Nottingham Forest

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์ สำหรับเอ็งเกลส์

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์ สำหรับเอ็งเกลส์ สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์และพรีเมียร์ลีก ทีมแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ยืนกรานไม่ปล่อยตัวมิดฟิลด์ชาวเบลเยียมวัย 22 ปีรายนี้ออกไปง่ายๆ แม้จะมีข้อเสนอที่น่าสนใจจากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์ สำหรับเอ็งเกลส์

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พยายามคว้าตัวอาร์เน่ เอ็งเกลส์ ด้วยข้อเสนอครั้งแรกมูลค่า 14 ล้านปอนด์ แต่ถูกเซลติกปฏิเสธทันที ก่อนจะยื่นข้อเสนอครั้งที่สองเพิ่มเป็น 17 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ยังไม่ผ่านด่านของบอร์ดบริหารทีมแกลสโกว์ เอ็งเกลส์ย้ายมาร่วมทีมเซลติกจากออสบูร์กในบุนเดสลีกาเยอรมนีเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และกลายเป็นกำลังสำคัญทันที

ตั้งแต่ย้ายมา เอ็งเกลส์ลงเล่นไปแล้ว 89 นัดในทุกรายการ ช่วยเซลติกคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ และลีก คัพ ในฤดูกาลที่แล้ว นักเตะเบลเยียมรายนี้มีจุดเด่นที่การจ่ายบอลแม่นยำ การแท็คเกิ้ลแข็งแกร่ง และวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็นตัวหลักในแดนกลางของเซลติก

คำตอบจากมาร์ติน โอนีลล์ ผู้จัดการทีมชั่วคราว

หลังเกมที่เซลติกชนะฟอลเคิร์ก 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ มาร์ติน โอนีลล์ ผู้จัดการทีมชั่วคราว กล่าวถึงข่าวลือเรื่องข้อเสนอของฟอเรสต์ว่า “ผมบอกตามตรงเลยนะ ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย ถ้ามีจริง คงเกิดขึ้นระหว่างเกม และผมอยากให้ปฏิเสธ เว้นแต่จะเป็น 100 ล้านปอนด์ ซึ่งบอร์ดคงตัดสินใจเอง แต่ผมอยากเก็บเขาไว้แน่นอน” คำพูดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเซลติกในการรักษานักเตะตัวหลัก

สถานการณ์ของทั้งสองทีมในฤดูกาลนี้

เซลติกกำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพ โดยปัจจุบันอยู่อันดับ 2 ห่างจากฮาร์ทส์ทีมนำหัวตาราง 6 คำรบ นอกจากนี้ ทีมของโอนีลล์ยังใกล้บรรลุข้อตกลงเซ็นสัญญานักเตะใหม่อีก 2 ราย ขณะที่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จมอยู่ที่อันดับ 17 ในพรีเมียร์ลีก และทั้งคู่กำลังอยู่ในรอบเพลย์ออฟยูโรป้า ลีก เดือนนี้ ซึ่งทำให้การเสริมทัพมีความสำคัญยิ่ง

  • สถิติเอ็งเกลส์กับเซลติก: 89 นัด, สร้างสรรค์โอกาสมากที่สุดในทีม
  • เหตุผลที่ฟอเรสต์สนใจ: ต้องการมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งเพื่อหนีตกชั้น
  • มูลค่าตลาดปัจจุบัน: ประมาณ 20-25 ล้านปอนด์ ตาม Transfermarkt
  • อนาคตของเอ็งเกลส์: น่าจะอยู่กับเซลติกต่อ ช่วยลุ้นแชมป์และยูโรป้า ลีก

เซลติกมองว่าเอ็งเกลส์คืออนาคตของทีม และไม่ต้องการขายในราคาที่ต่ำกว่าที่คาดหวัง การปฏิเสธข้อเสนอครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ระยะยาวของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ฟอเรสต์อาจต้องหันไปหากองกลางคนอื่นเพื่อแก้ปัญหาในแดนกลางที่ขาดแคลน

นอกจากนี้ เอ็งเกลส์ยังมีบทบาทสำคัญในทีมชาติเบลเยียมชุดเยาวชน และฟอร์มการเล่นของเขาทำให้หลายทีมในยุโรปจับตามอง แต่เซลติกเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาเขาให้กลายเป็นสตาร์ระดับโลกได้หากอยู่ต่อ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจครั้งนี้ของเซลติกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะนักเตะวัย 22 ปีอย่างเอ็งเกลส์ยังมีศักยภาพสูง และการขายตอนนี้จะเป็นการสูญเสียโอกาสในอนาคต หากคุณเป็นแฟนเซลติก คงโล่งใจที่ทีมไม่ยอมปล่อยตัวหลักออกไปง่ายๆ

ติดตามข่าวสารการย้ายทีมฟุตบอลล่าสุด และวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะ!

ที่มา – Celtic turn down Forest’s £17m bid for Engels

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์และพรีเมียร์ลีก เมื่อเซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์สำหรับนักเตะมิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเบลเยียม อาร์เน่ เอ็งเกลส์ วัย 22 ปี สโมสรน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พยายามคว้าตัวด้วยข้อเสนอครั้งแรก 14 ล้านปอนด์ แต่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ และครั้งที่สองที่เพิ่มเป็น 17 ล้านปอนด์ ก็ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากเซลติก

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์: เหตุผลอะไร?

เอ็งเกลส์ย้ายมาร่วมทีมเซลติกจากสโมสรออสก์บวร์กในบุนเดสลีกา เยอรมนี ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมทันที เขาลงเล่นไปแล้ว 89 นัดในทุกรายการ ช่วยเซลติกคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ และลีก คัพ ในฤดูกาลที่แล้ว นักเตะรายนี้มีส่วนสำคัญในแดนกลาง ด้วยความสามารถในการครองบอลและสร้างสรรค์เกมที่ยอดเยี่ยม ทำให้เซลติกไม่อยากปล่อยตัวง่ายๆ

หลังจากเซลติกเอาชนะฟอลเคิร์ก 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้จัดการทีมชั่วคราว มาร์ติน โอนีลล์ ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา เมื่อถูกถามถึงข้อเสนอของฟอเรสต์ เขากล่าวว่า “พูดตามตรง ผมไม่รู้เรื่องเลย ถ้ามีจริง คงเสนอมาตอนแข่งขัน และผมอยากให้ปฏิเสธ เว้นแต่จะเป็น 100 ล้านปอนด์ ซึ่งบอร์ดอาจจะตัดสินใจ แต่ผมอยากเก็บเขาไว้” คำพูดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเซลติกในการรักษานักเตะตัวหลัก

ประวัติและฟอร์มของอาร์เน่ เอ็งเกลส์

  • ย้ายจากออสก์บวร์กมาด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์
  • ลงเล่น 89 นัด ช่วยคว้า 2 แชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว
  • มิดฟิลด์ตัวรับ-ตัวรุกที่สมบูรณ์แบบ เหมาะกับระบบของเซลติก
  • อายุเพียง 22 ปี มีอนาคตไกลในวงการลูกหนังยุโรป

