Paotang

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? วิธีโหลดแอปเป๋าตัง

โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” มาวันไหน? ใครยังไม่เคยได้รับสิทธิ อย่าลืมเช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรอรับเงิน 4,000 บาท

หลังจากรัฐบาลได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับประชาชน ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง เริ่มใช้จ่ายวันแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น สำหรับใครที่ลงทะเบียนรับสิทธิไม่ทันในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก ยังมีลุ้นต่อในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 หลังจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ

ซึ่งหากใครที่ไม่ทันเฟสแรก ก็จะได้ 4,000 บาท คาดว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 อาจจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

วิธีโหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้ว

สำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้วนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการกดแบนเนอร์ให้ยืนยันการรับสิทธิ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน?

หลายคนคงสงสัยว่า คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า “รัฐบาลเตรียมนำงบกลางรายการสำรองจ่ายปี 2569 ส่วนหนึ่งมาใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 โดยอาจมีวงเงินใกล้เคียงกับเฟสแรกที่ใช้ไปกว่า 40,000 ล้านบาท โดยจะรวมกับเงินเหลือจากเฟส 1 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบทันตามเป้าหมาย”

สรุปแล้ว คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน นั้น ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน แต่คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมโดยการดาวน์โหลดและติดตั้งแอป “เป๋าตัง” ไว้ล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับเงินสนับสนุนจากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน เช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” รอรับเงิน 4,000 บาท

คนละครึ่งพลัส เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน! รีบใช้

กระทรวงการคลังเผยโครงการ คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว! ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับ 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ รีบใช้จ่ายครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิภายใน 5 ทุ่มวันนี้ (11 พ.ย. 68)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ มีประชาชนเริ่มใช้จ่ายแล้ว 19,701,063 คน แต่ยังมีสิทธิคงเหลือที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายอีก 298,937 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.)

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือยังไม่ได้ทำรายการใช้จ่ายครั้งแรกกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอให้รีบใช้จ่ายภายในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (11 พ.ย. 2568) เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านหมดอายุไปอย่างน่าเสียดาย โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงปลายปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. พบว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการ คนละครึ่งพลัส รวมทั้งสิ้น 30,276.94 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 15,334.35 ล้านบาท และเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 14,942.59 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสะสมแล้วกว่า 19.70 ล้านคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 825,952 ร้านค้า และมีรายการใช้จ่ายสะสมกว่า 215.81 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) สะสมรวมอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ Lineman มียอดสูงสุด 249.74 ล้านบาท, Grab 149.14 ล้านบาท, ShopeeFood 19.82 ล้านบาท และ Robinhood 711,316.97 บาท

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉพาะวันนี้ (11 พ.ย. 68) มียอดใช้จ่ายรวม 593.14 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 568.47 ล้านบาท และผ่านบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) อีก 24.67 ล้านบาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังยังคงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คนละครึ่งพลัส คืออะไร และทำไมต้องรีบใช้?

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยรัฐจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ต้องทำอย่างไร?

หากท่านเป็นหนึ่งใน 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายในโครงการ คนละครึ่งพลัส ขอให้รีบดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิของท่านในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • เติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
  • หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส และใช้จ่ายก่อน 5 ทุ่มของวันนี้ (11 พ.ย. 68)

หากท่านไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด สิทธิของท่านจะถูกตัด และท่านจะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้อีกต่อไป

อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านหมดอายุไปฟรีๆ รีบใช้จ่าย คนละครึ่งพลัส ก่อน 5 ทุ่มวันนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายของท่านเอง!

ที่มา – “คลัง” เผย “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ย้ำ 2.9 แสนสิทธิ รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้

สศค. คาด GDP ไทยปี 68 โตจาก “คนละครึ่งพลัส”

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 เป็นโต 2.4% โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในขณะที่ GDP ปี 2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สศค. ยังคงเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างต่อเนื่อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้ม GDP ไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.4% ปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 2.2% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.9-2.9% ปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ 10% รวมถึงการเร่งส่งออกของภาคเอกชนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 3 ปี 2568

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ที่ -0.2% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลง ทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลและการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานในตลาดโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงติดลบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 และอาจจะไม่เข้าสู่กรอบเงินเฟ้อขั้นต่ำที่ 1% อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 4 และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นได้

ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดที่อาจเกิดขึ้น แต่ สศค. ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนของภาวะดังกล่าว โดยภาวะเงินฝืดจะต้องประกอบด้วยอัตราเงินเฟ้อติดลบ การชะลอตัวของ GDP และกำลังซื้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงไตรมาส 4 จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 33.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 46,570 บาทต่อคนต่อทริป

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่ออกมา เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งพลัส มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังเติบโตเกิน 1% อย่างแน่นอน

ในส่วนของปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 2.0% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวลง -1.5%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 35.5 ล้านคน สร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 47,280 บาทต่อคนต่อทริป นอกจากนี้ การบริโภคที่ขยายตัวดีขึ้นที่ 2.4% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 3.0% จากการเร่งเบิกจ่ายและลงทุนภาครัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569

สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยมีระบบ Data Analytics เพื่อตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย หากพบข้อมูลและหลักฐานเพียงพอ จะระงับการใช้สิทธิ์และระงับการจ่ายเงินร้านค้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการยอมความ เพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อขายในโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เบื้องต้นได้เริ่มระงับสิทธิ์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นร้านค้าไปแล้วประมาณ 6-7 ราย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่จับกุม 3 รายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่ามาจากสาเหตุใด หากสามารถชี้แจงได้ก็จะให้โอกาสคืนสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส มีการใช้จ่ายที่กระจายตัวทั่วประเทศ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ภาคตะวันตกมีการใช้จ่ายน้อยที่สุด เนื่องจากจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ มีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 696,000 ร้านค้า สศค. จึงขอเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ ยังมีเวลาในการเข้าร่วมโครงการฯ และย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะหลอกให้ใครมาติดกับดักเพื่อเสียภาษี แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้ร้านค้ามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจะไม่มีการเก็บภาษีร้านค้าย้อนหลังอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในช่วงต่อไป จะมีการอัพสกิลให้กับร้านค้าในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ร้านค้ามีการปรับตัว เข้าถึงเทคโนโลยี และทำบัญชีรายรับรายจ่ายออนไลน์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ในส่วนของระบบการจ่ายเงิน เช่น การจ่ายเงินกับรถไฟฟ้า ยังคงยืนยันให้เป็นไปตามเกณฑ์เดิม นายวินิจยอมรับว่าการทำโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ มีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงเลือกใช้โมเดลเดิม อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากมีการพิจารณาโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อไป อาจจะมีการหาวิธีการที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าขั้นตอนที่ทำอยู่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการทุจริต

“คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเเรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เเต่ทั้งนี้การเติบโตของ GDP ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วย

ที่มา – สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

สคบ. คุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สกัดขึ้นราคา

สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ล่าสุด สคบ. ได้ออกมาตรการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

รมต.สำนักนายกฯ ได้เรียก ช้อปปี้ แกร็บ ไลน์แมน มาหารือเพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายอาหารไม่ให้ขึ้นราคากับลูกค้าที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พ.ย. 2568 โดยกำชับให้ช่วยคุมราคาอาหารไม่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการขายเกินราคา ด้วยการปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และขอให้จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 เด้ง คือได้ส่วนลด 50% จากการซื้ออาหาร สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน จากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งขอให้ลดค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้าร่วมอีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้กำชับแพลตฟอร์มทั้ง 5 ราย เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน เพิ่มอีก 10 สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเร่งรัดเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สคบ. คุมเข้ม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ป้องกันการขึ้นราคา

มาตรการควบคุมราคาฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ของ สคบ. ถือเป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการขายและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

มาตรการสำคัญในการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส”

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า: เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • จัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม: เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลด 2 เด้ง
  • ลดค่า GP: ลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย: ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค
  • เพิ่มช่องทางร้องทุกข์: อำนวยความสะดวกในการร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

การดำเนินการของ สคบ. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและการสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค จะช่วยให้โครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สคบ.คุม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สั่งปิดแก้เมนู ป้องกันร้านค้าขึ้นราคา

คนละครึ่งพลัส วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มรับทรัพย์!

