7 วันอันตรายสงกรานต์ 2569

รมว.สธ. ห่วงประชาชนกลับจากสงกรานต์ พักผ่อนเต็มที่ อากาศร้อน

เทศกาลสงกรานต์ 2569 เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ช่วงท้ายหยุดยาวนี้ ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหรือสถานท่องเที่ยว ส่งผลให้ถนนทุกสายหนาแน่นไปด้วยยานพาหนะหลากหลายชนิด ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวสุดขีด รมว.สธ. ห่วงประชาชนกลับจากสงกรานต์ ขอผู้ขับขี่พักผ่อนเต็มที่ อากาศร้อนจัดอ่อนเพลียง่าย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

รมว.สธ. ห่วงประชาชนกลับจากสงกรานต์ ขอผู้ขับขี่พักผ่อนเต็มที่ อากาศร้อนจัดอ่อนเพลียง่าย

วันที่ 15 เมษายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่กำลังเดินทางกลับ โดยอ้างข้อมูลจากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 พบว่าการขับรถเร็วเกินกำหนดและดื่มแล้วขับ ยังคงเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนน นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนจัดในขณะนี้ ทำให้ผู้ขับขี่มีโอกาสอ่อนเพลีย หลับใน หรือสมาธิหลุดลอยได้ง่ายยิ่งขึ้น หากไม่พักผ่อนให้เพียงพอ

ทำไมอากาศร้อนจัดถึงทำให้อ่อนเพลียง่าย

อุณหภูมิที่สูงเกิน 35-40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ผ่านเหงื่ออย่างรวดเร็ว นำไปสู่ภาวะขาดน้ำ เดินทางนานๆ โดยไม่ดื่มน้ำเพียงพอ จะทำให้สมองทำงานช้าลง ตาพร่ามัว และเกิดความง่วงนอนได้ แม้จะนอนหลับมาพอแล้วก็ตาม จากสถิติในอดีต พบว่าอุบัติเหตุจากความอ่อนเพลียเพิ่มขึ้น 20-30% ในช่วงหน้าร้อนเช่นนี้

รัฐมนตรีสาธารณสุขจึงขอแนะนำแนวทางป้องกันที่ทุกคนควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

  • พักผ่อนเต็มที่ก่อนออกเดินทาง: นอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูสมบูรณ์ หากนอนไม่พอ แม้ดื่มกาแฟก็ช่วยได้จำกัด
  • งดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด: แม้จะดื่มเมื่อคืนก่อน ก็ควรรออย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์คงอยู่ในร่างกายนาน
  • ระวังยาที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วง: เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยานอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
  • ขับรถด้วยความเร็วตามที่กำหนด: ไม่เกิน 90-120 กม./ชม. ตามป้ายจราจร และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
  • ใช้อุปกรณ์นิรภัยครบถ้วน: ผู้ขี่จักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อก ผู้โดยสารในรถยนต์คาดเข็มขัด เด็กใช้นั่งนิรภัย
  • หากรู้สึกง่วงหรือเพลีย จอดพักทันที: หาที่ปลอดภัย พัก 15-20 นาที เดินยืดเส้นยืดสาย
  • ผลัดเปลี่ยนผู้ขับขี่: สำหรับการเดินทางไกล ควรมีผู้ขับสำรอง แลกกันขับทุก 2-3 ชั่วโมง

นอกจากคำแนะนำเหล่านี้ ยังควรเตรียมน้ำดื่มสะอาด อาหารว่างเบาๆ ที่ให้พลังงาน เช่น ผลไม้หรือถั่ว และตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เช่น ยาง ลมเบรก แบตเตอรี่ และน้ำมันเครื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากยานพาหนะขัดข้อง

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมพร้อมรับมือฉุกเฉิน

รมว.สธ. ห่วงประชาชนกลับจากสงกรานต์ ขอผู้ขับขี่พักผ่อนเต็มที่ อากาศร้อนจัดอ่อนเพลียง่าย จึงสั่งการให้สถานบริการสาธารณสุขตามเส้นทางหลักทุกแห่ง เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และการส่งต่อผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุร้าย สามารถโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที โดยทีมกู้ภัยจะรีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุ

จากประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา การเตรียมพร้อมเช่นนี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลงได้กว่า 15% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงสาธารณสุขในการปกป้องชีวิตประชาชน

สุดท้ายนี้ รมว.สธ. ห่วงประชาชนกลับจากสงกรานต์ ขอผู้ขับขี่พักผ่อนเต็มที่ อากาศร้อนจัดอ่อนเพลียง่าย เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้เป็นความทรงจำดีๆ ไม่ใช่โศกนาฏกรรม ในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจากโลกร้อน ความระมัดระวังยิ่งสำคัญยิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยถึงจุดหมาย

คุณคิดอย่างไรกับคำแนะนำเหล่านี้ ลองแชร์เคล็ดลับการเดินทางปลอดภัยของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ ด้วยนะครับ!