เซลติกกำลังอยู่ในช่วงลุ้นแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิป โดยอยู่อันดับ 2 ห่างจากฮาร์ทส์ ทีมนำหัวตาราง 6 คะแนน และยังมีโปรแกรมยูโรป้า ลีก เพลย์ออฟในเดือนนี้เช่นกัน ขณะที่ฟอเรสต์ จมอยู่ที่อันดับ 17 ในพรีเมียร์ลีก กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น การเสริมทัพในแนวกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา

สถานการณ์ของทั้งสองทีมในฤดูกาลนี้

เซลติกภายใต้โอนีลล์ใกล้จะประกาศเซ็นสัญญานักเตะใหม่อีก 2 ราย เพื่อเสริมทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการลุ้นทุกรายการ ส่วนฟอเรสต์ต้องเผชิญความกดดันมหาศาลในลีกอังกฤษ การยื่นข้อเสนอเซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในการดึงตัวนักเตะคุณภาพจากลีกอื่น แต่เซลติกมองว่าค่าตัวยังไม่สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับศักยภาพและผลงานของเอ็งเกลส์

ในมุมมองของแฟนบอลเซลติก นี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเอ็งเกลส์คืออนาคตของทีม และการปล่อยตัวในราคานี้จะเป็นการเสียโอกาสทอง หากฟอเรสต์อยากได้จริง ต้องยื่นเพิ่มอีกหลายเท่าเท่านั้น นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงมกราคมนี้ กำลังเข้มข้น โดยเฉพาะทีมจากพรีเมียร์ลีกที่มองหานักเตะจากลีกเล็กเพื่อคุ้มค่า

สำหรับแฟนฟุตบอลไทยที่ชื่นชอบเซลติกหรือพรีเมียร์ลีก ข่าวเซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารทีมที่ฉลาด คุณคิดว่าเอ็งเกลส์ควรย้ายไปฟอเรสต์ไหม? หรือเซลติกควรเก็บไว้ลุ้นยูฟ่า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Celtic turn down Forest’s £17m bid for Engels

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เซ็นสัญญา ออร์เตก้า

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เซ็นสัญญา ออร์เตก้า ผู้รักษาประตูมากประสบการณ์จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียบร้อยแล้ว การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสัญญาของสเตฟาน ออร์เตก้า วัย 33 ปี กำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยดีลนี้มีมูลค่าสูงสุดถึง 500,000 ปอนด์ ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพที่ชาญฉลาดของทีมป่าไม้

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เซ็นสัญญา ออร์เตก้า เพื่อแก้ปัญหาแนวรับ

ปัจจุบัน ออร์เตก้าเป็นตัวเลือกที่สามของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่เบื้องหลังเอเดอร์สันและผู้รักษาประตูหนุ่มอย่างเจมส์ ทราฟฟอร์ด (แม้จะมีข่าวลือเรื่องโดนาร์รัมม่าแต่ไม่ใช่จริง) เขาไม่ได้ลงสนามให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าตั้งแต่เริ่มฤดูกาลนี้ แต่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะช่วยฟอเรสต์ได้มาก โดยเฉพาะเมื่อทีมกำลังขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งนี้

เอ็ดู กัспาร์ หัวหน้าฝ่ายฟุตบอลของฟอเรสต์ กล่าวว่า “สเตฟานมาพร้อมประสบการณ์อันยอดเยี่ยมและ mind set ของผู้ชนะ จากการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จในหลายซีซั่นที่ผ่านมา เมื่อเราต้องการเสริมผู้รักษาประตู สเตฟานโดดเด่นทันที เขาจะสร้างการแข่งขันที่ดีให้กลุ่มผู้รักษาประตูของเรา และช่วยทีมทั้งในและนอกสนาม”

สาเหตุที่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เซ็นสัญญา ออร์เตก้า

ฟอเรสต์เผชิญปัญหาใหญ่เมื่อจอห์น วิคเตอร์ (หรือที่รู้จักในนามผู้รักษาประตูสำรอง) บาดเจ็บเข่าตัวร้าย ทำให้ต้องพักยาวตลอดทั้งฤดูกาล การเสริมทัพด้วยออร์เตก้าจึงเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบ ออร์เตก้าชาวเยอรมันรายนี้ย้ายมาร่วมทีมซิตี้ตั้งแต่ปี 2022 และลงเล่นไปแล้ว 56 นัด มีส่วนสำคัญในแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2024 โดยฤดูกาลที่แล้วเขาลงสนามถึง 22 นัด แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ

ก่อนหน้านี้ ออร์เตก้าเคยเล่นให้กับอาร์มีเนีย เบียเลเฟลด์ ในบุนเดสลีกา และมีประสบการณ์ในระดับสูง ทำให้เขาไม่ใช่แค่ตัวสำรองธรรมดา แต่เป็นผู้เล่นที่พร้อมลงสนามจริงจัง การย้ายครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความลึกให้แนวรับของฟอเรสต์ ซึ่งกำลังลุ้นหนีตกชั้นและหวังผลงานที่ดีขึ้น

ประวัติและสถิติของสเตฟาน ออร์เตก้า

  • เกิดปี 1992 ชาวเยอรมัน อายุ 33 ปี
  • ย้ายจากเบียเลเฟลด์มาซิตี้ปี 2022 ค่าตัวฟรี
  • ลงเล่น 56 นัดให้ซิตี้ รวมแชมป์ PL 2024
  • ฤดูกาลที่แล้ว 22 นัด คลีนชีตหลายนัด
  • สไตล์การเล่น: เก่งเซฟลูกยาก, กระจายบอลดี

นอกจากนี้ ออร์เตก้ายังมีจุดเด่นในเรื่องการออกบอลจากด้านหลัง ซึ่งเข้ากับปรัชญาฟุตบอลสมัยใหม่ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ภายใต้กุนซือคนใหม่ การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาว

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าดีลนี้คุ้มค่า เพราะค่าตัวต่ำแต่ได้ผู้เล่นคุณภาพสูง ฟอเรสต์อาจได้ประโยชน์เต็มที่หากออร์เตก้ากลายเป็นตัวหลัก ช่วยทีมรักษาคลีนชีตและหนีการตกชั้นได้สำเร็จ

ในมุมมองของผม นี่คือการเซ็นสัญญาที่ฉลาดที่สุดในตลาดมิดซีซั่นของฟอเรสต์ เพราะออร์เตก้ามีประสบการณ์จากทีมแชมป์ และพร้อมพิสูจน์ตัวเองในทีมที่ต้องการเขา คุณคิดอย่างไรกับดีลนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – Forest sign Man City keeper Ortega

ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์

ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กำลังเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะหน้าหนาวอย่างดุเดือด ล่าสุดทีมจากซิตี้กราวด์ได้ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์ โดยตกลงดีลคว้าตัวผู้รักษาประตูสเตฟาน ออร์เตก้า จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงสุด 500,000 ปอนด์ นี่ถือเป็นการเสริมทัพที่ชาญฉลาดสำหรับทีมของฌอน ไดช์ ที่กำลังต้องการความมั่นคงในแนวรับ

ฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์: รายละเอียดดีลออร์เตก้า

สเตฟาน ออร์เตก้า นายทวารชาวเยอรมันวัย 33 ปี เป็นตัวเลือกที่สามของแมนฯ ซิตี้ รองจากจานลุยจิ ดอนนารุมมา และเจมส์ เทรฟฟอร์ด ในฤดูกาลนี้ เขายังไม่ได้ลงสนามให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเลย และสัญญากำลังจะหมดในซัมเมอร์นี้ ออร์เตก้ามีประสบการณ์สูง ลงเล่น 56 นัดให้ซิตี้ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมปี 2022 และมีส่วนสำคัญในแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024 ฤดูกาลที่แล้วเขาลง 22 นัด รวมถึงนัดชิงคลับเวิลด์คัพและเอฟเอคัพที่แพ้คริสตัล พาเลซ

ความจำเป็นของฟอเรสต์เกิดจากอาการบาดเจ็บเข่าของจอห์น วิคเตอร์ ที่จะหลุดทีมไปจนจบฤดูกาล ก่อนหน้านี้พวกเขาคุยกับวูล์ฟส์เรื่องโจเซ่ ซ่า แต่สุดท้ายหันไปหาออร์เตก้าแทน ดีลนี้ราคาถูกและได้นายทวารคุณภาพสูง เหมาะกับสถานการณ์ทีมที่กำลังลุ้นเพลย์ออฟยูโรปาลีกและอยู่อันดับ 17 ในพรีเมียร์ลีก

เล็งดึงดาวดังจากอินเตอร์

นอกจากออร์เตก้า ฟอเรสต์ยังฟอเรสต์ตกลงดีลออร์เตก้า เล็งฟราเตซี่อินเตอร์ โดยเล็งตัวดาวิดे ฟราเตซี่ มิดฟิลด์อินเตอร์ มิลาน วัย 26 ปี ชาวอิตาลีที่ติดทีมชาติ 33 นัด ฤดูกาลนี้ลง 19 นัดให้อินเตอร์ พวกเขาต้องการยืมก่อนพร้อมออปชั่นซื้อขาด ฟราเตซี่จะช่วยเพิ่มพลังกลางสนามให้ทีมที่ต้องการลุ้นท็อปฮาล์ฟ

ฟอเรสต์เพิ่งเซ็นลอเรนโซ่ ลุคก้า กองหน้าจากนาโปลีแบบยืมตัว และยื่น 35 ล้านปอนด์ขอฌอง-ฟิลิปป์ มาต็ต้า จากคริสตัล พาเลซแต่โดนปฏิเสธ การเสริมทัพครั้งนี้แสดงถึงความทะเยอทะยานของทีม

  • จุดเด่นออร์เตก้า: ประสบการณ์แชมป์ลีก, ราคาถูก
  • จุดเด่นฟราเตซี่: อายุน้อย, ทีมชาติตัวจริง, สร้างสรรค์เกม
  • สถานการณ์ทีม: ลุ้นยูโรปา, แก้ปัญหาแนวรับ-กลาง

การย้ายทีมเหล่านี้จะช่วยฟอเรสต์หนีการลุ้นตกชั้นและลุ้นถ้วยยุโรปได้จริง นี่คือกลยุทธ์ตลาดซื้อขายที่ฉลาด

คุณคิดว่าดีลเหล่านี้จะพาฟอเรสต์ไปไกลแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Forest agree Ortega deal and target Inter’s Frattesi

ลุยซ์เปิดใจ! วิลล่าสนดึงตัวร่วมทีม

แอสตัน วิลล่า ได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัว ดักลาส ลุยซ์ อดีตกองกลางของทีมกลับมาร่วมทีมอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัว

ปัจจุบันดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้อยู่ระหว่างการยืมตัวกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จากยูเวนตุส แต่มีโอกาสที่จะย้ายออกจากซิตี้ กราวด์ ก่อนเส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะในวันจันทร์นี้

เชลซี ก็ให้ความสนใจในตัวกองกลางทีมชาติบราซิลรายนี้เช่นกัน แต่แหล่งข่าวได้บอกกับบีบีซี สปอร์ตว่าความต้องการของเขาคือวิลล่า ที่ซึ่งเขาลงสนามไป 204 นัดระหว่างปี 2019 ถึง 2024

วิลล่าขาย ดักลาส ลุยซ์ ให้กับยูเวนตุสด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ในเดือนมิถุนายน 2024 เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านผลกำไรและความยั่งยืนของสโมสร แต่เขาได้ออกสตาร์ทในเซเรีย อา เพียง 3 นัดก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมฟอเรสต์ในเดือนสิงหาคม 2025

สัญญายืมตัวของลุยซ์กับฟอเรสต์จะเปลี่ยนเป็นสัญญาถาวรหากเขาลงเล่นตามจำนวนนัดที่กำหนด แต่เขายังไม่ได้ทำเช่นนั้น

อูไน เอเมรี่ กุนซือวิลล่ากำลังมองหาตัวเลือกเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง เนื่องจาก จอห์น แม็คกินน์ กัปตันทีมต้องพักรักษาตัวนานถึงสองเดือนเนื่องจากปัญหาที่หัวเข่า และ บูบาการ์ กามาร่า คาดว่าจะต้องพักยาวตลอดฤดูกาลที่เหลือจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า

ทีมของเอเมรี่พลาดการได้ตัว คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ไปเมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากที่นักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้เลือกที่จะย้ายไปร่วมทีม ท็อตแนม จากแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

วิลล่ารั้งอันดับสามในพรีเมียร์ลีก โดยตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล อยู่สี่แต้ม และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของยูโรปา ลีกได้แล้ว โดยเหลือเกมรอบแบ่งกลุ่มอีกหนึ่งนัด

วิลล่าคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าจากเบซิคตัส ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ในเร็วๆ นี้ หลังจากที่กองหน้ารายนี้เข้ารับการตรวจร่างกายในสหราชอาณาจักร

ทีมจากตุรกีได้เปิดใช้งานออปชั่นซื้อขาด อับราฮัม จากโรมาด้วยค่าตัว 11.2 ล้านปอนด์เมื่อวันจันทร์ และกำลังจะขายนักเตะวัย 28 ปีรายนี้ให้กับวิลล่า

ลุยซ์เปิดใจ! วิลล่าสนดึงตัวร่วมทีม

สถานการณ์ของ ดักลาส ลุยซ์ กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดนักเตะรอบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ลุยซ์เปิดใจ! วิลล่าสนดึงตัวร่วมทีม ทำให้โอกาสในการหวนคืนถิ่นเก่ามีสูงขึ้น

การที่อูไน เอเมรี่ ต้องการเสริมทัพในแดนกลางเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลัก ทำให้การกลับมาของ ดักลาส ลุยซ์ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยประสบการณ์และความคุ้นเคยกับสโมสร ทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว

ทำไมการกลับมาของดักลาส ลุยซ์จึงมีความสำคัญ?

