Soft Power ไทย

ศุภจี เยือนปารีส ติดตามความพร้อมนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล”

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสุดปังที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยมาฝากกัน เพราะล่าสุดนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อติดตามความพร้อมในการจัดนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่า “ราชพัสตราสู่สากล” ซึ่งถือเป็นการโชว์ศักยภาพและความวิจิตรของผ้าไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์ค่ะ

ศุภจี เยือนปารีส ติดตามความพร้อมนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล”

การจัดงานในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโชว์ผ้าไทยธรรมดาๆ แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านแฟชั่นชั้นสูง โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและฝรั่งเศสที่มีมาอย่างยาวนานถึง 170 ปี ใครที่เป็นสายแฟชั่นหรือหลงใหลในศิลปะไทย บอกเลยว่าต้องห้ามพลาดค่ะ

ความพิเศษของนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล”

ภายในงานมีการจัดแสดงฉลองพระองค์ชิ้นประวัติศาสตร์ เริ่มตั้งแต่ยุคของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการอนุรักษ์ผ้าไทย จนมาถึงฉลองพระองค์ร่วมสมัยของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โดยความสำคัญของงานนี้สรุปได้ดังนี้:

  • เป็นการยกระดับผ้าไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่รันเวย์ในระดับสากลอย่างเต็มตัว
  • เผยแพร่ความประณีตของการปักเย็บและการออกแบบตามสไตล์ไทยร่วมสมัย
  • ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Soft Power ของไทยในเวทีโลก

หากถามว่านิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” จัดขึ้นที่ไหน ก็คือที่พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) ณ กรุงปารีส ซึ่งเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นี้เท่านั้นนะคะ ถือเป็นโอกาสทองที่คนรักศิลปะจะได้เห็นแฟชั่นระดับ Masterpiece ที่มีการนำเอาความวิจิตรบรรจงของผ้าไทยมาดีไซน์ให้มีความทันสมัย สวยงาม และเข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างไร้ที่ติ

บทสรุปของงานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่คือความตั้งใจของกระทรวงพาณิชย์ที่พยายามผลักดันวัฒนธรรมไทยให้ไปไกลระดับโลก หากใครมีแพลนไปฝรั่งเศส อย่าลืมแวะไปสัมผัสความอลังการของนิทรรศการนี้ด้วยตาตัวเองนะคะ แล้วคุณจะหลงรักผ้าไทยมากกว่าที่เคยค่ะ

ที่มา – ศุภจี เยือนปารีส ติดตามความพร้อมนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” โชว์ความวิจิตรผ้าไทยสู่เวทีโลก

สงกรานต์ไทยอันดับ 1 โลก เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

เพื่อนๆ ที่รักการเที่ยวและวัฒนธรรมไทยต้องไม่พลาดข่าวดีเดือดนี้เลยนะ! สงกรานต์ไทยอันดับ 1 โลก เรียกนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาร่วมสาดน้ำ สร้างความสุขแบบไทยแท้ๆ จนประเทศไทยคว้าตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดฮิตเดือนเมษายน 2567 จาก Big 7 Travel สื่อดังจากอังกฤษ คาดการณ์เงินสะพัดกว่า 30,000 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมกว่า 6.5 ล้านคนทั้งไทยและต่างชาติ งานนี้เศรษฐกิจคึกคักแน่นอน!

สงกรานต์ไทยอันดับ 1 โลก ดึงดูดใจนักเดินทางทั่วโลกร่วมฉลอง

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เล่าว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้พิเศษสุด เพราะเป็นมรดกโลก UNESCO ที่ขึ้นทะเบียนปี 2566 ทำให้โลกหลงรักความสนุก มิตรภาพ และความอบอุ่นแบบไทยๆ ไม่ใช่แค่สาดน้ำ แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจคนทุกวัย ทุกชาติ ไม่ว่าจะครอบครัว ญาติมิตร หรือแม้แต่คนแปลกหน้า ยิ้มให้กัน แบ่งปันความสุข สร้างความทรงจำสุดประทับใจ

“สงกรานต์ไทยไม่ใช่แค่เทศกาลสนุกๆ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสัมพันธ์” รัฐมนตรีฯ กล่าวแบบชัดเจน โลกสัมผัสได้ถึงเสน่ห์นี้จริงๆ ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ทุกมุมเมืองคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่มาสนุกสุดเหวี่ยง

