กระบวนการเลือกตั้ง

กกต. แจง บาร์โค้ดบนบัตร ทำตามกฎหมาย ลงคะแนนในคูหา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจเรื่องการเลือกตั้งไทย พอดีมีประเด็นร้อนๆ เรื่อง กกต. แจง บาร์โค้ดบนบัตร ที่หลายคนสงสัยกันมาก ว่ามันจะทำให้รู้ได้เหรอว่าลงคะแนนให้ใคร? วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ ละเอียดยิบเลยนะ รับรองว่าอ่านจบแล้วหายกังวลแน่นอน เพราะกกต. ยืนยันชัดๆ ว่าทำตามกฎหมายเต็มๆ และการลงคะแนนยังลับสุดๆ อยู่

กกต. แจง บาร์โค้ดบนบัตร

วันที่ 13 ก.พ. 2567 ที่สำนักงาน กกต. ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงแบบตรงไปตรงมาเลยครับ เขาบอกว่าให้ลองนึกภาพตอนเราไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสิ ไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ตรวจบัญชีรายชื่อ กรรมการลงชื่อในบัญชีและลงลายมือชื่อบนต้นขั้วบัตร จากนั้นฉีกบัตรให้เรา แล้วเราเดินเข้าคูหาเดี่ยวๆ เลยนะ ไม่มีใครเห็น!

ในคูหานั้นเป็นสิทธิ์ส่วนตัว 100% คุณกาบัตรลงคะแนนให้ใคร หรือไม่ลงให้ใครเลย ก็รู้คนเดียว กฎหมายยังห้ามเอาบัตรออกมาโชว์ ห้ามถ่ายรูปอีกด้วย ถ้าทำมีโทษอาญาและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งชัดเจน ดังนั้น กกต. แจง บาร์โค้ดบนบัตร ไม่ได้ทำให้ใครรู้หรอกครับ

ลงคะแนนในคูหา ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าตัว

ออกจากคูหาแล้ว คุณหย่อนบัตรเอง ปิดโพล 17.00 น. ก็เริ่มนับคะแนน กรรมการหยิบบัตรขานทีละใบ แต่ต้นขั้วบัตรแยกไปทางอื่นแล้ว ไม่รู้ว่าใบไหนของใคร นับเสร็จ แยกบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่เลือกใคร ใส่ถุงพลาสติกใส คล้องเคเบิลไทร์ ปิดสนิท แล้วใส่หีบบัตร ปิดเทปกาว คล้องสายรัด ส่งไปศูนย์เขต ยุบรวมหีบทั้งหมดโดยไม่เปิดเลย

สุดท้ายเก็บที่สถานีตำรวจ อำเภอ หรือ กกต. เก็บ 2 ปี จนกว่าจะพ้นร้องเรียน แม้แต่ กกต. เองก็เปิดไม่ได้นะครับ ยกเว้นสั่งนับใหม่เท่านั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 การลงคะแนนโดยตรงและลับแน่นอน

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

เหตุผลของบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง

ส่วนนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง บอกเพิ่มว่า กกต. แจง บาร์โค้ดบนบัตร มาจากระเบียบ กกต. ข้อ 29 ให้ใส่รหัสพิเศษได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันปลอมแปลงหลักๆ เลยครับ

  • Tracking จำนวนพิมพ์บัตร ไม่ให้เกินกำหนด
  • ตรวจสอบก่อนเข้าเล่ม (1 เล่ม 20 ใบ) ครบไหม
  • แจกจ่าย ถ้าบัตรเล็ดลอด รู้ได้ว่าไปหน่วยไหน ใครรับผิดชอบ
  • ตรวจทุจริต เช่น บัตรปลอม ใช้ข้ามเขต

ยกตัวอย่างกรณีมีคนโพสต์ต้นขั้วบัตรในโซเชียล สามารถสแกน tracking ได้ว่าเล่มไหน ยังไม่ฉีก ตรวจสอบคนเผยแพร่ได้ แต่บัตรที่ลงคะแนนแล้ว ยุบรวมหมด แยกต้นขั้ว บัญชีรายชื่อไปทางอื่น ไม่เชื่อมโยงได้หรอก

