Huione Group

“โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญแจงปมสแกมเมอร์

“รังสิมันต์ โรม” เผย วงกมธ.ความมั่นคงฯ พรุ่งนี้ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง.-หน่วยงานเกี่ยวข้องเพียบ ปมฟอกเงินกลุ่มทุนกัมพูชา โยงสแกมเมอร์ พ่วง MOU ดีอีกับธุรกิจในเครือ “เบน สมิธ” เรื่อง “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

วันที่ 10 ธ.ค. 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ (11 ธ.ค.) เวลา 9.30 น. กรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงฯ ตามกันต่อในกรณีของเบน สมิธ-ยิมเลียก และพวก ตลอดจนถึงกรณีของ Prime Opportunity Fund VCC ที่ปรากฏว่าเป็นเครือข่ายของนายเบน สมิธ โดยได้ทำ MOU กับกระทรวง DE มีความคืบหน้าอย่างไรจะได้รายงานพี่น้องประชาชนต่อไป

โดยสาระสำคัญในหนังสือนัดประชุมของ กมธ.ความมั่นคงฯ ระบุว่า จะพิจารณาศึกษาและติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ กรณีของ Huione Group นายฮุนโต และกรณีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการกรณีของนายเบน สมิธ และนายยิม เลียก

ทั้งนี้ กมธ.ความมั่นคงฯ มีการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี รมว.ดีอี ประธานกรรมการธุรกรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เลขาธิการ ปปง. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.ตม.)

“โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้

การที่ กมธ.ความมั่นคงฯ เชิญบุคคลสำคัญหลายฝ่ายเข้าร่วมประชุม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว การฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ และ MOU ที่ทำกับบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ทำไมเรื่อง “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้ ถึงสำคัญ?

ประเด็นนี้มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • ความมั่นคงของประเทศ: การฟอกเงินและการทำธุรกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
  • ผลกระทบต่อประชาชน: สแกมเมอร์และการหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก การติดตามและแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
  • ความโปร่งใส: การทำ MOU กับบริษัทต่างชาติควรเป็นไปอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการติดตามความคืบหน้า และหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประชุม

จากการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น คาดว่าจะได้รับข้อมูลและความคืบหน้าในประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • ความคืบหน้าในการดำเนินการกับกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์
  • รายละเอียดและความโปร่งใสในการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี
  • แนวทางในการแก้ไขปัญหาการฟอกเงินและการหลอกลวงออนไลน์
  • มาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม หวังว่าการประชุม “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของทุกคน

การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราและสังคมโดยรวม

ที่มา – “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้

เกาหลีใต้ เตรียมคว่ำบาตรทางการเงิน สู้ภัยอาชญากรรมกัมพูชา

เกาหลีใต้เตรียมคว่ำบาตรทางการเงิน ธุรกิจเชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา คาดตัดสินใจปลายเดือนนี้ หวังลดปัญหาพลเมืองถูกหลอกลวงและค้ามนุษย์

สถานการณ์อาชญากรรมในกัมพูชาที่ส่งผลกระทบต่อพลเมืองเกาหลีใต้ กำลังนำไปสู่มาตรการตอบโต้ที่เข้มข้นขึ้น ล่าสุด รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาใช้มาตรการ เกาหลีใต้เตรียมคว่ำบาตรทางการเงิน ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการหลอกลวง

การตัดสินใจว่าจะดำเนินการคว่ำบาตรหรือไม่ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ และหากดำเนินการจริง จะถือเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดที่เกาหลีใต้เคยใช้เพื่อตอบโต้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา

เกาหลีใต้เตรียมคว่ำบาตรทางการเงิน

ตามรายงานของหน่วยงานข่าวกรองทางการเงิน (FIU) ภายใต้คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ กำลังพิจารณาที่จะกำหนดให้ผู้ต้องสงสัยและธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็น “นิติบุคคลที่ถูกจำกัด” ซึ่งจะนำไปสู่การอายัดทรัพย์สินและการสกัดกั้นธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัล

เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้รายหนึ่งกล่าวว่า “หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้หารือกันแล้วว่าจะกำหนดลักษณะขององค์กรอาชญากรรมในกัมพูชาและตอบสนองต่อองค์กรเหล่านี้อย่างไร”

การหารือนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้ประกาศคว่ำบาตรกลุ่มบริษัท Prince Group และ Huione Group ในกัมพูชา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และการฉ้อโกงทางไซเบอร์

ผลกระทบของการคว่ำบาตรทางการเงินต่อเครือข่ายอาชญากรรม

หาก เกาหลีใต้เตรียมคว่ำบาตรทางการเงิน จริง จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจะถูกจำกัด ทำให้การดำเนินงานเป็นไปได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกาหลีใต้จะไม่ยอมรับการกระทำผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ และพร้อมที่จะใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อปกป้องพลเมืองของตน

นายยู แจ-ซอง รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจกำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาเพื่อพิจารณาว่าจะเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อบริษัทในเครือ Prince Group ในเกาหลีใต้หรือไม่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาอย่างจริงจัง

การคว่ำบาตรทางการเงินครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีครั้งสำคัญของเกาหลีใต้ ที่ผ่านมาเน้นใช้วิธีทางการทูตในการแก้ไขปัญหา แต่สถานการณ์ที่เลวร้ายลงทำให้ต้องใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้น FIU ยังมีแผนที่จะขยายการสอบสวนกิจกรรมการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในกัมพูชาก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การที่เกาหลีใต้เข้าร่วมในความพยายามนี้ จะยิ่งทำให้การต่อสู้กับอาชญากรรมในภูมิภาคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การคว่ำบาตรทางการเงินอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกาหลีใต้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และความจำเป็นที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากมาตรการทางกฎหมายและการเงินแล้ว การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยของการหลอกลวงและการค้ามนุษย์ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

