กฤชนนท์ อัยยปัญญา

เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง

เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมช่วงนี้หน่วยงานรัฐถึงจริงจังเรื่องสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติกันจัง? ล่าสุดทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกมาประกาศมาตรการเชิงรุกเพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่กระจายของ เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง ที่กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับระบบนิเวศของบ้านเราครับ การบุกรุกของสายพันธุ์แปลกปลอมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง

ปัญหาหลักที่พบคือการพบสัตว์น้ำรุกรานในหลายจุด เช่น ปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรสงคราม และกุ้งก้ามแดงในกว๊านพะเยา ซึ่งเจ้าพวกนี้เป็นสายพันธุ์ที่เติบโตเร็วมากและกินเก่ง จนไปเบียดเบียนที่อยู่อาศัยและอาหารของสัตว์น้ำท้องถิ่นจนแทบไม่เหลือ ทางกรมประมงจึงต้องตั้งรับและวางแผนจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

มาตรการสำคัญที่กระทรวงฯ กำลังดำเนินการประกอบด้วย:

  • ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในจุดที่มีรายงานพบสัตว์น้ำต่างถิ่น
  • ถอนรากถอนโคนด้วยการจับออกและกำจัดอย่างต่อเนื่อง
  • สนับสนุนการนำสัตว์น้ำเหล่านี้มาแปรรูปเป็นสินค้าเศรษฐกิจ เช่น อาหารสัตว์หรือปลาป่น
  • ขอความร่วมมือจากประชาชนห้ามนำสัตว์น้ำต่างถิ่นไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเด็ดขาด

สำหรับประเด็นที่ว่า เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง จะทำได้สำเร็จหรือไม่นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกเราทุกคนด้วยครับ เพราะหากชาวประมงหรือผู้เลี้ยงพบเห็นความผิดปกติ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และที่สำคัญคือเราต้องปรับความเข้าใจใหม่ว่าการปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความผิดและทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง

สุดท้ายนี้ ผมมองว่าการรักษาทรัพยากรประมงของไทยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราคนไทยที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อให้แหล่งน้ำของเรายังคงเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ให้กับคนรุ่นหลังต่อไปครับ

ที่มา – เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัด “ปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง” ระบาดทำลายระบบนิเวศ

ก.เกษตรฯ ยันสถานการณ์ “ปุ๋ย” ในประเทศมีเพียงพอ ราคายูเรียตลาดโลกปรับตัวลดต่อเนื่อง

ก.เกษตรฯ ยันสถานการณ์ “ปุ๋ย” ในประเทศมีเพียงพอ ราคายูเรียตลาดโลกปรับตัวลดต่อเนื่อง

ข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรไทยครับ! ล่าสุดทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาให้ความมั่นใจแล้วว่า ก.เกษตรฯ ยันสถานการณ์ “ปุ๋ย” ในประเทศมีเพียงพอ ราคายูเรียตลาดโลกปรับตัวลดต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ของปัจจัยการผลิตทางการเกษตรขณะนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันเราไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนปุ๋ยแต่อย่างใด แม้ว่าที่ผ่านมาต้องเผชิญกับวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาและห่วงโซ่อุปทานโลก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ทำให้เกษตรกรยังคงมีปุ๋ยใช้งานอย่างต่อเนื่อง

มาตรการรับมือและการปรับตัวของเกษตรกร

เพื่อให้เกษตรกรไทยยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ก.เกษตรฯ ยันสถานการณ์ “ปุ๋ย” ในประเทศมีเพียงพอ ราคายูเรียตลาดโลกปรับตัวลดต่อเนื่อง พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบายการลดการใช้ปุ๋ยเคมีแบบเดิมๆ โดยกระตุ้นให้ปรับสัดส่วนการใช้ ดังนี้ครับ:

  • ลดการใช้ปุ๋ยเคมีจากเดิมที่เคยใช้สูง ให้เหลือร้อยละ 70
  • เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์อีกร้อยละ 30
  • สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย เพื่อให้ได้สูตรปุ๋ยที่เหมาะสม
  • นำนวัตกรรมเครื่องผสมปุ๋ยที่แม่นยำรายกระสอบมาช่วยลดต้นทุน

การปรับตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังช่วยให้ดินของพี่น้องเกษตรกรมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย การใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปกับการทำเกษตรแบบผสมผสานถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคปัจจุบัน

ข่าวดีเรื่องราคายูเรียในตลาดโลก

สำหรับประเด็นที่ทุกคนรอคอยคือเรื่องราคาครับ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นมาก เพราะราคายูเรียในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากระดับ 800 ทำให้ต้นทุนการนำเข้ามีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ ก.เกษตรฯ ยันสถานการณ์ “ปุ๋ย” ในประเทศมีเพียงพอ ราคายูเรียตลาดโลกปรับตัวลดต่อเนื่อง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกรได้อย่างชัดเจน

ในฐานะที่เราเป็นเมืองเกษตรกรรม การติดตามสถานการณ์ปัจจัยการผลิตอย่างใกล้ชิดและปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การตรวจวิเคราะห์ดินและการใช้ปุ๋ยสั่งตัด จะช่วยให้ทุกท่านสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านเพื่อขอรับข้อมูลนวัตกรรมสนับสนุนได้เลยครับ หวังว่าฤดูกาลเพาะปลูกนี้จะเป็นปีที่ราบรื่นและสร้างกำไรให้พี่น้องเกษตรกรทุกท่านครับ

ที่มา – ก.เกษตรฯ ยันสถานการณ์ “ปุ๋ย” ในประเทศมีเพียงพอ ราคายูเรียตลาดโลกปรับตัวลดต่อเนื่อง

เปิดประวัติ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม 7 สมัย

เปิดประวัติ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม 7 สมัย บ้านใหญ่ “อยู่บำรุง” ประกาศรักษาเก้าอี้ ส.ก. ปี 2569 อีกครั้ง! ถ้าพูดถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่คนหนองแขมรักและไว้วางใจมาอย่างยาวนาน ชื่อของ นวรัตน์ อยู่บำรุง คงต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอนครับ ด้วยประสบการณ์การเป็น ส.ก. เขตหนองแขม ถึง 7 สมัยติดต่อกัน เขาคือแชมป์ตัวจริงที่ไม่เคยหลุดเก้าอี้ วันนี้เราจะพาทุกท่านไป เปิดประวัติ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม 7 สมัย กันแบบละเอียดยิบ เพื่อให้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น

เปิดประวัติ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม 7 สมัย

นวรัตน์ อยู่บำรุง หรือชื่อเดิม เนาวรัตน์ อยู่บำรุง เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2506 ปัจจุบันอายุ 63 ปี (ณ ปี 2569) เขาเป็นคนบ้านแท้ๆ ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านหนองแขมที่เติบโตมาแบบติดดิน ใกล้ชิดประชาชนเสมอ

ประวัติการศึกษาและครอบครัว

ด้านการศึกษา นวรัตน์จบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้เขาเข้าใจปัญหาท้องถิ่นได้ดี โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และการพัฒนาชุมชน ที่สำคัญ เขาเป็นน้องชายของ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ ส.ส. สมัยหลายสมัยของเขตบางบอน-หนองแขม ครอบครัว “อยู่บำรุง” จึงเป็นตระกูลนักการเมืองชื่อดัง สโลแกน “ใจถึง พึ่งได้” คือสิ่งที่คนหนองแขมจดจำ

เส้นทางทางการเมือง 7 สมัยสุดยอด

นวรัตน์ก้าวเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2531 โดยลงสมัคร ส.ก. เขตหนองแขม ในนามพรรคมวลชน และได้รับเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง จากนั้นก็ครองใจชาวหนองแขมต่อเนื่อง 7 สมัย ดังนี้:

