การฉ้อโกงประชาชน

“ภาวุธ” แจง DSI คดี Forex ยืนยันไม่มีแลกอวย TH-AI Passport กับผลทางคดี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อเมื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีคดี Forex ที่ตกเป็นข่าวครึกโครม โดยใช้เวลาในการให้ปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมงเต็ม

“ภาวุธ” แจง DSI คดี Forex ยืนยันไม่มีแลกอวย TH-AI Passport กับผลทางคดี

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเคลียร์ชัดทุกประเด็นที่สังคมสงสัย โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงเรื่องเส้นทางการเงินและท่าทีต่อโครงการรัฐ ซึ่งนายภาวุธได้ออกมาเปิดใจผ่านสื่อมวลชนถึงความบริสุทธิ์ใจของตนเองในทุกข้อกล่าวหา

ยืนยันความบริสุทธิ์ในคดี Forex

ในการเข้าพบเจ้าหน้าที่ นายภาวุธได้นำหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ในสำนวนมาแสดงเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยยืนยันว่าเงินที่มีการพูดถึงนั้นมีที่มาที่ไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับยอดเงิน 28 ล้านบาทที่หลายคนตั้งข้อสังเกต นายภาวุธยังคงยืนยันคำเดิมว่าได้มาจากการเทรดทองคำและกิจกรรมทางธุรกิจที่ตรวจสอบได้

  • ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex
  • ยืนยันเส้นทางการเงินโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกยอด
  • พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ DSI เต็มที่

นอกจากประเด็นคดีความแล้ว อีกสิ่งที่สังคมจับตามองคือเรื่อง “ภาวุธ” แจง DSI คดี Forex ยืนยันไม่มีแลกอวย TH-AI Passport กับผลทางคดี ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ามีการเปลี่ยนท่าทีในการวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport ของรัฐบาลไปจากเดิม โดยเจ้าตัวชี้แจงว่าเป็นการแบ่งงานภายในพรรคและการแสดงความเห็นในมุมมองของนักธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้มีดีลลับเพื่อหวังผลทางคดีตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยแต่อย่างใด

นายภาวุธยังระบุว่า ได้มีการทำความเข้าใจกับคุณรักชนก ศรีนอก เป็นที่เรียบร้อยแล้วภายในพรรค และยืนยันว่าไม่มีความผิดใจใดๆ การลดบทบาทในการตรวจสอบโครงการดังกล่าวเป็นเพียงการจัดการเวลาทำงานให้เหมาะสมกับภาระหน้าที่ในสภาที่มีอยู่มากมายเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงจะเป็นอย่างไรคงต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาออกมาแสดงตัวและชี้แจงด้วยความมั่นใจเช่นนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความเชื่อมั่นให้กับสังคม และเป็นบทเรียนสำคัญให้กับนักการเมืองที่ต้องเผชิญกับตรวจสอบจากภาคประชาชนในยุคที่ทุกอย่างเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

ที่มา – “ภาวุธ” แจง DSI คดี Forex ยืนยันไม่มีแลกอวย TH-AI Passport กับผลทางคดี

ปปง.มีมติอายัดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” เพิ่ม 12 ล้านบาท

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. มีความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด โดยปปง.มีมติอายัดทรัพย์สิน “ชนนพัฒฐ์” กับพวกเพิ่มเติม 12 รายการ มูลค่า 12 ล้านบาท จากคดีเว็บพนันออนไลน์ www.gimi88.com ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างเข้มข้น วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลเด่นๆ จากการแถลงของนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 ให้ฟังกันแบบละเอียด

ปปง.มีมติอายัดทรัพย์สิน “ชนนพัฒฐ์” กับพวกเพิ่มเติม 12 รายการ มูลค่า 12 ล้านบาท

คดีนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มนายชนนพัฒฐ์และพวกที่จัดให้เล่นพนันออนไลน์ผ่านเว็บ gimi88.com และเว็บเกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ ปปง. เคยมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568) และตอนนี้เพิ่มเติมอีก 12 รายการ เช่น หุ้นบริษัทและเงินฝากธนาคาร มูลค่า 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.81/2569) คดีนี้อยู่ระหว่างศาลแพ่งพิจารณา (ฟ 16/2569) แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการติดตามทรัพย์ที่ได้จากผิดกฎหมาย

รายละเอียดเพิ่มเติมคดีพนันออนไลน์ gimi88.com

เว็บไซต์เหล่านี้ล่อลวงประชาชนเล่นพนัน ปปง. ใช้กฎหมายธุรกรรมยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรอาชญากรรม ทำให้กลุ่มนี้สูญเสียแหล่งทุนสำคัญ

