบบเก่าๆ ที่ผ่านมา

ทำไม “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค จึงสำคัญ?

การปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อระบบสุขภาพ จากเดิมที่เคยมองว่าคนไม่มีเงินคือ ‘คนไข้อนาถา’ มาสู่หลักการที่ว่าทุกคนมีสิทธิได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม คือหัวใจสำคัญของโครงการนี้ งานวิจัยจากสถาบันระดับโลกอย่าง World Bank และ WHO ต่างยืนยันชัดเจนว่านโยบายนี้ช่วยลดการล้มละลายของครัวเรือนจากภาระค่ารักษาพยาบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม

มุมมองต่อ “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค ในมิติที่ต้องคำนึงถึง

หากเรานำระบบ ‘ร่วมจ่าย’ กลับมาใช้ สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่เงินเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้าง “กำแพง” สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้สูงอายุ กลุ่มคนเหล่านี้มักมีภาระแฝงอยู่แล้ว ทั้งค่าเดินทาง ค่าขาดรายได้จากการต้องหยุดงาน ดังนั้น หากสถานพยาบาลกลายเป็นที่ที่ต้องใช้เงินก้อนแรกเพื่อเข้าถึงบริการ ระบบสาธารณสุขที่เคยภาคภูมิใจจะถอยหลังกลับไปสู่การเป็นหน่วยงานสงเคราะห์ทันที

  • การเข้าถึงบริการ: ระบบต้องไม่สร้างอุปสรรคให้คนยากจน
  • ความเท่าเทียม: สุขภาพที่ดีต้องไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนมีเงิน
  • ประสิทธิภาพ: ควรเน้นการบริหารจัดการภายใน แทนการผลักภาระให้ผู้ป่วย

แทนที่จะถามหาการร่วมจ่าย นายสุชาติเสนอว่าควรเน้น “การยกระดับระบบ” แทน ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนการรักษาที่ซ้ำซ้อน การควบคุมราคายาให้เป็นธรรม และการกระจายงบประมาณตามโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น นี่คือทิศทางที่ยั่งยืนกว่าการลดมาตรฐานหรือเพิ่มภาระให้ประชาชนในวันที่เขาอ่อนแอที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว สิทธิในการรักษาพยาบาลเปรียบเสมือนลมหายใจของประชาชน การดึงเอาระบบร่วมจ่ายมาใช้ในเวลาที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวนอาจไม่ใช่ทางออกที่คุ้มค่า การรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ไว้ให้มั่นคง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศไทย เพื่อความผาสุกของคนทุกระดับในระยะยาว

ที่มา – “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค

ไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ปี 2026

เชื่อเลยว่าทุกคนต้องปลื้มใจไปกับข่าวดีล่าสุด เมื่อมีการจัดอันดับคุณภาพชีวิตระดับโลก โดยพบข้อมูลที่น่าภาคภูมิใจว่า ไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ปี 2026 ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่ามาตรฐานการบริการสุขภาพของบ้านเรานั้นก้าวไกลไปมาก และเป็นเบอร์หนึ่งในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วยครับ

ไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ปี 2026

การจัดอันดับครั้งนี้มาจากเว็บไซต์ Numbeo ซึ่งเป็นฐานข้อมูลระดับโลกที่รวบรวมรีวิวจากผู้ใช้งานจริงทั่วทุกมุมโลก โดยพิจารณาจากหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ คุณภาพชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของระบบสาธารณสุข ซึ่งประเทศไทยเราทำคะแนนได้สูงถึง 77.5 คะแนน แซงหน้าหลายประเทศในยุโรปและเอเชียขึ้นมาติด Top 10 ได้สำเร็จครับ

ทำไมไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ปี 2026 ถึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น?

สาเหตุหลักที่ทำให้เราได้รับคำชมเชยในระดับสากล ไม่ใช่แค่เรื่องของความทันสมัยของอุปกรณ์ทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการเข้าถึงบริการที่ครอบคลุม โดยเฉพาะนโยบายที่รัฐบาลพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่อง:

  • สิทธิบัตรทองหรือ 30 บาทรักษาทุกที่: ช่วยให้คนไทยเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
  • การยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยี: การใช้บัตรประชาชนใบเดียวในการรักษาที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ
  • ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์: แพทย์และพยาบาลไทยมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
  • โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม: มีโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนที่มีมาตรฐานสูงรองรับการรักษาโรคทั่วไปจนถึงโรคซับซ้อน

ด้วยระบบที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ที่ต้องการมาใช้บริการรักษาพยาบาลด้วยคุณภาพระดับโลกในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศอย่างมหาศาลครับ

ในมุมมองของผม ความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนโยบาย แต่เป็นความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วนที่เสียสละทำงานหนัก เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสุขภาพที่ดีได้ หากเปรียบเทียบกับนานาชาติแล้ว เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการสาธารณสุขไทยคือหนึ่งในความภาคภูมิใจที่เราควรช่วยกันรักษาและพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปสู่จุดที่สูงกว่านี้ในอนาคตครับ