  • สมัยที่ 1: พ.ศ. 2525-2532 สังกัดพรรคมวลชน (เลือกตั้งแทนปี 2531)
  • สมัยที่ 2: พ.ศ. 2537-2541 สังกัดพรรคกิจสังคม
  • สมัยที่ 3: พ.ศ. 2541-2545 สังกัดพรรคมวลชน
  • สมัยที่ 4: พ.ศ. 2545-2549 สังกัดพรรคประชากรไทย
  • สมัยที่ 5: พ.ศ. 2549-2553 สังกัดกลุ่มพัฒนาหนองแขม
  • สมัยที่ 6: พ.ศ. 2553-2557 สังกัดพรรคเพื่อไทย
  • สมัยที่ 7: พ.ศ. 2565-2569 สังกัดพรรคเพื่อไทย

แม้ช่วงต้นปี 2569 ร.ต.อ. เฉลิม และวัน อยู่บำรุง จะลาออกจากพรรคเพื่อไทย แต่ นวรัตน์ ยังคงช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ในเขตใกล้เคียง แสดงถึงความสามัคคีและความภักดีต่อชุมชน

ผลงานเด่นใน ส.ก. ปี 2565-ปัจจุบัน

ในฐานะ ส.ก. เขตหนองแขม นวรัตน์รับผิดชอบคณะกรรมการสามัญหลายชุดที่ช่วยพัฒนาเขตหนองแขมให้เจริญรุ่งเรือง:

  • ประธานกรรมการ คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย: ดูแลความปลอดภัยและความสงบของประชาชน
  • กรรมการ คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง: วางแผนเมืองให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย
  • กรรมการ คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ: จัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ชาวหนองแขมชื่นชอบเขาเพราะเป็นคนติดดิน ใกล้ชิดประชาชน ช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม ถนนหนทาง สุขอนามัย และปัญหาชุมชนต่างๆ มาตลอด ด้วยวันรับสมัคร ส.ก. ปี 2569 ใกล้เข้ามา นวรัตน์กำลังเร่งหาเสียง ไม่ว่าจะลงอิสระหรือสังกัดพรรคไหน ชาวหนองแขมก็พร้อมหนุนหลัง

ในมุมมองของผม นวรัตน์ อยู่บำรุง คือตัวอย่างนักการเมืองที่ยั่งยืน เพราะไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้ง แต่ชนะใจคนได้จริงๆ หากคุณเป็นคนหนองแขม ลองติดตามข่าวการหาเสียงของเขา แล้วคุณจะเห็นว่าทำไมเขาถึงครองเก้าอี้ได้ 7 สมัย อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักประวัติสุดยอดของ ส.ก. เขตหนองแขม กันนะครับ!

ที่มา – เปิดประวัติ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม 7 สมัย

“โฆษกคมนาคม” เผยยอดลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาท ทะลุ 2 แสน!

“โฆษกคมนาคม” เผยยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ล่าสุดทะลุ 2 แสนคนแล้ว! มั่นใจว่าจากนี้จำนวนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแน่นอน ทุกฝ่ายกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์นี้กัน

นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลในการใช้มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท (20 บาทตลอดสาย) ว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มียอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เกิน 200,000 คนแล้ว หลังจากที่เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

โฆษกกระทรวงคมนาคมยังกล่าวอีกว่า มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำว่านโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาท” นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ยอดลงทะเบียนทะลุ 2 แสน

หลังจากเปิดให้ลงทะเบียน 24 ชั่วโมง แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ยังคงเปิดให้ลงทะเบียนได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาขัดข้องใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริการออนไลน์ภาครัฐอื่นๆ ในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ยังคงใช้งานได้ตามปกติ ประชาชนสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการต่างๆ ของรัฐมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เช่น การให้แก้ไขข้อมูลบัตรด้วยตนเอง และให้ผู้ที่สมัครแอปพลิเคชันทางรัฐใหม่ ไม่ต้องลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์อีกต่อไป

ปัญหาการผูกบัตร Rabbit และ EMV กับระบบ รถไฟฟ้า 20 บาท

สำหรับระบบผู้ให้บริการบัตรเอกชน เช่น บัตร Rabbit และบัตร EMV (KTB FastPay) อาจมีบางช่วงเวลาที่เกิดปัญหาติดขัดในการผูกบัตร เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าใช้งานพร้อมกัน แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด จนระบบเริ่มกลับมาให้บริการได้เป็นปกติแล้ว

