Or

OR หวังดันยอดคนเข้า PTT Station 5 ล้านคน/วัน

OR ตั้งเป้าดึงคนเข้า PTT Station 5 ล้านคน/วัน ภายในปี 2571 พร้อมกระตุ้นให้อยู่นานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น CEO คาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2569 ไม่ต่างจากปี 2568 และเชื่อว่าธุรกิจ EV ไม่ได้มาแทนที่ธุรกิจน้ำมัน

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า OR จะเน้นลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เมียนมา และกัมพูชา เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานและสามารถต่อยอดธุรกิจได้ โดยเฉพาะในลาวที่มีสถานีบริการ PTT Station เกือบทุกจังหวัด และกัมพูชาที่แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง แต่ก็ยังคงมีความสำคัญในแผนการลงทุนของ OR

ถึงแม้สถานการณ์ความขัดแย้งในกัมพูชาจะส่งผลกระทบต่อยอดขายลดลงประมาณ 50-60% แต่คิดเป็นสัดส่วนเพียง 2-3% ของกำไรทั้งหมดของ OR อย่างไรก็ตาม OR ยังคงเดินหน้าตามแผนการลงทุนในกัมพูชา โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการลงทุนและดำเนินธุรกิจภายในเดือนมกราคม 2569

CEO ของ OR ยังกล่าวอีกว่า คาดการณ์ราคาน้ำมันในปี 2569 จะยังคงใกล้เคียงกับปัจจุบันที่ 60-70 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แม้ว่ายานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ราคาน้ำมันในระดับนี้ยังไม่จูงใจให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้ EV มากนัก

สำหรับการปิดสาขาร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอนในเวียดนามนั้น เป็นการยุติการทำธุรกิจทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถนำความสำเร็จในไทยไปใช้ได้ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับต้นทุนแฝงที่สูง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีแผนที่จะปิดหรือเปิดธุรกิจกาแฟคาเฟ่ อเมซอนที่อื่นเพิ่มเติม

รายได้ 4% ของ OR มาจากกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ แต่คิดเป็นสัดส่วน 30-40% ของกำไรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี OR จึงต้องการขยายสัดส่วนรายได้ในกลุ่มธุรกิจนี้ให้มากขึ้น โดยใช้ข้อมูล (Data) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า

ปัจจุบัน OR มีส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจประมาณ 36% โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดผู้เข้าใช้บริการสถานีบริการ PTT Station ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้เข้าใช้สถานีบริการ PTT Station เป็น 5 ล้านคน/วัน ภายในปี 2571 จากปัจจุบัน 3.9 ล้านคน/วัน และตั้งเป้าหมายปี 2569 ที่ 4.3 ล้านคน/วัน การเพิ่มยอดผู้ใช้บริการนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อการเติมน้ำมัน แต่เพื่อให้ผู้ใช้บริการใช้เวลาในสถานีบริการนานขึ้น และเพิ่มยอดขาย

OR หวังดันยอดคนเข้า PTT Station 5 ล้านคน/วัน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR กล่าวถึงธุรกิจ EV ว่า OR มองว่าธุรกิจ EV ไม่ได้เข้ามาแทนที่ธุรกิจน้ำมัน แต่เป็นการต่อยอดโครงสร้างธุรกิจเดิม เพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาด และสร้างโอกาสใหม่ให้กับสถานีบริการ PTT Station เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกด้านพลังงานสะอาด และใช้เวลาในสถานีบริการนานขึ้น ดังนั้น OR จึงมีการปรับปรุงสถานีบริการให้รองรับระยะเวลาการชาร์จ EV ที่นานขึ้น เพื่อให้ลูกค้าใช้เวลาภายในสถานีบริการเพิ่มมากขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้:

กลยุทธ์ OR เพื่อดันยอดคนเข้า PTT Station 5 ล้านคน/วัน

  • Time Spent Expansion: เพิ่มเวลาใช้บริการจาก 5 นาที เป็น 45 นาที ผ่านการพัฒนาพื้นที่ทั้งสถานีบริการ PTT Station และ OR SPACE รวมถึงบริการเสริมต่างๆ ในสถานีบริการ
  • Energy Transition to EV Charging: ให้ EV Charging เป็นฟังก์ชันหลักที่ดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้สถานีในระยะเวลานานขึ้น และเชื่อมต่อสู่การขยาย Ecosystem ที่สมบูรณ์ภายในสถานี
  • Diverse F&B Ecosystem: ขยายแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งของ OR และพันธมิตร ครอบคลุมร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน, เขียง, Pacamara, QSR (Quick Service Restaurant) ใหม่ และแบรนด์หน้าใหม่ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
  • Lifestyle & Daily Services: เพิ่มบริการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เช่น คลินิกโอบอ้อม, found&found, Otteri เพื่อรองรับบริการใช้ประจำวัน และเพิ่มเวลาการใช้บริการภายในสถานี
  • Traffic Enhancement to OR Ecosystem OR SPACE: ปรับโฉม Ecosystem ของ OR แบบใหม่ในอนาคต เพื่อรองรับ Energy Transition และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ที่เชื่อมต่อกันภายในสถานีบริการ