ที่มา – รมว.สธ. ห่วงประชาชนกลับจากสงกรานต์ ขอผู้ขับขี่พักผ่อนเต็มที่ อากาศร้อนจัดอ่อนเพลียง่าย

สรุป 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ตาย 191 ศพ

ช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ผ่านมาแบบสุดระทึก! ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ออกสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนใน 5 วันแรก (10-14 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 911 คน และที่น่าใจหายคือผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 191 ราย เลยทีเดียว เทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนตั้งตารอ สาดน้ำเล่นสนุก แต่กลับกลายเป็นช่วงเสี่ยงอันดับต้นๆ ของอุบัติเหตุทางถนน เรามาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569: ตัวเลขสะเทือนใจ

สำหรับวันสุดท้ายของการสรุป 5 วัน คือวันที่ 14 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน และเสียชีวิต 30 ราย สะสมทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้ยอดตายทะลุ 191 ศพ ศปถ. แถลงที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานฯ ย้ำว่าต้องบูรณาการทุกหน่วยงานรับมือคนเดินทางกลับ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะและคนขับ ตรวจเข้มงวดสุดๆ แถมบังคับใช้กฎหมาย “ดื่มแล้วขับ จับจริง” เอาผิดเด็ดขาด นำเข้าคุมประพฤติ และคุมขายเหล้าให้เด็ก

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

สาเหตุอันดับ 1 คือ ขับรถเร็ว สูงถึง 38.54% รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ 28.13% ยานพาหนะที่เด่นสุดคือรถจักรยานยนต์ 72.88% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 77.08% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 30.73% เวลาเกิดบ่อยสุดช่วงบ่ายแก่ๆ 15.01-18.00 น. 23.96% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 ปี 23.71% น่าเป็นห่วงจริงๆ

  • จังหวัดอุบัติเหตุสูงสุด: แพร่ (16 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: แพร่ (18 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานี (3 ราย)

ข้อมูลพวกนี้มาจากการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ที่ศปถ. จัดใหญ่ แต่ตัวเลขยังน่าตกใจ ประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เยอะมาก รถติดยาว รถเมา ขับเร็ว ทำให้อุบัติเหตุถี่ยิบ

มาตรการรับมือช่วงเดินทางกลับหลัง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

ศปถ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งตรวจรถโดยสารสาธารณะเข้ม ตรวจคนขับ ป้องกันเมาเหล้า ลดพฤติกรรมเสี่ยงทุกพื้นที่ เช่น ห้ามขายแอลกอฮอล์ให้เยาวชน จับกุมจริงจัง นี่คือก้าวสำคัญในการลดยอดอุบัติเหตุปีหน้า

พูดแบบเป็นกันเองนะ ถ้าคุณกำลังเดินทางกลับ ลองเช็ครถให้ดี ง่วงก็พัก รถเร็วเกิน 100 ไม่เวิร์ค ดื่มเหล้าก็อย่าขับเลย เรียกแท็กซี่หรือ Grab ดีกว่า สงกรานต์สนุกแต่ชีวิตสำคัญกว่า!

จากสถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 นี้ เราควรเรียนรู้เพื่อปีหน้า อย่าให้ตัวเลขตายพุ่งแบบนี้อีก ขับขี่ปลอดภัยกันนะทุกคน แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันลดอุบัติเหตุได้จริง!

ที่มา – 7 วันอันตราย ศปถ. สรุป 5 วันอุบัติเหตุช่วง “สงกรานต์ 2569” ตายพุ่ง 191 ศพ

เมาขับสงกรานต์ 3,076 ราย สมุทรปราการแชมป์

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาพร้อมกับความสนุกสนาน แต่ก็ยังคงเป็นช่วง “7 วันอันตราย” ที่ทุกคนต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะพฤติกรรมเมาขับที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ล่าสุดอธิบดีกรมคุมประพฤติได้รายงานสถิติที่น่าตกใจ ใน 4 วันแรกของช่วงสงกรานต์ พบคดีเมาขับถึง 3,076 ราย โดยจังหวัดสมุทรปราการคว้าแชมป์อันดับ 1 มาดูรายละเอียดกันว่าสถิติเป็นอย่างไร และเราจะป้องกันได้ยังไง

เมาขับสงกรานต์ 3,076 ราย สมุทรปราการแชมป์

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567 ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ในวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรก 4 ของมาตรการควบคุมเข้มข้น พบคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติทั้งสิ้น 1,544 คดี โดยแบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 1,463 คดี คิดเป็น 94.7% คดีขับเสพ 79 คดี 5.1% คดีขับรถประมาท 1 คดี และขับซิ่ง 1 คดี

