Wolverhampton Wanderers

วูล์ฟส์ คว้าตัวกองหน้า อาร์มสตรอง จากเซาแธมป์ตัน

วูล์ฟส์ คว้าตัวกองหน้า อาร์มสตรอง จากเซาแธมป์ตัน เรียบร้อยแล้ว! การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดดไลน์สุดสำคัญ โดยวูล์ฟส์จ่ายเงินเริ่มต้น 7 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวอดัม อาร์มสตรอง วัย 28 ปี มาร่วมทีม สัญญา 3 ปีครึ่ง นับเป็นการเสริมทัพที่คาดหวังว่าจะช่วยพลิกเกมให้ทีมที่กำลังดิ้นรนในพรีเมียร์ลีก

วูล์ฟส์ คว้าตัวกองหน้า อาร์มสตรอง จากเซาแธมป์ตัน ก่อนรับนักเตะใหม่รายต่อไป

การเซ็นสัญญาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากวูล์ฟส์ขายจอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซ่น ไปยังคริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 48 ล้านปอนด์ ซึ่งช่วยปลดล็อกงบประมาณให้ทีมได้ทันที ปัจจุบันวูล์ฟส์รั้งอันดับท้ายตารางพรีเมียร์ลีก ห่างจากโซนปลอดภัย 18 คะแนน และเตรียมตัวสำหรับการตกชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลหน้า

กุนซือร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “อดัมตื่นเต้นมากที่จะมาร่วมทีม เขาเป็นนักสู้ตัวจริงและมีคุณสมบัติที่เราต้องการตอนนี้ เขาอยากเล่นให้วูล์ฟส์จริงๆ ทำให้วันนี้เป็นวันที่ยอดเยี่ยมสำหรับสโมสร”

ประวัติและฟอร์มการเล่นของ อาร์มสตรอง

อาร์มสตรองอยู่กับเซาแธมป์ตันมา 4 ปีครึ่งครึ่ง หลังย้ายจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในปี 2021 เขายิงไป 43 ประตูจาก 174 นัด ในฤดูกาลนี้ยิง 11 ประตูจาก 32 นัด เริ่มต้นอาชีพกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และเคยยืมตัวกับเวสต์บรอมวิช อัลเบียน คู่ปรับของวูล์ฟส์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

เอ็ดเวิร์ดส์ชื่นชมว่า “ผมชื่นชอบเขามานาน เขาเป็นกองหน้าที่อันตราย สามารถเล่นปีกได้ด้วย แต่หลักๆ คือกองกลางตัวเป้า เราจะนำคนเข้ามาเฉพาะคนที่ช่วยทีมทั้งในและนอกสนาม”

  • ค่าตัวเริ่มต้น: 7 ล้านปอนด์
  • สัญญา: 3.5 ปี
  • ประตูฤดูกาลนี้: 11 ลูก
  • จุดเด่น: นักสู้, ยิงประตูเก่ง, ยืดหยุ่นตำแหน่ง

การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ใช่แค่นักเตะคนเดียว เพราะยังคาดว่าจะมีแองเจล โกเมส มิดฟิลด์จากมาร์เซย ยืมตัวมาร่วมทีมด้วย วูล์ฟส์กำลังวางแผนใหญ่เพื่อรับมือฤดูกาลหน้า โดยเฉพาะถ้าตกชั้นจริง

แฟนบอลวูล์ฟส์ต่างคาดหวังว่าอาร์มสตรองจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงและความกระหายสู่ความสำเร็จ เขาอาจช่วยทีมหนีตกชั้นได้ทันเวลา หรืออย่างน้อยก็เป็นกำลังหลักในแชมเปี้ยนชิพ

นอกจากนี้ การขายลาร์เซ่นยังช่วยให้วูล์ฟส์มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น สามารถลงทุนในนักเตะอื่นๆ ได้ การเสริมทัพแบบนี้แสดงถึงวิสัยทัศน์ของบอร์ดบริหารที่มองไกล

ผลกระทบต่อวูล์ฟส์และเซาแธมป์ตัน

สำหรับเซาแธมป์ตัน การเสียอาร์มสตรองอาจกระทบแนวรุก แต่พวกเขาก็ได้เงินก้อนโต สำหรับวูล์ฟส์ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน

ติดตามข่าวสารฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ว่าอาร์มสตรองจะช่วยวูล์ฟส์ได้มากแค่ไหน!

ที่มา – Wolves snap up striker Armstrong from Southampton

พาเลซเซ็นสัญญา สตรานด์ ลาร์เซ่น ดีล 48 ล้านปอนด์

พาเลซเซ็นสัญญา สตรานด์ ลาร์เซ่น ดีล 48 ล้านปอนด์ สร้างประวัติศาสตร์สโมสร

คริสตัล พาเลซ ประกาศเซ็นสัญญากับ จอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ จากวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส อย่างเป็นทางการแล้ว โดยดีลนี้มีมูลค่าสูงสุดถึง 48 ล้านปอนด์ ซึ่งกลายเป็นการย้ายทีมที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรทันที การคว้าตัวนักเตะรายนี้มาจะช่วยเสริมเกมรุกของพาเลซให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในฤดูกาลใหม่

สตรานด์ ลาร์เซ่น วัย 24 ปี แสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ย้ายมาอยู่กับวูล์ฟส์แบบยืมตัวจากเซลต้า บีโก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายิงไป 13 ประตู จากการลงสนาม 37 นัดในพรีเมียร์ลีก ทำให้กลายเป็นดาวยิงตัวฉกาจที่ทีมใหญ่ให้ความสนใจ ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่ง รวดเร็ว และจบสกอร์คมกริบ เขาจะเข้ามาเป็นตัวหลักแทนที่ของเอเบเรชี่ เอเซ่ ที่อาจย้ายออกจากทีม

รายละเอียดดีลพาเลซเซ็นสัญญา สตรานด์ ลาร์เซ่น ดีล 48 ล้านปอนด์

ดีลนี้ประกอบด้วยค่าฉีกสัญญาเริ่มต้น 28 ล้านปอนด์ บวกโบนัสอีก 20 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับผลงานของนักเตะและทีม สัญญาของเขากับพาเลซจะมีระยะเวลา 5 ปี โดยนักเตะจะสวมเสื้อหมายเลข 9 ซึ่งเป็นเบอร์สุดคลาสสิกของสโมสร นอกจากนี้ พาเลซยังจ่ายเงินเพิ่มให้วูล์ฟส์เพื่อยุติสัญญายืมตัวก่อนกำหนด ทำให้ดีลนี้สมบูรณ์แบบทั้งสองฝ่าย

  • มูลคดีล: สูงสุด 48 ล้านปอนด์ (แพงสุดในประวัติศาสตร์พาเลซ)
  • ระยะสัญญา: 5 ปี
  • หมายเลขเสื้อ: 9
  • จุดเด่นนักเตะ: ยิง 13 ประตูฤดูกาลที่แล้ว

การตัดสินใจทุ่มทุนครั้งนี้ของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมพาเลซ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการลุ้นท็อป 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก หลังจากฤดูกาลที่แล้วทีมทำผลงานได้ดีเกินคาด ด้วยการเอาชนะแอสตัน วิลล่า 5-0 ในนัดสำคัญ สตรานด์ ลาร์เซ่น จะช่วยเพิ่มมิติในเกมรุก โดยเฉพาะการเล่นคู่กับฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ที่ทำแอสซิสต์ได้เยอะ

