Caat

กพท. ปลื้ม! ไทยยกระดับความปลอดภัยการบินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กพท. ปลื้มนําทัพพาทีมไทยผ่านการตรวจ USAP-CMA มาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ย้ำการตรวจครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศในด้านความปลอดภัย

พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้เสร็จสิ้นการตรวจสอบมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของประเทศไทย ภายใต้โครงการตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยการบินสากลแบบติดตามต่อเนื่อง หรือ USAP-CMA (Universal Security Audit Programme – Continuous Monitoring Approach) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–18 พฤศจิกายน 2568 ณ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

สำหรับการตรวจครั้งนี้มีเป้าหมายประเมินความมีประสิทธิผลในการดำเนินงานตามมาตรฐานและข้อพึงปฏิบัติของ ICAO ด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในการบินพลเรือน ครอบคลุมทั้งหมด 9 หมวดสำคัญ อาทิ ระบบกฎหมายและกำกับดูแล การฝึกอบรมบุคลากร การควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยในสนามบินและอากาศยาน การตรวจผู้โดยสาร–สัมภาระ ความปลอดภัยด้านสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ รวมถึงการตอบสนองต่อการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบและมาตรการอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การตรวจประเมินในครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร กรมการกงสุล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมด้วยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด รวมถึงสายการบิน คลังสินค้า และครัวการบินหลายแห่ง ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่ความปลอดภัยของระบบการบินไทย

ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจสอบของ ICAO ได้แจ้งผลเบื้องต้นในวันปิดการตรวจประเมินว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการด้านมาตรฐานการกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานในการยกระดับระบบความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การตรวจประเมินครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาความปลอดภัยการบิน และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศในระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

พลอากาศเอก มนัท ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมืออย่างเข้มแข็งตลอดกระบวนการตรวจ พร้อมย้ำว่า CAAT ให้ความสำคัญสูงสุดต่อมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงของการบินพลเรือน ซึ่งเป็นรากฐานของระบบการบินสากล ผลการตรวจในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนว่าประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใสและเข้มแข็ง หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นในระดับภูมิภาคและระดับโลก. ยืนยันว่า CAAT จะเดินหน้าพัฒนาการกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมคงมาตรฐานให้ทัดเทียมประเทศชั้นนำทั่วโลก.

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

กพท. ปลื้ม ICAO ชื่นชมไทย ยกระดับความปลอดภัยการบินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ICAO ชื่นชมไทยยกระดับความปลอดภัยการบินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผลการประเมินของ ICAO ที่ชื่นชมประเทศไทยในการยกระดับความปลอดภัยการบินที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นข่าวดีและเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการบินของไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา – กพท. ปลื้ม ICAO ชื่นชมไทย ยกระดับความปลอดภัยการบินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กพท. อนุญาต “บินโดรน” ทั่วไทย ยกเว้น 5 จังหวัด

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการ “บินโดรน” ทั่วประเทศแล้ว แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ความมั่นคง รายละเอียดเป็นอย่างไร มาดูกัน

กพท. ออกประกาศฉบับใหม่ อนุญาตให้ “บินโดรน” ทั่วประเทศ ภายใต้เงื่อนไขด้านความปลอดภัยที่กำหนด ยกเว้น 5 จังหวัดชายแดน และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ซึ่งยังคงมีข้อห้ามในการบินโดรนอยู่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1-15 กันยายน 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากการประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งพบว่าสถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย กพท. จึงผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถทำการ “บินโดรน” ทั่วประเทศ ได้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ แต่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อจำกัดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

กพท. อนุญาต “บินโดรน” ทั่วประเทศ ยกเว้น 5 จังหวัดชายแดน และพื้นที่ความมั่นคง

พื้นที่ใดบ้างที่ยังห้ามบินโดรน?

ถึงแม้ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่ยังมีพื้นที่บางแห่งที่ยังคงห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาด ได้แก่:

  • 5 จังหวัดชายแดนที่ประกาศกฎอัยการศึก หรือมีการวางกำลังภาคพื้น ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี (มีการปรับลดพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด)
  • พื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี, อำเภอเมือง จ.ระยอง, อำเภอพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และอำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
  • พื้นที่ในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบิน (มีการเพิ่มพื้นที่สนามบินโคกกระเทียม จ.ลพบุรี และสนามบินประจวบคีรีขันธ์)
  • พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติม

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบก่อน “บินโดรน”

หากต้องการบินโดรนในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญดังต่อไปนี้:

  • ต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและทะเบียนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ต้องยื่นคำขออนุญาตและแจ้งพื้นที่ วันเวลา และวัตถุประสงค์การบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบ UAS Portal (uasportal.caat.or.th) และแจ้งการปฏิบัติการต่อศูนย์ต่อต้านอากาศซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) อีเมล: [email protected]
  • หากทำการบินนอกเหนือเวลา 06.00 น.- 18.00 น. จะต้องขออนุญาตจาก CAAT และห้ามทำการบินในช่วงเวลา 00.01 น.- 04.00 น. ทุกกรณี
  • การปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 17 ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 หรือข้อ 21 ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม พ.ศ. 2567 แล้วแต่กรณี ให้ขอยื่นขออนุญาตเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th

สำหรับโดรนของหน่วยงานราชการ เช่น ทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ และสำนักข่าวกรองฯ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่สำหรับโดรนของศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ หากมีการบินในพื้นที่ห้ามบิน จะต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่าน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th และ ศบตอ.น. [email protected] รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นๆ ด้วย

หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่ผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง และฝ่าฝืนประกาศนี้ สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันที โดยให้ข้อมูลรายละเอียด เช่น วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบผ่านช่องทางต่างๆ ที่ระบุไว้ในประกาศของ กพท.

การผ่อนคลายมาตรการ “บินโดรน” ทั่วประเทศ นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ใช้งานโดรนในด้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามกฎระเบียบและเงื่อนไขที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ที่มา – กพท. อนุญาต “บินโดรน” ทั่วประเทศ ยกเว้น 5 จังหวัดชายแดน และพื้นที่ความมั่นคง

Scroll to top