M Mcatt

“ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

“ธนกร” ห่วงทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก สธ. ผนึกกองทัพส่งทีมจิตแพทย์ดูแลหลังเหตุปะทะ ขอครอบครัว-ชุมชนช่วยซัพพอร์ตจิตใจ ชื่นชมทุกนายกล้าหาญเสียสละปกป้องอธิปไตย

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ภายหลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาหลายวัน เกิดการสูญเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน และได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างบาดแผลผลกระทบในความรู้สึกและจิตใจต่อบุคคลในครอบครัวผู้สูญเสีย ทั้งทหารและประชาชนทั่วไปทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก จำเป็นที่ทั้งครอบครัว ชุมชน ต้องช่วยกันให้กำลังใจ สนับสนุนให้ความช่วยเหลือทุกด้านในทันที โดยเฉพาะด้านจิตใจ

ทั้งนี้ ตนขอฝากทางกระทรวงสาธารณสุข ช่วยส่งทีมจิตแพทย์ทุกระดับ เร่งลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพจิตใจของประชาชนทั้ง 7 จังหวัดชายแดนที่รับผลกระทบ ร่วมกับกองทัพบกที่ได้ส่งทหารเหล่าแพทย์ทีม M-MCATT ไปดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดน ประเมินสภาพจิตใจหลังการสู้รบอย่างต่อเนื่องแล้ว

“ขอให้ทั้งกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันกับทีมแพทย์จากกองทัพบกลงไปดูแลทั้งกำลังพลและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบให้เกิดความทั่วถึง เพราะหลังการปะทะนอกจากความสูญเสียทางกายแล้ว สิ่งสำคัญมากไม่แพ้กันคือบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับทั้งพี่น้องคนไทย กลุ่มเปราะบาง เด็ก คนชรา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์และทหารกล้าทุกนายเสียสละปกป้องอธิปไตย ทำเพื่อประเทศมาโดยตลอด หลังการสู้รบรัฐบาลและทุกหน่วยงานต้องเร่งเข้าไปดูแลทุกด้านทันที”

“ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าปกป้องชาติ ฝาก สธ. ร่วม ทบ. ส่งทีมแพทย์ดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อจิตใจของทั้งทหารและประชาชนในพื้นที่ การได้รับการดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจอย่างทันท่วงทีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้น

ความสำคัญของการดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ มักทิ้งบาดแผลในใจให้กับผู้ที่ประสบเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม การดูแลจิตใจจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

  • การพูดคุยและระบายความรู้สึก: การเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้พูดคุยและระบายความรู้สึกออกมา จะช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดที่เกิดขึ้นได้
  • การให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง: การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะช่วยลดความวิตกกังวลและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้
  • การสนับสนุนทางสังคม: การได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชน จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียวและได้รับการดูแล
  • การเข้าถึงบริการทางจิตเวช: ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีอาการรุนแรง ควรได้รับการประเมินและรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช

นายธนกรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกองทัพบก ในการส่งทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชลงพื้นที่ เพื่อให้การดูแลสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชนในการให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

การดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้สังคมกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง การสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่สงบสุขและมีความเอื้ออาทร

การที่นายธนกรออกมาแสดงความห่วงใยและกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ เราหวังว่าการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของนายธนกร จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบและช่วยให้พวกเขากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้โดยเร็ววัน “ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าปกป้องชาติ ฝาก สธ. ร่วม ทบ. ส่งทีมแพทย์ดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

ที่มา – “ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าปกป้องชาติ ฝาก สธ. ร่วม ทบ. ส่งทีมแพทย์ดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

แพทย์ทหารดูแล! กำลังพลแนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่รัฐบาลและกองทัพให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดูแลขวัญและกำลังใจของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ แพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลจิตใจกำลังพลแนวหน้า ชายแดนไทย-กัมพูชาเหตุการณ์ยังปกติ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ

แพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลจิตใจกำลังพลแนวหน้า ชายแดนไทย-กัมพูชาเหตุการณ์ยังปกติ

จากรายงานของโฆษกรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 7 จังหวัดยังคงเป็นปกติ กองทัพไทยยังคงตรึงกำลังตามแนวชายแดนและเสริมความแข็งแกร่งด้วยรั้วลวดหนาม เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการที่รัฐบาลและกองทัพให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักหน่วง การส่งแพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลจิตใจกำลังพลแนวหน้า ชายแดนไทย-กัมพูชาเหตุการณ์ยังปกติ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความเอาใจใส่ที่รัฐบาลมีต่อทหารกล้าเหล่านี้

M-MCATT คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

M-MCATT หรือ Military Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team คือทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตของกองทัพบก ทีมนี้ประกอบด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถประเมินและให้การรักษาผู้ที่มีภาวะเครียดหรือวิตกกังวลอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่

การมี M-MCATT และการส่งทีมแพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลจิตใจกำลังพลแนวหน้า ชายแดนไทย-กัมพูชาเหตุการณ์ยังปกติ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความกดดันต่างๆ มากมาย ทั้งจากภัยคุกคามจากภายนอก และความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว การได้รับการดูแลด้านสุขภาพจิตอย่างเหมาะสมจะช่วยให้พวกเขาสามารถรับมือกับความเครียดและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากทีม M-MCATT แล้ว โรงพยาบาลทหารในพื้นที่ยังได้ส่งทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพร่างกายของกำลังพลตามฐานปฏิบัติการต่างๆ อีกด้วย การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจอย่างครบวงจรนี้จะช่วยให้ทหารมีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติ

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกำลังพลแนวหน้าแสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคล การลงทุนในการดูแลสุขภาพของทหารคือการลงทุนในความมั่นคงของชาติ เพราะทหารที่มีสุขภาพดีทั้งกายและใจย่อมสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

  • การตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ
  • การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต
  • การจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อผ่อนคลายความเครียด
  • การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีในการปกป้องอธิปไตยของชาติ การแพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลจิตใจกำลังพลแนวหน้า ชายแดนไทย-กัมพูชาเหตุการณ์ยังปกติเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามทั้งหมด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การสนับสนุนและให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพราะพวกเขากำลังปกป้องความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ

ที่มา – แพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลจิตใจกำลังพลแนวหน้า ชายแดนไทย-กัมพูชาเหตุการณ์ยังปกติ

กองทัพบก ดูแลกำลังพลชายแดนหลังสู้รบ

“กองทัพบก” ส่งทหารเหล่าแพทย์ทีม M-MCATT ดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดน ประเมินสภาพจิตใจหลังการสู้รบ เสริมสร้างความพร้อมในทุกมิติ

วันที่ 17 ส.ค. 2568 ด้วยความห่วงใยสุขภาพของกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่สู้รบ โดยเฉพาะในกองทัพภาคที่ 2 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้กรมแพทย์ทหารบก และโรงพยาบาลทหารในพื้นที่ ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ M-MCATT (Military Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพร่างกายและประเมินสภาพจิตใจของกำลังพลในฐานปฏิบัติการต่างๆ ตั้งแต่หลังมีข้อตกลงหยุดยิงที่ผ่านมา เพื่อดูแลและคลายความกังวลใจ รวมทั้งประเมินอาการหรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังพล เพื่อให้สามารถแก้ไขและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

กองทัพบก ดูแลกำลังพลชายแดน ประเมินสภาพจิตใจหลังการสู้รบ

การดำเนินงานของทีม M-MCATT ถือเป็นหนึ่งในมาตรการดูแลกำลังพลด้านการแพทย์ของกองทัพบก ที่ครอบคลุมใน 3 ระยะหลักของการปฏิบัติการทางทหาร ได้แก่

1. ระยะ Pre-deployment : การเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่

ก่อนที่กำลังพลจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ทีมสายแพทย์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เริ่มจากการตรวจคัดกรองสุขภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกนายมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาดและการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังมีการจัดเตรียมเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้หน่วยสามารถดูแลรักษาเบื้องต้นได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

2. ระยะ Deployment : การดูแลระหว่างปฏิบัติภารกิจ

หน้าที่ของทหารเหล่าแพทย์ยิ่งทวีความสำคัญ โดยมีการจัดตั้งหน่วยพยาบาลสนามและจุดบริการทางการแพทย์ใกล้พื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงการจัดทีมดูแลสุขภาพจิต (M-MCATT) ที่ทำหน้าที่ค้นหา เฝ้าระวัง และให้การช่วยเหลือกำลังพลที่เผชิญความเครียดหรือมีภาวะเสี่ยงทางจิตใจ มุ่งเน้นทั้งการสังเกตอาการ ประเมินความรุนแรง ให้คำปรึกษาและบำบัดเบื้องต้น ตลอดจนการส่งต่อเพื่อการรักษาที่เหมาะสม นอกเหนือจากการดูแลจาก “กองทัพบก” โดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไป การเฝ้าระวังโรคระบาด และการจัดระบบส่งกลับผู้บาดเจ็บในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลดการสูญเสียกำลังพล อีกทั้งยังมีภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนและเสริมสร้างความมั่นคงจากภายใน

3. ระยะ Post-deployment : การดูแลหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

การดูแลกำลังพลยังคงดำเนินต่อ โดยเฉพาะในกรณีที่มีกำลังพลบาดเจ็บหรือสูญเสีย ทีม M-MCATT จะเข้าไปดูแลสภาพจิตใจทั้งผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมทั้งมีการตรวจสุขภาพซ้ำเพื่อประเมินผลกระทบจากการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และดำเนินการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อป้องกันภาวะเครียดหรือบาดแผลทางใจจากประสบการณ์ภารกิจที่ผ่านมา

สำหรับการทำงาน ทีม M-MCATT จะลงพื้นที่ประเมินกำลังพลในฐานปฏิบัติการต่างๆ โดยผลการประเมินแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเขียว (เสี่ยงต่ำ), กลุ่มเหลือง (เสี่ยงปานกลาง) และกลุ่มแดง (เสี่ยงสูง) ซึ่งหากพบกำลังพลอยู่ในกลุ่มแดง ทีมแพทย์จะส่งตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาและเยียวยาสภาพจิตใจในทันที เพื่อฟื้นฟูสุขภาพของกำลังพลให้กลับมาปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ กองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพจิตใจของกำลังพลทุกระดับ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของภารกิจ โดยทีม M-MCATT จะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลกำลังพลผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ด้วยความเข้มแข็งรอบด้านอย่างเต็มที่และดีที่สุด การดูแลจาก “กองทัพบก” ในครั้งนี้แสดงให้ถึงความห่วงใยกำลังพลอย่างแท้จริง

ที่มา – “กองทัพบก” ส่งทีมแพทย์ M-MCATT ดูแลกำลังพลชายแดน ประเมินสภาพจิตใจหลังการสู้รบ

Scroll to top