การกีฬาแห่งประเทศไทย

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

“ธรรมนัส” ภาคภูมิใจ ไทยทำเต็มที่เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 น้อมรับทุกคำวิจารณ์ นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียนและปรับปรุง เผย หลายประเทศขอบคุณ-ชื่นชม

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ถึงพิธีปิดซีเกมส์วันนี้จะมีความเรียบร้อยหรือไม่ ว่า ตนได้กำชับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนที่ผ่านมาแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นวันที่คนไทยร่วมกันฉลองความสำเร็จภาคการกีฬามาก ในส่วนของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ที่ตนเป็นประธาน ณ เวลานี้ได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าประสบความสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ภาพรวมมีความภาคภูมิใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ แต่คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่ มีข้อผิดพลาดก็ต้องนำเสียงวิจารณ์มาแก้ไข ซึ่งการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองหรือทีมงานทำผิดพลาดถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนำมาถอดบทเรียน ดังนั้น ขอขอบคุณทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และตนจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และจะทำให้ดีที่สุด

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าเราไปอยู่ในสนามแข่งขัน และมอบให้สมาคมกีฬาแต่ละประเภทไปเตรียมความพร้อมภายใต้กรอบงบประมาณที่เราได้รับ ก็จะเห็นบรรยากาศว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เขามาแข่ง เขาก็มีความสุขและชื่นชมว่าเราทำได้ดี ดูแลเขาอย่างดี ตนได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศเขาโทรศัพท์มาขอบคุณ และในวันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปพบประธานสหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก เขาก็ชื่นชมว่าตนทำได้ดี แต่เสียที่คนไทยวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราก็ต้องน้อมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข.

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

จากกระแสข่าวและความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาแสดงความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 พร้อมทั้งน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์และนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จมากที่สุด

ความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทีมงานทุกคนในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 โดยกล่าวว่า “คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความพยายามในการทำให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศที่ได้โทรศัพท์มาขอบคุณและชื่นชมในการจัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จในระดับนานาชาติ

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมายอมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพและความสามารถของประเทศไทยในด้านต่างๆ ทั้งในด้านการกีฬา การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม การจัดการแข่งขันที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 คือการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ที่น่าจดจำ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของประเทศไทย จะเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน และเป็นที่จดจำในระดับนานาชาติ ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยและทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

สุดท้ายนี้ การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพและความสามารถให้โลกได้เห็น มาร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้กันนะครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่เจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน-ปรับปรุง

นครพนม! สนามกีฬาฟุตบอล 100 ล้าน ปล่อยร้าง

สนามกีฬาฟุตบอล สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดนครพนม (กกท.นครพนม) ที่ใช้งบประมาณสร้างเกือบ 100 ล้านบาท กำลังตกอยู่ในสภาพถูกปล่อยทิ้งร้างนานกว่า 2 ปี สร้างความเสียดายให้กับคนในพื้นที่ ลู่วิ่งยางมาตรฐานก็หลุดล่อนเสียหายหมด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้เสนองบประมาณไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทยต่อเนื่องถึง 5 ปี แต่ถูกปัดตกทุกปี พวกเขาจึงวอนขอนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครพนม ช่วยผลักดันหางบประมาณมาพัฒนาแก้ไขปัญหาสนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนมแห่งนี้

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากชาวบ้านและเยาวชนในพื้นที่ เกี่ยวกับปัญหาสนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนม ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างจนชำรุดเสียหาย ทั้งที่เคยเป็นสนามกีฬาฟุตบอลที่ได้มาตรฐานที่สุดของจังหวัด ปัจจุบันกลับกลายเป็นสนามกีฬาที่ทรุดโทรมมากที่สุดแห่งหนึ่ง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสนามกีฬาฟุตบอลดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่หลายสิบไร่ ในเขตสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย กกท.นครพนม ในพื้นที่ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม สภาพโดยรวมขาดการดูแล ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกร้าง พื้นที่สนามฟุตบอลไม่ได้รับการดูแลพัฒนา รวมถึงลู่วิ่งยางที่มีสภาพเสียหายหลุดล่อน ไม่สามารถใช้งานได้ การปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 2 ปี ทำให้เกิดความเสียดายงบประมาณก่อสร้างเกือบ 100 ล้านบาท

นายชาญศิลป์ พุทธศาวงษ์ เจ้าหน้าที่ดูแลสนามกีฬาสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดนครพนม (กกท.นครพนม) เปิดเผยว่า สนามกีฬาดังกล่าวสร้างมานานกว่า 10 ปี เคยเป็นสนามกีฬาฟุตบอลและลู่วิ่งที่มีมาตรฐานมากที่สุดของนครพนม เคยใช้จัดการแข่งขันกีฬามาแล้วหลายครั้ง แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาทรุดโทรมเสื่อมสภาพ เพราะขาดงบประมาณในการดูแลบำรุงรักษา

สนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนม ปล่อยร้างจริงหรือ?

ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย กกท.นครพนม ได้เสนอของบประมาณไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นงบประมาณซ่อมแซมรวม 15 ล้านบาท แต่ถูกปัดตกทุกปี ทั้งที่ขอต่อเนื่องมานานถึง 5 ปี ทำให้ต้องรอความหวังทุกปี ปัญหาสนามกีฬาทรุดโทรมใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการสร้างโอกาสด้านการกีฬาต่อเยาวชนในพื้นที่แน่นอน เพราะเป็นสนามกีฬาหลักของจังหวัดนครพนม

ผลกระทบจากการปล่อยร้างสนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนม

การปล่อยสนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนม ให้รกร้าง ไม่ได้รับการดูแลส่งผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนาวงการกีฬาของจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่ขาดโอกาสในการฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะกีฬาอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการสูญเสียงบประมาณที่ลงทุนไปอย่างน่าเสียดาย

  • ขาดสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป
  • สูญเสียโอกาสในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับต่างๆ
  • ภาพลักษณ์ของจังหวัดนครพนมเสียหาย
  • งบประมาณที่ลงทุนไปสูญเปล่า

ข้อเสนอแนะ

  • เร่งรัดการจัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงสนามกีฬา
  • เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและพัฒนาสนามกีฬา
  • จัดกิจกรรมส่งเสริมการกีฬาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจกีฬามากขึ้น

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนม เพื่อคืนโอกาสทางการกีฬาให้แก่เยาวชนและประชาชนชาวนครพนม

ที่มา – พบสนามกีฬาฟุตบอล ที่ จ.นครพนม งบเกือบ 100 ล้าน ถูกปล่อยร้างนานกว่า 2 ปี

ครม.อนุมัติงบ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

มติ ครม. เห็นชอบจัดสรรงบประมาณ 455,962,200 บาท ค่าใช้จ่ายการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 คาดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 5,200 ล้าน

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) วงเงินงบประมาณ 455,962,200 บาท ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอประกอบด้วย

1. ค่าใช้จ่ายสาขาพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน และไฟพระฤกษ์ จำนวน 166,282,000 บาท รายละเอียด ดังนี้

  • 1.1 จ้างจัดงานพิธีเปิด-พิธีปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) จำนวน 147,953,000 บาท
  • 1.2 จ้างจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (ค.ศ. 2025) และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 (ค.ศ. 2025) จำนวน 14,683,500 บาท
  • 1.3 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสำรวจ/เข้าร่วมพิธีเปิด-ปิด/เข้าร่วมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์/งานพิธีไฟพระฤกษ์ของคณะกรรมการสาขา/คณะทำงาน/เจ้าหน้าที่ จำนวน 3,645,500 บาท

2. ค่าใช้จ่ายสาขาการประชาสัมพันธ์ การดำเนินการศูนย์ถ่ายทอดสัญญาณ (IBC) จำนวน 30,000,000 บาท

3. ค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างดำเนินการจัดหาที่พัก อาหาร ขนส่ง และค่าซักรีด ของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากต่างประเทศ จำนวน 259,680,200 บาท

โดยให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ดำเนินการจัดหารายได้จากการแข่งขัน ตลอดจนการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดภาระต่องบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณากำหนดกลไกในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้านให้ครอบคลุมในทุกมิติ รวมถึงสถานการณ์หรือผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันด้วย และเพื่อให้การจัดการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ เกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกัน เห็นควรให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผน แนวทาง กลยุทธ์ และเป้าหมายในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สังคม และองค์ความรู้อย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทยรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ให้สำนักงบประมาณทราบด้วย

ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีดังนี้

(1) สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยสู่สายตาประชาคมอาเซียน ผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนนานาชาติ ให้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมของประเทศในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเกิดการหมุนเวียนในระบบ

(2) แสดงความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงในฐานะเป็นประเทศที่มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดกิจกรรมกีฬาและการแข่งขันกีฬาทุกระดับเพิ่มขึ้น

(3) สร้างแรงบันดาลใจให้นักกีฬาไทยและเยาวชนที่รักการออกกำลังกายและแข่งขันกีฬา มีความมุ่งมั่นใฝ่ฝันที่จะก้าวมาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย สร้างแรงกระตุ้นในการมีส่วนร่วมและความภูมิใจของประชาชนชาวไทยในการที่ประเทศไทยได้เป็นประเทศเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025)

(4) ประเทศไทยและนักกีฬาประสบความสำเร็จเป็นเจ้าเหรียญทอง โดยมีเป้าหมายเหรียญรางวัลในการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาซีเกมส์ 252 เหรียญทอง และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 233 เหรียญทอง

(5) ประมาณการมูลค่าทางเศรษฐกิจ จำนวน 5,285,000,000 บาท

ครม.อนุมัติงบ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

การที่ ครม. อนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ในปี 2568 นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมกีฬาและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอีกด้วย

ทำไมต้องเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการจัดการ การท่องเที่ยว และการกีฬา ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการเป็นเจ้าภาพ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 มาร่วมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยและร่วมสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมจากทั่วอาเซียนกันนะครับ!

จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

ที่มา – ครม. ไฟเขียวงบฯ เฉียด 456 ล้าน เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

“ธรรมนัส” สั่งเดินเครื่องซีเกมส์เต็มสูบ เจรจาจัดเปตอง

“ธรรมนัส” สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสมาคมเปตอง แก้ปัญหาถูกแบน ย้ำหากผิดจริง ดำเนินคดี-ยึดทรัพย์ เร่งเดินเครื่องเจ้าภาพซีเกมส์เต็มสูบ 

วันที่ 25 กันยายน ที่โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกำกับด้านกีฬา เป็นประธานในการติดตามความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

จากกรณีที่ สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติ สั่งลงโทษห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากปัญหาคุณสมบัติของนายกสมาคมฯ ทำให้ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ แต่งตั้ง “คณะกรรมการกลาง” ขึ้นมาเพื่อให้เป็นฝ่ายจัดการแข่งขันเปตองซีเกมส์ แต่จากปัญหาที่สมาคมกีฬาเปตองฯ ยังไม่หยุดการทำงาน จึงทำให้สหพันธ์เปตองโลก สั่งแบน ห้ามแข่งจัดแข่งซีเกมส์

“ธรรมนัส” สั่งเดินเครื่องเจ้าภาพซีเกมส์เต็มสูบ เตรียมเจรจาจัดเปตอง

เร่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กรณีของสมาคมกีฬาเปตองฯ ที่ถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติลงโทษแบนนั้น วันนี้ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย มอบหมายให้นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายหิมาลัย ผิวพรรณ มอบหมายให้เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย , นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานฯ พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ ประธานคณะกรรมการกลาง ประสานเจรจากับสหพันธ์เปตองโลกเพื่อให้มีจัดแข่งซีเกมส์ พร้อมทั้งให้ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสมาคมกีฬาเปตอง ในเรื่องที่โดนสหพันธ์โลกแบน

หากไม่ผิด คืนความเป็นธรรม

“หากผลการตรวจสอบออกมาว่าไม่มีความผิด ต้องคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เกี่ยวข้อง แต่ถ้าพบว่ามีความผิดจริง ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการยึดทรัพย์จากนี้ จะมีการเตรียมทำหนังสือเร่งด่วน โดยให้ กกท.ชี้แจงสหพันธ์เปตองนานาชาติ ผ่านคณะกรรมการโอลิมปิกฯ เพื่อมาตรการเร่งด่วน เพื่อให้กีฬาเปตองสามารถแข่งขันได้ในศึกซีเกมส์” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เตรียมพร้อมซีเกมส์เต็มที่

ร้อยเอก ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ด้วยว่าสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่าง 9-20 ธ.ค.นี้ ในเรื่องของการเตรียมความพร้อม พิธีเปิด-ปิด การประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดสด รวมถึงการจัดหาอาสาสมัคร ตนได้มอบนโยบายไปให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แล้วว่า ให้หามืออาชีพมาช่วยดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการแข่งขัน และมองว่านี่คือการแข่งขันรายการสำคัญ ที่จะสะท้อนภาพประเทศไทยไปสู่สายตานานาชาติ รวมถึงได้กำชับให้มีการตรวจสอบที่ชัดเจนในเรื่องของการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมา และในที่ประชุมครั้งนี้ ตนก็ได้ร่วมพูดคุยกับสมาคมกีฬาต่างๆ เพื่อรับฟังปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขด้วย

เจรจาให้รับรองกีฬาเปตอง

“ธรรมนัส” สั่งเดินเครื่องเจ้าภาพซีเกมส์เต็มสูบ เตรียมเจรจาจัดเปตอง

“ส่วนประเด็นเรื่องปัญหากีฬาเปตองในซีเกมส์นั้น ผมพร้อมจะผลักดันให้การแข่งขันนั้นจัดขึ้นตามโปรแกรมเดิม ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ผมได้มอบหมายให้มีการตั้งคณะทำงาน 1 ชุดที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการตรวจสอบ ขึ้นตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีการกระทำไม่ถูกต้อง ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย หรือหากพบว่าไม่มีการกระทำผิด ก็ต้องให้ความยุติธรรมต่อไป ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้คณะทำงานอีกชุด ทำหน้าที่ในนามตัวแทนรัฐบาลไทย นำโดยประธานโอลิมปิกแห่งประเทศไทย, นายชัยภักดิ์ และ พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ ประธานคณะกรรมการกลางเปตอง เดินทางไปเจรจากับ สหพันธ์เปตองนานาชาติ เพื่อขอให้อนุมัติและรับรองให้มีการแข่งขันเปตองในซีเกมส์“ ร้อยเอก ธรรมนัส

การสั่งการของ “ธรรมนัส” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ดำเนินไปอย่างราบรื่น และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาคมกีฬาเปตองฯ อย่างไรก็ตาม การเจรจากับสหพันธ์เปตองนานาชาติยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กีฬาเปตองสามารถกลับมาจัดการแข่งขันในซีเกมส์ได้ตามที่ตั้งใจไว้ การดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการกีฬาอีกด้วย

ที่มา – “ธรรมนัส” สั่งเดินเครื่องเจ้าภาพซีเกมส์เต็มสูบ เตรียมเจรจาสหพันธ์โลกขอไฟเขียวจัดเปตอง

Scroll to top