การขาดหายไปของผู้เล่นสำคัญในแดนกลางของแอสตัน วิลล่า ทำให้ทีมต้องการผู้เล่นที่มีคุณภาพและประสบการณ์เข้ามาทดแทน ดักลาส ลุยซ์ คือผู้เล่นที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยทักษะการเล่นที่หลากหลาย ทั้งการตัดเกม การจ่ายบอล และการทำประตู ทำให้เขาสามารถเพิ่มมิติในการเล่นให้กับทีมได้

นอกจากนี้ การที่ ลุยซ์เปิดใจ! วิลล่าสนดึงตัวร่วมทีม ยังแสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่เขามีต่อสโมสรและแฟนบอล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เขาสามารถกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

การเจรจาซื้อขาย ลุยซ์เปิดใจ! วิลล่าสนดึงตัวร่วมทีม ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแอสตัน วิลล่า ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพื่อเป้าหมายในการแข่งขันในฤดูกาลนี้ การได้ตัวผู้เล่นที่มีคุณภาพอย่าง ดักลาส ลุยซ์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จให้กับทีมได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นเพียงสัญญายืมตัว แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย แอสตัน วิลล่า จะได้ผู้เล่นที่สามารถเข้ามาเสริมทัพได้ทันที ในขณะที่ ดักลาส ลุยซ์ จะได้โอกาสในการกลับมาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกที่เขาคุ้นเคยและประสบความสำเร็จมาแล้ว

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ดักลาส ลุยซ์ ขึ้นอยู่กับการเจรจาและข้อตกลงระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ แอสตัน วิลล่า กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม และการกลับมาของ ดักลาส ลุยซ์ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของพวกเขา

การที่วิลล่าให้ความสนใจในตัวแทมมี่ อับราฮัมก็แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรในการเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การมีผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมทัพจะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

ที่มา – Luiz open to Villa return as Emery reignites interest

อาร์เซนอลพลาดโอกาส? จุดโทษที่ไม่ชัดเจน?

อาร์เซนอล อาจจะขยายโอกาสในการนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นเจ็ดคะแนนเมื่อวันเสาร์ แต่การเสมอแบบไร้สกอร์ที่บ้านของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จะทำให้แฟนบอลปืนใหญ่หลายคนหวนคิดถึง อาร์เซนอลพลาดโอกาส? อีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ 2-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้อาร์เซนอลมีโอกาสที่จะขยับหนีเป็นเก้าแต้มบนหัวตาราง แต่ทีมของมิเกล อาร์เตต้า กลับต้องผิดหวังเป็นเกมที่สองติดต่อกันในลีก

หลังจากเสมอ 0-0 กับ ลิเวอร์พูล เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ อาร์เซนอล เสมอติดต่อกันในลีกสูงสุดในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่สองเกมแรกของฤดูกาล 2012-13 ที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ และ สโต๊ค ซิตี้

แม้ว่าอาร์เตต้าจะชี้ให้เห็นว่าทีมของเขาสร้าง “สี่โอกาสใหญ่” โดยที่ไม่เสียโอกาสให้ฟอเรสต์ได้ยิงเข้าเป้าเลย แต่วิงแบ็กอย่าง โนนี มาดูเอเก้ ยอมรับว่ารู้สึกเหมือน “อาร์เซนอลพลาดโอกาส?

ความผิดหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาร์เตต้าคือการไม่ได้รับจุดโทษในครึ่งหลังจากจังหวะแฮนด์บอลของ โอลา ไอน่า กองหลังของฟอเรสต์

กุนซืออาร์เซนอล กล่าวว่า “ผมเพิ่งดูภาพช้า – ผมคิดว่ามันเป็นความตั้งใจที่ชัดเจนที่จะสกัดบอลเข้ามาข้างใน และมันเป็นจุดโทษที่ชัดเจน ดังนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ให้”

‘จุดโทษที่ชัดเจน’ หรือ ‘การเรียกร้องที่ไร้สาระ’?

เหตุการณ์แฮนด์บอลของไอน่าเกิดขึ้นเมื่อเหลือเวลาอีกประมาณ 10 นาทีของการแข่งขัน

แบ็กขวาของฟอเรสต์ พยายามควบคุมบอลที่กระดอนในเขตโทษของตัวเอง ขณะที่กำลังถูก กาเบรียล เฆซุส แย่งบอล และถูก เอลเลียต แอนเดอร์สัน เพื่อนร่วมทีมชน

ลูกบอลโดนไหล่ของไอน่าก่อนที่จะโดนแขนของเขา ขณะที่กองหลังพยายามจะหัน ทำให้ อาร์เตต้า และ อาร์เซนอล ร้องขอจุดโทษอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่เป็นผล

Premier League Match Centre บน X กล่าวว่า “การตัดสินของกรรมการที่ไม่ให้จุดโทษแก่อาร์เซนอล ถูกตรวจสอบและยืนยันโดย VAR – โดยพิจารณาว่าลูกบอลถูกเล่นมาจากไหล่ของไอน่าก่อน ขณะที่แขนของเขาก็อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ”

แม้ว่าอาร์เตต้าจะยืนกรานว่าทีมของเขาถูกปฏิเสธ “จุดโทษที่ชัดเจน” แต่ ฌอน ไดช์ กุนซือของฟอเรสต์ ก็ไม่เห็นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

“ผมคิดว่าถ้าเริ่มให้แบบนี้ พวกเราทุกคนก็ต้องปล่อยมันไป ผมคิดว่ามันไร้สาระ เราต้องระวังเรื่องพวกนี้” ไดช์ กล่าว

“คุณอาจจะยกเลิกฟุตบอลไปเลยก็ได้ ถ้าคุณจะให้ [เป็นแฮนด์บอล] กฎต้องระมัดระวัง คุณรู้ไหมว่าพวกเขาควรจะมองอะไร? คนที่แกล้งบาดเจ็บ นั่นคือการพุ่งล้มแบบใหม่”

ดาร์เรน แคนน์ อดีตผู้ช่วยผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก กล่าวกับ BBC Sport ว่าเขาคิดว่าเจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจถูกต้องแล้ว โดยกล่าวว่า “แขนอยู่ใกล้กับลำตัวและอยู่ในตำแหน่งที่สมเหตุสมผล”

การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่รับชมแตกออกเป็นสองฝ่าย โดยอดีตปีกของ เชลซี อย่าง แพท เนวิน กล่าวกับ BBC Radio 5 Live ว่าเขาคิดว่าแขนของไอน่า “เคลื่อนที่เข้าหาลูกบอล” แต่ สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล ยืนยันว่ามัน “เบา” เกินไปที่จะให้จุดโทษจากเหตุการณ์ดังกล่าว

‘ไม่น่าจะถูกมองว่าเป็นความผิดพลาด’ – บทวิเคราะห์

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มีการให้จุดโทษจากการแฮนด์บอลเพียงเก้าครั้งในพรีเมียร์ลีก นั่นเป็นค่าผิดปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับลีกอื่นๆ ในยุโรป โดยมีการให้ 34 ครั้งในเซเรีย อา และ 37 ครั้งในลีกเอิง

