Bytedance

TikTok รอดแบน! ByteDance ขายหุ้นให้สหรัฐฯ

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการ! TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์แล้ว! หลังจากเผชิญมรสุมข่าวคราวเรื่องความมั่นคงปลอดภัยมาอย่างยาวนาน ล่าสุด ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ได้บรรลุข้อตกลงทางกฎหมายกับกลุ่มนักลงทุนจากสหรัฐฯ และต่างชาติ เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ซึ่งจะเข้ามาดูแลและบริหารจัดการ TikTok ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน TikTok ทั่วโลก รวมถึงครีเอเตอร์ชาวไทยที่สร้างสรรค์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มนี้

โจว โช่วจือ (Shou Zi Chew) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok ได้แจ้งกับพนักงานภายในองค์กรว่า ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 22 มกราคมที่จะถึงนี้ สร้างความหวังและความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม

TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์

ตามรายละเอียดที่ปรากฏในบันทึกภายในบริษัท กลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาร่วมทุนในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยบริษัทชื่อดังอย่าง Oracle, Silver Lake และ MGX บริษัทด้านการลงทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้จะถือหุ้นรวมกันประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัทร่วมทุน ในขณะที่ ByteDance จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นไว้ที่ 19.9% ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 30.1% จะตกเป็นของบริษัทในเครือของนักลงทุนเดิมของ ByteDance โดย Oracle, Silver Lake และ MGX จะถือหุ้นในสัดส่วนรายละ 15%

เป้าหมายหลักของข้อตกลงครั้งนี้ คือการยุติความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ ByteDance ขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ ด้วยความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งข้อตกลงนี้สอดคล้องกับกรอบข้อตกลงที่เคยเปิดเผยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับการบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้แบนแอปพลิเคชัน TikTok หากไม่ขายกิจการให้แก่บริษัทสัญชาติอเมริกัน

TikTok ยืนยันว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานชาวอเมริกันกว่า 170 ล้านคน สามารถใช้งานแพลตฟอร์มต่อไปได้ โดยทางทำเนียบขาวได้เคยระบุว่า Oracle จะได้รับสิทธิ์ในการอนุญาตให้ใช้อัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ของ TikTok ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความนิยมของ TikTok

ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน 2024 สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายสั่งแบน TikTok หากไม่มีการขายกิจการ โดยกำหนดเส้นตายไว้ที่วันที่ 20 มกราคม 2025 แต่กำหนดการนี้ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง ในระหว่างที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เจรจาข้อตกลงการโอนความเป็นเจ้าของ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยเปิดเผยว่าได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนแล้ว แม้อนาคตของแพลตฟอร์มจะยังไม่แน่นอนหลังจากการพบปะกันของผู้นำทั้งสองในเดือนตุลาคม

ทำไม TikTok รอดโดนแบน จึงเป็นข่าวดี?

ข้อตกลงนี้ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เพราะยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยวุฒิสมาชิก รอน ไวเดน จากพรรคเดโมแครต ได้แสดงความกังวลว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานชาวอเมริกัน และยังไม่ชัดเจนว่าจะทำให้อัลกอริทึมของ TikTok ปลอดภัยจากการแทรกแซงจากภายนอกได้จริงหรือไม่ แม้ว่าข้อตกลงจะกำหนดให้มีการฝึกอัลกอริทึมใหม่โดยใช้ข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากภายนอกก็ตาม

ในส่วนของผู้ใช้งานเอง ผู้ประกอบการรายย่อยบางส่วนก็แสดงความกังวลเช่นกัน นาง ทิฟฟานี เซียนซี เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ได้แสดงความหวังว่า นักลงทุนใหม่จะรักษาสภาพแวดล้อมการใช้งานเดิม และปกป้องผู้ประกอบการรายย่อย โดย TikTok ระบุว่า มีธุรกิจขนาดเล็กกว่า 7 ล้านรายใช้แพลตฟอร์มเพื่อทำการตลาดในสหรัฐฯ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รักษา TikTok ไว้ต่อไป

TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ครีเอเตอร์ และธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก แม้ว่าข้อตกลงนี้จะยังคงมีข้อกังวลอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า TikTok ยังคงมีความสำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางของ TikTok ในอนาคตอย่างไร? ต้องติดตามดูกันต่อไป!