ผลกระทบต่อทีมพาเลซหลังพาเลซเซ็นสัญญา สตรานด์ ลาร์เซ่น ดีล 48 ล้านปอนด์

แฟนบอลพาเลซต่างตื่นเต้นกับดีลนี้ เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สตรานด์ ลาร์เซ่น มีสถิติยิงประตูต่อนาทีลงสนามสูงในบรรดากองหน้าพรีเมียร์ลีก เขาจะช่วยแก้ปัญหาการขาดดาวยิงตัวเก่งที่ทีมเผชิญมานาน อย่างไรก็ตาม วูล์ฟส์อาจเสียดายที่ปล่อยตัวนักเตะที่เพิ่งฟอร์มฮอตไปแบบนี้ แต่พวกเขาก็ได้เงินก้อนโตมาพัฒนาทีมต่อ

ในแง่การแข่งขัน พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024/25 จะดุเดือดยิ่งขึ้น พาเลซมีโอกาสลุ้นยูโรป้า ลีก หากสตรานด์ ลาร์เซ่นปรับตัวได้เร็ว นักเตะนอร์เวย์รายนี้เคยเล่นในลาลีกากับเซลต้า บีโก และลูเซิร์นในสวิส ทำให้มีประสบการณ์หลากหลาย เขาจะเป็นกุญแจสำคัญในการพาทีมก้าวสู่ระดับสูงกว่าเดิม

นอกจากนี้ ดีลนี้ยังสะท้อนเทรนด์การย้ายทีมในตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ทีมกลางตารางอย่างพาเลซกล้าทุ่มเพื่อแข่งกับยักษ์ใหญ่ การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ซื้อตัว แต่เป็นการสร้างอนาคตให้สโมสร

ความคาดหวังจากแฟนบอล

  • ยิงอย่างน้อย 15 ประตูในลีก
  • ช่วยทีมติดท็อป 8
  • กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเซลเฮิร์สต์ พาร์ค

สุดท้ายแล้ว พาเลซเซ็นสัญญา สตรานด์ ลาร์เซ่น ดีล 48 ล้านปอนด์ ถือเป็นการย้ายทีมที่ชาญฉลาดที่สุดในซัมเมอร์นี้ แฟนบอลควรจับตาดูเจ้าตัวในนัดเปิดฤดูกาล คุณคิดอย่างไรกับดีลนี้ ลองคอมเมนต์บอกเราด้วยนะ!

ที่มา – Palace sign Strand Larsen in deal worth up to £48m

วูล์ฟส์รับข้อเสนอใหม่ 48 ล้านปอนด์ สตรานด์ ลาร์เซ่น

ข่าวใหญ่ในตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก! วูล์ฟส์รับข้อเสนอใหม่ 48 ล้านปอนด์ สตรานด์ ลาร์เซ่น จากคริสตัล พาเลซเรียบร้อยแล้ว หลังจากดีลนี้เคยสะดุดไปก่อนหน้านี้ ทำให้แฟนบอลวูล์ฟส์และพาเลซต้องลุ้นกันตัวโก่ง

วูล์ฟส์รับข้อเสนอใหม่ 48 ล้านปอนด์ สตรานด์ ลาร์เซ่น

สัปดาห์ที่แล้ว สองสโมสรบรรลุข้อตกลงในหลักการมูลค่า 50 ล้านปอนด์ สำหรับการย้ายของดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ เยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซ่น ไปยังเซลเฮิร์สต์ พาร์ค เพียงแค่รอให้พาเลซส่งข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรที่ตรงตามมูลค่าที่คุยกัน ก็จะเซ็นสัญญาได้ทันที

แต่แล้ว BBC Sport รายงานว่า ข้อเสนอลายลักษณ์อักษรไม่เคยมาถึง เพราะพาเลซแจ้งว่าต้องการถอนตัวจากดีล สาเหตุมาจากความกังวลเรื่องต้นทุนรวมของสัญญา ไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวผู้เล่น ทำให้ดีลนี้เกือบล่ม

ช่วงไม่กี่วันมานี้ สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด แต่ด้วยเวลาที่เหลือไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนปิดตลาดนักเตะ พาเลซกลับมาด้วย ข้อเสนอใหม่ มูลค่า 43 ล้านปอนด์บวกโบนัสอีก 5 ล้านปอนด์ รวมเป็น 48 ล้านปอนด์ ซึ่งน้อยกว่าเดิมแค่ 2 ล้านปอนด์ วูล์ฟส์ยอมรับทันที

วูล์ฟส์รับข้อเสนอใหม่ 48 ล้านปอนด์ สตรานด์ ลาร์เซ่น: อะไรคือจุดเปลี่ยน?

สตรานด์ ลาร์เซ่น คือกองหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงในฤดูกาลนี้ ด้วยสถิติการยิงประตูและช่วยทีมวูล์ฟส์หนีการตกชั้นได้สำเร็จ การย้ายไปพาเลซจะช่วยเสริมเกมรุกของทีมของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในลีกคัพและยูโรป้า ลีก

  • มูลค่าดีล: 43 ล้านปอนด์ + 5 ล้านโบนัส
  • เหตุผลถอนตัวชั่วคราว: กังวลต้นทุนรวม (เงินเดือน โบนัส สัญญา)
  • ผลกระทบ: ถ้าดีลสำเร็จ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้าอาจย้ายไปเอซี มิลานได้
  • สถานะปัจจุบัน: รอเซ็นสัญญาและตรวจร่างกาย

สำหรับพาเลซ การได้สตรานด์ ลาร์เซ่น มาแทนที่มาเตต้า จะช่วยรักษาสมดุลทีม โดยมาเตต้าต้องการย้ายไปอิตาลีจริงๆ และมิลานกำลังนำในการเจรจา แต่พาเลซยืนยันว่าจะไม่ปล่อยตัวโดยไม่มีตัวแทน

วูล์ฟส์เองก็ได้เงินก้อนโต 48 ล้านปอนด์ ช่วยเสริมงบประมาณสำหรับซื้อตัวใหม่ในช่วงซัมเมอร์หน้า หลังจากฤดูกาลที่ทีมต้องดิ้นรนหนีตกชั้น นี่คือดีลที่ win-win สำหรับทุกฝ่าย

นอกจากนี้ แฟนบอลยังจับตาดูว่า สตรานด์ ลาร์เซ่น จะปรับตัวกับระบบของพาเลซได้เร็วแค่ไหน ดาวยิงนอร์เวย์วัย 24 ปี มีความเร็วและการจบสกอร์ที่เฉียบคม เหมาะกับสไตล์คอนเตอร์ของพาเลซมาก

ตลาดนักเตะรอบนี้เต็มไปด้วยดราม่า แต่สุดท้าย วูล์ฟส์รับข้อเสนอใหม่ 48 ล้านปอนด์ สตรานด์ ลาร์เซ่น ทำให้ดีลนี้รอดมาได้อย่างหวุดหวิด

ความเห็นส่วนตัว: นี่คือการย้ายทีมที่ฉลาดของพาเลซ เพราะได้กองหน้าคุณภาพในราคาที่ถูกลง และวูล์ฟส์ก็ได้เงินทุนไปต่อยอดทีม ลุ้นให้ดีลนี้ปิดตัวอย่างราบรื่น และติดตามผลกระทบต่อเส้นทางของมาเตต้าด้วยนะครับ แฟนบอลพรีเมียร์ลีกห้ามพลาด!

อย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและตลาดซื้อขายนักเตะอัปเดตล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

ที่มา – Wolves accept new £48m offer for Strand Larsen

กองกลางอังกฤษโกเมสเตรียมยืมตัววูล์ฟส์

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก! กองกลางอังกฤษโกเมสเตรียมยืมตัววูล์ฟส์ หลังจากที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส หรือ วูล์ฟส์ กำลังใกล้บรรลุข้อตกลงยืมตัว แองเจล โกเมส กองกลางทีมชาติอังกฤษจากมาร์กเซย์แล้ว การย้ายครั้งนี้จะเป็นการกลับสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษอีกครั้งสำหรับอดีตดาวรุ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กองกลางอังกฤษโกเมสเตรียมยืมตัววูล์ฟส์: รายละเอียดดีล

การเจรจาระหว่างวูล์ฟส์และมาร์กเซย์ดำเนินไปอย่างคืบหน้า โดยแหล่งข่าวระบุว่าดีลนี้เป็นสัญญายืมตัวระยะสั้น พร้อมออปชั่นซื้อขาดในอนาคต โกเมสย้ายจากลีลล์มาอยู่กับมาร์กเซย์ในช่วงซัมเมอร์ แต่ฟอร์มของเขาไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากไม่ได้ลงตัวจริงในลีกเอิงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และไม่เคยสตาร์ทในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเลย แม้จะยิงได้ 4 ประตูจาก 20 นัดรวมทุกรายการ

ประวัติและเส้นทางอาชีพของกองกลางอังกฤษโกเมสเตรียมยืมตัววูล์ฟส์

แองเจล โกเมส วัย 25 ปี เริ่มต้นเส้นทางในอะคาเดมี่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เด็ก เขาเดบิวต์ชุดใหญ่ตอนอายุเพียง 16 ปี 263 วัน แทนที่เวย์น รูนีย์ ในนัดที่ทำลายสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของยูไนเต็ดนับตั้งแต่ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ในปี 1953 แต่โอกาสในทีมชุดใหญ่มีจำกัด แค่ 10 นัด ก่อนย้ายไปลีลล์ในปี 2020 ที่ซึ่งเขาแจ้งเกิดและติดทีมชาติอังกฤษ 4 นัดภายใต้ลี คาร์สลีย์ แต่ล่าสุดเดือนตุลาคม 2024

ทำไมวูล์ฟส์ถึงสนใจ? ทีมของพวกเขาต้องการเสริมมิดฟิลด์ตัวรุกที่มีประสบการณ์พรีเมียร์ลีก โกเมสมีจุดเด่นเรื่องการจ่ายบอลแม่นยำ ดริบลุย และวิสัยทัศน์ที่ดี เหมาะกับแท็คติกของกาเบรียล เฮย์เธียร์

  • จุดแข็งของโกเมส: การสร้างสรรค์เกม, ยิงไกล, ฟรีคิก
  • สถิติฤดูกาลนี้: 4 ประตู, แอสซิสต์หลายหนในลีกเอิง
  • ประสบการณ์ทีมชาติ: 4 แคป ยังมีอนาคตไกล

แฟนบอลวูล์ฟส์ต่างตื่นเต้นกับดีลนี้ เพราะโกเมสจะช่วยแก้ปัญหามิดฟิลด์ที่ขาดแคลนตัวหลัก การกลับมาพรีเมียร์ลีกน่าจะช่วยให้เขาพัฒนาฟอร์มและอาจกลายเป็นดาวดังอีกครั้ง

ผลกระทบต่อวูล์ฟส์และมาร์กเซย์

สำหรับวูล์ฟส์ ดีล กองกลางอังกฤษโกเมสเตรียมยืมตัววูล์ฟส์ จะเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลางทันที โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ส่วนมาร์กเซย์ที่กำลังลุ้นแชมเปียนส์ลีก อาจมองหาตัวแทนใหม่เพื่อรักษาฟอร์ม

นอกจากนี้ โกเมสยังมีศักยภาพในการยิงประตูจากนอกกรอบ และการเล่นบอลนิ่งที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะเป็นอาวุธลับให้วูล์ฟส์ในเกมรับ-รุกสมดุล

สรุปแล้ว การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเติมเต็มขุมกำลัง แต่เป็นการลงทุนระยะยาว หากโกเมสระเบิดฟอร์มได้ วูล์ฟส์อาจได้ตัวจริงในราคาถูก แฟนบอลอย่าพลาดติดตามพัฒนาการของเขา!

คุณคิดว่าโกเมสจะช่วยวูล์ฟส์หนีตกชั้นได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมกับเรา

ที่มา – England midfielder Gomes set for Wolves loan

ลูกๆ โชต้า นำทีมไว้อาลัยก่อนเกมลิเวอร์พูล-วูล์ฟส์

ลิเวอร์พูล และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ร่วมกันไว้อาลัยให้แก่ ดีโอโก้ โชต้า ในวันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่แอนฟิลด์ เมื่อทั้งสองอดีตทีมของเขามาพบกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเขา

กองหน้าชาวโปรตุเกสวัย 28 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในสเปนเมื่อเดือนกรกฎาคม พร้อมกับ อังเดร ซิลวา น้องชายวัย 25 ปีของเขา

โชต้าย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในปี 2020 หลังจากอยู่กับ วูล์ฟส์ เป็นเวลาสามฤดูกาล

ดีนิส และ ดัวร์เต้ ลูกชายสองคนจากทั้งหมดสามคนของเขา เข้าร่วมกับมาสคอตประจำวันแข่งขันในสนามก่อนเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์

ลูกชายของโชต้า พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวรุ่นเยาว์คนอื่นๆ นำทีม ลิเวอร์พูล ออกจากอุโมงค์ เดินนำหน้ากัปตันทีม เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

รูเต้ คาร์โดโซ่ ภรรยาของโชต้า ก็มาร่วมงานด้วย

ป้ายผ้าที่มีข้อความว่า ‘ดีโอโก้ โชต้า อยู่ในใจเราตลอดไป’ ถูกชูขึ้นที่อัฒจันทร์ฝั่งเดอะค็อปก่อนเริ่มเกม

เสียงร้องเพลง “ดีโอโก้, ดีโอโก้, ดีโอโก้” ดังกระหึ่มจากแฟนบอล วูล์ฟส์ ในฝั่งทีมเยือน ก่อนที่ทุกคนในสนามแอนฟิลด์จะยืนขึ้นและปรบมือขณะที่ผู้สนับสนุน ลิเวอร์พูล ร้องเพลงเพื่อเป็นเกียรติแก่โชต้าในนาทีที่ 20

สโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้ยกเลิกการใช้เสื้อหมายเลข 20 ของโชต้าหลังจากการเสียชีวิตของเขา

เมื่อวันศุกร์ ผู้เล่นและทีมงานของ วูล์ฟส์ ได้วางพวงหรีดไว้อาลัยนอกสนามแอนฟิลด์เพื่อรำลึกถึงอดีตกองหน้าของพวกเขา ซึ่งย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลจากแอตเลติโก มาดริด ในปี 2017 และทำไป 44 ประตูจากการลงสนาม 131 นัด

โชต้าทำไป 65 ประตูจากการลงสนาม 182 นัดให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2025 หัวหน้าโค้ช อาร์เน สล็อต กล่าวว่าเขาหวังว่าความรักที่โชต้าได้รับจะนำมาซึ่ง “ความสบายใจ” ให้กับครอบครัวของเขา

สล็อตกล่าวว่า “การหวนรำลึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาจุดประกายอารมณ์ที่ผันผวน แต่เป็นเรื่องปกติในช่วงเวลานี้ของปีที่จะมองย้อนกลับไปถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น”

“การทำเช่นนั้นทำให้ผมคิดถึงครอบครัวของ ดีโอโก้ โชต้า เป็นพิเศษในช่วงคริสต์มาสแรกที่พวกเขาจะไม่มีเขา”

“มันไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะบอกพวกเขาว่าพวกเขาควรจะมองหาความสบายใจจากที่ไหน – หากเป็นไปได้ – แต่ผมหวังได้เพียงว่าความรู้สึกของความรักและความเสน่หาที่ ดีโอโก้ ยังคงสร้างขึ้นจะนำมาซึ่งความสบายใจให้กับพวกเขา”

ลูกๆ โชต้า นำทีมไว้อาลัยก่อนเกมลิเวอร์พูล-วูล์ฟส์

การสูญเสีย ดีโอโก้ โชต้า ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอล เขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถ เป็นขวัญใจของแฟนบอล และเป็นบุคคลที่น่ารักทั้งในและนอกสนาม

ความทรงจำของ ดีโอโก้ โชต้า จะคงอยู่ในใจแฟนบอลตลอดไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แอนฟิลด์ในเกมระหว่างลิเวอร์พูลและวูล์ฟส์เป็นเครื่องยืนยันถึงความรักและความเคารพที่ผู้คนมีต่อ ลูกๆ โชต้า และครอบครัวของเขา การที่ ลูกๆ โชต้า ได้นำทีมลิเวอร์พูลลงสู่สนามเป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญและความเข้มแข็ง พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

การไว้อาลัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ว่าโชต้าจะจากไปแล้ว แต่ความทรงจำของเขายังคงอยู่ และความรักของแฟนบอลที่มีต่อเขาก็ไม่มีวันจางหาย

ความสามัคคีและความเสียใจที่แสดงออกมาโดยทั้งสองสโมสรและแฟนบอลแสดงให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการนำผู้คนมารวมกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การเสียชีวิตของ ดีโอโก้ โชต้า ได้สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล แต่การไว้อาลัยที่แอนฟิลด์แสดงให้เห็นว่าความทรงจำของเขาจะยังคงอยู่ต่อไป

ลูกๆ โชต้า ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญในการนำทีมลิเวอร์พูลลงสู่สนาม การกระทำของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน และแสดงให้เห็นว่าความรักและความทรงจำสามารถเอาชนะความเศร้าโศกได้

การไว้อาลัยครั้งนี้จะเป็นที่จดจำไปอีกนาน และจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการให้เกียรติและรำลึกถึงผู้ที่จากไป

เกมฟุตบอลเป็นมากกว่าแค่เกม มันเป็นชุมชน เป็นความสามัคคี และเป็นความทรงจำ การไว้อาลัยให้แก่ดีโอโก้ โชต้า เป็นเครื่องยืนยันถึงสิ่งเหล่านี้

ลูกๆ โชต้า จะเป็นกำลังใจให้คุณพ่อบนสรวงสวรรค์แน่นอน

ที่มา – Jota’s children lead tributes before Liverpool v Wolves

Brantham ทีมเล็ก ผูกสัมพันธ์วูล์ฟส์จอมไร้ชัย

จมบ๊วยตาราง มีเพียงสองแต้ม ตามหลังพื้นที่ปลอดภัยถึง 13 แต้ม ไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีกมา 253 วัน เสียไปแล้ว 35 ประตูในฤดูกาลนี้ อนาคตในลีกสูงสุดของวูล์ฟส์ดูมืดมนลงเรื่อยๆ

การันตีจมอันดับสุดท้ายในวันคริสต์มาส ถือเป็นของขวัญที่ไม่ตรงใจที่แฟนๆ หวังไว้

แต่วูล์ฟส์ไม่ได้เดียวดายในการภาวนาขอชัยชนะในวันคริสต์มาส

แบรนแทม แอธเลติก ซึ่งแข่งขันในอิสธ์เมียนลีก นอร์ธ ดิวิชั่น ในระดับ 8 ของฟุตบอลอังกฤษ ก็กำลังเผชิญหน้ากับฤดูกาลที่ไม่ชนะใครเช่นกัน

เช่นเดียวกับวูล์ฟส์ พวกเขาจมบ๊วยของตารางด้วยสองแต้ม

ที่จริงแล้ว วูล์ฟส์และแบรนแทมเป็นเพียงสองทีมในแปดระดับสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษที่ยังคงค้นหาชัยชนะแรกของฤดูกาล

สำหรับแบรนแทม การเริ่มต้นฤดูกาลที่ย่ำแย่ของวูล์ฟส์กลับกลายเป็นแหล่งกำลังใจที่ไม่คาดฝัน

“มันช่วยให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นบ้างที่เราไม่ได้อยู่คนเดียว” ปีเตอร์ โครว์เฮิร์ส ประธานสโมสรกล่าวกับ BBC Sport

“เมื่อผมดูผลงานของวูล์ฟส์และของพวกเราเอง มันคล้ายกันอย่างน่าทึ่ง ทั้งสองสโมสรดูเหมือนใกล้จะประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังไม่ถึงจุดนั้นเสียที”

ด้วยการเริ่มต้นฤดูกาลแบบที่พวกเขาเจอ หลายคนคงคิดว่าการอยู่รอดของแบรนแทมนั้นเกินเอื้อมไปแล้ว แต่โครว์เฮิร์สปฏิเสธที่จะยอมแพ้

“ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีในทุกสิ่งที่ผมทำ” เขากล่าว “ทุกสัปดาห์เราแข็งแกร่งขึ้น และทีมผู้จัดการของเราเชื่อมั่นในสิ่งที่พวกเขากำลังสร้าง”

“เรายังคงต้องการอยู่ในลีกนี้ นี่เป็นครั้งแรกของเราที่นี่ และเราก็ชอบมันมาก”

ความมองโลกในแง่ดีนั้นขยายไปถึงวูล์ฟส์ด้วย

“สิ่งที่ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ทำที่ลูตันในสถานการณ์ที่ยากลำบากแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขา” โครว์เฮิร์สกล่าว

“ผมเห็นคุณสมบัติเดียวกันในทีมผู้จัดการของเรา นั่นคือ เสน่ห์ ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถในการดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากสิ่งที่พวกเขามี”

Brantham ทีมเล็ก ผูกสัมพันธ์วูล์ฟส์จอมไร้ชัย

แล้วใครจะได้สามแต้มก่อนกัน – แบรนแทมหรือวูล์ฟส์?

โครว์เฮิร์สกล่าวว่า “นั่นอาจกลายเป็นการเดิมพันระดับชาติ ผมต้องบอกว่าแบรนแทมสิ ใช่ไหมล่ะ?”

“เราจะยื่นคำท้าให้กับวูล์ฟส์และบอกว่าเราจะชนะก่อนคุณ และหวังว่าสิ่งนั้นจะกระตุ้นให้ทั้งสองสโมสรคว้าชัยชนะ”

ทำไม Brantham ทีมเล็ก ถึงผูกสัมพันธ์กับวูล์ฟส์จอมไร้ชัย?