ฤดูกาลนี้มีการแก้ไข แต่ลีกสูงสุดของอังกฤษก็ยังมีจำนวนจุดโทษจากการแฮนด์บอลน้อยที่สุดในห้าลีกใหญ่ – 15 ครั้ง คิดเป็นหนึ่งครั้งต่อ 15.13 เกม

หกครั้งมาจากการตัดสินของวิดีโอช่วยตัดสิน (VAR) ในพรีเมียร์ลีก ในแต่ละครั้ง แขนจะอยู่ห่างจากลำตัวมาก หรือมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนและโดยเจตนาเพื่อไปยังลูกบอล

และการแฮนด์บอลโดยเจตนาเป็นสิ่งเดียวที่ อาร์เซนอล สามารถอ้างสิทธิ์ในการขอจุดโทษจากการกระทำของไอน่า กองหลังของฟอเรสต์ ได้

ลูกบอลออกจากไหล่ของไอน่า และแขนของเขาอยู่ในตำแหน่งที่สมเหตุสมผลสำหรับการเคลื่อนไหวของเขา คุณไม่สามารถบอกได้ว่าการที่ลูกบอลโดนแขนอาจเป็นความผิดฐานแฮนด์บอลได้

ไมเคิล โอลิเวอร์ กรรมการผู้ตัดสิน ไม่มีโอกาสที่จะเห็นมัน เนื่องจากมันเกิดขึ้นข้างหลังผู้เล่นที่อยู่บนเส้นประตู นั่นหมายความว่า ดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสิน VAR เป็นผู้ตัดสินเพียงผู้เดียวว่าการไม่ให้จุดโทษจะถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่พลาดไปอย่างร้ายแรงหรือไม่

บทบาทของแอนเดอร์สันมีความสำคัญ คุณสามารถพูดได้หรือไม่ว่าไอน่าได้จงใจเคลื่อนไหวเพื่อทำแฮนด์บอล? หรือมันเป็นผลมาจากการที่เพื่อนร่วมทีมชนเขา?

แน่นอนว่ามีข้อโต้แย้งทั้งสองด้าน แต่จะมีการพิจารณาแบบเดียวกันกับกองหลัง หากพวกเขาถูกผู้โจมตีท้าทาย มันจะไม่สมเหตุสมผลเลยถ้ามันใช้ไม่ได้กับเพื่อนร่วมทีมด้วย

เมื่อพิจารณาว่าแอนเดอร์สันชนกับไอน่าก่อนที่แขนของเขาจะเคลื่อนที่ไปที่ลูกบอล มันจึงสมเหตุสมผลที่จะคิดว่าการเคลื่อนไหวที่ตามมาเป็นผลมาจากสิ่งนี้มากกว่าการกระทำโดยเจตนา

การที่ VAR ไม่เข้ามาแทรกแซงก็ไม่น่าจะถูกมองว่าเป็นความผิดพลาด

‘การจะเป็นแชมป์ คุณต้องทำสิ่งที่พิเศษ’

ปืนใหญ่นำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า อยู่เจ็ดแต้ม ก่อนที่ทีมของอูไน เอเมรี่ จะเป็นเจ้าบ้านพบกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันอาทิตย์ แต่ทีมของอาร์เตต้าต้องทำมากกว่านี้เพื่อคว้าแชมป์สมัยแรกในรอบสองทศวรรษ ตามความเห็นของ มาร์ติน คีโอว์น อดีตกองหลังของ อาร์เซนอล

“คุณต้องหาอะไรพิเศษมาจากที่ไหนสักแห่ง ช่วงเวลาที่สร้างแรงบันดาลใจ ถ้าคุณต้องการเป็นแชมป์ คุณต้องทำสิ่งที่พิเศษ” คีโอว์น กล่าวกับ Sky Sports

“ถ้า อาร์เซนอล เฉียบคมกว่านี้ในการทำประตู ก็จะมีสามแต้มอยู่ที่นั่น… นั่นคือสิ่งที่พวกเขาจะมองหาเพื่อปรับปรุง เพราะพวกเขากำลังสร้างโอกาส ไม่ต้องสงสัยเลย”

การขาดผู้ทำประตูประจำของ อาร์เซนอล ถูกตั้งคำถามในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวิคเตอร์ กโยเคเรส และ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ซึ่งเป็นผู้ทำประตูสูงสุดร่วมกัน ทำประตูได้เพียงคนละห้าครั้งในลีก

“เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วทั้งลีกสำหรับทุกทีม” อาร์เตต้า กล่าว

“เราต้องปรับปรุงและทำให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราสร้างสี่โอกาสใหญ่ – คุณต้องใส่พวกเขาออกไป”

อาร์เซนอลพลาดโอกาส? ในการทำแต้มทิ้งห่างออกไปอีกครั้ง แต่พวกเขายังคงมีแต้มนำอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องกลับมาชนะให้ได้ในเกมต่อไป และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้

ที่มา – Missed opportunity for Arsenal – but were they denied ‘clear penalty’?

ไดช์เดือด! รับไม่ได้กับตราสโมสร


ไดช์เดือด! รับไม่ได้กับตราสโมสร

ฌอน ไดช์ ออกมาตำหนิผลงานของลูกทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ บางคน โดยบอกว่าพวกเขาควร “ส่องกระจกดูตัวเอง” หลังจากผลงานในครึ่งแรกที่ “รับไม่ได้” ใน เกมเอฟเอ คัพ ที่แพ้ต่อ เร็กซ์แฮม

ฟอเรสต์เป็นทีมจากพรีเมียร์ลีกทีมแรกที่ลงทำการแข่งขันในรอบสาม และเป็นทีมแรกที่พ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งจากลีกที่ต่ำกว่า

หลังจากเปลี่ยนผู้เล่นถึง 8 ตำแหน่งจากเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกไปชนะ เวสต์แฮม เมื่อวันอังคาร ไดช์ต้องดูด้วยความโกรธเมื่อทีมของเขาตามหลังคู่แข่งจากแชมเปี้ยนชิพ 2-0 ในช่วงพักครึ่ง

พวกเขาพยายามกลับมาตีเสมอเป็น 3-3 และต้องต่อเวลาพิเศษที่สนาม Stok Cae Ras แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังจากที่ อิกอร์ เฆซุส และ โอมารี ฮัทชินสัน ยิงจุดโทษพลาด ทำให้ อาร์เธอร์ โอคอนวโค ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านเซฟไว้ได้

ไดช์กล่าวกับ TNT Sports ว่า “ครึ่งแรกเป็นสิ่งที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง”

“ผมบอกผู้เล่นไปแล้ว และมีผู้เล่นบางคนที่รู้ดี และพวกเขาต้องส่องกระจกดูตัวเอง”

“แต่ด้วยความแปลกประหลาดของฟุตบอล ผู้เล่นบางคนที่ลงมาในครึ่งหลังก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และเราก็ดูเหมือนเป็นทีมจากพรีเมียร์ลีก”