การตัดสินใจของเกาหลีใต้ที่จะ เกาหลีใต้เตรียมคว่ำบาตรทางการเงิน จะเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคพิจารณา และอาจนำไปสู่ความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่มา – เกาหลีใต้พิจารณาคว่ำบาตรทางการเงิน สู้เครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา

สหรัฐฯ ตัด Huione Group ชี้เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศตัดกลุ่มบริษัท Huione Group ของกัมพูชาออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าบริษัทนี้เป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน และเป็นภัยคุกคามต่อระบบการเงินโลก การตัดสินใจครั้งนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อ Huione Group และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) และเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ สำนักงานต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนา (FCDO) ของสหราชอาณาจักร ร่วมกันจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งมุ่งเป้าไปที่พลเมืองสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ผ่านการหลอกลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน

FinCEN ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายใต้มาตรา 311 ของกฎหมาย USA PATRIOT Act เพื่อตัดกลุ่ม Huione Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทบริการทางการเงินที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ เนื่องจากกลุ่มบริษัทนี้ทำการฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงและการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลให้แก่ผู้กระทำความผิดทางไซเบอร์มานานหลายปีแล้ว

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการฉ้อโกงข้ามชาติได้สร้างความเสียหายแก่พลเมืองอเมริกันหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้เงินเก็บทั้งชีวิตหายไปในไม่กี่นาที”

“กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการเพื่อปกป้องชาวอเมริกันด้วยการปราบปรามแก๊งหลอกลวงจากต่างประเทศ ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางและพันธมิตรระหว่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร กระทรวงการคลังจะยังคงเป็นผู้นำในการดำเนินความพยายามเพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากอาชญากรผู้แสวงหาประโยชน์เหล่านี้ต่อไป”

ทั้งนี้ ตามรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Huione Group ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมไซเบอร์ฝีมือเกาหลีเหนือ และเพื่อองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (TCO) กลุ่มต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ก่อเหตุหลอกลวงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในชื่อ “Pig Butchering” (หลอกเชือดหมู) และการหลอกลวงอื่น ๆ

ที่สำคัญคือ Huione Group ได้ฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายเป็นมูลค่าอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2564 ถึงมกราคม 2568 และจากเงินผิดกฎหมายมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ดังกล่าว Huione Group ได้ฟอกเงินสกุลเงินดิจิทัลมูลค่าอย่างน้อย 37 ล้านดอลลาร์ ที่มาจากการโจรกรรมไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ

ด้วยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายนี้ สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ จะถูกห้ามไม่ให้เปิดหรือรักษาบัญชีตัวแทน (correspondent accounts) ให้แก่หรือในนามของ Huione Group และต้องดำเนินการตามสมควรเพื่อไม่ให้ดำเนินการธุรกรรมสำหรับบัญชีตัวแทนของสถาบันธนาคารต่างประเทศในสหรัฐฯ หากธุรกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ Huione Group เพื่อป้องกันไม่ให้ Huione Group เข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ โดยทางอ้อม

ในวันเดียวกันนี้ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ได้กำหนดให้กลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว และได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอย่างครอบคลุม ต่อเป้าหมาย 146 ราย ภายใน Prince Group ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา นำโดย เฉิน จื้อ พลเมืองกัมพูชา

เครือข่ายนี้ดำเนินกิจการอาชญากรรมข้ามชาติ ผ่านการหลอกลวงการลงทุนออนไลน์มุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันและบุคคลอื่น ๆ ทั่วโลก โดยมีศูนย์หลอกลวงมากมายในกัมพูชา

กค.สหรัฐฯ ตัด Huione Group จากระบบการเงิน ชี้เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

ทำไมสหรัฐฯ ถึงตัด Huione Group ออกจากระบบการเงิน?

การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการตัด Huione Group ออกจากระบบการเงินนั้นมีเหตุผลสำคัญ คือการป้องกันการฟอกเงินและการฉ้อโกงข้ามชาติ การที่ Huione Group เป็นศูนย์กลางในการฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมไซเบอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้สหรัฐฯ ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องระบบการเงินของตนเองและพลเมืองของตน

  • การฟอกเงิน: Huione Group มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงทางการเงิน
  • การฉ้อโกงข้ามชาติ: กลุ่มบริษัทนี้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงการลงทุนออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันและคนอื่นๆ ทั่วโลก
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรระหว่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร

การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินและปกป้องพลเมืองของตนเอง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การตัด Huione Group ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบหลายด้าน:

  • Huione Group จะไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ ได้โดยตรงหรือโดยอ้อม
  • สถาบันการเงินที่ทำธุรกิจกับ Huione Group อาจถูกลงโทษ
  • การดำเนินการนี้อาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับ Huione Group

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้อาจมีข้อจำกัด เนื่องจาก Huione Group อาจพยายามที่จะหาช่องทางอื่นในการฟอกเงิน ซึ่งอาจต้องมีการตรวจสอบและติดตามอย่างต่อเนื่อง

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้มีการใช้ระบบการเงินของตนเพื่อการฟอกเงินและการฉ้อโกงข้ามชาติ และจะดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและพันธมิตร

ที่มา – กค.สหรัฐฯ ตัด Huione Group จากระบบการเงิน ชี้เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

Scroll to top