ยอดสะสมตลอด 4 วัน (10-13 เม.ย.) อยู่ที่ 3,294 คดี แบ่งเป็นเมาสุรา 3,076 คดี (93.4%) ขับเสพ 213 คดี (6.47%) ขับประมาท 4 คดี และขับซิ่ง 1 คดี สถิติเมาขับที่พุ่งสูงแบบนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ขับขี่หลายคนยังไม่ยอมลดละพฤติกรรมเสี่ยง แม้จะมีการรณรงค์อย่างเข้มข้น

จังหวัดไหนเมาขับสงกรานต์ 3,076 รายมากสุด สมุทรปราการแชมป์

สำหรับจังหวัดที่มีคดีเมาขับสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • 1. สมุทรปราการ 317 คดี – แชมป์ที่ไม่มีใครเทียบ อาจเพราะเป็นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ การจราจรหนาแน่น
  • 2. เชียงใหม่ 276 คดี – เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่ปาร์ตี้สงกรานต์คึกคัก
  • 3. นนทบุรี 266 คดี – พื้นที่ชานเมืองที่ประชากรหนาแน่น

ตัวเลขเหล่านี้มาจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ทำให้จับกุมได้จำนวนมาก

มาตรการป้องกันเมาขับจากกรมคุมประพฤติ

กรมคุมประพฤติไม่ได้นั่งรอรับมืออย่างเดียว แต่มีมาตรการเชิงรุก เช่น รณรงค์ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” นำผู้ถูกคุมประพฤติไปทำงานบริการสังคม 9 จุด จำนวน 345 ราย ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่เสี่ยง 13 ราย และอบรมกฎหมายจราจรกับโทษแอลกอฮอล์ 23 ราย

นอกจากนี้ เมาขับไม่เพียงทำให้ตัวเองเสี่ยง แต่ยังคร่าชีวิตผู้อื่น โทษปรับสูงสุด 20,000 บาท จำคุก 1 ปี แถมคะแนนใบขับขี่หักหมด หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอาจติดคุกนานกว่านั้น สถิติอุบัติเหตุทางถนนจากเมาแล้วขับปีละหลายพันราย สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล

เคล็ดลับป้องกันเมาขับสงกรานต์

  • ดื่มแล้วอย่าขับ หยุดรถพัก หรือใช้บริการแท็กซี่ Grab
  • กำหนดคนขับที่ไม่ดื่มล่วงหน้า
  • สวมหมวกกันน็อก ตรวจรถก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงในช่วงค่ำ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือจิตสำนึกของตัวเราเอง กรมคุมประพฤติเน้นฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับมาเป็นพลเมืองดี สร้างโอกาสทำงานเพื่อสังคม เปลี่ยนจากผู้กระทำผิดเป็นพลังขับเคลื่อนความปลอดภัย

เมาขับสงกรานต์ 3,076 ราย สมุทรปราการแชมป์ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเรายังต้องช่วยกันรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัยคือคำตอบของเทศกาลที่แท้จริง มาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เมาแล้วขับ และแชร์ข้อความนี้เพื่อเตือนใจคนรอบข้าง สร้างสงกรานต์ปีหน้าที่ zero อุบัติเหตุ!

ที่มา – 7 วันอันตรายสงกรานต์ 4 วัน เมาขับจับแล้ว 3,076 ราย “สมุทรปราการ” แชมป์

ตร.ขอบคุณประชาชน อุบัติเหตุสงกรานต์ลด 25%

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างน่าปลื้มใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมกันรักษาวินัยจราจร ทำให้สถิติอุบัติเหตุลดลงกว่า 25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นี่คือผลพวงจากความร่วมมือของทุกคนในการใช้รถใช้ถนนอย่างมีสติและไม่ประมาท

ตร.ขอบคุณประชาชนร่วมรักษาวินัยจราจรช่วงสงกรานต์ สะท้อนจากสถิติอุบัติเหตุลดลงกว่า 25%

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ได้แสดงความขอบคุณต่อพี่น้องประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการสวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย หรือหลีกเลี่ยงการขับรถเร็วเกินกำหนด สิ่งเหล่านี้ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงบนท้องถนนได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก

สถิติอุบัติเหตุสะสม 4 วันแรก (10-13 เมษายน 2569)

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ทั่วประเทศ พบว่าภาพรวมอุบัติเหตุดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี 2568 ดังนี้

  • จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ: 755 ครั้ง ลดลง 262 ครั้ง หรือ 25.76% (ปีที่แล้ว 1,017 ครั้ง)
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บ: 705 คน ลดลง 284 คน หรือ 28.72% (ปีที่แล้ว 989 คน)
  • ผู้เสียชีวิต: 154 ราย ลดลง 18 ราย หรือ 10.47% (ปีที่แล้ว 172 ราย)

