Isis

มือปืนยิงหาดบอนได ได้แรงบันดาลใจจากไอซิส

ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า เหตุการณ์มือปืนยิงหาดบอนได มีแรงจูงใจจากกลุ่มไอซิส โดยผู้ก่อเหตุเดินทางไปฟิลิปปินส์ก่อนลงมือ

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ตำรวจออสเตรเลียได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่หาดบอนไดอันน่าสลดใจ โดยระบุว่ามือปืนสองคนที่ก่อเหตุในเทศกาลฮานุกกะห์ที่หาดบอนได นครซิดนีย์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 15 รายนั้น ได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ก่อนที่จะกลับมาก่อเหตุร้ายดังกล่าว และจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า การกระทำของพวกเขามีแนวโน้มว่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส

เหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในออสเตรเลียในรอบเกือบ 30 ปี และขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียดในฐานะคดีก่อการร้ายที่มีเป้าหมายไปยังชุมชนชาวยิว

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ยังคงอยู่ที่ 15 ราย นอกเหนือจากมือปืนหนึ่งในสองคนที่ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้ระบุชื่อของเขาคือ ซาจิด อัคราม วัย 50 ปี ส่วนลูกชายวัย 24 ปีของเขา นาวีด ซึ่งร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ตำรวจยังเปิดเผยอีกว่า พ่อลูกอัครามได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนวัตถุประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้อย่างละเอียด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ให้ข้อมูลว่า ทั้งสองคนได้เดินทางไปยังกรุงมะนิลา และเดินทางต่อไปยังเมืองดาเวาทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน และเดินทางออกจากประเทศเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเกิดเหตุกราดยิงที่หาดบอนได

เจ้าหน้าที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้เป็นพ่อเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางอินเดีย ในขณะที่ลูกชายใช้หนังสือเดินทางออสเตรเลีย และเสริมว่ายังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าพวกเขามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายใดๆ หรือได้รับการฝึกฝนในประเทศฟิลิปปินส์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า เครือข่ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามมีการเคลื่อนไหวในประเทศฟิลิปปินส์ และมีอิทธิพลในบางพื้นที่ของเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้จะมีขนาดเล็กลงไปมากแล้วก็ตาม

คริสซี บาร์เร็ตต์ ผู้บัญชาการตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กล่าวในการแถลงข่าวว่า ข้อบ่งชี้เบื้องต้นชี้ไปที่การโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มรัฐอิสลาม และย้ำว่า นี่คือการกระทำของผู้ที่เข้าร่วมกับองค์กรก่อการร้าย ไม่ใช่การกระทำที่เกี่ยวข้องกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

ตำรวจยังกล่าวอีกว่า ในรถยนต์ที่จดทะเบียนในชื่อของ นาวีด อัคราม พบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (IEDs) และธงทำมือ 2 ผืนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิส ซึ่งในขณะนี้ทางการกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าเขาเข้าสู่เส้นทางแห่งความรุนแรงได้อย่างไร

มือปืนยิงหาดบอนได แรงบันดาลใจจากไอซิส

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ มือปืนยิงหาดบอนได ทำให้เห็นถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่ยังคงมีอยู่ และความสำคัญของการเฝ้าระวังและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านภัยคุกคามนี้

มือปืนยิงหาดบอนได กับการเดินทางไปฟิลิปปินส์

การเดินทางไปยังฟิลิปปินส์ของผู้ก่อเหตุ มือปืนยิงหาดบอนได ก่อนเกิดเหตุ ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาค

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและภัยคุกคามของการก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มสุดโต่ง ซึ่งต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว เด็ดขาด และมีประสิทธิภาพจากทุกภาคส่วน

ที่มา – มือปืนยิงหาดบอนได ได้แรงบันดาลใจจากไอซิส ไปฟิลิปปินส์ก่อนลงมือ

ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับในซีเรีย

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะตอบโต้ หลังจากทหารสหรัฐฯ กับพลเรือนถูกนักรบกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามลอบโจมตีในซีเรีย จนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ

เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้กรณีที่ ทหารสหรัฐฯ 2 นาย กับล่ามพลเรือนอีก 1 คน ถูกสังหารในการลอบโจมตีของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส – ISIS) ในประเทศซีเรีย เหตุการณ์ ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับ ครั้งนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก

“เราจะตอบโต้” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวที่นอกทำเนียบขาว ก่อนที่จะโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า นายอาเหม็ด อัล-ซารา ประธานาธิบดีซีเรีย “โกรธมาก” กับการโจมตีที่เกิดขึ้น และไม่สบายใจกับการโจมตีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ทหารสหรัฐฯ ทั้ง 2 นาย กับล่ามพลเรือนถูกสังหารในเมืองพัลไมรา ตอนกลางของซีเรียในวันเสาร์ หลังจากมือปืนซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม เปิดฉากยิงปืนเข้าใส่ชุดลาดตระเวนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับซีเรีย

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (เซนต์คอม – CENTCOM) ซึ่งดูแลกองทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ประกาศข่าวการเสียชีวิตดังกล่าวผ่าน X หลังจากสื่อของซีเรียรายงานก่อนหน้านั้นว่า การโจมตีที่เมืองพัลไมราทำให้ทหารอเมริกันและซีเรียได้รับบาดเจ็บ

“การซุ่มโจมตีโดยมือปืน ISIS ซึ่งมีเพียงคนเดียว ส่งผลให้ชาวอเมริกัน 3 คนเสียชีวิต และมีทหารบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 3 นาย” เซนต์คอมระบุ และเสริมว่า “มือปืนรายนั้นถูกยิงและเสียชีวิตแล้ว”

ด้านนาย ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นขณะที่ทหารให้การสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ส่วนนาย ทอม บาร์รัก ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำซีเรีย กล่าวว่า การซุ่มโจมตีมุ่งเป้าไปที่ ชุดลาดตระเวนร่วมของรัฐบาลสหรัฐฯ กับซีเรีย

อนึ่ง นี้นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีที่ทหารสหรัฐฯ ถูกสังหารในซีเรีย นับตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ โค่นล้มรัฐบาลของนาย บาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ปกครองซีเรียมาอย่างยาวนาน เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน และรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของซีเรียกับสหรัฐฯ ใหม่อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้นาย อันวาร์ อัล-บาบา โฆษกกระทรวงมหาดไทยซีเรีย กล่าวว่า มีการเตือนล่วงหน้าจากกองบัญชาการความมั่นคงภายในไปยังกองกำลังพันธมิตรในซีเรีย ว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มไอซิสจะแทรกซึมเข้ามา และว่า “กองกำลังพันธมิตรนานาชาติใส่ใจคำเตือนของซีเรียเรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีการแทรกซึมของกลุ่มไอซิส”

ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับ ถูกไอซิสลอบโจมตีในซีเรีย

สถานการณ์ในซีเรียยังคงมีความตึงเครียดสูง และเหตุการณ์ ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับ ในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของทหารสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในภูมิภาคดังกล่าว

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับ

เหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่การเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในซีเรีย หรือการโจมตีตอบโต้กลุ่มไอซิสที่รุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับซีเรีย รวมถึงชาติพันธมิตรอื่นๆ ในภูมิภาค สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป

  • การเพิ่มกำลังทหาร: สหรัฐฯ อาจตัดสินใจเพิ่มจำนวนทหารในซีเรียเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและป้องกันการโจมตีเพิ่มเติม
  • การโจมตีตอบโต้: มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะตอบโต้กลุ่มไอซิสด้วยการโจมตีทางอากาศหรือปฏิบัติการภาคพื้นดิน
  • ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: เหตุการณ์นี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับซีเรียตึงเครียดมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือกับชาติพันธมิตรอื่นๆ ในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย

เหตุการณ์ ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายยังคงมีอยู่ และความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับภัยคุกคามเหล่านี้

ถึงแม้ว่ากลุ่มไอซิสจะสูญเสียดินแดนส่วนใหญ่ที่เคยยึดครองไว้ แต่พวกเขายังคงสามารถก่อเหตุโจมตีได้ และการลอบโจมตีในซีเรียครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปฏิบัติการที่ยังคงมีอยู่

สถานการณ์ในซีเรียยังคงซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์ถึงแนวโน้มในอนาคตได้

ที่มา – ทรัมป์ลั่นตอบโต้แน่ หลังทหารสหรัฐฯ ดับ ถูกไอซิสลอบโจมตีในซีเรีย

Scroll to top