OR มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสถานีบริการ PTT Station ให้เป็นมากกว่าจุดแวะพักเติมน้ำมัน แต่เป็นศูนย์กลางที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยเป้าหมายที่จะดันยอดคนเข้า PTT Station ให้ได้ 5 ล้านคน/วัน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ

จากแผนธุรกิจที่ OR วางไว้ เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาที่น่าสนใจในสถานีบริการ PTT Station อย่างแน่นอน จับตาดูการเติบโตของ OR และการเปลี่ยนแปลงในวงการธุรกิจพลังงานและค้าปลีกกันต่อไป

ที่มา – OR หวังดันยอดคนเข้า PTT Station ให้ได้ 5 ล้านคน/วัน อยู่นาน-ใช้เงินมากขึ้น

จีนผลิตพลังงานสะอาด สร้างงานสร้างอาชีพชุมชน

OR นำสื่อมวลชนศึกษานวัตกรรมด้านพลังงานและการขนส่งที่ประเทศจีน เจ๋งโมเดลเลี้ยงปลาสร้างอาชีพให้ชุมชนใต้ฟาร์มแผงโซลาร์เซลล์ และรถบินได้ โดยเตรียมผลิตขายเชิงพาณิชย์ในปี 2026

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานและค้าปลีก นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานด้านพลังงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านพลังงานและนวัตกรรมเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เริ่มต้นที่นครกวางโจ บริษัท Baiyun Power Group บริษัทเอกชนชั้นนำ โดนเด่นด้านอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า (Electrical Equipment Solutions) สนับสนุนระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง-แรงดันสูงของจีนมานานกว่า 30 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า นวัตกรรมเด่นๆ เช่น V2G ย่อมาจาก Vehicle-to-Grid หมายถึงเทคโนโลยีที่ให้รถไฟฟ้า (EV) สามารถชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ และในขณะเดียวกันสามารถส่งพลังงาน (ไฟฟ้า) จากแบตเตอรี่ของรถกลับไปที่โครงข่ายไฟฟ้า (grid) ได้ V2G คือ ช่วยสมดุลพลังงานในระบบไฟฟ้า โดยในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟสูง (peak) รถ EV ที่จอดและชาร์จอยู่สามารถดึงพลังงานกลับไปช่วยกริดได้  แต่ V2G ไม่ใช่เทคโนโลยีสมบูรณ์แบบในทุก EV ณ ปัจจุบัน ยังต้องมีรถที่สามรรถรองรับการชาร์จ 2 ทิศทาง ร่วมกับระบบชาร์จที่เหมาะสม 

นอกจากนั้น บริษัทดังกล่าว ยังมีผลิตภัณฑ์ลูกแก้วฉนวนไฟฟ้ารุ่นใหม่ (Glass Insulators) ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ไม่นำไฟ ลดการสูญเสียพลังงานบนสายส่ง ลดโอกาสเกิดไฟลัดวงจรบนเสาส่งไฟฟ้า อายุใช้งานยาวกว่ารุ่นเก่าไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย วัสดุและกาวทนไฟมาตรฐานสูง (Fire-resistant Components) ใช้ในหม้อแปลงและจุดเชื่อมต่อสายไฟ มีชั้นฉนวนกันความร้อนเฉพาะทาง ลดความเสี่ยงความร้อนสะสม

ต่อมาคณะได้เข้าชมงาน Auto Tech Expo 2025 ภาพรวมเป็นงานมหกรรมเทคโนโลยียานยนต์จัดปีละ 1  ครั้ง โดยรวบรวมบริษัทด้านยานยนต์ การขนส่งและการเดินทางทั้งจีนและต่างชาติ ตั้งแต่ Startup ไปจนถึงบริษัทใหญ่ เช่น BYD, Xpeng, Geely ถือเป็นงานที่รัฐบาลจีนมองว่า เป็นหน้าตาของเทคโนโลยีจีนทางด้านยานยนต์และ โมบิลิตี้ (mobility) 