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการรณรงค์และการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพสูง ตร.ขอบคุณประชาชนร่วมรักษาวินัยจราจรช่วงสงกรานต์ สะท้อนจากสถิติอุบัติเหตุลดลงกว่า 25% ได้อย่างแท้จริง

สถิติการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก

ในช่วง 4 วัน ตำรวจทั่วประเทศได้ตรวจจับผู้กระทำผิดรวม 291,809 ราย โดยเน้น 5 ข้อหาหลัก ดังนี้

  • ไม่สวมหมวกนิรภัย: 67,636 ราย
  • ขับรถเร็วเกินกำหนด: 59,076 ราย
  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย: 16,565 ราย
  • ขับรถขณะเมาสุรา: 11,166 ราย (ซ้ำ 114 ราย)
  • ขับรถย้อนศร: 8,906 ราย

การตรวจสอบเข้มข้นในถนนสายรอง ชุมชน และพื้นที่จัดงานสงกรานต์ช่วยลดจุดเสี่ยงได้ดี ตำรวจยังคงกำชับให้เจ้าหน้าที่เป็นตัวอย่างในการสวมหมวกกันน็อกและปฏิบัติตามกฎทุกประการ ห้ามเรียกรับผลประโยชน์เด็ดขาด

มาตรการต่อเนื่องและคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย

พล.ต.อ.สำราญฯ กำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าอำนวยความสะดวกและบังคับใช้กฎหมายต่อไป โดยเฉพาะ “สนุกได้เต็มที่ในวันสงกรานต์ แต่หากดื่มต้องไม่ขับ” พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ หัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร กล่าวขอบคุณประชาชนและย้ำเป้าหมาย “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งทุกคนถึงบ้านอย่างปลอดภัย”

สำหรับประชาชน แนะนำให้เช็ครถก่อนเดินทาง พักรถทุก 2 ชม. หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง และใช้บริการแท็กซี่หากดื่มสุรา นอกจากนี้ หากเกิดเหตุ สามารถแจ้งได้ที่ Facebook 1197 สายด่วนจราจร, ตำรวจทางหลวง หรือโทร 1197 / 1193 ตลอด 24 ชม.

ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน สะท้อนถึงสังคมไทยที่ใส่ใจความปลอดภัย หากเรายังคงรักษาวินัยจราจรต่อไป ปีหน้าจะยิ่งดีขึ้น ลองนึกภาพถนนที่ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุสิ้นดีแค่ไหน ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสงกรานต์ที่ปลอดภัยยั่งยืน

ที่มา – ตร.ขอบคุณประชาชนร่วมรักษาวินัยจราจรช่วงสงกรานต์ สะท้อนจากสถิติอุบัติเหตุลดลงกว่า 25%

“คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 เดินทางพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ช่วงสงกรานต์ปีนี้สนุกกันเต็มที่เลยใช่มั้ยครับ แต่รู้มั้ยว่าการเดินทางของพี่น้องประชาชนมหาศาลแค่ไหน “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 ออกมาแล้ว ยอดผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะพุ่งสูงถึง 7.8 ล้านคนเลยทีเดียว และที่สำคัญคือข่าวดีอุบัติเหตุลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่น่าเสียดายที่การขับรถเร็วยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 75 ราย วันนี้เรามาสรุปข้อมูลเจาะลึกกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

“คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 ยอดเดินทางพุ่งทะลุ 7.8 ล้านคน

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม หรือ ศปภ.คค. กระทรวงคมนาคม ช่วงวันที่ 10-12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็น 3 วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ พบว่าประชาชนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะรวมทั้งหมด 7,817,280 คน โห เยอะมาก! ระบบขนส่งรองรับได้ดี ไม่มีใครตกค้างเลยครับ โดยระบบรางครองแชมป์ส่วนแบ่งสูงสุด 44% เลยทีเดียว

มาดูยอดเดินทางสูงสุดตามภูมิภาคกันครับ:

  • ภาคกลาง: ทางอากาศ (ขาออก) 156,888 คน – สนามบินแน่นปรี่!
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทางถนน 109,751 คน – บขส. วิ่งไม่ทัน
  • ภาคใต้: ทางราง 98,881 คน – รถไฟใต้สุดฮิต
  • ภาคเหนือ: ทางถนน 65,335 คน – ขึ้นเหนือสาดน้ำกันเพลิน

ส่วนจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงหลัก 12 เส้น มีรถรวม 3,198,641 คัน เพิ่มขึ้น 1.29% จากปีที่แล้ว แสดงว่าปีนี้คนเดินทางมากขึ้นจริงๆ ครับ

ระบบขนส่งสาธารณะปีนี้พร้อมแค่ไหน?