ปรากฏการณ์วัฒนธรรมไทยไปไกล Nike เปิดตัวรองเท้า Som Tum

นอกจากนี้ ยังมีเซอร์ไพรส์จากแบรนด์ดัง Nike ที่หยิบ “ส้มตำ” อาหารไทยสุดฮิตมาออกแบบรองเท้า Nike Dunk Low “Som Tum” สีส้ม เขียว ขาว สื่อถึงมะละกอ พริกขี้หนู ลายครกสาก กระติ๊บข้าว ถุงข้าวหอมมะลิ และปักคำว่า “ไนกี้” เป็นภาษาไทย! นี่คือตัวอย่างทุนวัฒนธรรมไทยที่ต่อยอดสู่แฟชั่นระดับโลก สร้างมูลค่าใหม่ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์

รัฐมนตรีฯ ขอบคุณคนไทยทุกคนที่เป็นเจ้าบ้านดีเยี่ยม ร่วมกิจกรรม “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” แสดงน้ำใจ รอยยิ้มไทยแท้ ทำให้ สงกรานต์ไทยอันดับ 1 โลก ตราตรึงใจทุกคน

วธ.ชวนเที่ยวต่อ 18 จังหวัด สงกรานต์ยังไม่จบ!

แม้วันหยุดหลักผ่านไป แต่สงกรานต์ยังคึกคักต่อในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี สมุทรปราการ อุทัยธานี น่าน กระทรวงวัฒนธรรมยกระดับ 18 จังหวัด + กรุงเทพฯ เป็นเมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยว รักษาคุณค่าท้องถิ่นผสมสมัยใหม่ สร้างจุดขายวัฒนธรรมใหม่ๆ

  • 5 เมืองอัตลักษณ์: เชียงใหม่, ขอนแก่น, ชลบุรี, สมุทรปราการ, นครศรีธรรมราช
  • 13 เมืองน่าเที่ยว: บุรีรัมย์, อุทัยธานี, นครราชสีมา, นครสวรรค์, สุรินทร์, น่าน, หนองคาย, เชียงราย, พัทลุง, ภูเก็ต, ลพบุรี, สงขลา, กาญจนบุรี
  • กรุงเทพฯ: เดอะพรอมานาด, เทอร์มินอล 21 พระราม 3, เทอร์มินอล 21 อโศก, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, ถนนข้าวสาร, วัดสุทัศน์ + 50 วัด 50 เขต

ใครยังไม่ได้เที่ยว ลุยเลย! ไปสัมผัสประเพณีดั้งเดิมผสมกิจกรรมสร้างสรรค์ รองรับนักท่องเที่ยวเต็มที่

สรุปแล้ว สงกรานต์ไทยอันดับ 1 โลก ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่คือพลังอ่อนโยนของไทยที่ชนะใจโลก สร้างรายได้มหาศาลและความภาคภูมิใจ ชวนทุกคนเที่ยวต่อ รักษาวัฒนธรรมให้ยั่งยืน จะได้สร้างความสุขแบบนี้ทุกปีนะ!

คุณล่ะ พร้อมไปสาดน้ำ ชิมส้มตำ สนุกสงกรานต์ไทยแบบไหน? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ หรือวางแผนเที่ยว 18 จังหวัดเด็ดเหล่านี้เลย รับรองฟินสุดๆ!

ที่มา – สงกรานต์ไทยกระหึ่ม คว้าอันดับ 1 โลก คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน วธ.เปิดลิสต์ 18 จังหวัด ชวนเที่ยวต่อ

อัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” วัดปากน้ำ สู่สงกรานต์ไอคอนสยาม

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาพร้อมความพิเศษสุดๆ เลยนะคะ! อัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” วัดปากน้ำ องค์จำลองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุ 700 ปี จากวัดปากน้ำ จังหวัดอุบลราชธานี มาประดิษฐานให้ทุกคนได้สรงน้ำทำบุญในงาน “สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน” ที่ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ ถือเป็นครั้งแรกที่วัดอนุญาตให้นำองค์หลวงพ่อเงินออกนอกพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงศรัทธาจากลุ่มน้ำมูลสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รับรองว่ามาแล้วคุ้มแน่นอน!

อัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” วัดปากน้ำ ประดิษฐานงาน “สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน”

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ไอคอนสยามจัดพิธีอัญเชิญ หลวงพ่อเงิน 700 ปี (องค์จำลอง) อย่างนอบน้อม โดยมีพระศรีวิสุทธิมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) เปิดเผยรายละเอียดให้ทราบ งานนี้จัดภายใต้แนวคิด “มหาศรัทธาแห่งแม่น้ำมูล สู่ปฐพีบุญลุ่มน้ำเจ้าพระยา” เพื่อยกระดับประเพณีสงกรานต์ไทยให้เป็น Soft Power สู่สายตาชาวโลก พิธีเปิดได้รับเกียรติจากนางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน

ไฮไลต์สำคัญคือโอกาสสรงน้ำหลวงพ่อเงินสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รับพรแห่งความเป็นสิริมงคล ปกป้องคุ้มครองให้พ้นภัย ไม่ว่าจะเป็นชาวกรุงหรือนักเดินทางจากทั่วสารทิศ งานสงกรานต์ที่ไอคอนสยามปีนี้คึกคักสุดๆ มีกิจกรรมสนุกๆ มากมาย ทั้งสาดน้ำ ดนตรีสด ชมนิทรรศการวัฒนธรรมอีสาน และของดีจากอุบลราชธานี

ประวัติหลวงพ่อเงิน วัดปากน้ำ อายุ 700 ปี

หลวงพ่อเงิน เป็นพระพุทธรูปเงิน ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนล้านช้าง สูงราวศอกคืบ มีพรรณฐานงดงาม อายุราว 700 ปี ถือเป็นพระชัยหลังช้างแห่งแผ่นดินอีสาน ประจำกองทัพพระวอ-พระตา ในการสถาปนาเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย เคยร่วมศึกเดียวกันกับกองทัพสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ในคราวอัญเชิญพระแก้วมรกตสู่กรุงธนบุรี

พระองค์ถูกขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2515 ณ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ บริเวณบ้านปากน้ำ (บุ่งสระพัง) ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี จากนิมิตของ หลวงปู่เจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ (ญาท่านบุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) ที่เห็นลำแสงพุ่งขึ้นจากดงพระคเณศ ทำให้เกิดการค้นหาและอัญเชิญขึ้นจากพื้นดิน ปฐมเหตุแห่งความศรัทธาที่ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ 54 ปี

สายสืบทอดมหาทิพย์มนต์ของหลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์

หลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการค้นพบหลวงพ่อเงิน ท่านเรียนรู้มหาทิพย์มนต์ทั้ง 5 จากสายสืบตรงจากค่ายบ้านดอนมดแดง เมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย ลำดับครูบาอาจารย์มีดังนี้:

  • ญาท่านเฒ่า: พระมหาเถระผู้อพยพมากับกองทัพพระวอ-พระตา นำสรรพวิทยามหาทิพย์มนต์ทั้ง 5 และศาสตร์ช่างศิลป์มาสอนชาวเมือง สร้างพระธาตุผาแก้ว (พระธาตุพระแก้ว) เป็นอาจารย์ของครูบาธรรมวงศ์
  • ครูบาธรรมวงศ์: วัดบ้านผาแก้ว (บ้านพระแก้ว) อายุยืน 135 ปี เรียนมนต์ทั้ง 5 จากญาท่านเฒ่า เป็นอาจารย์หลวงปู่ดีโลด และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส)
  • พระครูวิโรจน์รัตโนบล (รอด นนฺตโร) หรือหลวงปู่ดีโลด วัดทุ่งศรีเมือง ผู้บูรณะพระธาตุพนม เรียนมนต์และช่างศิลป์จากครูบาธรรมวงศ์
  • หลวงปู่เจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล): เรียนจากหลวงปู่ดีโลด ผู้มีนิมิตนำไปสู่การค้นพบหลวงพ่อเงิน

สายธารแห่งศรัทธานี้แสดงให้เห็นถึงพลังวัฒนธรรมอีสานที่ลึกซึ้ง เชื่อมโยงอดีตสู่อนาคตผ่านหลวงพ่อเงิน

การ อัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” วัดปากน้ำ ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งของสงกรานต์ แต่ยังเป็นการเผยแพร่เรื่องราวบุญบารมีให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ในยุคที่ Soft Power ไทยกำลังรุ่งเรือง งานนี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์วัฒนธรรมไทยได้อย่างงดงาม

ใครที่กำลังหาที่เที่ยวสงกรานต์กรุงเทพฯ แนะนำเลยค่ะ ไปไอคอนสยาม สรงน้ำหลวงพ่อเงิน ขอพรปีใหม่ไทย รับรองปีนี้ปังแน่นอน! อย่าพลาดโอกาสบุญใหญ่แบบนี้ ไปกันเถอะ!

