กระทรวงการคลัง

มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ พันธบัตรออมพลัส ดอกเบี้ยสูง 2.80%

เชื่อไหมครับว่าการเริ่มต้นลงทุนในวันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป ล่าสุดรัฐบาลได้จัดแคมเปญเด็ดที่น่าสนใจมาก นั่นคือการเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้จับจอง มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80% เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการออมเงินที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุด ใครที่มีเงินออมหลักร้อยก็สามารถทำกำไรจากดอกเบี้ยได้แล้วครับ

มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80%

การลงทุนครั้งนี้ถือว่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินเป็นพิเศษ เพราะ มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80% นั้น ออกแบบมาให้ใช้ง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล โดยแบ่งโอกาสการลงทุนออกเป็น 2 อายุสัญญา คือ แบบ 3 ปี รับดอกเบี้ย 1.80% ต่อปี และแบบ 10 ปี รับดอกเบี้ยสูงถึง 2.80% ต่อปี เรียกได้ว่าเป็นอัตราที่น่าพอใจมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แทบจะเป็นศูนย์ครับ

ทำไมต้องเลือกลงทุนกับพันธบัตรออมพลัส?

นอกจากความมั่นคงแล้ว พันธบัตรตัวนี้ยังมาพร้อมกับจุดเด่นที่เรียกว่า “พลัส” ความคุ้มค่าในหลากหลายด้านที่มากกว่าการฝากเงินในรูปแบบปกติ ดังนี้ครับ:

  • พลัสทุกเดือน: มีการเปิดขายเป็นประจำ ช่วยให้เราสามารถวางแผนออมเงินได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน
  • พลัสผลตอบแทน: ดอกเบี้ยในระดับที่จูงใจ เหมาะสำหรับการออมระยะยาว
  • พลัสตลาดรอง: สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองได้ เพิ่มสภาพคล่องให้กับเงินลงทุนของเราได้เป็นอย่างดี

สำหรับการซื้อนั้นง่ายมากครับ ใครที่มีแอป “เป๋าตัง” สามารถเข้าเมนูวอลเล็ต สบม. ลงทุนได้ทันทีด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 100 บาทเท่านั้น ส่วนใครที่ถนัดผ่านแอป Streaming ก็สามารถเริ่มลงทุนได้ขั้นต่ำ 1,000 บาทผ่านธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมรายการครับ

หากเปรียบเทียบในมุมมองของนักวางแผนการเงิน การที่ มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80% ถือเป็นโอกาสทองของการสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีครับ แม้ผลตอบแทนอาจจะไม่ได้หวือหวาเหมือนหุ้น แต่ความปลอดภัยและความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ผมแนะนำเลยว่าถ้าคุณมีเงินเย็นที่ไม่ได้ใช้ การแบ่งมาลงทุนในพันธบัตรออมพลัสคือการวางรากฐานชีวิตการเงินที่ฉลาดที่สุดในยุคนี้ครับ

ที่มา – มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80%

ขนส่งฯ เร่งช่วยอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมถือครองรถ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่พลาดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเนื่องจากปัญหาเรื่องการถือครองทะเบียนรถ ไม่ต้องกังวลไปครับ! เพราะตอนนี้ทางกรมการขนส่งทางบกกำลังเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ขนส่งฯ เร่งช่วยอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมถือครองรถ ค้างภาษีรถยังไม่ต้องจ่าย เพื่อให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรมและเข้าถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับตามนโยบายรัฐบาลอย่างแท้จริง

ขนส่งฯ เร่งช่วยอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมถือครองรถ

ในช่วงที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากมายื่นคำร้องที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องอายุการใช้งานรถ รถสูญหาย หรือแม้แต่รถที่ถูกโอนลอยไปแล้วแต่ยังมีชื่อติดอยู่ในระบบฐานข้อมูล ซึ่งทางอธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบข้อมูลอย่างเร่งด่วน

ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีค้างชำระ

สำหรับใครที่กังวลว่าหากค้างภาษีรถอยู่ แล้วจะทำเรื่องอุทธรณ์ไม่ได้นั้น บอกเลยว่าสบายใจได้ครับ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีรถก่อนยื่นคำร้อง ขนส่งฯ เร่งช่วยอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมถือครองรถ ค้างภาษีรถยังไม่ต้องจ่าย เพียงแค่มายื่นอุทธรณ์และให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ไว้เป็นหลักฐานก็เพียงพอแล้วครับ ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายและเข้าถึงสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น

สาเหตุหลักที่ประชาชนมายื่นคำร้อง มีดังนี้:

  • กรณีอายุการใช้งานรถเกินเกณฑ์ที่กำหนด
  • รถสิ้นสภาพการใช้งานหรือรถสูญหาย
  • รถถูกขายออกไปแล้วแต่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์
  • รถถูกยึดโดยไฟแนนซ์
  • การถูกแอบอ้างชื่อเพื่อซื้อรถโดยที่เจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง

ในส่วนของพื้นที่ที่มีผู้มายื่นคำร้องสูงสุด หนีไม่พ้นจังหวัดนครราชสีมา ตามด้วยบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ กรมฯ ขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง หากพบเห็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงินสามารถร้องเรียนได้ทันทีครับ

ทางเราหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่กำลังประสบปัญหาการถือครองรถนะครับ หากคุณมีความจำเป็นต้องดำเนินการ แนะนำให้รีบไปติดต่อสำนักงานขนส่งใกล้บ้านโดยเร็ว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของท่านให้ทันตามกำหนดเวลาครับ

ที่มา – ขนส่งฯ เร่งช่วยอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมถือครองรถ ค้างภาษีรถยังไม่ต้องจ่าย

รัฐบาลย้ำ บิลค่าไฟรอบเดือน ก.ย. ใช้อัตราใหม่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีเรื่องปากท้องที่ต้องบอกต่อครับ! หลายคนคงเริ่มสงสัยกันแล้วว่าทำไมค่าไฟช่วงนี้ดูมีทิศทางที่ดีขึ้น ล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า รัฐบาลย้ำ บิลค่าไฟรอบเดือน ก.ย. ใช้อัตราใหม่ โดยจะเน้นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนด้วยการคิดค่าไฟ 200 หน่วยแรกในอัตราที่ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยครับ

รัฐบาลย้ำ บิลค่าไฟรอบเดือน ก.ย. ใช้อัตราใหม่ พร้อมเงื่อนไขที่ควรรู้

การปรับโครงสร้างราคาพลังงานครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีที่ตั้งใจลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนไทยทั่วประเทศครับ โดยท่านรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยากเลย เพราะท่านจะได้รับสิทธิ์นี้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนหรือโหลดแอปพลิเคชันใดๆ ให้เสียเวลาครับ

รายละเอียดการคิดค่าไฟรอบใหม่ที่ทุกคนต้องทราบ

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน มาดูสรุปประเด็นสำคัญที่ รัฐบาลย้ำ บิลค่าไฟรอบเดือน ก.ย. ใช้อัตราใหม่ ในครั้งนี้กันครับ:

  • ทุกบ้านที่ใช้ไฟฟ้าจะได้รับสิทธิ์คิดค่าไฟ 200 หน่วยแรกในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยทันที
  • การปรับอัตรานี้จะเริ่มแสดงผลในบิลรอบเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป จากการใช้ไฟในเดือนสิงหาคม
  • หากมีการใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วย ส่วนที่เกินจะคิดตามอัตราปกติ
  • มีการแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิล เพื่อให้ค่าไฟโดยรวมถูกลงกว่าเดิม

นอกจากนี้ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสูงสุด 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน แต่ในส่วนนี้ต้องเน้นย้ำว่าท่านจำเป็นต้องลงทะเบียนกับการไฟฟ้าโดยตรงภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 นะครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียสิทธิ์ในส่วนสนับสนุนพิเศษนี้ไปได้