สถานการณ์ของทีมเล็กๆ อย่าง Brantham ที่ต้องดิ้นรนในลีกระดับล่าง กลับไปคล้ายคลึงกับทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง วูล์ฟส์ อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกันและความหวังในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์

ทั้งสองทีมต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่พวกเขายังคงมีความมุ่งมั่นและความหวังที่จะพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้น ปีเตอร์ โครว์เฮิร์ส ประธานสโมสร Brantham กล่าวว่าพวกเขารู้สึกสบายใจขึ้นบ้างที่ไม่ได้อยู่คนเดียว และเขายังมองเห็นคุณสมบัติที่ดีในทีมผู้จัดการของทั้งสองสโมสร นอกจากนี้ เขายังได้ยื่นคำท้าให้กับวูล์ฟส์ว่า Brantham จะชนะก่อน ซึ่งอาจเป็นการกระตุ้นให้ทั้งสองทีมคว้าชัยชนะได้ในที่สุด

สถานการณ์ที่ Brantham ทีมเล็ก ประสบอยู่ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ทีมฟุตบอลทุกระดับต้องเผชิญ การที่พวกเขาพบความคล้ายคลึงกับวูล์ฟส์ ทีมจอมไร้ชัย ในพรีเมียร์ลีก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงในโลกของฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กๆ หรือทีมใหญ่ การต่อสู้เพื่อชัยชนะและความหวังในการปรับปรุงสถานการณ์ยังคงเป็นแรงผลักดันที่สำคัญสำหรับทุกสโมสร การที่ Brantham ทีมเล็ก กล้าที่จะยื่นคำท้าให้วูล์ฟส์ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตัวเอง แม้ว่าสถานการณ์จะดูยากลำบากเพียงใดก็ตาม

การที่ Brantham ทีมเล็กๆ จากนอกลีกสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกอย่าง Wolves ที่กำลังเผชิญวิกฤต ทำให้เห็นว่าในโลกฟุตบอลนั้น มีความสัมพันธ์และความรู้สึกร่วมกันที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล ผู้บริหาร หรือนักเตะ ความปรารถนาที่จะเห็นทีมรักประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามความแตกต่างและให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้

การผูกสัมพันธ์ระหว่าง Brantham และ Wolves เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและให้กำลังใจในโลกของฟุตบอลที่มักจะเต็มไปด้วยการแข่งขันและความกดดัน มันแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กๆ หรือทีมใหญ่ พวกเขายังคงสามารถเรียนรู้จากกันและกันและสร้างความหวังร่วมกันได้

ที่มา – Non-league Brantham’s unlikely kinship with winless Wolves

วูล์ฟส์ไร้ชัยทำลายสถิติ! สถานการณ์แย่แค่ไหน?

เป็นเวลา 227 วัน สามผู้จัดการทีม สองผู้อำนวยการกีฬา หนึ่งผู้อำนวยการด้านเทคนิค เสียไป 41 ประตู นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่วูล์ฟแฮมป์ตันชนะในพรีเมียร์ลีก

จมอยู่ท้ายตารางด้วยคะแนนเพียงสองแต้มและตามหลังพื้นที่ปลอดภัยถึง 13 แต้ม อนาคตในลีกสูงสุดของพวกเขามืดมน เพราะการันตีแล้วว่าจะจบท้ายตารางในวันคริสต์มาส

ความพ่ายแพ้ 4-1 ต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในบ้านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นความพ่ายแพ้ในลีกติดต่อกันเป็นครั้งที่แปด ซึ่งเป็นการแพ้ติดต่อกันยาวนานที่สุดในลีกสูงสุดในยุคพรีเมียร์ลีก และเทียบเท่าสถิติการแพ้รวดในลีกสูงสุดตลอดกาลจากปี 1981-82

ประตูตีเสมอในครึ่งแรกของ ฌอง-ริคเนอร์ แบลการ์ด เป็นประตูแรกในลีกของพวกเขาตั้งแต่ 26 ตุลาคม

วูล์ฟส์มีเพียงสองแต้มในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดร่วมกันหลังจากผ่านไป 15 เกมของฤดูกาลในประวัติศาสตร์สี่ลีกสูงสุด

แฟนบอลวูล์ฟส์ที่ไม่พอใจคว่ำบาตร 15 นาทีแรกในการเจอกับยูไนเต็ด เพื่อประท้วงการบริหารงานของ Fosun – พวกเขาอาจจะอยากอยู่ข้างนอกมากกว่า

“ผมเข้าใจถึงความไม่พอใจ” ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้จัดการทีมกล่าว “ผมจะไม่บอกแฟนบอลว่าต้องทำอะไร

“ผมอยากให้พวกเขาสนับสนุนนักเตะ แต่พวกเขาต้องเห็นความพยายามและความมุ่งมั่นเป็นการตอบแทน ความผิดพลาดถูกลงโทษในคืนนี้ และสิ่งนั้นก็ซึมซับเข้าไป มีความโกรธอยู่ในสนาม นักเตะพยายามแล้ว ผู้สนับสนุนโกรธ และผมเข้าใจ

“มันเป็นลีกที่ยากที่สุดในโลก และเราเข้ามาอยู่ในทีมที่ไม่ได้ชนะมาตั้งแต่เดือนเมษายน ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

การตกชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพกำลังจะกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่สถิติต่ำสุดของดาร์บี้ เคาน์ตี้ในพรีเมียร์ลีกที่ 11 แต้มกำลังถูกคุกคามอย่างร้ายแรง ดังนั้นวูล์ฟส์จะหลีกเลี่ยงการเป็นทีมที่แย่ที่สุดได้หรือไม่?

พวกเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะว่านี่คือยุคพรีเมียร์ลีกที่แตกต่างจากดาร์บี้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการเปรียบเทียบอาจจะรู้สึกไม่ยุติธรรม

มันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในฤดูกาลนี้เท่านั้น นับตั้งแต่จบอันดับที่เจ็ดติดต่อกันในปี 2018-19 และ 2019-20 วูล์ฟส์ค่อยๆ ร่วงลงมาจากตาราง

ในห้าฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาจบอันดับที่ 13, 10, 13, 14 และ 16 โดยต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอย่างน้อยสองครั้งเพื่อช่วยตัวเอง

เอ็ดเวิร์ดส์เป็นหัวหน้าโค้ชคนที่ห้าในรอบสี่ปี และคนที่สามในรอบไม่ถึง 12 เดือน หลังจาก แกรี่ โอนีล และ วิเตอร์ เปเรย์ร่า ถูกไล่ออก

การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีม เนื่องจากวูล์ฟส์ขายและไม่สามารถหาผู้เล่นตัวหลักมาทดแทนได้

ราอูล ฆิเมเนซ, รูเบน เนเวส, อดามา ตราโอเร่, เปโดร เนโต้, แม็กซ์ คิลแมน, คอเนอร์ คัวดี้ และ เจา มูตินโญ่ ล้วนมีความสำคัญต่อความสำเร็จภายใต้การคุมทีมของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ และการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูโรป้าลีกในปี 2020 การจากไปในช่วงซัมเมอร์ของ เนลสัน เซเมโด้, รายัน ไอต์-นูริ และ มาเธอุส คุนญ่า ก็ยังคงรู้สึกได้

ผู้เล่นห้าคนที่เข้ามาในช่วงซัมเมอร์ ยกเว้น ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน หลังจากที่เขาทำสัญญายืมตัวจากเซลต้า บีโก้ เป็นการถาวร ไม่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก และใช้เวลานานเกินไปในการปรับตัว

เอ็ดเวิร์ดส์ยอมรับแล้วว่าพวกเขาต้องการความรู้เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นเป้าหมายในเดือนมกราคม – แม้ว่าพวกเขาจะสามารถเซ็นสัญญากับใครได้บ้างนั้น ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาล้มเหลวไปมากแค่ไหน

มีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของทีมในการรวมตัวกันเนื่องจากจำนวนสัญชาติที่แตกต่างกัน และระดับความฟิตของพวกเขา โดยที่บอสเอ็ดเวิร์ดส์กระตือรือร้นที่จะยกระดับพวกเขาไปสู่ระดับที่เขาต้องการเล่นด้วยความเข้มข้นของเขา

ทีมดาร์บี้ในปี 2007-08 มีหกแต้มในขั้นตอนนี้ของฤดูกาล และ โรเบิร์ต เอิร์นชอว์ กองหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมแรมส์ รู้ดีว่ามันจะผิดพลาดได้มากแค่ไหน