การยึดอายัดทรัพย์สินคดีอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 303 ล้านบาท

นอกจากคดีชนนพัฒฐ์ ปปง. ยังมีมติยึดอายัดทรัพย์ 34 รายคดี รวม 808 รายการ มูลค่า 303 ล้านบาท จากความผิดยาเสพติด ฉ้อโกง พนันออนไลน์ เช่น

  • คดีเอื้ออังกูรกับพวก ชวนลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ หลอกลวงมูลค่าหลายพันล้าน โอนเป็น USDT แล้วลักลอบออกนอกประเทศ เพิ่มยึด 211 รายการ 145 ล้านบาท (ย.78/2569)
  • เครือข่ายไลน์ “หลังบ้านศิวิไล” นายกวินท์กับพวก เพิ่มยึด 11 รายการ 7 ล้านบาท (ย.83/2569)
  • นายกฤษฎาฯ กับพวก ที่ดิน 14 แปลง 27 ล้านบาท (ย.84/2569)
  • นายกฤตภพฯ กับพวก หุ้น ประกันชีวิต 169 รายการ 43 ล้านบาท (ย.54/2569)
  • เว็บ auto888vip.com นายทวีศักดิ์ฯ กับพวก รถหรู ที่ดิน 49 รายการ 28 ล้านบาท (ย.70/2569)

ขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่ารวม 310 ล้านบาท

ปปง. ส่งเรื่องอัยการ 17 รายคดี 953 รายการ 310 ล้านบาท หลังผู้เกี่ยวข้องเพิกถอนไม่ได้ เช่น

  • อดีตพระอลงกต (พระราชวิสุทธิประชานาถ) คดีเบียดบังทรัพย์วัดพระบาทน้ำพุ ฟอกเงิน ยื่นให้ทรัพย์ 20 รายการ 60 ล้านบาทตกเป็นของรัฐ (ย.6/2569)
  • นายฉัตรชัยฯ พนันออนไลน์ 378 รายการ 78 ล้านบาท (ย.1/2569)
  • นายไมตรีฯ ยาเสพติด ฟอกเงินผ่านนิติบุคคล 26 รายการ 19 ล้านบาท (ย.303-304/2568)
  • นางสุพิชฌาย์ฯ เชื่อมหมอดูตี่ลี่ 362 รายการ 131 ล้านบาท (ย.7/2569)

คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย คืนทรัพย์ 422 ล้านบาท

11 รายคดี 266 รายการ ส่งอัยการคืนผู้เสียหายจากฉ้อโกง เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พิมภาดา (77 ล้าน), MR.ZHENG (38 ล้าน), เดอะ นิว คอนเซปท์ (213 ล้าน) ผู้เสียหายยื่นคำร้องภายใน 90 วัน ตรวจสอบที่ www.amlo.go.th

การดำเนินงานของ ปปง. แสดงถึงความมุ่งมั่นปราบปรามฟอกเงิน พนันออนไลน์ ฉ้อโกง ซึ่งเป็นภัยร้ายต่อเศรษฐกิจ หากคุณเคยตกเป็นเหยื่อ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและแจ้งเบาะแสเพื่อช่วยสังคม ห้ามพลาดติดตามข่าวอัปเดตจาก ปปง. เพื่อความปลอดภัยทางการเงินของคุณ

ที่มา – ปปง.มีมติอายัดทรัพย์สิน “ชนนพัฒฐ์” กับพวกเพิ่มเติม 12 รายการ มูลค่า 12 ล้านบาท

รทสช. **พิฆาตคนชั่ว**! พีระพันธุ์เปิดยุทธศาสตร์

“พีระพันธุ์” นำทีม รทสช. เปิดยุทธศาสตร์ พิฆาตคนชั่ว โชว์เครื่องประหารหัวพยัคฆ์ ลั่นไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ชงแก้กฎหมายเอาผิดสแกมเมอร์ เผยไม่ปิดประตูร่วม “ปชน.-พท.” ถ้าทำชัดเจน 3 ข้อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มกราคม 2568 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำและผู้สมัคร สส. ของพรรค เปิดยุทธศาสตร์และแสดงจุดยืน “พิฆาตคนชั่ว” โดยเสนอนโยบายคุกกลางทะเล เพิ่มโทษสูงสุดกระบวนการค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ และปราบปรามการทุจริต โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มีคำที่ว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” วันนี้ตนเองเชื่อว่า สังคมและพี่น้องประชาชน รู้สึกถึงคำหลังมากกว่าคำข้างหน้า เพราะทุกวันนี้ทำชั่วได้ดีมีถมไปจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าสังคมถูกกลุ่มคนชั่วเข้ามาครอบงำทั้งหมด คนชั่วที่เป็นข้าราชการเข้ามาทุจริต นักการเมืองที่เข้ามาไม่ได้ทำงานเพื่อประชาชน แต่เข้ามาเพื่อร่วมกันทุจริตหาประโยชน์ ข้าราชการมีอำนาจหน้าที่รังแกประชาชน ประชาชนด้วยกันเองรวมหัวกันฉ้อโกงประชาชน