“คุณทำแบบนั้นไม่ได้ในครึ่งแรก มันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง มันรับไม่ได้กับตราสโมสร เช่นกัน”

“พวกเขาทุกคนเคาะประตูและถามว่า ‘ทำไมผมไม่ได้ลงเล่น?’ หลักฐานก็ปรากฏให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาสำหรับบางคน ไม่ใช่สำหรับทุกคน”

ในขณะที่ไดช์ชื่นชมผู้เล่นที่ลงมาจากม้านั่งสำรอง ซึ่งรวมถึง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ที่ทำไปสองประตู ว่าเป็น “ตัวกระตุ้น” ให้ทีมกลับมาได้ในครึ่งหลัง เขายังคงตำหนิความพยายามของทีมใน 45 นาทีแรกที่ย่ำแย่

“ผมสามารถเปลี่ยนตัวพวกเขาออกไปทั้งหมดได้ [ในช่วงพักครึ่ง]” เขากล่าวเสริม “จังหวะเกม ความคิดที่จะบุกเข้าใส่เกมนั้นขาดหายไปอย่างมากในครึ่งแรก”

“ช้า เชื่องช้า เราทำงานกันอย่างหนักในเรื่องนี้ แต่โดยพื้นฐานแล้วไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความปรารถนาที่จะสร้างความแตกต่าง ครึ่งหลัง การเปลี่ยนแปลงนั้นยอดเยี่ยมมาก”

“ข้อเท็จจริงคือเราต้องทำการเปลี่ยนแปลง พวกเขาแสดงให้เห็นแล้ว และจะไม่มาเคาะประตูผมอีกว่า ‘ทำไมผมไม่ได้ลงเล่น?’ แน่นอน กลุ่มผู้เล่นในครึ่งแรกนั้น”

‘พวกเขาเหมือนไม่ได้ลงเล่น’

สามประตูที่เสียให้กับเร็กซ์แฮมหมายความว่าฟอเรสต์เสียไปแล้ว 46 ประตูในทุกรายการในฤดูกาลนี้ โดยมีเพียง วูล์ฟส์ ทีมอันดับสุดท้ายเท่านั้นที่เสียประตูมากกว่าในบรรดาทีมจากพรีเมียร์ลีก

แต่ด้วยสถานะของทีมที่อยู่อันดับ 17 ในลีก ซึ่งมีแต้มนำหน้าสามทีมท้ายตารางอยู่ 7 คะแนน ไดช์จะมุ่งเน้นไปที่การรักษาสถานะของฟอเรสต์ในลีกสูงสุดหลังจากค่ำคืนที่น่าจดจำในทางเหนือของเวลส์

คลินตัน มอร์ริสัน อดีตกองหน้า คริสตัล พาเลซ กล่าวกับ BBC Radio 5 Live ว่า “ฟอเรสต์ไม่ดีพอเลยในครึ่งแรก”

“ถ้าพวกเขาเล่นทั้งเกมเหมือนที่เล่นในครึ่งหลัง พวกเขาคงชนะอย่างขาดลอย แต่ต้องให้เครดิตกับเร็กซ์แฮม”

“ฟอเรสต์กลับไปสู่กระดานวาดภาพ และภารกิจคือพยายามอยู่ในพรีเมียร์ลีก”

สตีฟ แม็คมานามาน อดีตปีกของ ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด กล่าวใน TNT Sports ว่า “เรื่องราวคืนนี้คือเร็กซ์แฮม และการเดินทางที่พวกเขาผ่านมากับเจ้าของทีมชุดใหม่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มีส่วนร่วมในเรื่องราวนี้”

“45 นาทีแรก พวกเขาเหมือนไม่ได้ลงเล่น นั่นเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังจริงๆ เพราะ ฌอน ไดช์ ไว้ใจผู้เล่นเหล่านั้นให้ทำหน้าที่ และพวกเขาทำไม่ได้”

“เขาต้องพึ่งพาผู้เล่นตัวหลักบางคน พวกเขาต้องเล่นต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ และนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ ดังนั้นเขาคงจะคลั่งอยู่ในห้องแต่งตัว”

โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่แสดงให้เห็นว่าการประมาทคู่ต่อสู้และการขาดความมุ่งมั่นสามารถนำไปสู่ความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายได้ ไดช์ คงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกระตุ้นลูกทีมให้กลับมาสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดอีกครั้ง และเรียนรู้จากความผิดพลาดในครั้งนี้ เพื่อไม่ให้ รับไม่ได้กับตราสโมสร อีกต่อไป

ที่มา – ‘Unacceptable to the badge’ – Dyche fumes at FA Cup exit

ไดช์ขอความเป็นธรรมท่ามกลางฟอร์มย่ำแย่ของฟอเรสต์

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เคยอยู่อันดับสามของตารางและต่อสู้เพื่อตำแหน่งในแชมเปียนส์ลีกเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการหลีกเลี่ยงการตกชั้นไปแชมเปียนชิพ

ความพ่ายแพ้ 3-1 ต่อแอสตันวิลลาเมื่อวันเสาร์เป็นการตอกย้ำช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังจากแพ้ให้กับฟูแล่ม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเอฟเวอร์ตัน

กุนซือ ฌอน ไดช์ กระตือรือร้นที่จะสร้างความประทับใจว่าทีมของเขามีความสม่ำเสมอและพัฒนาขึ้น จนกระทั่งการไร้ชัยชนะเมื่อเร็วๆ นี้

เขาไม่สงสัยเลยว่าฟอเรสต์มีความสามารถที่จะอยู่รอดได้ และฟอร์มที่ย่ำแย่ในปัจจุบันบิดเบือนเรื่องราว หลังจากชนะ 7 จาก 12 เกมแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งในเดือนตุลาคม

สถานการณ์ที่กดดันเกิดขึ้นเมื่อฟอเรสต์อยู่เหนือโซนตกชั้นในพรีเมียร์ลีกเพียง 4 คะแนน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วอย่างมาก เมื่อพวกเขาเคยลุ้นอันดับต้นๆ และจบอันดับที่ 7 ในที่สุด

ไดช์ย้ำว่าทีมของเขายังอยู่ในช่วงพัฒนา และไม่มีอาการตื่นตระหนกใดๆ จากผู้จัดการทีมที่ต้องการให้พิจารณาผลงานของผู้เล่นของเขาก่อนเกมเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันอังคาร

‘ความผิดพลาดพื้นฐาน’ ที่ทำให้ฟอเรสต์ต้องเสียแต้ม

ในช่วงสุดสัปดาห์แรกของปี 2025 ฟอเรสต์เอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 เพื่อรักษาตำแหน่งในสามอันดับแรกของพรีเมียร์ลีก

นั่นเป็นการชนะ 6 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สโมสรไม่เคยทำได้ในลีกสูงสุดในฤดูกาลเดียวตั้งแต่ปี 1966-67 และพวกเขานำหน้านิวคาสเซิลในอันดับ 5 อยู่ 5 คะแนน

