กัมพูชายอมรื้อบ้าน! แต่ปฏิเสธ 2 หลังที่ตราด
ความคืบหน้าล่าสุดในประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดตราด เมื่อกองป้องกันชายแดนที่ 501 ของกัมพูชาได้ส่งหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการถึงหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด โดยในหนังสือฉบับดังกล่าว กัมพูชายินยอมที่จะรื้อบ้าน 1 หลัง และกลบคูสนามตามข้อเสนอของฝ่ายไทย แต่ยังคงปฏิเสธที่จะรื้อบ้านอีก 2 หลังที่อยู่ในสวนยางพารา โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินของประชาชนและเสนอให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นนี้ต่อไป ประเด็นนี้ส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายและเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด
กัมพูชา ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้านให้ 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อ 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด
หนังสือตอบกลับดังกล่าวลงวันที่ 22 กันยายน 2568 โดยพันเอก จัน บุนดี ผู้บังคับกองป้องกันชายแดนที่ 501 ภูมิภาคทหารที่ 5 กองทัพกัมพูชา ได้ส่งถึง นาวาเอก ภริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เพื่อตอบข้อเสนอจากการประชุมหารือระหว่างรองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา และเสนาธิการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดของไทย ณ จุดตรวจร้อย.ทพ.นย.531 บ้านท่าเส้น จ.ตราด เนื้อหาในหนังสือได้ระบุถึงข้อเสนอ 3 ข้อที่ฝ่ายไทยได้ยื่นต่อฝ่ายกัมพูชา และการพิจารณาตอบกลับของฝ่ายกัมพูชาอย่างละเอียด
ข้อเสนอที่ไทยยื่นต่อกัมพูชาเกี่ยวกับปัญหาที่ดินชายแดน
ข้อเสนอหลัก ๆ ที่ฝ่ายไทยได้ยื่นต่อกัมพูชามีดังนี้:
- ปัญหาบ้าน 5 หลัง ที่โอร์พลุกด็อมเรย: ไทยเสนอให้กัมพูชารื้อถอนบ้าน 2 หลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่ฝ่ายกัมพูชาเห็นชอบให้รื้อถอนเพียง 1 หลัง
- ปัญหาแนวคูสนามของจุดตรวจตำรวจตระเวนชายแดน ช่องทางเจยจุมเนียะ (จอมวย): ไทยเสนอให้กัมพูชากลบคูสนามดังกล่าวเพื่อให้พื้นที่กลับสู่สภาพเดิม ซึ่งกัมพูชาได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงด้านเทคนิคคูสนามตามข้อเสนอ
- ปัญหาบ้านประชาชน 2 หลัง ในสวนยางพารา จุดบ้านชำราก: ไทยเสนอให้กัมพูชารื้อถอนบ้านทั้ง 2 หลัง แต่กัมพูชาปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นของประชาชนและเสนอให้ JBC พิจารณา
การที่กัมพูชาตอบรับข้อเสนอในบางส่วนและปฏิเสธในบางส่วนนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาเขตแดนที่ยังคงคั่งค้างและการหาจุดร่วมที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้นั้นต้องอาศัยการเจรจาและพิจารณาอย่างรอบคอบ การที่กัมพูชา กัมพูชา ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้านให้ 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อ 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี แต่ก็ยังคงต้องมีการหารือกันต่อไปในระดับ JBC เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
ในหนังสือทางการของกัมพูชายังระบุอีกว่า ปัญหาที่ฝ่ายไทยเสนอนั้นเป็นปัญหาเก่าที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และเนื่องจากรัฐบาลทั้งสองประเทศได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ขึ้นมาแล้ว ดังนั้นปัญหาที่ยังไม่มีความชัดเจนจึงสมควรให้เป็นหน้าที่ของ JBC เป็นผู้แก้ไขตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้เอกสารยังได้ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ที่มีการติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและร่วมมือแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักสันติวิธีมาโดยตลอด โดยหนังสือฉบับนี้ได้ถูกส่งต่อเพื่อให้ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดได้รับทราบต่อไป สถานการณ์ กัมพูชา ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้านให้ 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อ 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ถึงแม้ว่าการเจรจาครั้งนี้จะมีความคืบหน้าไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีประเด็นที่ต้องแก้ไขกันต่อไป การที่กัมพูชายินยอมที่จะรื้อบ้าน 1 หลังและกลบคูเลตนั้นเป็นสัญญาณที่ดี แต่การปฏิเสธที่จะรื้อบ้านอีก 2 หลังก็แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการหาจุดร่วมที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ การแก้ไขปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความอดทน การเจรจาและการทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคต การที่ กัมพูชา ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้านให้ 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อ 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด นั้นเป็นเพียงก้าวแรกของการแก้ไขปัญหาทั้งหมด
ที่มา – กัมพูชา ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้านให้ 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อ 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด