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การกระทำของคนชั่วพวกนี้ จึงต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม เพื่อปกป้องคนดี คนดีต้องมีที่ยืน สังคมต้องไม่โดดเดี่ยว สุภาษิตที่บอกว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ต้องกลับมา นี่คือสิ่งที่พรรครทสช.ประกาศนโยบาย พิฆาตคนชั่ว พรรคจะไม่รวมสังฆกรรมและเอาจริงกับการทุจริต ยืนยันว่าเราจะไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ไม่ยอมให้มาครอบงำพรรค และครอบงำประเทศ ไม่ยอมให้ข้าราชการทุจริต ปล้นเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินของคนทั้งประเทศลอยนวล โดยไม่มีการจัดการอย่างเด็ดขาดและเฉียบขาด

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า โดยเห็นได้ว่าปัญหาเหล่านี้มันทวีคูณขึ้นจนกลายเป็นวิกฤติหนึ่งของประเทศ ต้องแก้ไขโดยเด็ดขาดเพื่อพลิกโฉมประเทศ คนดีจะมีพรรครทสช.ยืนอยู่ด้วย และปกป้องตลอดเวลา ขอโอกาสพรรครทสช.เข้าไปจัดการคนชั่วเหล่านี้ อย่าให้ทำชั่วได้ดีมีถมไป อีกต่อไป

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายพีระพันธุ์ พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค ได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเปิดใบมีดเครื่องประหารหัวพยัคฆ์ เพื่อสื่อถึงการ พิฆาตคนชั่ว คนโกง ให้หมดไปจากแผ่นดินไทย

จากนั้น นายพีระพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า นโยบาย พิฆาตคนชั่ว ของพรรค ไม่ได้มุ่งเน้นที่ข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบโกงเงินแผ่นดินอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้ที่กระทำความผิดที่มีผลกระทบกับประชาชน เช่น ไปช่วยกันให้กลุ่มสแกมเมอร์พ้นผิด หรือไม่จับกุม ถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งปัญหาสแกมเมอร์ขณะนี้ไม่มีกฎหมายรองรับ เราไปเน้นการจับกุม แต่ไม่มีกฎหมายจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคจะเร่งดำเนินการทันที

เมื่อถามย้ำว่า ประเทศไทยมีปัญหานี้มานาน จะจัดการได้ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า สแกมเมอร์โดยพื้นฐานก็เกิดจากการฉ้อโกง แต่กฎหมายที่มีอยู่กำหนดไว้ก็ไม่คิดว่าจะฉ้อโกงในลักษณะนี้ กฎหมายไทยเป็นความผิดอาญาธรรมดา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือความผิดเรื่องฉ้อโกงประชาชน ในอดีตกฎหมายระบุความผิดเป็นเรื่องตัวต่อตัว หากมี 1-3 คนร่วมกันทำ แต่กฎหมายไม่ได้ครอบคลุมถึงการใช้เทคโนโลยี เครือข่ายอาชญากรรม หรืออาชญากรรมข้ามชาติ และผลกระทบจากการฉ้อโกงก็ไม่เคยใหญ่ถึงระดับหลายแสนล้าน ดังนั้นการกระทำผิดนี้ควรมีโทษเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สาสมกับสิ่งที่ทำ

นอกจากนี้ ก่อนจะมีโทษ ก็ต้องผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่ผู้มีอำนาจไม่ปฏิบัติ หรือกลับไปช่วยกันทำพยานหลักฐานให้อ่อน ลักษณะแบบนี้คือการร่วมกระทำความผิด ต้องมีโทษเช่นกัน การนำพยานหลักฐานส่งฟ้องศาล ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิธีพิจารณาความให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติ เมื่อไปถึงชั้นศาล เมื่อศาลตัดสิน ต้องให้มีการทำตามคำพิพากษาตามเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ตัดสินแล้วไปนอนรอในเรือนจำ ไม่มีการบังคับคดี จนบางคนไปตั้งฮาเร็มในเรือนจำ