ที่มา – อัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” วัดปากน้ำ ประดิษฐานงาน “สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน”

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดันสินค้า GI ไทย ซีรีส์วาย รุก Gen Z

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการส่งเสริมสินค้าไทยที่กำลังจะทำให้สินค้า GI ไทย ซีรีส์วาย กลายเป็นกระแสฮอตฮิตไปทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่หลงใหลในซีรีส์วายสุดปัง กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่รอช้า จับมือกับ Mojo Muse Management บริษัทโปรดักชันชั้นนำ เพื่อผลักดันสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยให้โลดแล่นผ่านสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทีวี สตรีมมิงออนไลน์ หรือแม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์

สินค้า GI ไทย ซีรีส์วาย: กลยุทธ์รุกตลาด Gen Z ด้วย Soft Power

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เปิดเผยถึงนโยบายเชิงรุกนี้ในการลงนาม MOU กับ Mojo Muse โดยมีเหล่านักแสดงชื่อดังอย่าง ปีเตอร์ ปรัตถกร ดวงสว่าง, บี อภิสิทธิ์ แสงมิ่ง, อิง ธนัชชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ มีน่ากิ รุมณียา บรรดาประณีต บุณยทรรพ มาร่วมเป็นสักขีพยานสุดคูล ทำให้งานนี้คึกคักไปด้วยพลังแห่งความบันเทิง

ไอเดียหลักคือการนำเสนออัตลักษณ์ของ สินค้า GI ไทย ซีรีส์วาย ผ่านเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ผสานวิถีชีวิตชุมชนผู้ผลิต และเรื่องราวการผลิตที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ใช่แค่โฆษณาแบบธรรมดา แต่จะออกแบบเมนูอาหารสุดครีเอทีฟโดยใช้วัตถุดิบ GI จริง ๆ ถ่ายทำสถานที่ผลิตจริง เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความงดงามของแหล่งกำเนิดสินค้า

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คืออะไร และทำไมถึงเหมาะกับซีรีส์วาย

สินค้า GI หรือ Geographical Indication คือเครื่องหมายที่รับรองว่าสินค้ามีคุณภาพเฉพาะตัวจากแหล่งกำเนิด เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้, ผ้าทอมือบ้านพร้าว, ทุเรียนภูเขาไฟตาคือ, มะม่วงน้ำดอกไม้ sea cell, หรือกาแฟดอยช้าง เหล่านี้คือตัวอย่างสินค้า GI ไทย ซีรีส์วาย ที่จะถูกหยิบยกมาใช้ในฉากกิน ดื่ม ทำอาหาร สร้างความผูกพันทางอารมณ์ให้ผู้ชม

กระแสซีรีส์วายหรือ BL (Boys’ Love) กำลังบูมทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ชอบคอนเทนต์ที่ genuine มีสาระ สะท้อน lifestyle และ cultural value การสอดแทรก สินค้า GI ไทย ซีรีส์วาย จะช่วยให้ตัวละครเรียนรู้ขั้นตอนผลิตที่ประณีต สร้าง awareness และ emotional connection ได้อย่างลงตัว

  • เพิ่มการรับรู้แบรนด์: ทำให้สินค้า GI ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย ไม่ใช่แค่สินค้าท้องถิ่นเก่า ๆ
  • ขยายตลาดต่างประเทศ: ผู้ชมต่างชาติจะสนใจสั่งซื้อออนไลน์ หรือท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์
  • กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน: รายได้หมุนเวียน สร้างงานยั่งยืน
  • เสริม Soft Power ไทย: ซีรีส์วายคือเครื่องมือทรงพลังในการโปรโมทวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ยังมีแผนใช้แหล่งผลิตเป็นโลเคชันถ่ายทำจริง เช่น ถ่ายฉากกินทุเรียนภูเขาไฟท่ามกลางสวนภูเขาไฟ หรือชงกาแฟดอยตุงในรีสอร์ทชุมชน จะทำให้ผู้ชมอยากไปเยือนทันที สร้างท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