ที่มา – TikTok รอดโดนแบน ByteDance บรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กลุ่มทุนสหรัฐฯ-เอมิเรตส์

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

รัฐบาลทรัมป์กับจีนบรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะให้ TikTok ยังคงสามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้แล้ว สิ้นสุดมหากาพย์ที่ดำเนินมาตั้งแต่นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ สหรัฐฯ กับจีนได้บรรลุกรอบการทำงานเรื่องการให้ TikTok ยังคงสามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้แล้ว โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะคุยกันในวันศุกร์นี้ (19 ก.ย.) เพื่อสรุปข้อตกลงดังกล่าว

“ประธานาธิบดีทรัมป์มีบทบาทในเรื่องนี้ เราได้โทรศัพท์คุยกับเขาเมื่อคืนนี้ เราได้รับคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงจากเขา และได้แบ่งปันเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่จีน” นายเบสเซนต์กล่าว หลังการเจรจาที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ย.) “หากปราศจากความเป็นผู้นำและอำนาจต่อรองที่เขามี เราก็คงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในวันนี้ได้”

รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อผู้ซื้อที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ที่จะเข้าซื้อกิจการของ TikTok ในแดนลุงแซม แต่คาดกันอย่างกว้างขวางว่ากลุ่มดังกล่าวจะนำโดย นายแลร์รี เอลลิสัน ประธานคณะผู้บริหารของบริษัท ออราเคิล ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายทรัมป์เคยออกมากล่าวว่า เขาสนับสนุนให้นายเอลลิสัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ให้ซื้อทรัพย์สินของ TikTok ในสหรัฐฯ

“เราให้ความสำคัญอย่างมากกับ TikTok และทำให้แน่ใจว่าข้อตกลงนี้เป็นธรรมสำหรับชาวจีนและเคารพต่อความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ อย่างยิ่ง ซึ่งนั่นคือข้อตกลงที่เราบรรลุ” นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์

“แน่นอนว่าเราต้องการให้แน่ใจว่าจีนมีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เป็นธรรมในสหรัฐอเมริกา แต่ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ” นายเกรียร์กล่าว

ด้าน TikTok และบริษัทแม่อย่าง ByteDance ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ในเรื่องข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนสิ้นสุดการปกครองสมัยแรกของนายทรัมป์ เขาพยายามชงเรื่องการแบนแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐฯ แม้นโยบายของเขาจะไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากสภา แต่ในท้ายที่สุด รัฐบาลชุดต่อมาของนายโจ ไบเดน ก็ให้การสนับสนุนและลงนามเป็นกฎหมาย

กฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองพรรคในสภาคองเกรส สั่งแบน TikTok ในสหรัฐฯ อ้างความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ และจะอนุญาตให้แอปฯ นี้สามารถดำเนินการในอเมริกาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของ TikTok ในจีน ขายหุ้นธุรกิจ TikTok ในสหรัฐฯ ให้บุคคลหรือบริษัทที่สหรัฐฯ สนับสนุน

กฎหมายดังกล่าวทำให้บริการ TikTok ในสหรัฐฯ หยุดไปช่วงระยะเวลาหนึ่งในวันที่ 18 ก.ค. ก่อนที่ “กฎหมายควบคุมแอปพลิเคชันต่างชาติที่เป็นปรปักษ์” (Foreign Adversary Controlled Applications Act) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ก่อนที่นายทรัมป์จะลงนามคำสั่งพิเศษ เลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ออกไป 75 วัน

หลังจากนั้น นายทรัมป์ก็เลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ในสหรัฐฯ อีกหลายครั้ง โดยล่าสุดถูกเลื่อนไปวันที่ 17 ก.ย. เพื่อหาทางทำข้อตกลงกับจีน และคาดกันว่านายทรัมป์จะเลื่อนเส้นตายอีกหากทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงไม่ทันเวลา

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

สถานการณ์ของ TikTok ในสหรัฐอเมริกาเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่าบรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้วนั้น ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน TikTok จำนวนมาก

รายละเอียดข้อตกลง รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

แม้ว่ารายละเอียดของข้อตกลงยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่มีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาคือ การรักษาความมั่นคงของข้อมูลผู้ใช้งานชาวอเมริกัน และการดำเนินการของ TikTok ในสหรัฐฯ จะเป็นไปในทิศทางใดต่อไป

การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ อาจหมายถึง TikTok จะยังคงสามารถให้บริการในสหรัฐฯ ได้ต่อไป แต่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานโดยรัฐบาลจีน หรือการใช้ TikTok เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นอันตราย

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ดำเนินงานในต่างประเทศด้วย เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงแห่งชาติ และพร้อมที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

สำหรับผู้ใช้งาน TikTok ในประเทศไทย การที่ รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว อาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ก็ควรตระหนักถึงความสำคัญของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ และควรตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ อย่างรอบคอบ

ความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงนี้อาจเป็นผลมาจากแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการของทั้งสองฝ่ายที่จะรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ การที่ รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว ถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและความมั่นคงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรายละเอียดของข้อตกลงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และอาจมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในอนาคต

การบรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความสำคัญของการเจรจาและการประนีประนอมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ที่มา – รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

Scroll to top