ประชาชนแห่ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ ขายดีตั้งแต่เช้าตรู่ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 29 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการเริ่มใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” บรรยากาศที่ตลาดศิริวัฒนา หรือ ตลาดธานินท์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ คึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก หลังกระทรวงการคลังเปิดให้ใช้สิทธิเป็นวันแรก ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าดีขึ้นผิดหูผิดตา หลายร้านติดป้ายโครงการคนละครึ่งพลัสไว้หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสังเกตง่ายและดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านของตนเอง

น.ส.ณฌกร จำนงค์วงษ์ ชาวเชียงใหม่ผู้มาใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่มีโครงการนี้หลังรอคอยมานานแล้ว วันแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิจึงรีบเดินทางออกมาซื้อกับข้าวก่อนไปทำงาน หลังจากนี้ก็จะไปสแกนซื้อสินค้าอุปโภคเข้าบ้าน

สำหรับโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนได้บางส่วนในภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพสูงราคาสินค้าขึ้น แต่หลายคนเงินเดือนยังเท่าเดิม

ขณะที่ นางราตรี แซ่ตัน อายุ 65 ปี เจ้าของร้านราตรีผลไม้ เผยว่า ตั้งแต่เปิดให้มีการใช้คนละครึ่งบรรยากาศที่ตลาดก็คึกคัก มีประชาชนออกมาซื้อผลไม้ที่ร้านกันตั้งแต่เช้า ถือว่าโครงการนี้ดีมาก จากก่อนหน้านี้ร้านค้าขายไม่ค่อยดี พอมีโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ประชาชนตื่นตัวออกมาจับจ่ายซื้อของกันตั้งแต่เช้าช่วยกระตุ้นยอดขายได้มาก

ส่วนบรรยากาศพื้นที่ตลาดใต้ (เทศบาล 1) อ.เมือง จ.พิษณุโลก คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนออกมาใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งวันแรก โดยภาพรวมประชาชนพึงพอใจกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ถูกกลุ่มเป้าหมาย โดยช่วงเช้าสามารถสแกนจ่ายเงินได้ปกติ แอปฯ มีขัดข้องบ้าง อาจเกิดจากการใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน

นายสุรศักดิ์ สารีสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านป้าพรหมูปิ้งอาหารเหนือ เผยว่า ยอมรับว่าโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่เข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งที่ร้านมีลูกค้ามาสแกนจ่ายคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้า สามารถใช้จ่ายได้ปกติ ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง เริ่มมีปัญหากับการใช้แอปฯ น่าจะมีการใช้งานเยอะขึ้นบางครั้งลูกค้าไม่สามารถชำระเงินผ่านแอปฯ ได้

ขณะที่ น.ส.รังสิตา ศิริวรรณกุล อายุ 44 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายหมูฝอย เผยว่า ชอบโครงการคนละครึ่งมาก เพราะเข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ และร้านเล็กๆ อย่างตนเองก็ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย ซึ่งโครงการ 10,000 บาทที่ผ่านมา บุคคลที่ได้แทบจะไม่ได้มาจับจ่ายซื้อของในตลาดเลย จะเน้นไปซื้อของชิ้นใหญ่ๆ เช่น โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น เป็นต้น และขอสนับสนุนรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งเฟสต่อไป

ส่วนพื้นที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการร้านค้าหลายแห่ง ได้มีการนำป้ายโครงการฯ มาติดตั้งที่บริเวณหน้าร้านบ้างแล้วบางส่วน สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ นายวรธน บุญรัตน์ เจ้าของร้านมอเตอร์ไซค์ ช.ไพโรจน์ยนต์ (สาขา2) เผยว่า ร้านตนเองเป็นร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ได้สำรองและทุนสินค้าไว้เพื่อให้ลูกค้านั้นเข้ามาใช้สิทธิ์ โดยทางร้านนั้นไม่มีการชาร์จและเพิ่มมูลค่าของสินค้าแต่อย่างใด ยังคงขายในราคาเดิม

ส่วนตัวตนเชื่อมั่นและหวังว่า โครงการนี้จะช่วยให้ยอดขายของร้านดีขึ้น เช่นเดียวกับโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่ตนเคยเข้าร่วมมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด โครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อวัน ถือว่ามีค่ามากสำหรับคนที่ไม่มีจริงๆ หากทางร้านไม่รับ ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง อาจถึงขั้นได้นั่งมองร้านอื่นขาย.

คนละครึ่งพลัส วันแรกสุดปัง!

โครงการ คนละครึ่งพลัส นี้ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด ทำให้ร้านค้าต่างๆ มียอดขายเพิ่มขึ้น และประชาชนก็สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ทำไมคนละครึ่งพลัสถึงได้รับความนิยม?