เพื่อนๆ ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะคงประทับใจ เพราะทุกอย่างลื่นไหล ไม่มีปัญหาใหญ่ กระทรวงคมนาคมเตรียมการมาดีมาก รถโดยสาร รถไฟ เครื่องบิน เรือ ล้วนพร้อม 100%

สถิติอุบัติเหตุ “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569: ลดลงแต่ขับเร็วยังอันตราย

มาดูด้านมืดกันบ้างนะครับ สถิติอุบัติเหตุทางบก 3 วันแรก มี 535 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 488 คน เสียชีวิต 75 ราย สาเหตุหลักคือ “ขับรถเร็วเกินกำหนด” ถึง 339 ครั้ง คิดเป็น 63% เลย! ยานพาหนะที่เกิดบ่อยสุดคือรถปิกอัพ/บรรทุก 4 ล้อ 314 คัน พื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 391 ครั้ง (73%) จังหวัดพิษณุโลกเสียชีวิตสูงสุด 5 ราย กรุงเทพฯ อุบัติเหตุมากสุด 33 ครั้ง

แต่ดีใจที่เมื่อเทียบปี 2568 อุบัติเหตุลด 30% เสียชีวิตลด 18% บาดเจ็บลด 31% ผลจากการรณรงค์และตรวจเข้มนี่แหละครับ

สาเหตุหลักและบทเรียนที่ได้

ขับเร็วไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะเพื่อนๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่รถเยอะ ทางไกลล้าๆ เหนื่อยๆ อย่าประมาท ต้องพักผ่อนให้พอ งดเหล้า driving

มาตรการเข้มงวดจากกระทรวงคมนาคม

กระทรวงคมนาคมไม่นิ่งนอนใจ ตรวจรถโดยสาร 47,159 คัน ที่จุดตรวจ 222 แห่งทั่วประเทศ ไม่พบปัญหาใหญ่ ท่าเรือและแพ 172 แห่ง แก้ไขเรือ 13 ลำทันที ที่สำคัญ ตรวจแอลกอฮอล์และยาเสพติดพนักงานขับรถทุกคน ไม่พบผิด!

นี่คือความมุ่งมั่นที่ทำให้การเดินทางปลอดภัยขึ้นครับ

โดยรวมแล้ว “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการจัดการเทศกาลใหญ่ แต่เรายังต้องระวังตัวเองต่อไป ปีนี้ดีขึ้นแล้ว หวังปีหน้าจะลดอุบัติเหตุได้เหลือศูนย์! เพื่อนๆ ลองแชร์เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้หน่อยสิครับ จะได้ช่วยกันดูแลตัวเองและคนรอบข้าง

ที่มา – “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 ยอดเดินทางพุ่ง 7.8 ล้านคน อุบัติเหตุลดลง 30%

ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการรวมญาติ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่สูงขึ้นเช่นเคย ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ได้แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย วันที่ 4 พบผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 51 ราย สะสม 4 วันแรกตาย 154 ศพ สร้างความห่วงใยให้กับประชาชนที่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก

ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ

จากข้อมูลที่ ศปถ. รวบรวม วันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของ “วันครอบครัว” เกิดอุบัติเหตุทางถนน 237 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 224 ราย และผู้เสียชีวิต 51 ราย สะสม 4 วัน (10-13 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุรวม 755 ครั้ง บาดเจ็บ 705 ราย เสียชีวิต 154 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตถึง 43 จังหวัด แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

สาเหตุหลักและยานพาหนะที่พบมากที่สุด

สาเหตุอันดับหนึ่งคือการ ขับรถเร็ว ร้อยละ 41.77 ตามด้วย ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.43 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.93 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 75.53 และในถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.29 ช่วงเวลาสูงสุดคือ 15.01-18.00 น. ร้อยละ 20.25 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 และ 30-39 ปี

  • จังหวัดเกิดอุบัติเหตุสูงสุดวันนั้น: ชุมพรและเชียงราย (12 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: ชุมพร (13 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานีและเลย (4 ราย)

สะสม 4 วัน จังหวัดลำปางนำโด่งอุบัติเหตุ 33 ครั้ง บาดเจ็บ 34 ราย ขณะที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 ราย จังหวัดตายเป็นศูนย์ 22 จังหวัด

มาตรการบังคับใช้ 10 ข้อหาหลักต่อเนื่อง

ศปถ. กำชับทุกจังหวัดและ กทม. บังคับใช้ 10 ข้อหาหลัก อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เล่นน้ำ (Zoning) และวันครอบครัว ห้ามขายเหล้าให้เยาวชน ห้ามพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งท้ายกระบะ ยืนบนรถ ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ตักเตือนผู้ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อค หรือขับรถที่ชำรุด หากไม่ฟังให้ประสานตำรวจดำเนินคดีทันที