ตอนนี้ พวกเขาแพ้ 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2023 ซึ่งเป็นช่วงที่ สตีฟ คูเปอร์ ต้องเสียตำแหน่งที่ซิตี้ กราวนด์

ไดช์เป็นผู้จัดการทีมคนที่สามของฟอเรสต์ในฤดูกาลนี้ และได้รับการแต่งตั้งในเดือนตุลาคมหลังจากช่วงเวลาสั้นๆ และเสียหายของ อังเก้ ปอสเตโคกลู

อดีตบอสของเอฟเวอร์ตันและเบิร์นลีย์เริ่มต้นได้ดี แต่การลดลงขององค์กร สมาธิ และฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังๆ มานี้ ถือว่ารุนแรง

ที่วิลลา พวกเขาถูกทำลายโดยความผิดพลาดง่ายๆ: การขาดสมาธิโดยรวมทำให้ โอUnai Emery ลี วัตกินส์ ทำประตูเปิดเกม ตามมาด้วยความผิดพลาดของ John Victor ที่บุกขึ้นมา 40 หลาจากประตู ทำให้ John McGinn ทำประตูที่สาม

“คุณไม่สามารถให้ความผิดพลาดพื้นฐานแก่ทีมอย่างนี้ในพรีเมียร์ลีกได้” ไดช์ กล่าวกับ BBC Match of the Day

“สภาพจิตใจอยู่ที่นั่น แต่คุณไม่สามารถสร้างภูเขาให้ตัวเองปีนขึ้นไปได้เรื่อยๆ ผู้เล่นขาดสมาธิในเรื่องพื้นฐาน เราได้ทำงานในเรื่องนี้และแสดงให้พวกเขาเห็น แต่นี่คืองาน ผมไม่เคยคาดหวังว่ามันจะง่ายเมื่อผมมาที่นี่”

จนกระทั่งวัตกินส์ทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก แผนการเล่นของฟอเรสต์ก็เป็นไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะเป็นแบบระมัดระวังอย่างมาก วิลลาถูกจำกัดโอกาสเพียงครั้งเดียว เมื่อผู้รักษาประตู John ปฏิเสธ Watkins ในช่วงต้นเกม

แต่ฟอเรสต์ก็พังทลาย McGinn ทำประตูแรกจากสองประตูของเขาในนาทีที่ 49 เพื่อให้วิลลาที่กำลังมาแรงนำ 2-0

แม้ว่าประตูของมอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ จะทำให้สกอร์เป็น 2-1 และให้ความหวังแก่ฟอเรสต์ในช่วงสั้นๆ แต่ก็มีสัญญาณเพียงเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าพวกเขาจะสามารถกลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กิ๊บส์-ไวท์ กล่าวกับ Sky Sports ว่า “ผมรู้สึกว่าเรายึดมั่นในแผนการเล่นในครึ่งแรก มีแง่บวกมากมายที่ต้องนำไปใช้ ผมรู้ว่าเราต้องการแต้ม แต่เราแสดงให้เห็นถึงจรรยาบรรณในการทำงานและความปรารถนา”

“เรารู้อยู่เสมอว่าวิลลาเริ่มต้นด้วยการกดดันสูง ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการดูดซับแรงกดดันนั้นและทำให้แฟนๆ เงียบลง เราโชคไม่ดีที่เสียประตูก่อนหมดเวลาครึ่งแรก”

การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอาจมีความชัดเจนมากขึ้นในวันอังคาร

การเดินทางไปลอนดอน สเตเดียมในวันอังคารมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับฟอเรสต์

แฮมเมอร์สชนะเพียง 3 เกมเท่านั้นในฤดูกาลนี้ โดยชัยชนะนอกบ้านเพียงครั้งเดียวเกิดขึ้นที่ City Ground ในเกมสุดท้ายของนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ที่คุมทีมฟอเรสต์

ช่วงเวลาของนูโน่ในน็อตติงแฮมจบลงอย่างขมขื่น หลังจากที่เป็นความฝัน อดีตบอสของวูล์ฟแฮมป์ตันช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากการตกชั้น และนำสโมสรกลับสู่ยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

เวสต์แฮมแต่งตั้งเขาเป็นบอสใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากการออกจากทีมฟอเรสต์

ความสัมพันธ์ที่แตกหักของนูโน่กับ Edu ผู้อำนวยการกีฬาของฟอเรสต์ และ Evangelos Marinakis เจ้าของทีม เพิ่มความร้อนแรงให้กับเกม ซึ่งตอนนี้มีความรู้สึกว่าเป็นการตัดสินฤดูกาลสำหรับทั้งสองฝ่าย

ฌอน ไดช์ กำลังมองหาที่จะรักษาสติท่ามกลางความผันผวนในการคุมทีมฟอเรสต์ของเขา

เขา กล่าวว่า “ตำแหน่งในลีกดีกว่าตอนที่เรามาที่นี่ นั่นน่ากังวล ตอนที่ผมมาที่นี่ เราอยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียง 2 คะแนน”

“ดังนั้น นั่นคือความจริง ผมไม่เคยคิดว่าเราจะหลุดพ้นจากมันไปได้ และอยู่ในท็อป 7 เชื่อผมสิ ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ มันยังเป็นอยู่”

“การเติบโตที่คุณเห็น ผมคิดว่าเราทำประตูได้ 1 หรือ 2 ประตูใน 6 เกมก่อนหน้านี้ ตอนนี้เราทำไป 13 ประตูใน 13 เกม มันอาจไม่เหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรามีแต้มในกระดานมากขึ้น ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดี”

“สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเรื่องราวคือ เมื่อคุณรวมตัวกันอย่างที่เราเคยทำ ผมต้องมองความเป็นจริง ไม่ใช่เสียงรบกวน ผมมักจะเตือนผู้เล่นเสมอว่ามีความจริงในทุกเรื่องราว และนั่นคือความจริงของเรา”

ไดช์ขอความเป็นธรรมท่ามกลางฟอร์มย่ำแย่ของฟอเรสต์

การที่ฌอน ไดช์ออกมาเรียกร้องให้มองอย่างเป็นธรรมต่อผลงานของทีมท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้จัดการทีมในการรักษาความมั่นใจและความมุ่งมั่นของทีมในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ การเน้นย้ำถึงความคืบหน้าและพัฒนาการที่เกิดขึ้น แม้จะไม่สะท้อนออกมาในผลการแข่งขันล่าสุด เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังผู้เล่นและแฟนบอล ว่าทีมยังคงเดินหน้าต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ

การพิจารณาถึงความเป็นจริงของสถานการณ์ และการหลีกเลี่ยงการถูกครอบงำโดยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและปรับปรุงผลงาน การที่ไดช์ให้ความสำคัญกับการทำงานหนักและการยึดมั่นในแผนการเล่น เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสมาธิและวินัยในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย

ในระยะยาว การที่ทีมสามารถรักษาสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และเรียนรู้จากความผิดพลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การสนับสนุนและความเชื่อมั่นจากผู้จัดการทีมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันให้ทีมกลับสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ดังนั้นการที่ฌอน ไดช์ออกมาเรียกร้องให้มองอย่างเป็นธรรมต่อทีมฟอเรสต์ จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ทีมก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมาแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา

ที่มา – Dyche wants perspective amid Forest’s worrying slump

ฟอเรสต์ขอเสียง VAR หลังพ่ายแมนซิตี้

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ได้ยื่นคำร้องขอเสียง VAR อย่างเป็นทางการ หลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการหลังความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สโมสรรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับการตัดสินใจของผู้ตัดสิน ร็อบ โจนส์ ในเกมที่พวกเขาพ่ายแพ้ 2-1 ที่สนามซิตี้ กราวด์

ฟอเรสต์ได้ยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานผู้ตัดสิน – Professional Game Match Officials Limited (PGMOL) – เพื่อขอฟังบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ในสนามและทีมงานวิดีโอช่วยผู้ตัดสิน (VAR) ในช่วงเวลาสำคัญของเกม

ฌอน ไดช์ หัวหน้าโค้ชรู้สึกว่าประตูชัยในนาทีที่ 83 ของ รายัน แชร์กี้ ไม่ควรได้รับการอนุมัติเนื่องจากมีการทำฟาวล์ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ และ โจนส์ ควรให้ใบเหลืองที่สองแก่ รูเบน ดิอาส กองหลังของซิตี้หลังพักครึ่ง

“เป็นเกมที่ง่ายต่อการตัดสินในความคิดเห็นของผม เป็นการตัดสินใจที่ง่ายสำหรับ VAR” ไดช์กล่าวเมื่อวันเสาร์

“เมื่อคุณเล่นได้ดีมาก การต้องเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่ส่งผลกระทบต่อเกม แต่มันชัดเจนว่าพวกเขาทำ”

“ทุกคนในสนามกีฬาและทุกคนที่ดูอยู่ที่บ้านสามารถเห็นได้”

ผู้เล่นฟอเรสต์บ่นกับผู้ตัดสิน โจนส์ โดยแย้งว่า กิ๊บส์-ไวท์ ถูก นิโก โอ’เรลลี่ ผลักขณะป้องกันลูกเตะมุม และหยุดไม่ให้เขาบล็อกประตูชัยของ แชร์กี้

“มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ ถูกผลักจนล้มลงอย่างชัดเจน และผู้เล่นคนเดียวกันก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบล็อกบอล” ไดช์กล่าว

“แต่เขาไม่สามารถบล็อกได้เพราะขณะที่เขากระโดดขึ้น มันไปผ่านส่วนของร่างกายที่เขาควรจะบล็อกได้ ไม่ว่าคุณจะมองมันแบบไหน มันคือการฟาวล์”

VAR ตรวจสอบประตูแล้ว แต่ปล่อยให้การตัดสินใจในสนามของ โจนส์ ยังคงอยู่ ความพ่ายแพ้ทำให้ฟอเรสต์อยู่เหนือโซนตกชั้นของพรีเมียร์ลีกเพียงห้าคะแนน

PGMOL เคยเปิดเสียงให้สโมสรต่างๆ ฟังเป็นการส่วนตัว รวมถึงฟอเรสต์ ขณะที่ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสินของ PGMOL ยังได้หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในรายการ Mic’d Up

เกี่ยวกับประตูตัดสินของซิตี้ ไดช์กล่าวเพิ่มเติมว่า “พวกเขาจะพูดว่า ‘ใช่ บอลไม่ได้อยู่ตรงนั้น’ และคุณก็พูดว่า ‘โอเค ถ้าบอลไม่อยู่ใกล้ผู้รักษาประตู และคุณผลักผู้รักษาประตูจนล้มลง มันจะเป็นการฟาวล์ไหม?’”

“เราทุกคนรู้ว่ามันคือการฟาวล์ ผมไม่เข้าใจ และจากนั้นพวกเขาก็ได้ประตูจากมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่แย่ยิ่งกว่า”

“ผมเป็นแฟนตัวยงของ VAR ผมไม่เข้าใจว่าคุณจะไม่ทำให้มันถูกต้องได้อย่างไร”

ดาร์เรน แคนน์ อดีตเจ้าหน้าที่บอกกับ BBC Match of the Day ว่า “ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอตรวจสอบประตูโดยธรรมชาติและสรุปว่าไม่มีข้อผิดพลาดที่ ‘ชัดเจนและโจ่งแจ้ง’ ผมเห็นด้วย”

“นี่เป็นการตัดสินใจที่จะทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกัน บางคนจะเห็นด้วยว่ามันเป็นประตูที่ดี และบางคนจะคิดว่ามันเป็นการฟาวล์ ดังนั้น ‘การตัดสินใจของผู้ตัดสิน’ เรื่องประตูควรคงอยู่”

ฟอเรสต์เคยไม่พอใจกับ โจนส์ มาก่อนเมื่อเขาไล่ วิลลี่ โบลี่ ออกจากสนามในเกมกับ บอร์นมัธ เมื่อสองปีที่แล้ว ซึ่งกระตุ้นให้ นูโน เอสปิริโต ซานโต ในสมัยนั้นเรียกร้องให้ VAR เข้ามาแทรกแซงในเรื่องใบเหลืองที่สอง

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โจนส์ ไล่ นูโน ออกจากสนามเนื่องจากไม่เห็นด้วยที่ ไบรท์ตัน โดยชาวโปรตุเกสถูกสมาคมฟุตบอลตั้งข้อหา

ทำไมฟอเรสต์ถึงขอเสียง VAR หลังพ่ายแมนซิตี้?

เหตุผลที่ฟอเรสต์ยื่นคำร้องขอเสียง VAR หลังพ่ายแพ้ต่อแมนซิตี้คือ พวกเขาเชื่อว่ามีการตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรมหลายครั้งในเกมดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูชัยของแมนซิตี้ที่พวกเขาคิดว่าควรถูกยกเลิกเนื่องจากการฟาวล์

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขอเสียง VAR ของฟอเรสต์

การที่ฟอเรสต์ขอเสียง VAR หลังพ่ายแมนซิตี้ อาจนำไปสู่การทบทวนการตัดสินใจของผู้ตัดสินในเกมดังกล่าว และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ตัดสินในอนาคต นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาทของ VAR ในฟุตบอล

การเคลื่อนไหวของฟอเรสต์ในการฟอเรสต์ขอเสียง VAR หลังพ่ายแมนซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างมากของสโมสรต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตัดสินใจที่เป็นธรรมในเกมฟุตบอล ท้ายที่สุดแล้ว การกระทำนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวิธีที่ VAR ถูกนำมาใช้ในเกม โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความแม่นยำ

การที่ทีมอย่างฟอเรสต์ออกมาเรียกร้องความโปร่งใสในการตัดสิน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความยุติธรรมในเกมฟุตบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนบอลทุกคนให้ความสำคัญ

ที่มา – Forest ask for VAR audio after Man City defeat

Scroll to top