ที่มา – รัฐบาลปลื้ม ไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ปี 2026 ตอกย้ำบริการคุณภาพ รักษาเข้าถึงทุกคน

เพื่อไทยชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

“แพทองธาร – จุลพันธ์” เปิดเวที “Moonshot Forum” ครั้งแรก ชู AI ยกระดับบัตรทอง ตั้งเป้าระบบสุขภาพไทย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” เดินหน้าเปลี่ยนอนาคตประเทศด้วยนโยบายคิดใหญ่-ทำได้จริง

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีเสวนา Moonshot Forum ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ยกเครื่อง 30 บาทด้วย AI : รักษาดี อยู่ดี ตายดี” เพื่อออกแบบแนวนโยบายอนาคต นำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้าสู่ยุคข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ดึงเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 กล่าวเปิดงานว่า นโยบายที่ดีไม่ได้เริ่มจากตัวเลขหรือเอกสาร แต่เกิดจาก “ความฝันที่อยากเห็นประเทศดีขึ้น” และพลังความหวังของประชาชน DNA พรรคเพื่อไทยสืบทอดจากไทยรักไทยที่กล้าทำสิ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ายกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นรากฐานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

“Moonshot Forum คือพื้นที่ให้ทุกคนฝันให้ไกล และทำให้เกิดขึ้นจริง เราอยากให้คนไทยเชื่อว่าความฝันเล็กๆ สามารถเติบโตเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศได้ หากเรากล้าคิดและลงมือทำ”

น.ส.แพทองธาร ยังชี้ว่าไทยกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญ หากไม่ก้าวผ่านข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี-กฎหมาย-เศรษฐกิจ จะเสี่ยงตกขบวนโลก จึงต้องมีนโยบายที่ “คิดให้ไกลกว่าปัจจุบัน แต่ยืนบนความจริงของผู้คน” เพื่อเปิดพื้นที่ความหวังใหม่ให้ทุกคน

ทางด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเป้าหมายของเวที ว่า ต้องการปลุกพลังความฝัน ขับเคลื่อนนโยบายเชิงก้าวกระโดด รับมือระบบราชการที่แข็งตัวหลังปี 2557 และอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมยกตัวอย่างภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ของสหรัฐฯ และโครงการ 30 บาทในอดีต ที่เริ่มจากสิ่งท้าทายแต่สำเร็จเป็นนโยบายสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพ โดยพรรคเพื่อไทยจะทำนโยบายเชิงระบบผ่าน 3 กระบวนการ คือ ตอบคำถามผู้สมัครและ สส. เพื่อสื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจน, พูดคุยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละนโยบาย และผ่านการตรวจสอบและข้อเสนอจากภาควิชาการ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริง โฟกัสแรกคือการต่อยอด “30 บาทรักษาทุกโรค” ด้วย AI ปรับทั้งระบบบริการ ประสิทธิภาพงบประมาณ และการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บนเวทีเสวนา นำเสนอกรอบพัฒนาระบบสุขภาพไทยสู่การดูแลตลอดชีวิต โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาท – ทบทวนบทเรียนและชี้ความท้าทายใหม่ จากระบบตั้งรับสู่การดูแลเชิงรุกบนฐานข้อมูลและเทคโนโลยี นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล (หมอโจ้) ผู้เชี่ยวชาญ AI ด้านสุขภาพ เสนอระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ-เชื่อมทุกสถานพยาบาล ใช้ AI วินิจฉัย ป้องกันโรค ติดตามผู้ป่วย และยกระดับระบบปฐมภูมิ ขณะที่ นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกำกับดูแลการใช้ AI ย้ำความจำเป็นของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ-มาตรฐานธรรมาภิบาล AI และกฎหมายรองรับแพลตฟอร์มข้อมูลประเทศ และ รศ.พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล ศูนย์การุณรักษ์ เสนอยกระดับระบบดูแลตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย รวมการดูแลแบบประคับประคองเป็นสิทธิพื้นฐาน “อยู่ดี ตายดี ด้วย 30 บาท”

เพื่อไทยเปิดเวที ชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

พรรคเพื่อไทยได้เปิดเวที Moonshot Forum โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อยกระดับบัตรทองให้ประชาชน “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เป้าหมาย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ด้วย AI

การนำ AI เข้ามาใช้ในระบบบัตรทองมีศักยภาพที่จะช่วยให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวินิจฉัยโรคทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น รวมถึงการติดตามและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรด้านสาธารณสุขให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน

การเสวนาในเวที Moonshot Forum ยังครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสุขภาพ เช่น การสร้างระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่รองรับการใช้ AI ในทางการแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นไปอย่างมีจริยธรรมและปลอดภัย

พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนอนาคตประเทศด้วยนโยบายที่กล้าคิด กล้าทำ และทำได้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน การผลักดันนโยบาย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ด้วย AI นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การนำ AI มาใช้ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ระบบสุขภาพของไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ที่มา – เพื่อไทยเปิดเวที “Moonshot Forum” ชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

Scroll to top