นอกจากนี้ ยังเตรียมรับมือประชาชนเดินทางกลับ กทม. ล่วงหน้า โดยตรวจรถโดยสารสาธารณะให้พร้อม พนักงานขับต้องแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพยา หยุดพักทุก 4 ชม. อย่างน้อย 30 นาที ผู้โดยสารช่วยสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผิดปกติ

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

  • ขับรถด้วยความเร็วเหมาะสม ไม่เกิน 90 กม./ชม. บนทางหลวง
  • งดดื่มสุราก่อนขับขี่ 100%
  • สวมหมวกกันน็อคและเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง เลือกใช้รถโดยสารสาธารณะ

สถิติที่ ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่ป้องกันได้ หากทุกคนมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “เสี่ยงแล้วรอด” เป็น “ปลอดภัยไว้ก่อน” โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาดีๆ จริงๆ

หากพบอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ รีบแจ้งสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม. หรือ Line @1784DDPM ช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา ขับขี่ปลอดภัย กลับบ้านอย่างปลอดภัยกันนะทุกคน!

ที่มา – ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ บังคับใช้ 10 ข้อหาหลักต่อเนื่อง

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 ลำปางอุบัติเหตุสูงสุด

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ถือเป็นช่วงที่ทุกคนเฝ้าระวังเพราะเป็น “7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด” ตามสถิติที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 จากข้อมูลวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 171 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 169 คน และผู้เสียชีวิตสูงถึง 24 ราย สะสม 3 วัน (10-12 เม.ย.) มีอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน เสียชีวิต 95 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 30 จังหวัด

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด

สถิติชัดเจนเผยให้เห็นปัญหาที่รุนแรง โดยเฉพาะในจังหวัดลำปางที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 25 ครั้ง และบาดเจ็บ 25 คน กรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 6 ราย สุพรรณบุรีเกิดอุบัติเหตุวันละ 10 ครั้ง แพร่บาดเจ็บ 9 คน กทม.เสียชีวิต 3 รายในวันนั้น สิ่งที่น่ากลัวคือสาเหตุหลักยังคงเป็นพฤติกรรมเสี่ยงเดิมๆ

สาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยง

  • ขับรถเร็ว: สูงสุดร้อยละ 46.20
  • ดื่มแล้วขับ: ร้อยละ 24.56
  • ยานพาหนะหลัก: รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.17
  • สถานที่: เส้นทางตรง ร้อยละ 81.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.50
  • ช่วงเวลา: 15.01-18.00 น. ร้อยละ 24.56
  • กลุ่มอายุ: 20-29 ปี ร้อยละ 22.80

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าปัญหายังไม่คลี่คลาย แม้จะมีการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” มาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ศปถ. จึงกำชับจังหวัดและ กทม. บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรการ 10 ข้อหลัก เช่น ควบคุมจำหน่ายแอลกอฮอล์ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หากฝ่าฝืนและเกิดเหตุ จะดำเนินคดีร้านค้า ผู้สนับสนุน และผู้ปกครอง เพิ่มด่านชุมชน ด่านครอบครัว ตรวจตรา ตักเตือนก่อนเกิดเหตุ และเตรียมระบบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้รวดเร็ว

มาตรการป้องกันในวันสงกรานต์ตัวจริง

วันที่ 13 เมษายน เป็นวันเล่นน้ำสงกรานต์หลัก ประชาชนออกมาเที่ยว เล่นน้ำ ดื่มสังสรรค์จำนวนมาก ศปถ. ประสานให้ดูแลพื้นที่เล่นน้ำ สถานท่องเที่ยว ห้ามเล่นน้ำเสี่ยงอันตราย เช่น สาดน้ำใส่จยย.โดยตรง เล่นกลางถนน หรือยืนท้ายกระบะ นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ประธานแถลงข่าว ย้ำให้ประเมินสภาพร่างกายก่อนขับ หยุดพักหากไม่พร้อม นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. เสริมว่าต้องประชาสัมพันธ์ให้เล่นน้ำอย่างระมัดระวัง

เพื่อลด 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด แบบนี้ในวันต่อๆ ไป ทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสี่ยงสูงสุด หลีกเลี่ยงเส้นทางตรงยามเย็น และไม่ดื่มเหล้าเด็ดขาด จังหวัดต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสงกรานต์

  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พักผ่อนให้พอ
  • ไม่ขับเร็ว ไม่ดื่มแล้วขับ ใช้เข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อค
  • เล่นน้ำในพื้นที่ปลอดภัย ไม่รบกวนผู้สัญจร
  • แจ้งเหตุอุบัติเหตุทันทีทางสายด่วน 1784 หรือ Line @1784DDPM

