Nt

NT ชูรถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ตอกย้ำบทบาทสำคัญด้านโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ ด้วยการนำ “รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ” ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยพิบัติ และภารกิจพิเศษต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นหลักการให้บริการสื่อสารที่ต่อเนื่อง แม่นยำ และเข้าถึงได้ในทุกสภาวะ

NT ชูรถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ

รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ ของ NT ได้รับการออกแบบมาเป็นหน่วยสื่อสารเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูง พร้อมสนับสนุนการสื่อสารฉุกเฉินและงานภาคสนามได้อย่างครบวงจร ด้วยคุณสมบัติเด่นมากมาย:

  • ระบบสื่อสารความเร็วสูง: รองรับบริการโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และโครงข่าย 4G/5G เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลสำคัญเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • เสาส่งสัญญาณเคลื่อนที่ (Mobile Cell on Wheels): ขยายความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่ที่โครงข่ายปกติอาจได้รับผลกระทบ หรือมีการใช้งานหนาแน่นเป็นพิเศษ
  • ระบบสำรองพลังงานและอุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน: พร้อมปฏิบัติงานต่อเนื่องแม้ในสภาวะไฟฟ้าดับ ด้วยแบตเตอรี่และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
  • รองรับการสื่อสารภาครัฐ กู้ภัย และหน่วยงานความมั่นคง: ปลอดภัยด้วยระบบเข้ารหัสข้อมูลและมาตรฐานการสื่อสารระดับหน่วยงานรัฐ

ที่ผ่านมา รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ ของ NT ได้ลงพื้นที่สนับสนุนการสื่อสารในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมาย เพื่อให้โครงข่ายสื่อสารไม่สะดุด และประชาชนสามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสารในช่วงเวลาวิกฤตได้ ตัวอย่างเช่น การร่วมสนับสนุนการสื่อสารในงานพระราชพิธีและรัฐพิธีสำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานสามารถใช้บริการสื่อสารได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ยังได้เข้าช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ อาทิ อุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่น้ำท่วมฉับพลันอื่นๆ โดย NT ได้จัดรถโมบายเพื่อเสริมสัญญาณ รองรับการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของรถโมบาย DTRS ในการช่วยเหลือภัยพิบัติ

การมี รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ ช่วยให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งข่าวสารสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและทันเวลา

การปฏิบัติภารกิจของรถโมบาย NT ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ” ของบริษัท ที่มุ่งเน้นให้โครงข่ายสื่อสารของประเทศพร้อมใช้งานอยู่เสมอ แม้ในสภาวะวิกฤต NT พร้อมที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเคลื่อนที่และระบบสื่อสารฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนอย่างเต็มที่

สามารถติดตามข้อมูลรายละเอียด รถโมบายบริการ Digital Trunk Radio Service (DTRS) เพิ่มเติมได้ที่ https://dtrs.ntplc.co.th/

ในยุคที่การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด การมีโครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่งและพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง รถโมบาย DTRS ของ NT ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงข่ายสื่อสารของประเทศ และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบาก

ที่มา – NT ย้ำบทบาทโทรคมนาคมแห่งชาติ ชูรถโมบาย DTRS หนุนภารกิจช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่งช่วยเหลือ!

“ไชยชนก” ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ประสาน กสทช. กระจายสัญญาณ สั่งการ NT-ปณท. ระดมโดรนกู้ภัย เปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี พร้อมรวมพลังเอกชนช่วยเหลือประชาชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าจากกรณีสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนได้สั่งการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยให้ใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการสนับสนุนด้านระบบการสื่อสาร และการขนส่งถุงยังชีพ และสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้จัดตั้ง War Room เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ-น้ำ และศูนย์กลางระบบสื่อสารโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รายงานสถานการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำได้ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่

ขณะเดียวกันตนได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือ โดยประสานงานร่วมกับ กสทช. ผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ร่วมบูรณาการข้อมูลและการทำงาน ดังนี้

  1. การบริหารจัดการระบบสื่อสารและเครือข่าย ให้ดำเนินการย้ายหน่วยโครงสร้างเครือข่าย (Node) ที่มีปัญหาไปยัง Node ที่ใช้งานได้ (branching) และเตรียมการเรื่องเครื่องปั่นไฟ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมติดตั้งระบบสื่อสารในพื้นที่ศูนย์พักพิง โดยประสาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย ตรวจสอบเสาสัญญาณที่มีศักยภาพ เพิ่มความแรงสัญญาณ และปรับทิศทางของเสาสัญญาณจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปล่อยสัญญาณให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรับสัญญาณได้โดยไม่จำกัดเครือข่าย
  2. การปฏิบัติงานและการเตรียมพร้อมรับมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยกำหนดหน้าที่ พร้อมการสนับสนุนหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินบูรณาการการรับมือ
  3. การพัฒนาระบบงานกู้ภัยและการสื่อสาร เร่งจัดทำระบบการรับข้อมูล พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากบริการ Digital Trunk Radio Service DTRS ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ยังสามารถให้บริการ จึงมอบหมายให้ NT นำรถโมบายของบริการ DTRS จาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปสนับสนุนเพิ่มเติม และเตรียมเครื่องลูกข่ายไว้สนับสนุนการประสานงานของ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 50 เครื่อง เพื่อใช้ในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ NT จะดำเนินการประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครผู้ใช้งานโดรนเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือใน 2 รูปแบบ คือ 1) การใช้โดรนสำรวจ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ และต้องการความช่วยเหลือ 2) ใช้โดรนเพื่อการขนส่งสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่ม เข้าสู่พื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ยาก

ด้านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) จะสนับสนุนการขนส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยสามารถติดต่อได้ที่ THP Contact Center 1545 เพื่อประสานรายละเอียดการรวบรวมและรับส่งสิ่งของเพื่อส่งต่อให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

“ขณะนี้กระทรวงดีอี จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ และใกล้เคียงตลอด 24 ชม. เพื่อบูรณาการข้อมูลให้กับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยตนได้ร่วมหารือ และประสานงานกับภาคเอกชน อาทิ SpaceX เรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณในพื้นที่ผ่านดาวเทียม Starlink และ Line Thailand ซึ่งเบื้องต้น Line ได้เปิดบริการ LineAlert แจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉิน และ Open Chat หัวข้อ “ประสานงานน้ำท่วมหาดใหญ่” เพื่อให้ประชาชน หรือญาติของผู้ประสบภัย ได้ระบุพิกัด “ที่อยู่ และจำนวนคน” ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานกู้ภัยได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที” นายไชยชนก กล่าว

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

NT ใช้โดรนกู้ภัย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

หนึ่งในมาตรการสำคัญของการ ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ คือการใช้เทคโนโลยีโดรนในการกู้ภัย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้ระดมโดรนเพื่อสำรวจพื้นที่ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดค้าง และขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก การใช้โดรนช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างสะดวก การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ เป็นการดำเนินการที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับสถานการณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้ในเร็ววัน

ร่วมกันเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือครั้งนี้

ที่มา – “ดีอี” ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่ง NT ใช้โดรนกู้ภัย-ไปรษณีย์ไทย ส่งของฟรี

Scroll to top