ส่วนหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการทุจริต แต่ทำความผิดเสียเอง ต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุมหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระเหล่านี้ ได้กำหนดโทษไว้อยู่แล้ว หากคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ไปทำความผิดเสียเอง จะมีโทษเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่ปัญหาวันนี้คือ กระบวนการเอาผิดหรือสอบสวน ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีลักษณะพิเศษหรือรวดเร็วแค่ไหน จึงต้องวนมาที่การปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็ว เพื่อให้มีกรอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อย ๆ

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีหลายคดีที่เป็นลักษณะพิเศษ แต่กฎหมายที่ใช้วันนี้เขียนมาอย่างน้อย ๆ เกือบ 100 ปีแล้ว ซึ่งในยุคนั้นเขาไม่ได้คิดว่าจะมีลักษณะพิเศษอะไรแบบนี้ แต่เราไม่เคยมีการปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้เลย เมื่อมีการกระทำความผิดที่หนักขึ้น รุนแรงขึ้น จึงเห็นว่าประเทศไทยต้องแก้ไขสิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นการบังคับให้คนที่กระทำความผิดได้รับโทษรวดเร็วขึ้น และคนที่มีอำนาจหน้าที่หากไปเข้าด้วยช่วยกัน ไม่ว่าจะองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ หรืออัยการ จะถือว่าเป็นการกระทำความผิด เป็นความผิดเดียวกันหมด

รทสช. เปิดยุทธศาสตร์พิฆาตคนชั่ว

ส่วนเราจะประกาศได้ชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมงานกับทุนเทาหรือนักการเมืองที่เป็นสีเทา นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มีความชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ามีความผิดมีหลักฐานดำเนินคดีเลย ซึ่งถ้าไม่มีการดำเนินคดีเราอยู่ด้วยไม่ได้

ส่วนเรื่องความชัดเจน ของพรรค รทสช. ว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหนนั้น นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่าการทำงานทางการเมืองของพรรควันนี้เราพร้อมทำงานร่วมกับ 1. พรรคที่มีนโยบายชัดเจนในการจัดการเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชา 2. ต้องชัดเจนในเรื่องจัดการพวกกังฉินทั้งหลาย คนชั่วของแผ่นดิน และ 3. ต้องไม่มีอะไรที่จะกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาในการที่จะทำงานร่วมกับใคร แต่เมื่อทำงานไปแล้วมีสถานการณ์อื่นเกิดขึ้นก็ถือเป็นเรื่องอนาคต การร่วมรัฐบาลเราต้องรู้ว่าแนวทางการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไปด้วยกันได้หรือไม่

ส่วนจะสามารถจับมือกับพรรคประชาชน (ปชน.) ได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าเขาทำ 3 เรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติก็ทำงานด้วยกันได้ ตนทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อประชาชนให้เดินไปข้างหน้า ตนไม่มีนโยบายโค่นล้มชาติบ้านเมือง

ขณะที่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ก่อนหน้านี้มีกรณีเรื่องคลิปเสียงอังเคิลจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อันนั้นน่าจะเป็นเรื่องเฉพาะตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ตนเชื่อว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง พวกเราแต่ละคนสามารถกระทำความผิดที่เป็นเฉพาะตัว ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องส่วนรวมไปหมดมันไม่มีทางเจริญได้หรอก เพราะทุกพรรคก็มีปัญหาหมด เราไม่สามารถควบคุมคนในพรรคแต่ละคนได้ แต่ถ้าคนไหนทำให้พรรคมีปัญหาหรือเสื่อมเสียเราก็ต้องเอาออกไปเท่านั้นเอง แต่พรรคยังต้องอยู่ต่อ

ยุทธศาสตร์พิฆาตคนชั่วของ รทสช. คืออะไร?

ยุทธศาสตร์ พิฆาตคนชั่ว ของพรรครวมไทยสร้างชาติแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในสังคมไทยอย่างจริงจัง การนำเสนอนโยบายที่เข้มแข็งและชัดเจนเช่นนี้ เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่า จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชนได้หรือไม่

ที่มา – รทสช. เปิดยุทธศาสตร์พิฆาตคนชั่ว “พีระพันธุ์” เปิดเครื่องประหารหัวพยัคฆ์ จัดการคนโกง

Scroll to top