สถิติปีนี้ยังน่าเป็นห่วง แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือ ลดพฤติกรรมเสี่ยงได้ อุบัติเหตุจะลดลงแน่นอน สงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย สนุกกับวันปีใหม่ไทยโดยไม่ต้องเสียใจ ช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ เพื่อครอบครัวที่รออยู่

ที่มา – 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด

เชียงใหม่ยังครองแชมป์เมาแล้วขับสงกรานต์ 2569

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ ยังคงเป็นช่วงเวลาที่น่าห่วงใยสำหรับอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับที่ยังคงพุ่งสูง ล่าสุดกรมคุมประพฤติได้อัปเดตสถิติที่น่าตกใจ เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ ทำให้เราต้องตื่นตัวและช่วยกันรณรงค์เพื่อความปลอดภัย

เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้เปิดเผยตัวเลขคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ศาลในหลายพื้นที่ปิดทำการ ทำให้มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติเพียง 140 คดีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 133 คดี คิดเป็น 95% และคดีขับเสพ 7 คดี คิดเป็น 5% สถิติสะสม 3 วันแรกตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน พบว่ามีคดีทั้งหมด 1,750 คดี แบ่งเป็นเมาแล้วขับ 1,613 คดี (92.2%) ขับเสพ 134 คดี (7.6%) และขับรถประมาท 3 คดี (0.2%)

จังหวัดท็อป 3 ที่มีคดีเมาแล้วขับสูงสุด

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เชียงใหม่นำโด่งด้วย 246 คดี ตามด้วยนนทบุรี 147 คดี และสมุทรปราการ 145 คดี เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ท่องเที่ยวและกรุงเทพฯ ปริมณฑลยังเป็นจุดเสี่ยงสูง โดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและสาดน้ำกันอย่างคึกคัก

  • เชียงใหม่: 246 คดี – พื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เมาแล้วขับพุ่งสูง
  • นนทบุรี: 147 คดี – ปริมณฑลที่จราจรหนาแน่น
  • สมุทรปราการ: 145 คดี – ใกล้สนามบินและแหล่งงาน

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ทรัพย์สิน หรือครอบครัวที่ต้องพลัดพราก

มาตรการเข้มงวดจากกรมคุมประพฤติ

อธิบดีกรมคุมประพฤติไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่กำชับมาตรการ “คุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน” โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วน อาสาสมัครคุมประพฤติและผู้ถูกคุมความประพฤติได้ลงพื้นที่จริง เช่น

  • สนับสนุนจุดบริการประชาชน 35 จุด ผู้เข้าร่วม 663 ราย
  • ปรับภูมิทัศน์จุดเกิดอุบัติเหตุบ่อย 1 ครั้ง 17 ราย
  • อบรมกฎหมายจราจรและโทษแอลกอฮอล์ 1 ครั้ง 214 ราย
  • เฝ้าสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผ่านกล้อง CCTV เรียลไทม์ 10 ราย

กิจกรรมเหล่านี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทั้งบังคับใช้กฎหมาย สร้างจิตสำนึก และป้องกันเชิงรุก เพื่อให้ทุกคน “ดื่มไม่ขับ” และสนุกกับสงกรานต์อย่างปลอดภัย

ข้อคิดและเคล็ดลับป้องกันเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องตลก มันคร่าชีวิตคนไทยปีละนับพัน ในช่วงสงกรานต์ยิ่งเสี่ยงเพราะรถเยอะ สาดน้ำกันสนุก แต่ถ้าดื่มแล้วขับ อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ทันที เพื่อนๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดู

  • วางแผนเดินทาง: ใช้แท็กซี่ Grab หรือรถสาธารณะ
  • กำหนดคนขับ: คนที่ไม่ดื่มรับผิดชอบขับ
  • รณรงค์เพื่อน: ถ้าเพื่อนเมา อย่าปล่อยให้ขับ
  • ตรวจสอบรถ: ยาง ลมเบรก สภาพรถให้พร้อม

สถิติ เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทุกคนต้องมีส่วนร่วม สร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเฉลิมฉลองสงกรานต์อย่างมีความสุขและปลอดภัย ช่วยกันแชร์ข้อความนี้เพื่อเตือนใจคนรอบข้าง “ดื่มไม่ขับ รักชีวิตตัวเองและผู้อื่น” หากมีประสบการณ์หรือเคล็ดลับดีๆ แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ!

ที่มา – เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ

เก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย. ดับ 4 เจ็บ 4

เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย.จนรถพลิกคว่ำพังยับเยิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย บริเวณถนนมืดสนิทไฟดับยาวเหยียด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ปทุมธานี ชวนให้เราต้องสะท้อนถึงความปลอดภัยในการขับขี่ช่วงเทศกาล

เก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย.

