Benjamin Mauerberger

ดีเอสไอยัน “เบน สมิธ” ไม่เคยถูกดำเนินคดี

มีประเด็นร้อนแรงในแวดวงกฎหมาย เมื่อดีเอสไอออกมายืนยันว่า “เบน สมิธ” ไม่เคยถูกดำเนินคดี หรือมีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลแต่อย่างใด เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากกรณีที่มีการกล่าวถึงนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ ในร่างกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดความสงสัยและข้อซักถามมากมายเกี่ยวกับประวัติและสถานะทางกฎหมายของเขา

ดีเอสไอยัน “เบน สมิธ” ไม่เคยถูกดำเนินคดี

นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ยื่นหนังสือสอบถามไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของนายเบน สมิธ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายธนดลได้ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ในข้อหาหมิ่นประมาท และยื่นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของนายเบน สมิธ

ล่าสุด ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามในเอกสารตอบกลับข้อสอบถามของนายธนดล โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของดีเอสไอ ไม่ปรากฏว่านายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ นายเบน สมิธ เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกดำเนินคดี หรือมีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษแต่อย่างใด

รายละเอียดในเอกสารตอบกลับของดีเอสไอ

เอกสารด่วนที่สุด เลขที่ ยธ 0816/3530 ลงวันที่ 9 ต.ค. 2568 ระบุชัดเจนว่า:

  • ดีเอสไอได้ตรวจสอบในฐานข้อมูล ลายพิมพ์นิ้วมือ และฐานข้อมูลหมายจับแล้ว
  • ไม่ปรากฏรายชื่อนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ นายเบน สมิธ แต่อย่างใด

ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การตอบกลับเอกสารดังกล่าว เป็นไปตามกระบวนการหลังจากที่นายธนดล ได้มีหนังสือสอบถามมายังดีเอสไอเป็นการส่วนตัว และเพื่อความชัดเจนในข้อมูล

แล้วทำไมถึงมีข่าวเกี่ยวกับ “เบน สมิธ” ล่ะ?

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทำไมถึงมีชื่อของนายเบน สมิธ ปรากฏอยู่ในร่างกฎหมายของสหรัฐอเมริกา? เรื่องนี้ยังคงเป็นข้อสงสัยที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ หน่วยงานภาครัฐของไทยอย่างดีเอสไอได้ตรวจสอบแล้วและไม่พบประวัติการกระทำผิดใดๆ

ความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูล

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการเผยแพร่หรือตัดสินใจใดๆ การที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับดีเอสไอ ถือเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้เกิดความกระจ่างและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

การที่ DSI ยืนยันว่า “เบน สมิธ” ไม่เคยถูกดำเนินคดี ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยคลายข้อสงสัยและความกังวลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีประเด็นหรือข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเติมหรือไม่

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารนี้อยู่ คงจะได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจนจากดีเอสไอแล้วนะครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น

ในอนาคต หากมีข่าวสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีของ “เบน สมิธ” เราจะนำมาอัปเดตให้ทราบกันอย่างต่อเนื่องแน่นอนครับ

ที่มา – ดีเอสไอยัน “เบน สมิธ” ไม่เคยถูกดำเนินคดี หรือมีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลแต่อย่างใด

“เบน สมิธ” ร่อนแถลงการณ์ซัดตกเป็นเหยื่อขบวนการจ้องทำลายชื่อเสียง

“เบน สมิธ” ร่อนแถลงการณ์ซัดตกเป็นเหยื่อขบวนการจ้องทำลายชื่อเสียง เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนในช่วงนี้ โดยเฉพาะในวงการธุรกิจและการเมืองระหว่างประเทศ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เบน สมิธ” ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ถูกโยงใยมาจากนักข่าวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อทำลายชื่อเสียงของเขา ครอบครัว และธุรกิจที่ทำในประเทศไทย

“เบน สมิธ” ร่อนแถลงการณ์ซัดตกเป็นเหยื่อขบวนการจ้องทำลายชื่อเสียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 เวลา 20.00 น. โดยแถลงการณ์ที่ออกมามีความยาว 2 หน้ากระดาษครึ่ง สรุปใจความสำคัญว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เบน สมิธ และครอบครัว รวมถึงหุ้นส่วนธุรกิจ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะนักข่าวรายหนึ่งที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จมากกว่า 130 ครั้ง ข้อมูลเหล่านี้ถูกบิดเบือนให้ดูเหมือนว่าเบน สมิธ เป็นอาชญากรหนีคดี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐานและมีเจตนาร้ายชัดเจน

เบน สมิธ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เขาไม่เคยกระทำผิดทางอาญาใดๆ และไม่ใช่ผู้ต้องหาหรืออาชญากรตามที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะคดีในประเทศนิวซีแลนด์ที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นอาชีพ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สอบสวนและสรุปแล้วว่าไม่ใช่ความผิดทางอาญา สำหรับข้อกล่าวหาที่รุนแรงที่สุด เช่น การมีส่วนในฟอกเงินหรือคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา เบน สมิธ ชี้แจงว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น และเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ Tiantian Ventures หรือบุคคลในภาพถ่ายที่สื่อนำเสนอ

การโจมตีที่ไร้หลักฐานและละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังวิพากษ์วิจารณ์การรายงานข่าวที่ไม่ใช่เชิงสืบสวน แต่เป็นการโจมตีต่อเนื่องโดยปราศจากหลักฐานจริง สื่อดังกล่าวยังนำเอกสารส่วนบุคคลอย่างหนังสือเดินทางของเบน สมิธ ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและอาจนำไปสู่ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูล เบน สมิธ ระบุว่าการกระทำเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทางการเมืองที่ใช้กลวิธีสกปรก โดยมีเขาและธุรกิจในไทยเป็นเครื่องมือ

เบน สมิธ เน้นย้ำว่าเขาภูมิใจในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสุจริตในประเทศไทย ปฏิบัติตามกฎหมายทุกประเทศที่พำนัก และทำธุรกิจด้วยความโปร่งใสและรับผิดชอบ เขาขอร้องให้สื่อและประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนนำเสนอ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข่าวเท็จ

  • ยืนยันไม่เคยผิดกฎหมาย: ไม่มีคดีอาญาใดๆ ในประวัติ
  • ปฏิเสธข้อกล่าวหาเท็จ: ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ คอลเซ็นเตอร์ ล้วนไร้มูล
  • ปกป้องสิทธิ์: จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพื่อรักษาชื่อเสียง

ในส่วนของการดำเนินการ เบน สมิธ ได้เริ่มฟ้องร้องทางกฎหมายต่อนักข่าวและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ศาลตัดสินความยุติธรรม นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้องค์กรอย่าง ICIJ และ OCCRP ตรวจสอบกลไกเบื้องหลังการโจมตี เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้วงการสื่อ

ท้ายที่สุด เบน สมิธ ขอความเป็นธรรมจากประชาชน หน่วยงานรัฐ และสื่อมวลชน หากยังมีการคุกคามต่อไป เขาสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีเพิ่มเติมเพื่อปกป้องครอบครัวและธุรกิจ

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้สื่อเพื่อทำลายชื่อเสียงในยุคดิจิทัล ซึ่งผู้ประกอบการอย่างเบน สมิธ ต้องเผชิญ ความโปร่งใสและการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามพัฒนาการเพื่อเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองจากข่าวเท็จ

ที่มา – “เบน สมิธ” ร่อนแถลงการณ์ซัดตกเป็นเหยื่อขบวนการจ้องทำลายชื่อเสียง

Scroll to top