การที่ รัฐบาลย้ำ บิลค่าไฟรอบเดือน ก.ย. ใช้อัตราใหม่ ถือเป็นความตั้งใจจริงในการช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ผมมองว่านโยบายนี้จะช่วยให้พวกเราแต่ละบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากเลยทีเดียว อย่าลืมตรวจเช็คใบแจ้งหนี้รอบเดือนกันยายนนี้กันให้ดีนะครับ แล้วถ้าใครยังไม่ได้ลงทะเบียนสิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ ก็รีบไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนหมดเขตนะครับ!

ที่มา – รัฐบาลย้ำ บิลค่าไฟรอบเดือน ก.ย. ใช้อัตราใหม่ คิดค่าไฟ 200 หน่วยแรกในอัตราไม่เกิน 3 บาท ทุกหลัง

รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อทางภาครัฐออกมาประกาศว่า รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะถูกส่งต่อไปยังผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริงและเป็นธรรมที่สุด

รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น

การปรับปรุงเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การคัดกรอง “คนจนจริง” เพื่อให้งบประมาณถูกใช้ไปอย่างตรงจุดที่สุด โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก ได้ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลที่ไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 5 ปี ทำให้เราสามารถดึงผู้ที่ตกหล่นและเดือดร้อนจริง ๆ เข้าสู่ระบบได้เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านคนเลยทีเดียว

ทำไมต้องมีการอุทธรณ์และทบทวนสิทธิ?

ปัญหาที่พบบ่อยคือการที่ประชาชนหลายคนไม่ได้รับสิทธิทั้งที่ตนเองเข้าเกณฑ์ หรือกรณีการถูกแอบอ้างข้อมูลเพื่อนำไปรับสิทธิ ดังนั้นการที่ รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการอุทธรณ์มีความสะดวกและโปร่งใสมากขึ้น นอกจากนี้ ทางรัฐยังมีการดำเนินการในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • เพิ่มช่องทาง One Stop Service: จัดตั้งศูนย์ประสานงานที่ทุกที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้คุณสามารถไปยืนยันตัวตนหรือสอบถามข้อมูลได้โดยตรง
  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์รถยนต์เก่า: มีการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมเพื่อปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับความเป็นจริงมากขึ้น
  • จัดการผู้ทุจริต: ใครที่แอบอ้างหรือนำข้อมูลบุคคลอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

นอกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว รัฐบาลยังย้ำว่าประชาชนยังสามารถเข้าถึงสวัสดิการด้านอื่น ๆ ได้อีกกว่า 72 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเบี้ยความพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง

บทสรุปในเรื่องนี้คือความพยายามของภาครัฐที่ต้องการปรับปรุงกลไกให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน หากใครที่มีปัญหาเรื่องสิทธิ อย่าลืมรีบไปติดต่อที่ว่าการอำเภอใกล้บ้านเพื่อรักษาสิทธิของตนเองนะครับ รัฐบาลพร้อมรับฟังและแก้ไขปัญหาเพื่อให้มั่นใจว่าคนจนตัวจริงจะได้รับสวัสดิการอย่างครบถ้วนแน่นอน

ที่มา – รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น

เจาะลึก ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยประชาชนกว่า 39 ล้านคน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจกันมาบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยประชาชนกว่า 39 ล้านคน ที่ถือเป็นกระแสหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในขณะนี้ วันนี้เราจะมาสรุปภาพรวมความสำเร็จและผลตอบรับที่น่าสนใจให้ทุกคนได้เข้าใจกันครับว่าเงินหมุนเวียน 7.8 หมื่นล้านบาทนั้นส่งผลดีอย่างไรบ้าง

ผลสำเร็จของโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยประชาชนกว่า 39 ล้านคน

รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการนี้เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยได้แบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 3 โครงการย่อย ซึ่งเน้นทั้งกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไป ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดรายจ่าย แต่ยังเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทำให้ร้านค้ารายย่อยได้รับอานิสงส์อย่างทั่วถึงครับ

รายละเอียดการกระจายเม็ดเงินและผลกระทบเชิงบวก

จากการรายงานล่าสุด พบว่าโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยประชาชนกว่า 39 ล้านคน นั้นได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในหลายมิติ ดังนี้:

  • การสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง: บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคนได้รับเงินเพิ่มวงเงิน ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นในสินค้าจำเป็น
  • ความสำเร็จของโครงการร่วมจ่าย: มีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 26 ล้านคน เกิดยอดใช้จ่ายหมุนเวียนกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท
  • ร้านค้ารายย่อยเติบโต: ร้านค้ากว่า 1.09 ล้านรายเข้าร่วมโครงการ โดยเป็นร้านค้ารายย่อยดั้งเดิมถึง 99%

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้นำเทคโนโลยีอย่าง AI ผู้ช่วย “นกกระซิบ คู่คิดร้านค้า” เข้ามาเสริมแกร่งให้พ่อค้าแม่ค้า สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและยอดขายได้อย่างมืออาชีพ ถือเป็นการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลที่น่าชื่นชม ซึ่งโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยประชาชนกว่า 39 ล้านคน ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่แจกเงิน แต่เป็นการวางรากฐานการทำธุรกิจให้ยั่งยืนผ่านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคตด้วย

ในส่วนของพื้นที่การกระจายรายได้นั้น พบว่าไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่มีการกระจายตัวไปยังเมืองรอง 55 จังหวัดอย่างทั่วถึง ทำให้ผู้ประกอบการระดับท้องถิ่นมีรายได้สะพัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยครับ สำหรับใครที่เข้าร่วมโครงการอยู่ อย่าลืมใช้ฟีเจอร์เด็ดๆ ในแอปถุงเงินเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้นนะครับ

ที่มา – รัฐบาลเผยผลสำเร็จ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยประชาชนกว่า 39 ล้านคน เงินหมุนเวียนกว่า 7.8 หมื่นล้าน

ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร.

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับประเด็นร้อนทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร. หลังจากที่มีปัญหานักเรียนนักศึกษานอกระบบต้องลาออกจากการเรียนเพียงเพื่อรักษาสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรรู้ครับ

ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อกรณีที่นักศึกษาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยอมทิ้งการเรียนเพื่อสิทธิ์สวัสดิการ โดยท่านเตรียมนำเรื่อง ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร. เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของประเทศ

ทำไมเรื่อง ประเสริฐ เตรียมแจง ครม. แก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกนักศึกษา สกร. ถึงสำคัญ?

  • คุ้มครองสิทธิ์ผู้เรียน: รัฐบาลต้องการให้แน่ใจว่าการได้รับสวัสดิการจะไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเอง
  • ลดอัตราการหลุดออกจากระบบ: การดึงนักศึกษาที่ลาออกไปแล้วให้กลับเข้ามาเรียนใหม่คือภารกิจเร่งด่วน
  • ความเป็นธรรม: นักศึกษา สกร. มีความหลากหลายของช่วงวัย การใช้เกณฑ์เดิมอาจไม่ครอบคลุมครบทุกมิติ

นอกจากนี้ นายประเสริฐยังได้ย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานงานกับกระทรวงการคลังเพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน โดยผู้ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ไม่ควรหมดหวัง เพราะภาครัฐกำลังเร่งแก้ไขหลักเกณฑ์ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากที่สุด ทั้งนี้ ข้อมูลของนักศึกษา สกร. กว่า 200,000 คนกำลังถูกนำมาพิจารณาเพื่อจัดทำข้อเสนอใหม่นำเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อให้เกิดการปลดล็อกในประเด็นนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคม และพยายามปรับนโยบายให้ทันสมัยสอดคล้องกับความเป็นจริง หากการแก้ไขเกณฑ์นี้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าไม่มีใครควรถูกตัดโอกาสทางการศึกษาเพียงเพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สำหรับใครที่อยู่ในกลุ่มนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากทาง สกร. อย่างใกล้ชิด เพราะโอกาสที่คุณจะได้รับสิทธิ์ทั้งสองอย่างพร้อมกันอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ครับ

ที่มา – “ประเสริฐ” เตรียมแจง ครม. ขอปรับแก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อกตัดสิทธินักศึกษา สกร.

DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากโครงการภาครัฐ คงตกใจไม่น้อยเมื่อทราบผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ที่เพิ่งประกาศออกมา เพราะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่พลาดสิทธิ์เพียงเพราะชื่อไปปรากฏว่าถือหุ้นหรือเป็นกรรมการบริษัท แต่ข่าวดีคือตอนนี้ทาง DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท เพื่อให้ทุกคนสามารถนำหลักฐานไปยื่นอุทธรณ์ได้ทันเวลาครับ

DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท

จากการที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 9 ล้านราย และมีจำนวนถึง 139,804 รายที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะสาเหตุเรื่องการถือหุ้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงต้องเร่งมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยอธิบดีกรมฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง เพื่อให้ท่านสามารถไปใช้สิทธิ์อุทธรณ์กับกระทรวงการคลังได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้

ทำไมต้องรีบดำเนินการเมื่อพบว่ามีชื่อถือหุ้น?

การที่ DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท เป็นโอกาสทองในการรักษาสิทธิ์ของท่าน ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า มีผู้สมัครจำนวน 139,804 รายที่มีชื่ออยู่ในระบบธุรกิจ ดังนี้:

  • เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน จำนวน 41,007 ราย
  • เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด จำนวน 98,797 ราย

หากท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้มีรายได้จริงตามเกณฑ์ที่ถูกตัดสิทธิ์ การขอหนังสือรับรองผลการตรวจสอบจากกรมฯ จะเป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์ให้ผ่านได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการขอตรวจข้อมูลแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับใครที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ขอให้สบายใจได้เลยครับ เพราะการที่ DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท นั้นเป็นการบริการประชาชนโดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพียงแค่ท่านเตรียมเอกสารหรือบัตรประชาชนไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้าน หรือสำนักงานเขตของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในกรุงเทพฯ ท่านก็จะได้รับเอกสารเพื่อนำไปใช้ประกอบการอุทธรณ์ทันที อย่าลืมนะครับว่าสิทธิ์เป็นของท่าน หากเรามั่นใจว่าเรามีคุณสมบัติครบถ้วน อย่าปล่อยให้ข้อผิดพลาดทางข้อมูลมาพรากสิทธิ์ที่เราควรได้รับไปครับ รีบไปดำเนินการก่อนหมดเขตวันที่ 31 กรกฎาคมนี้กันนะครับ

ที่มา – DBD เปิดตรวจสอบข้อมูลฟรี หลังพบรายชื่อหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 เพราะมีชื่อถือหุ้นบริษัท

พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย.

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังรอคอยความชัดเจนเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐ! ล่าสุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอ พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. เพื่อให้โอกาสประชาชนที่พลาดสิทธิหรือติดขัดเรื่องเอกสารได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนมากขึ้น

พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. พร้อมตั้งศูนย์ One Stop Service

ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจจะไม่สะดวกในการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ รัฐบาลจึงไม่ได้นิ่งนอนใจและสั่งการให้มีการตั้งศูนย์ One Stop Service ขึ้นในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถมายื่นอุทธรณ์ได้โดยตรงที่ที่ว่าการอำเภอ หรือผ่านกลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