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 เมษายน 2567 พ.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ บุญรับ สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุที่ทางเข้าองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าไม้ ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มุ่งหน้าลาดบัวหลวง ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พร้อมทีมแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ลาดหลุมแก้ว และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขจ 2399 พระนครศรีอยุธยา พลิกคว่ำหงายท้องพังยับเยิน ผู้โดยสารในรถ 6 คน มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย ได้แก่ นายเขมชาติ บุญสิงห์ อายุ 20 ปี (คนขับ) และนายศุภชัย นพศรี อายุ 23 ปี ผู้บาดเจ็บอีก 4 ราย นำส่งโรงพยาบาล ทว่าในเวลาต่อมานายวิสูตร พึ่งแพ อายุ 21 ปี เสียชีวิตที่ รพ.ปทุมธานี ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 3 รายจากรถเก๋ง

รายละเอียดรถจักรยานยนต์ที่ถูกชน

ห่างจากจุดนั้น 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ MSX สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กฌ 1404 นครนายก จมลงในน้ำริมทาง ผู้ขับขี่นายกิตติพันธ์ ทิพย์เทียมพงศ์ อายุ 21 ปี เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวที่นั่งซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ยอดผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย บาดเจ็บ 4 ราย

คำให้การจากพยานผู้รอดชีวิต

นางสาวณัฐกมล น้อยสอาด อายุ 19 ปี ผู้โดยสารรถเก๋งที่รอดชีวิต เล่าว่ากลุ่มเพื่อน 6 คนกำลังเดินทางกลับบ้านที่อ.ลาดบัวหลวง หลังเล่นน้ำสงกรานต์ย่านสมบัติบุรี จ.นนทบุรี จุดเกิดเหตุมืดสนิทไม่มีไฟ รถเก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย.เพราะเห็นจยย.ขับส่ายไปมาในระยะใกล้ เบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรง รถเสียหลักพลิกหลายตลบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบร่องรอยเฉี่ยวชนตั้งแต่ปากทางเข้า อบต.หน้าไม้ ชิ้นส่วนรถเก๋งตกกระจาย คาดว่ารถเก๋งแล่นด้วยความเร็วสูง บวกกับถนนมืดไฟดับยาว รถจยย.ถูกชนกระเด็นตกคูน้ำ ส่วนเก๋งพุ่งต่อไปก่อนพลิกคว่ำ ตำรวจบันทึกภาพ ตรวจกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเพิ่มเติม ร่างผู้ตายส่งนิติวิทยาศาสตร์ผ่าชันสูตร

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุเก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย.

  • ถนนมืดไฟดับ: จุดเกิดเหตุไม่มีแสงสว่างยาวเหยียด ทำให้มองเห็นลำบาก
  • ความเร็วสูง: รถเก๋งคาดว่ามาด้วยความเร็วเกิน
  • การขับส่าย: รถจยย.ขับส่ายไปมา อาจเมาเหล้าหรือเหนื่อยล้า
  • หลังเทศกาล: ผู้ขับอาจอ่อนเพลียหลังเล่นน้ำทั้งคืน

เหตุการณ์เก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย.นี้เป็นอุทาหรณ์ชัดเจนในช่วงสงกรานต์ที่รถติดและปาร์ตี้หนัก ตามสถิติกรมทางหลวง อุบัติเหตุช่วงนี้พุ่งสูงจากเมาแล้วขับและความเร็ว

เคล็ดลับป้องกันอุบัติเหตุบนถนนมืด

  • ตรวจไฟหน้ารถให้พร้อมก่อนเดินทาง
  • ลดความเร็วในจุดมืดหรือทางโค้ง
  • งดเหล้าและพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะหลังเทศกาล
  • สวมหมวกกันน็อกสำหรับจยย. และใช้ไฟเลี้ยวชัดเจน

นอกจากนี้ ควรติดตั้งแสงส่องสว่างเพิ่มหรือใช้แอปแจ้งจุดอันตรายบนถนน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อุบัติเหตุครั้งนี้เตือนใจว่าชีวิตมีค่า อย่าประมาทบนท้องถนน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ทุกคนสนุกสุดเหวี่ยง ขับขี่ปลอดภัยกันนะทุกท่าน! หากคุณมีประสบการณ์รอดพ้นอุบัติเหตุ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อเตือนภัยเพื่อนๆ

ที่มา – เก๋งกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชน จยย.รถพลิกคว่ำ พังยับ ดับ 4 เจ็บ 4 ถนนมืดไฟดับเป็นทางยาว

Scroll to top