โอกาสทองสำหรับผู้ผลิต GI และแฟนซีรีส์วาย

ความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่โปรโมท แต่เป็นการยกระดับภาพลักษณ์สินค้า GI ให้เข้ากับยุคดิจิทัล ผู้ผลิตชุมชนจะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากยอดขายพุ่ง และชื่อเสียงไปไกล สำหรับแฟน ๆ Gen Z แล้ว นี่คือโอกาสได้เห็นไอดอลโปรดกินใช้สินค้าไทยแท้ ๆ พร้อมเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังที่น่าประทับใจ

ในมุมมองของผม นี่คือกลยุทธ์อัจฉริยะที่ผสมผสาน entertainment กับ economy ได้อย่างลงตัว ไทยเรามี GI กว่า 100 รายการแล้ว และการใช้ซีรีส์วายจะทำให้มันกลายเป็น global icon แน่นอน

คุณล่ะ คิดว่าสินค้า GI ไหนเหมาะกับซีรีส์วายเรื่องต่อไป? ลองแชร์ในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนสินค้าไทยแท้ ๆ กันเถอะ!

ที่มา – กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดันสินค้า GI ไทย โลดแล่นใน “ซีรีส์วาย” รุกตลาด Gen Z

รัฐบาลชวนใส่ผ้าไทยดัน Soft Power

รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสืบสานพระราชปณิธานและเฉลิมพระเกียรติ ส่งเสริมการใส่ชุดผ้าไทย ผลักดัน Soft Power สืบสานภูมิปัญญาไทย สร้างงาน สร้างรายได้ หนุนเศรษฐกิจชุมชนสู่เวทีโลก

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับนานาชาติ ส่งเสริมสนับสนุนผ้าไทย เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินโครงการ พร้อมสนับสนุน ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพระดำรัสสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ความว่า

“ขอเชิญสตรีไทยทุกวัยนะคะ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ น้องๆ LGBTQ พี่ๆ LGBTQ ทุกท่าน ที่มีจิตใจเป็นหญิงนะคะ ทุกท่านที่อยู่วงการแฟชั่นและไม่แฟชั่น คนไทยทุกอายุทุกท่านเลย ก็อยากเชิญชวนให้ใส่ชุดไทยทั้ง 8 แบบอย่างภาคภูมิใจนะคะ แล้วก็ใส่ให้มีความเข้าใจ ใส่ให้คนรู้ทั่วโลกว่านี่เรามาจากประเทศไทย แล้วเราใส่อย่างถูกต้องตามหลักที่ทรงพระราชทานและออกแบบ คัตติ้งถูก ทุกอย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องสีเรื่องการทอก็แล้วแต่ทุกคนจะสรรหา”

ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาไทย คณะออกแบบแฟชั่นสิ่งทอจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับทูตานุทูต และนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านแฟชั่นในระดับนานาชาติ และยังเป็นการขยายความร่วมมือผ่านเส้นทางทางการทูต ชูผ้าไหม Soft Power ไทยสู่ระดับโลก

รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ การรณรงค์ให้ประชาชนหันมาสวมใส่ผ้าไทยไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การผลักดันให้ผ้าไทยเป็น Soft Power จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงดงามของผ้าไทยมากยิ่งขึ้น

รัฐบาลเชิญชวนสวมใส่ชุดผ้าไทยดัน Soft Power

การที่รัฐบาลออกมาเชิญชวนให้สวมใส่ชุดผ้าไทยและผลักดัน Soft Power นั้น เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับพระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการสืบสานและอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้คนไทยหันมาสนใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากยิ่งขึ้น

ทำไมต้องสนับสนุนการสวมใส่ชุดผ้าไทยดัน Soft Power?

  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: ผ้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การรักษาและสืบทอด
  • สร้างรายได้ให้ชุมชน: การสวมใส่ผ้าไทยเป็นการสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ประกอบการในชุมชน
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก: การซื้อผ้าไทยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
  • สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ: ผ้าไทยเป็น Soft Power ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติ

รัฐบาลขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ให้ใช้และสวมใส่ชุดผ้าไทยเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้กับผู้ประกอบการในชุมชน อันเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดการหมุนเวียนในห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจระดับประเทศต่อไป

มาร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน Soft Power ของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลกกันเถอะ การสนับสนุนผ้าไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อเสื้อผ้า แต่เป็นการสนับสนุนชุมชน สนับสนุนเศรษฐกิจ และสนับสนุนวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – รัฐบาลเชิญชวนสวมใส่ชุดผ้าไทยดัน Soft Power สอดคล้องพระดำรัส “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”

Scroll to top