มาตรการใหม่ช่วยตรวจสอบกรณีถูกสวมชื่อหรือบัญชีม้า

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือกรณีที่ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าชื่อของตนเองถูกนำไปใช้ในทางธุรกิจ หรือถูกสวมชื่อเป็นกรรมการบริษัทโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. นี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายเวลา แต่ยังเป็นโอกาสในการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง โดยทางกระทรวงพาณิชย์และตำรวจจะเข้ามาร่วมตรวจสอบเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกโจรกรรมข้อมูลหรือถูกเปิดบัญชีม้าอย่างไม่เป็นธรรม

  • บริการ One Stop Service ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง
  • การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปรับเรื่องถึงในหมู่บ้าน
  • เน้นตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกับความเป็นจริง
  • เปิดช่องทางแจ้งเหตุถูกนำชื่อไปสวมสิทธิประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้สั่งการให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิที่ควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าที่ได้รับสนับสนุนเดือนละ 315 บาท หรือการใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไข สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบนี้ ก็ยังมีโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ไว้รองรับการช่วยเหลือเบื้องต้นจากภาครัฐอีกด้วย

ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลพยายามปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตจริงของประชาชนมากขึ้น หากใครที่ยังดำเนินการไม่เรียบร้อย แนะนำให้รีบเตรียมเอกสารและสอบถามข้อมูลที่ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรักษาสิทธิของท่านให้ครบถ้วนก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดครับ

ที่มา – “พลพีร์” เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. ตั้งศูนย์ One Stop Service ทุกอำเภอ

ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ! ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลได้เปิดให้ผู้ผ่านเกณฑ์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เข้ามาดำเนินการลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยรัฐจะสนับสนุนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องลงทะเบียนใหม่ ทั้งที่เคยได้รับสิทธิอยู่แล้ว คำตอบคือเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนในรอบใหม่ให้ถูกต้องตามฐานข้อมูลนั่นเอง โดยสิทธินี้จะให้สำหรับบ้าน 1 เลขที่บ้านต่อ 1 สิทธิเท่านั้น หากค่าน้ำเกินจาก 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้ใช้สิทธิจะต้องจ่ายส่วนต่างเอง แต่ถ้าเกิน 315 บาท จะถือว่าไม่ได้รับสิทธิในส่วนลดสำหรับเดือนนั้นครับ

ช่องทางและขั้นตอนการลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สำหรับใครที่ต้องการรักษาสิทธิของตัวเอง แนะนำว่าให้รีบดำเนินการโดยเร็วผ่านช่องทางที่สะดวก ดังนี้ครับ:

  • เว็บไซต์ของการประปาส่วนภูมิภาค (www.pwa.co.th)
  • แอปพลิเคชัน PWA Plus Life
  • LINE Official Account : @PWAThailand
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาทั่วประเทศ

รัฐบาลได้อำนวยความสะดวกด้วยการเปิดให้บริการทุกวัน รวมถึงวันหยุดราชการจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ในช่วงเวลา 08.00–18.30 น. ใครที่ยังไม่ได้ทำเรื่อง อย่าลืมรีบไปทำกันนะครับ เพราะมาตรการนี้สำคัญมากในการช่วยลดค่าครองชีพได้จริง

ข้อควรระวังสำคัญคือ หากคุณเป็นผู้มีสิทธิรายเดิมต้องรีบลงทะเบียนภายใน 20–25 กรกฎาคม 2569 เพื่อเริ่มใช้สิทธิได้ในรอบเดือนสิงหาคม ส่วนรายใหม่สามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 กันยายน 2569 ซึ่งการลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ต่างไม่มีการย้อนหลังให้ ดังนั้นใครที่ช้าจะเสียสิทธิในรอบนั้นไปอย่างน่าเสียดายครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกครัวเรือนที่รอคอยมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล การเข้าถึงสวัสดิการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องเงินทอง แต่ยังเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ค่าครองชีพสูงไปได้ด้วยกัน หากใครติดปัญหาตรงไหน การติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานประปาใกล้บ้านคือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

ที่มา – เริ่ม 20 ก.ค. ผู้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งรายเดิมรายใหม่ ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา

Scroll to top