เขาบอกกับ BBC Sport ว่า “ที่ดาร์บี้ การเมืองรอบๆ สโมสรขัดขวางสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว บนสนาม มันเกือบจะเหมือนกับว่าทุกคนยอมแพ้ เหลืออีก 20 เกม และมันเหมือนกับว่า ‘เราจะไม่มีวันทำมันได้’ มีแต่คำพูดเชิงลบเหล่านี้

“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมจบอันดับสุดท้ายและต้องดิ้นรนเพื่อคะแนน สโมสรเกือบจะตกชั้นด้วยตัวเอง มีการเมืองมากเกินไป

“คุณสามารถตกชั้นตัวเองจากวิธีการที่คุณคิด ถ้าคุณเข้ามาในเช้าวันจันทร์ มันก็หนักกว่าที่จะฮึดสู้และหนักกว่าที่จะมองข้ามผลการแข่งขันไป”

“คุณขายทีมไปแล้ว ตอนนี้ขายสโมสร” เป็นเพลงที่ร้องบ่อยครั้งที่ Molineux จาก South Bank ขณะที่พวกเขาระบายความโกรธไปที่เจ้าของ Fosun และประธานบริหาร Jeff Shi

สิ่งนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงความคิดของ Fosun หากวูล์ฟส์ตกชั้น พวกเขาจะยังคงอยู่ และไม่มีแผนการในทันทีที่จะขาย แม้ว่าพวกเขาจะเปิดรับการลงทุนส่วนน้อยใน Fosun Sports Group โดยได้พูดคุยกับอดีตผู้ร่วมเป็นเจ้าของ Crystal Palace, John Textor ในเดือนตุลาคม

แมตต์ แจ็คสัน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสรรหาและพัฒนาผู้เล่น ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิคเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งการย้ายครั้งนี้ได้รับการตอบรับด้วยความสงสัยจากแฟนๆ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แม้กระทั่งก่อนการไล่ออกเปเรย์ร่าในเดือนพฤศจิกายน ฤดูกาลนี้ถูกมองว่าเป็นช่วงใหม่สำหรับวูล์ฟส์ในแง่ของการลดค่าจ้างและค่าธรรมเนียมการโอน – ในขณะที่ผู้เล่นท้องถิ่นจะเป็นเป้าหมายทั้งในเดือนมกราคมและหลังจากนั้น

วูล์ฟส์ไร้ชัยทำลายสถิติ พวกเขาจะหลีกเลี่ยงการเป็นทีมที่แย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่?

วูล์ฟส์ไม่ชนะเลยจากการลงเล่น 15 เกมแรกในลีก

สถิติภาษาอังกฤษตลอดกาลสำหรับการเริ่มต้นที่ไม่เคยชนะในลีกสูงสุดเป็นของโบลตันที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยจากการลงเล่น 22 เกมแรกในปี 1902-03 ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจบอันดับสุดท้ายและตกชั้นจากดิวิชั่น 1

สถิติพรีเมียร์ลีกของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ไม่ชนะ 17 เกมก็กำลังถูกคุกคามเช่นกัน

วูล์ฟส์จะต้องเอาชนะอาร์เซนอลหรือเบรนท์ฟอร์ดเพื่อหลีกเลี่ยงการเทียบเท่าก่อนที่จะจบปีด้วยการไปเยือนลิเวอร์พูลและโอลด์ แทรฟฟอร์ด

สถิติจำนวนแต้มน้อยที่สุดที่เคยบันทึกไว้ในวันคริสต์มาสในพรีเมียร์ลีกเป็นของ Blades ซึ่งมีสองแต้มในปี 2020 แม้ว่าจะเป็นหลังจาก 14 เกมหลังจากที่โรคระบาดทำให้การเริ่มต้นฤดูกาลล่าช้า

ซันเดอร์แลนด์ครองสถิติต่ำสุดสำหรับฤดูกาลที่เริ่มต้นในเดือนสิงหาคมด้วยห้าแต้มจาก 17 เกม

เวสต์บรอมจบอันดับสุดท้ายในวันคริสต์มาสในปี 2004 และมีแต้มตามหลังพื้นที่ปลอดภัยแปดแต้ม แต่ภายใต้การคุมทีมของไบรอัน ร็อบสัน พวกเขากลายเป็นทีมแรกที่รอดพ้นจากสถานการณ์นั้น

เอิร์นชอว์ทำไป 11 ประตูจากการลงเล่น 18 นัดเพื่อรักษาสถานะของแบ็กกี้ส์ในฤดูกาลนั้น แต่รู้สึกว่าวูล์ฟส์ขาดคุณภาพที่จะสร้างความแตกต่าง

เขากล่าวว่า “ช่วงเวลาเหล่านั้นจากผู้เล่นชั้นนำที่เปลี่ยนเกม ในทันที ในห้าหรือหกวินาที – วูล์ฟส์ไม่มีสิ่งนั้นเลย

วูล์ฟส์ไร้ชัยทำลายสถิติ

“พวกเขาทำประตูไม่ได้ คุณควรสร้างโอกาสดี ๆ สี่หรือห้าครั้งในทุกครึ่ง และพวกเขาไม่สามารถซื้อประตูได้ เพราะไม่มีคุณภาพที่นั่น

“พวกเขามีผู้เล่นที่ดีมาก – Andre, Joao Gomes, Strand Larsen – แต่มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องนัก มันคือความมั่นใจ ความสามารถ ไม่ตั้งตารอความท้าทาย? ถ้าคุณกลัวมันในฐานะผู้เล่น นั่นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างแท้จริง

สถานการณ์ของวูล์ฟส์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง การที่พวกเขาไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยตลอด 15 นัดที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ฝังรากลึก ทั้งในด้านคุณภาพผู้เล่น ความมั่นใจ และการบริหารจัดการทีม ความหวังเดียวของพวกเขาคือการเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของนักเตะ

ที่มา – Winless Wolves are breaking records – but how bad can things get?

วูล์ฟส์จะแย่กว่าดาร์บี้ไหม? หนีสถิติเลวร้าย?

ผ่านมา 226 วัน มีผู้จัดการทีม 3 คน ผู้อำนวยการกีฬา 2 คน ผู้อำนวยการด้านเทคนิค 1 คน และเสียไป 37 ประตู นับตั้งแต่ที่วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ชนะครั้งสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก

ทีมจมอยู่ท้ายตาราง มีเพียง 2 คะแนน และอยู่ห่างจากโซนปลอดภัยถึง 12 คะแนน อนาคตในลีกสูงสุดของพวกเขาดูมืดมน การแพ้ในลีก 7 นัดติดต่อกัน เท่ากับสถิติการแพ้ติดต่อกันยาวนานที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก และขาดอีกเพียงนัดเดียวก็จะเท่ากับสถิติการแพ้รวดตลอดกาลในลีกสูงสุดตั้งแต่ปี 1981-82 ในช่วงเวลาปัจจุบัน พวกเขายังทำประตูในลีกไม่ได้เลยนับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม

ผู้เล่นวูล์ฟส์เพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในเดือนพฤศจิกายนคือ เยอร์ซอน มอสเกร่า ซึ่งเป็นการทำเข้าประตูตัวเองในความพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถต่อฟูแล่ม

แทบไม่มีความคาดหวังหรือแม้แต่ความหวังว่าพวกเขาจะรอดพ้น และแม้แต่ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ บอสใหญ่ที่คุมทีมมา 3 เกม ก็ดูเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกกำลังเปลี่ยนไปแล้ว

“เราไม่อยากตายแบบนั้น” เขากล่าวหลังจากเกมฟอเรสต์ “นั่นจะเป็นข้อความที่จะส่งต่อไปข้างหน้า – เราไม่อยากจากไปแบบสิ้นหวัง”

พวกเขาเป็นเจ้าบ้านต้อนรับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในวันจันทร์ โดยมีสถิติต่ำสุดของดาร์บี้ในพรีเมียร์ลีกที่ 11 คะแนน คอยคุกคาม ดังนั้นวูล์ฟส์จะหลีกเลี่ยงการเป็นทีมที่แย่ที่สุดได้หรือไม่? ใครจะรู้และทีม วูล์ฟส์จะแย่กว่าดาร์บี้ไหม?