ผู้อำนวยการสำนัก กกต. อธิบาย QR Code บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

การเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งอย่างรัดกุม

ยืนยันว่าทุกขั้นตอนป้องกันสุดๆ ไม่มีทางรู้ว่าคุณลงให้พรรคไหน ผู้สมัครคนไหน กกต. ยังเชื่อมั่นระบบนี้ หลังเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2567

สรุปนะครับ การมีบาร์โค้ดช่วยให้เลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมมากขึ้น แต่ไม่กระทบความลับการลงคะแนนเลย คุณมั่นใจขึ้นมั้ย? ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่ม ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันเคลียร์!

ที่มา – กกต. แจง บาร์โค้ดบนบัตร ทำตามกฎหมาย ลงคะแนนในคูหา ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าตัว

สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ละเลยสอบฮั้วสว.

สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.”

ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง ได้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งคณะ และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 172 สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งที่อาจมีปัญหา

สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ละเลยอย่างไร

นายอัครวัฒน์กล่าวหาว่า กกต. และเลขาธิการ กกต. ร่วมกันปล่อยปละละเลย ให้เกิดการทุจริตในการเลือกตั้ง สว. รอบที่ผ่านมา ทำให้กระบวนการเลือกตั้งเสียหายอย่างร้ายแรง นับตั้งแต่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่าหนึ่งปี แต่ กกต. ยังไม่สามารถชี้แจงหรือแก้ไขข้อสงสัยต่อสาธารณชนได้ ทั้งที่มีกระแสสังคมและหลักฐานจำนวนมากบ่งชี้ถึงการทุจริตและการ “ฮั้ว” ในการเลือกตั้ง สว.

คดีที่มีหลักฐานปรากฏตั้งแต่แรก กลับถูกปล่อยให้ยืดเยื้อนานนับเดือนนับปี สิ่งที่ปรากฏกลับตรงกันข้ามกับที่ทุกคนคาดหวังว่าการเลือกตั้งจะต้องสุจริตยุติธรรม นายอัครวัฒน์ ยังเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยสำนวนและหลักฐานต่อสาธารณะโดยไม่มีเหตุผลสมควรในการปกปิด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาสืบสวนโดยไม่ถูกแทรกแซง เพื่อปกป้องหลักการประชาธิปไตยและความเป็นธรรม

ผลกระทบจากการละเลยของ กกต.

การละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไทย ผู้สมัครและประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่โปร่งใส สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” จึงเป็นการจุดประกายให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น หาก กกต. ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริตที่รุนแรงกว่าเดิมในอนาคต

  • ขาดความโปร่งใสในกระบวนการสอบสวน
  • หลักฐานถูกปกปิดจากสาธารณะ
  • ความเชื่อมั่นใน สว. ลดลง
  • เรียกร้อง DSI เข้ามาช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับการฮั้วประมูลและการสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้สมัคร นายอัครวัฒน์ ในฐานะ สว.สำรอง ได้รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพื่อสนับสนุนการแจ้งความครั้งนี้ โดยหวังว่าจะนำไปสู่การสอบสวนที่เป็นธรรม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบเลือกตั้งให้โปร่งใสยิ่งขึ้น ในฐานะผู้ดูแลการเลือกตั้ง กกต. มีหน้าที่สำคัญในการรักษาความสุจริต หากพบการละเลยจริง อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางอาญาที่รุนแรงได้ สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” จึงไม่ใช่แค่คดีส่วนตัว แต่เป็นประเด็นสาธารณะที่ทุกคนควรติดตาม

จากข้อมูลที่ได้รับ ทีมทนายความของนายอัครวัฒน์ได้ยื่นเอกสารครบถ้วนต่อพนักงานสอบสวนแล้ว และคาดว่าจะมีการไต่สวนในเร็ววันนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีในการต่อสู้กับการทุจริต หากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน จะช่วยยกระดับคุณภาพการเมืองไทยให้ดีขึ้นได้ ลองติดตามพัฒนาการของคดีนี้ และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เกิดการอภิปรายที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

ที่มา – สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.”

Scroll to top