สำหรับไฮไลต์สำคัญในงานปีนี้ ประกอบด้วย Xpeng Flying Car (AeroHT) ซึ่งเป็นโมเดล Land Aircraft Carrier ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ 1. Ground Module — ส่วนตัวรถบก (เหมือนรถบรรทุกขนาดใหญ่/ carrier) ที่รองรับ ผู้โดยสาร 4-5 คน และ 2. Air Module — เป็น eVTOL (เครื่องบินไฟฟ้าที่สามารถขึ้น-ลงแบบดิ่ง) ซึ่งสามารถแยกออกจากตัวรถได้ และบินในโหมด low-altitude ทั้งนี้ เมื่อบินเสร็จแล้ว ตัว air module จะ dock กับ ground module อีกครั้ง — และลูกหมุน (propeller) สามารถพับเก็บได้เพื่อให้เข้ากับตัว ground module ได้  

ทั้งนี้ Ground module ใช้พลังงานแบบ EREV (Extended-Range Electric Vehicle) คือมีแบตเตอรี่ร่วมกับระบบช่วยให้ระยะทางสูงขึ้น โดย Xpeng ประกาศแผนจะเริ่มผลิต Xpeng Flying Car (AeroHT) เชิงพาณิชย์ในปี 2026

นอกจากนั้น ในงาน Auto Tech Expo 2025 ยังมีการจัดแสดงระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Driving Systems) เทคโนโลยีเซนเซอร์ Lidar รุ่นล่าสุด ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่พร้อมใช้งานจริงบนถนนประเทศจีน รวมทั้ง AI ที่เรียนรู้จากโครงสร้างถนนและพฤติกรรมขับขี่จีนโดยเฉพาะ แบตเตอรี่ EV รุ่นใหม่ ชาร์จเร็วขึ้น ใช้นานขึ้น เช่น แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (ต้นทุนต่ำกว่า) แบตเตอรี่ ultra-fast charging สำหรับ EV ขนาดใหญ่ เป็นต้น 

สุดท้ายที่เมืองซัวเถา บริษัท Huaneng Shantou Power Plant (Huaheng Power International) ซึ่งเป็นบริษัทหลักในเครือของ China Huaneng Group Co., Ltd. (CHNG) 1 ใน 5 ผู้ผลิตไฟฟ้าหลักของรัฐ (Five Major Power Generation Groups) ของจีน และเป็นบริษัทที่ผลิตพลังงานสีเขียวหลากหลายรูปแบบที่สุด และยังเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของจีน รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีสัดส่วนการผลิตพลังงานสะอาดสูงถึง 49% เช่น จากพลังงานลม แสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังมีอีกไฮไลท์สำคัญที่ Huaneng Shantou Power Plant คือ Floating Solar Farm ใหญ่ที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง นั่นคือ ระบบโซลาร์เซลล์ติดตั้งบนผิวน้ำกินพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยแผงโซลาร์เซลล์จะทำงานร่วมกับระบบฟาร์มประมง ช่วยลดอุณหภูมิน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ลดการระเหยของน้ำ ประชาชนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งใต้แผงโซลาร์เซลล์ได้ สร้างรายได้เสริม สะท้อน Green Plus Model (Green + X) เช่น Green + Fishing, Green + Agriculture และ Green + Tourism หมายความว่า โครงการพลังงานสะอาดต้อง สามารถสร้างประโยชน์เพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ผลิตพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น

จีนเดินหน้าผลิตพลังงานสะอาด ควบคู่สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน

จากรายงานล่าสุด จีนยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นไปพร้อมกัน โมเดลที่น่าสนใจคือการทำฟาร์มประมงใต้แผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งไม่เพียงแต่ผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่ยังช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมจากการเลี้ยงปลาและกุ้ง นับเป็น Green Plus Model ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ความก้าวหน้าด้านพลังงานสะอาดในจีน

นอกจากนี้ จีนยังได้มีการพัฒนารถบินได้ (Flying Car) และมีแผนที่จะผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานและการขนส่งของโลก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบ V2G (Vehicle-to-Grid) ที่ช่วยให้รถ EV สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการรักษาสมดุลพลังงานในโครงข่ายไฟฟ้า

การเดินหน้าผลิตพลังงานสะอาดของจีนไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการพลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง หากมองในภาพรวม การผลิตพลังงานสะอาดของจีนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประเทศอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไปพร้อมกัน

จีนเดินหน้าผลิตพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน จีนกำลังสร้างโมเดลการพัฒนาที่ยั่งยืนที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อโลก

ที่มา – จีนเดินหน้าผลิตพลังงานสะอาด ควบคู่สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน

Scroll to top