วูล์ฟส์จะแย่กว่าดาร์บี้ไหม?

สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะว่านี่คือยุคพรีเมียร์ลีกที่แตกต่างจากดาร์บี้โดยสิ้นเชิง ดังนั้นการเปรียบเทียบอาจรู้สึกไม่ยุติธรรม

มันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในฤดูกาลนี้เท่านั้น นับตั้งแต่จบอันดับ 7 ติดต่อกันในปี 2018-19 และ 2019-20 วูล์ฟส์ก็ค่อยๆ ร่วงลงมาในตารางคะแนน

ใน 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาจบอันดับที่ 13, 10, 13, 14 และ 16 โดยต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอย่างน้อยสองครั้งเพื่อช่วยตัวเอง

เอ็ดเวิร์ดส์เป็นหัวหน้าโค้ชคนที่ 5 ในรอบ 4 ปี และเป็นคนที่ 3 ในเวลาไม่ถึง 12 เดือน หลังจากการปลดแกรี่ โอนีล และ วิตอร์ เปเรยร่า

การหมุนเวียนผู้จัดการทีมเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีม เนื่องจากวูล์ฟส์ขายและไม่สามารถหาผู้เล่นตัวหลักมาทดแทนได้

ราอูล ฆิเมเนซ, รูเบน เนเวส, อดามา ตราโอเร่, เปโดร เนโต้, แม็กซ์ คิลแมน, คอเนอร์ โคอาดี้ และ เจา มูตินโญ่ ล้วนมีความสำคัญต่อความสำเร็จภายใต้การคุมทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต และการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูโรปาลีกในปี 2020 การจากไปในช่วงซัมเมอร์ของ เนลสัน เซเมโด้, รายาน ไอต์-นูริ และ มาเธอุส กุนญ่า ก็ยังคงรู้สึกอยู่

5 คนที่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ ยกเว้น ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน หลังจากที่เขาทำให้การยืมตัวจากเซลต้า บีโก้ เป็นการถาวร ไม่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก และใช้เวลานานเกินไปในการปรับตัว

เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้มาแทนที่ ยอมรับแล้วว่าพวกเขาต้องการความรู้เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นเป้าหมายในเดือนมกราคม แต่ใครที่พวกเขาสามารถเซ็นสัญญาได้นั้น ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาหลุดไปไกลแค่ไหน

มีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของทีมในการรวมตัวกัน เนื่องจากจำนวนสัญชาติและความฟิตของพวกเขา โดยบอส เอ็ดเวิร์ดส์ กระตือรือร้นที่จะทำให้พวกเขาอยู่ในระดับที่เขาต้องการเล่นด้วยความเข้มข้นของเขา

ทีมดาร์บี้ในปี 2007-08 มี 6 คะแนนในขั้นตอนนี้ของฤดูกาล และ โรเบิร์ต เอิร์นชอว์ กองหน้าที่อยู่ในทีมแรมส์ รู้ดีว่ามันจะผิดพลาดได้มากแค่ไหน

เขาบอกกับ BBC Sport ว่า “ที่ดาร์บี้ การเมืองรอบๆ สโมสรขัดขวางสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว บนสนาม มันเกือบจะเหมือนกับว่าทุกคนยอมแพ้แล้ว เหลืออีก 20 เกม และมันเหมือนกับว่า ‘เราจะไม่มีวันทำมันได้’ มีแต่เรื่องเชิงลบเหล่านี้”

“ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมจบอันดับสุดท้ายและต้องดิ้นรนเพื่อคะแนน สโมสรเกือบจะลดชั้นตัวเอง มีการเมืองเกิดขึ้นมากเกินไป”

“คุณสามารถลดชั้นตัวเองได้จากวิธีที่คุณคิด หากคุณเข้ามาในเช้าวันจันทร์ มันหนักหนาสาหัสที่จะลุกขึ้นมาและหนักหนาสาหัสที่จะมองข้ามผลการแข่งขันไปได้”

“คุณขายทีมไปแล้ว ตอนนี้ขายสโมสร” คือการตะโกนเป็นประจำที่โมลินิวซ์จาก South Bank ขณะที่พวกเขาแสดงความโกรธเคืองต่อเจ้าของ Fosun และประธานบริหาร Jeff Shi

สิ่งนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงความคิดของ Fosun หากวูล์ฟส์ตกชั้น พวกเขาจะยังคงอยู่และไม่มีแผนการขายในทันที แม้ว่าพวกเขาจะเปิดรับการลงทุนส่วนน้อยใน Fosun Sports Group โดยได้พูดคุยกับอดีตเจ้าของร่วมของคริสตัลพาเลซ John Textor ในเดือนตุลาคม

แมตต์ แจ็คสัน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสรรหาและพัฒนาผู้เล่น ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิคเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ได้รับการตอบรับด้วยความสงสัยจากแฟนๆ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แม้กระทั่งก่อนการปลด เปเรยร่า ในเดือนพฤศจิกายน ฤดูกาลนี้ถูกมองว่าเป็นช่วงใหม่สำหรับวูล์ฟส์ในแง่ของการลดค่าจ้างและค่าธรรมเนียมการโอน ในขณะที่ผู้เล่นที่เติบโตในบ้านเกิดจะถูกกำหนดเป้าหมายทั้งในเดือนมกราคมและหลังจากนั้น

แล้ว วูล์ฟส์จะแย่กว่าดาร์บี้ไหม?

วูล์ฟส์ไม่ชนะใครเลยจากการเปิดฤดูกาล 14 เกมแรกในลีก เช่นเดียวกับในฤดูกาล 1983-84 อย่างไรก็ตาม สถิติสูงสุดตลอดกาลของอังกฤษสำหรับการเริ่มต้นที่ไม่ชนะใครเลยในลีกสูงสุดเป็นของโบลตัน ซึ่งไม่สามารถชนะเกมแรก 22 เกมได้เลยในปี 1902-03 ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจบอันดับสุดท้ายและถูกลดชั้นจากดิวิชั่นหนึ่ง

สถิติพรีเมียร์ลีก 17 เกมที่ไม่ชนะใครเลยของเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดก็กำลังถูกคุกคามเช่นกัน

วูล์ฟส์จะต้องเอาชนะยูไนเต็ด, อาร์เซนอล หรือ เบรนท์ฟอร์ด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำสถิติให้เท่ากันก่อนที่จะจบปีด้วยการเดินทางไปเยือนลิเวอร์พูลและโอลด์ แทรฟฟอร์ด

สถิติคะแนนต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้ในวันคริสต์มาสในพรีเมียร์ลีกเป็นของ Blades ซึ่งมี 2 คะแนนในปี 2020 แม้ว่าจะเป็นหลังจาก 14 เกมหลังจากการแพร่ระบาดทำให้การเริ่มต้นฤดูกาลล่าช้า

ซันเดอร์แลนด์ถือสถิติต่ำสุดสำหรับฤดูกาลที่เริ่มต้นในเดือนสิงหาคมด้วย 5 คะแนนจาก 17 เกม

เวสต์บรอมจ์อยู่อันดับสุดท้ายในวันคริสต์มาสปี 2004 และอยู่ห่างจากโซนปลอดภัย 8 คะแนน แต่ภายใต้การคุมทัพของ ไบรอัน ร็อบสัน พวกเขากลายเป็นทีมแรกที่รอดพ้นจากตำแหน่งนั้นได้

เอิร์นชอว์ทำไป 11 ประตูจากการออกสตาร์ท 18 นัดเพื่อรักษาสถานะของเดอะ แบ็กกี้ส์ แต่รู้สึกว่าวูล์ฟส์ขาดคุณภาพที่จะสร้างความแตกต่าง เขาถามว่า วูล์ฟส์จะแย่กว่าดาร์บี้ไหม?