สำหรับประชาชนที่ยังผูกบัตรไม่สำเร็จ สามารถกลับเข้ามาดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ โดยไม่ต้องเริ่มลงทะเบียนใหม่ตั้งแต่ต้น ช่วยลดความยุ่งยากและเสียเวลาในการทำรายการ

กระทรวงคมนาคมขอยืนยันกับประชาชนว่า สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และผู้ให้บริการเอกชนทุกฝ่าย กำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเป็นไปอย่างราบรื่น ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตามโครงการอย่างแน่นอน

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลมอบให้กับประชาชน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและส่งเสริมการใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน หากใครยังไม่ได้ลงทะเบียน อย่ารอช้า รีบดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้เลย!

ที่มา – “โฆษกคมนาคม” เผยยอดลงทะเบียนรับสิทธิ์ “รถไฟฟ้า 20 บาท” ล่าสุดทะลุ 2 แสนคน

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อเลื่อน! เกิดอะไรขึ้น?

“มนพร” เผย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อแววเลื่อนจาก 1 ต.ค. 68 เหตุต้องรอพิจารณา พ.ร.บ. 3 ฉบับและกฎหมายลูก ชี้ “สายสีแดง-สีม่วง” อาจยุติใช้นโยบาย 20 บาท ใน 30 ก.ย.นี้ หลัง ครม. กำหนดให้ใช้ครบ 8 เส้นทางพร้อมกัน ด้าน “กฤษฎีกา” ตีตกแผนสำรองคมนาคม เสนอของบกลางชดเชยช่วงรอกฎหมาย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อแววเลื่อน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2568 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนสำเร็จจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นบัตร Rabbit และบัตร EMV

ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 3 ฉบับ เพื่อสนับสนุนมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระยะที่ 2 ได้แก่

  • ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. …. (เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของ ส.ว.)
  • ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. (พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) ซึ่งจะต้องจัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” เพื่อชดเชยส่วนต่างรายได้ค่าโดยสาร
  • พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 (พ.ร.บ.รฟม.) (อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร)

นางมนพร กล่าวว่า รัฐบาลพยายามผลักดันให้ประกาศใช้มาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในวันที่ 1 ต.ค. 2568 แต่กระบวนการทางสภาอาจล่าช้า ทำให้ต้องขยับวันประกาศใช้ออกไป

ผลกระทบต่อสายสีแดงและสายสีม่วง

หากมีการขยับวันที่ประกาศใช้มาตรการระยะที่ 2 รถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วงที่เปิดใช้มาตรการไปแล้วตั้งแต่ พ.ย. 2566 จะต้องยกเลิกมาตรการ 20 บาทตลอดสายออกไปก่อน เนื่องจากมติ ครม. กำหนดให้สายสีม่วงและสีแดงสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 ก.ย. 2568 ก่อนจะเริ่มมาตรการครบทุกเส้นทางตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป

มาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ครอบคลุม 8 สาย ได้แก่ สายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีแดง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) รวม 13 เส้นทาง รวมระยะทาง 276.84 กม. รวม 194 สถานี โดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ลดรถยนต์บนถนน ลดอุบัติเหตุ และมลพิษทางอากาศ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า กำลังพิจารณาว่าจะใช้เงินจากกองทุนการรถไฟและเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฤษฎีกาตีความว่า กระทรวงคมนาคมไม่สามารถของบกลางมาชดเชยได้ เนื่องจากมองว่ายังไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน ทำให้กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 3 ฉบับให้ผ่านโดยเร็ว

การเลื่อนบังคับใช้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้บริการที่รอคอยนโยบายนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม

ที่มา – รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อแววเลื่อน รอ พ.ร.บ. 3 ฉบับ สายสีแดง-สีม่วง โดนหางเลข

Scroll to top