  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
  • เข้าถึงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ คนละครึ่งพลัส รีบไปใช้กันนะคะ! โครงการดีๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” คนแห่ใช้สิทธิวันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

เริ่มแล้ว! วิธีใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

เปิดขั้นตอนการใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท พร้อมวิธีเติมเงินเข้า G Wallet

หลังจากรัฐบาล เปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว เพื่อหวังลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

โดยวันนี้ (29 ตุลาคม 2568) เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน

ที่สำคัญคือประชาชนที่ได้รับสิทธิแล้วจะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์ตามเงื่อนไขของโครงการ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” จะสามารถใช้สิทธิไปจนถึงวันสิ้นสุดโครงการคือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น.

คนละครึ่งพลัส ใช้ยังไง แนะขั้นตอนใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน อาจจะยังสับสนขั้นตอนการใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงขอนำขั้นตอนการใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง มาฝากดังนี้

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส

2. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์

3. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน

4. กดปุ่ม “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการชำระเงิน

5. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก

6. บันทึกสลิป ทำรายการสำเร็จ

สรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส 2568

1. ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

2. รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

3. จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิ

  • ผู้ยื่นแบบภาษี : 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี : 2,000 บาท/คน

4. สิทธิจะถูกสะสม หากใช้ไม่หมดในแต่ละวันระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน

5. ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น (ค้นหาร้านค้าได้ที่นี่)

6. ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

7. แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตังใช้ง่ายครบจบในแอปฯ เดียว

8. ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี่ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 21:00 น. เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

ช่องทางเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส

สามารถทำได้ 4 ช่องทางดังนี้

1. Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารยูโอบี โดยระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน

2. บัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกอยู่บนแอปฯ เป๋าตัง โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย และผูกบนแอปฯ เป๋าตัง

3. QR PromptPay โดยสแกน QR ด้วย Mobile Banking ทุกธนาคาร

4. ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต โดยเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน.

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

การเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง สามารถทำรายการได้ 4 ช่องทาง ได้แก่

  • เติมเงินผ่าน Banner Paotang Pay
  • เติมเงินผ่าน Banner Krungthai NEXT
  • เติมเงินผ่าน โลโก้บัญชีกรุงไทย
  • เติมเงินผ่าน โลโก้กรุงไทย (หรือธนาคารอื่นๆ)

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : QR พร้อมเพย์

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก QR พร้อมเพย์

5. สแกน QR เพื่อเติมเงินทันที หรือกดบันทึก เพื่อทำการเติมเงินในภายหลัง

6. เลือก สแกน

7. กดปุ่ม เปิดอัลบั้มรูป ระบุ PIN NEXT เพื่อเลือก รูป QR Code ที่เก็บไว้

8. ระบุ จำนวนเงิน

9. ตรวจสอบรายการ แล้วจึงกดยืนยัน

10. ระบุ PIN NEXT

11. ทำรายการสำเร็จ และบันทึกสลิป โดยอัตโนมัติ

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : Krungthai ATM

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก ตู้ ATM

5. ระบบแสดงวิธีการเติมเงินผ่านตู้ ATM

จากนั้นให้ทำขั้นตอนที่ปรากฏในหน้าจอ ดังต่อไปนี้

(1) สอดบัตร ATM

(2) กรุณารอสักครู่

(3) ใส่รหัสบัตร

(4) เลือกเมนู “เติมเงิน”

(5) เลือกเมนู “เติมเงินพร้อมเพย์”

(6) เลือกประเภทบัญชีในบัตร ในที่นี้คือบัตร ATM ที่ผูกกับบัญชีออมทรัพย์

(7) ระบุเลข G Wallet ID 15 หลัก

(8) ระบุจำนวนเงิน

(9) ตรวจสอบ และยืนยันรายการโดยกดตกลง

(10) กรุณารอสักครู่

(11) ตรวจสอบและกดตกลงยืนยันรายการ

(12) กดปุ่ม “ไม่ต้องการ” หยิบบัตรและใบบันทึกรายการ

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นอีกหนึ่งมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมศึกษารายละเอียดและใช้สิทธิให้คุ้มค่าภายในระยะเวลาที่กำหนดนะครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว แนะวิธีใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท

“คนละครึ่งพลัส” เริ่มพรุ่งนี้! เตรียมพร้อม G-Wallet

สรุปเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” พร้อมใช้สิทธิวันแรกพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68! อย่าลืมเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งานแอปฯ เป๋าตังกันด้วยนะ

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับการเตรียมพร้อมการใช้จ่ายนั้น โครงการฯ ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการครบจำนวน 20 ล้านรายไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกินวงเงินสิทธิที่ได้รับ

สำหรับประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95) ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาของโครงการฯ

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว

คนละครึ่งพลัส

เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงแรก ประชาชนสามารถสมัครใช้บริการ G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปฯ “เป๋าตัง” และเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่ายจริง หรือจะทยอยเติมเงินในช่วงเวลาต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน

ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการฯ โดยการซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากพ้นกำหนดนี้ จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ และจะถูกตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) โดยมีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เข้าร่วม 4 ราย ได้แก่ Grab, Lineman, ShopeeFood และ Robinhood

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วดังนี้

  1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ: 523,603 ราย (ร้านค้ารายเดิม 94,669 ราย, ร้านค้ารายใหม่ 428,934 ราย)
  2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: 101,741 ราย (รอร้านค้ายอมรับเงื่อนไข 97,300 ราย, รอดำเนินการตรวจสอบ 4,441 ราย)

ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และสามารถเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โครงการคนละครึ่งพลัสได้รับความสนใจอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิที่รัฐสมทบต่อวันเป็นไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โฆษกกระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนสำเร็จ และขอยืนยันว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายให้กรมสรรพากรแต่อย่างใด

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและใช้สิทธิให้คุ้มค่า เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดใช้สิทธิพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68 แนะเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้า

คนละครึ่งพลัส: สิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียน

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่งพลัส.com หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 908 สิทธิ ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด เมื่อเวลา 05.52 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ขึ้นข้อความสิทธิคงเหลือโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 908 สิทธิ

ต่อมาเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดให้ลงทะเบียน พบว่าระบบขึ้นข้อความว่า “มีผู้ลงทะเบียนครบตามวงเงินสิทธิ” เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสครบแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยการกดผ่านแบนเนอร์ของโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ.

คนละครึ่งพลัส ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการกับภาครัฐในอัตราส่วนที่กำหนด ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า

ทำไมสิทธิคนละครึ่งพลัสถึงเต็มเร็ว?

ความนิยมของโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิทธิเต็มเร็ว เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์โครงการของภาครัฐก็มีส่วนช่วยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ อาจจะต้องรอติดตามข่าวสารจากภาครัฐเกี่ยวกับโครงการอื่นๆ ที่อาจจะเปิดให้ลงทะเบียนในอนาคต หรือพิจารณาโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบและการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้

ถึงแม้ว่าสิทธิคนละครึ่งพลัสจะเต็มแล้ว แต่ก็ยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อแท้และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มา – www.คนละครึ่งพลัส.com ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียนเพิ่มเช้านี้

คนละครึ่งพลัส: กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนร้านค้าร่วม!

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า โอกาสดีๆ ที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด!

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนผู้ประกอบการรายย่อย สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com (สำหรับร้านค้ารายใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อยในเครือข่าย เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริมกว่า 100,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจบริการ และร้านอาหาร Thai SELECT การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยเพิ่มรายรับให้กับธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชน คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 88,000 ล้านบาท

ทำไมต้องเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส?

  • เพิ่มยอดขาย: ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น
  • ขยายฐานลูกค้า: เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หลากหลาย
  • ประชาสัมพันธ์ร้านค้า: สร้างการรับรู้และโปรโมทร้านค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่าย: รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุน

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า “คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมฯ เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ในครั้งนี้ ได้เกือบทุกราย” หลังจากโครงการเสร็จสิ้น กรมฯ จะรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อดี ข้อขัดข้อง และหาแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนที่จะจัดหลักสูตรการบริหารจัดการธุรกิจ และให้ความรู้ที่จำเป็นด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐบาลในอนาคต

ปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผู้ประกอบการที่อยู่ในความดูแลกว่า 100,000 ราย ประกอบด้วยร้านโชห่วย 23,932 ราย, ธุรกิจแฟรนไชส์ (แฟรนไชซี) ที่มีสาขาทั่วประเทศ 60,497 ราย, ธุรกิจบริการ 26,143 ราย และร้านอาหาร Thai SELECT 463 ร้าน โดยผู้ประกอบการจำนวนมากเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 มาแล้ว

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 อย่าพลาดโอกาสในการเพิ่มรายได้และขยายธุรกิจของคุณ!

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน หากโครงการประสบความสำเร็จ จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างแน่นอน

ที่มา – กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนผู้ประกอบการรายย่อย สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

Scroll to top