เขากล่าวว่า “ช่วงเวลาเหล่านั้นจากผู้เล่นชั้นนำที่เปลี่ยนเกม ในทันที ในเวลา 5 หรือ 6 วินาที วูล์ฟส์ไม่มีสิ่งนั้นเลย”

“พวกเขาทำประตูไม่ได้ คุณควรสร้างโอกาสดีๆ 4 หรือ 5 ครั้งในทุกครึ่ง และพวกเขาไม่สามารถซื้อประตูได้เพราะไม่มีคุณภาพที่นั่น”

“พวกเขามีผู้เล่นที่ดีมาก Andre, Joao Gomes, Strand Larsen แต่มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องนัก มันคือความมั่นใจ ความสามารถ ไม่ตั้งตารอความท้าทาย หากคุณกลัวมันในฐานะผู้เล่น นั่นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างแท้จริง”

การที่วูล์ฟส์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลายประการที่สะสมมานาน ทั้งการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมบ่อยครั้ง การขายผู้เล่นหลักออกไปโดยไม่มีการเสริมทัพที่มีคุณภาพ และปัญหาเรื่องความมั่นใจและความกลมกลืนภายในทีม หากวูล์ฟส์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ พวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับฤดูกาลที่ยากลำบากและอาจจบลงด้วยการตกชั้นได้ คงต้องดูกันต่อไปว่า วูล์ฟส์จะแย่กว่าดาร์บี้ไหม?

ที่มา – Worse than Derby? Can Wolves avoid the unwanted record?

ทีมไหนได้แต้มน้อยสุดในพรีเมียร์ลีก?

ด้วยคะแนนเพียงสองแต้มจากการแข่งขัน 14 นัดในฤดูกาลนี้ วูล์ฟส์อาจต้องเผชิญหน้ากับดาร์บี เคาน์ตี เพื่อแย่งชิงตำแหน่งอันไม่น่าพอใจในการทำคะแนนน้อยที่สุดในฤดูกาลเดียวของพรีเมียร์ลีก

ทัพแกะเขาเหล็กเก็บได้เพียง 11 แต้มจาก 114 แต้มที่เป็นไปได้ตลอด 38 เกมในฤดูกาล 2007-08

พวกเขาชนะ 1 เกม เสมอ 8 เกม และแพ้ 29 เกม ทำประตูได้ 20 ประตูและเสีย 89 ประตู จบด้วยผลต่างประตูได้เสีย -69 ในฤดูกาลที่น่าจดจำที่ Pride Park

อีกสองทีมที่ตกชั้นในฤดูกาลนั้นคือเรดดิ้งและเบอร์มิงแฮม ซิตี้ จบด้วย 36 และ 35 แต้มตามลำดับ โดยมีผลต่างประตูได้เสีย -25 และ -16

ดาร์บีมีค่าเฉลี่ยเพียง 0.29 แต้มต่อเกม ในขณะที่วูล์ฟส์มีค่าเฉลี่ย 0.14 แต้มต่อเกมในปัจจุบัน

เหลืออีก 24 เกม วูล์ฟส์มีแนวโน้มที่จะจบด้วยคะแนนเพียง 5 แต้มหากพวกเขายังคงรักษาระดับแต้มต่อเกมในปัจจุบันไว้

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta คำนวณว่าวูล์ฟส์มีโอกาส 98.05% ที่จะจบในสามอันดับสุดท้ายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล โดยมีโอกาสเพียง 1.41% ที่จะจบอันดับที่ 17 และ 0.41% ที่จะจบอันดับที่ 16

ทีมไหนได้แต้มน้อยสุดในพรีเมียร์ลีก?

มีแนวโน้มลดลงของคะแนนขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการตกชั้นตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรีเมียร์ลีก เนื่องจากสโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะดิ้นรนและได้คะแนน

  • ดาร์บี เคาน์ตี ในปี 2007-08 – 11 แต้ม
  • เซาแธมป์ตัน ในปี 2024-25 – 12 แต้ม
  • ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2005-06 – 15 แต้ม
  • เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปี 2023-24 – 16 แต้ม
  • ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในปี 2018-19 – 16 แต้ม
  • แอสตัน วิลลา ในปี 2015-16 – 17 แต้ม
  • ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2002-03 – 19 แต้ม
  • พอร์ทสมัธ ในปี 2009-10 – 19 แต้ม*

* ถูกหัก 9 แต้มเมื่อเข้าสู่การบริหาร

การเป็นทีมบ๊วยในวันคริสต์มาสหมายถึงการตกชั้นหรือไม่?

แม้ว่านี่จะไม่ใช่สิ่งที่ทีมต้องการเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูกาล การอยู่ในตำแหน่งบ๊วยของตารางในช่วงคริสต์มาสไม่ได้หมายความว่าจะต้องตกชั้นในอีกไม่กี่เดือนต่อมาเสมอไป

สี่ทีมในพรีเมียร์ลีก รวมถึงวูล์ฟส์ ได้ท้าทายโชคชะตาและไต่ออกจากโซนตกชั้นได้สำเร็จเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

  • เวสต์บรอม ในปี 2004-05 – จบอันดับที่ 17
  • ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2013-14 – จบอันดับที่ 14
  • เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2014-15 – จบอันดับที่ 14
  • วูล์ฟส์ ในปี 2022-23 – จบอันดับที่ 13

คุณรู้หรือไม่ว่ามีทีมไหนบ้างที่ได้แต้มน้อยสุดในพรีเมียร์ลีก? ดาร์บี้ เคาน์ตี้เป็นทีมที่ทำคะแนนได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วยคะแนนเพียง 11 คะแนนในปี 2007-2008 การได้แต้มน้อยเช่นนี้ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของนักเตะและแฟนบอลอย่างมาก นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสโมสรและความสามารถในการดึงดูดผู้เล่นใหม่ ทีมที่ประสบปัญหาเช่นนี้มักจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัวอย่างมาก

การหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้ต้องอาศัยการวางแผนและการจัดการทีมที่ดี การลงทุนในผู้เล่นที่มีคุณภาพ การสร้างวัฒนธรรมทีมที่แข็งแกร่ง และการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ คือสิ่งสำคัญที่ทุกสโมสรต้องให้ความสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมของตนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นเดียวกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และทีมอื่นๆ ที่เคยประสบปัญหาทีมไหนได้แต้มน้อยสุดในพรีเมียร์ลีก?

สถานการณ์ปัจจุบันของวูล์ฟส์ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจ: พวกเขาจะสามารถหลีกเลี่ยงการเป็นทีมไหนได้แต้มน้อยสุดในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่? เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือพวกเขาจะต้องทำงานอย่างหนักและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์

ที่มา – Which team won the fewest points in a Premier League season?

Scroll to top