การประชุมพรรค

“ภูมิใจไทย” ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต ลุยเลือกตั้ง

พรรค“ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 “สรรเพชญ” ยันพร้อมเต็มที่สานงานต่อให้ชาวสงขลา

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายสรรเพชญ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา เขต 1 เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคเพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดสงขลา ซึ่งจัดขึ้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาและเตรียมลงสมัคร สส. ครบทั้ง 9 เขตเลือกตั้งของจังหวัดสงขลาแล้ว

สำหรับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดสงขลา ในนามพรรค“ภูมิใจไทย” ทั้ง 9 เขต ประกอบด้วย

  • เขต 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา เขต 1
  • เขต 2 นายศาสตรา ศรีปาน อดีต สส.สงขลา เขต 2
  • เขต 3 นายสมยศ พลายด้วง อดีต สส.สงขลา เขต 3
  • เขต 4 นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง อดีตสมาชิกสภาจังหวัดสงขลา
  • เขต 5 นายอภิชาต ลาพินี
  • เขต 6 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์
  • เขต 7 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ อดีต สส.สงขลา เขต 7
  • เขต 8 นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ
  • เขต 9 พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มว่า จำนวนผู้สมัครทั้ง 9 คน มีถึง 4 คนที่เป็นอดีต สส.ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานในสภา เข้าใจกลไกการผลักดันนโยบาย และรับรู้ปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสานงานต่อยอดงานเดิม และขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของจังหวัดสงขลาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันผู้สมัครรายอื่นๆ ก็เป็นบุคคลที่มีศักยภาพ มีความรู้ ความสามารถ และมีฐานการทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมผู้สมัครของพรรค“ภูมิใจไทย”ในจังหวัดสงขลาครั้งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่าง ประสบการณ์ ความต่อเนื่อง และพลังใหม่อย่างลงตัว

“การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมทั้งตัวบุคคล ทีมงาน และนโยบาย ผู้สมัครทุกคนพร้อมลงพื้นที่ แนะนำตัว และสื่อสารนโยบายของพรรคอย่างเข้มข้น เพื่อขอความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวสงขลา ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้งและพร้อมเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนชาวสงขลา” นายสรรเพชญกล่าว

“ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

พรรคภูมิใจไทย มั่นใจในการส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ทั้ง 9 เขตลงสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง ด้วยความพร้อมในทุกด้าน ทั้งตัวบุคคล นโยบาย และทีมงาน เราเชื่อมั่นว่าผู้สมัครของเราจะสามารถตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวสงขลาได้อย่างตรงจุด และพร้อมที่จะพัฒนาจังหวัดสงขลาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ทำไมต้องเลือก “ภูมิใจไทย” ที่สงขลา?

นอกจากประสบการณ์และความมุ่งมั่นของผู้สมัครแล้ว พรรค“ภูมิใจไทย” ยังมีนโยบายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ที่จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดสงขลาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข หรือโครงสร้างพื้นฐาน เราให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญ ที่พี่น้องชาวสงขลาจะได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างรอบคอบ และเลือกคนที่ท่านเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาจังหวัดสงขลาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การตัดสินใจของท่านมีความหมาย เลือกคนที่ใช่ พรรคที่พร้อม แล้วสงขลาจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ที่มา – “ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

ภูมิใจไทยเปิดตัว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 100 รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เตรียมจับตาเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 24 ธันวาคมนี้! ใครจะได้เป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า มาร่วมติดตามข่าวสารไปพร้อมๆ กัน

ภูมิใจไทยเปิด 100 รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้เปิดเผยรายชื่อผู้แสดงความจำนงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันว่าปาร์ตี้ลิสต์ ครบทั้ง 100 รายชื่อ โดยไม่ได้มีการจัดลำดับแต่อย่างใด ซึ่งในรายชื่อนั้นประกอบไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียง ขุนพลทางการเมือง อดีตรัฐมนตรี และทายาทนักการเมืองที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ดังนี้

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
  2. นายกนก วงษ์ตระหง่าน
  3. นายกมล วิภาดาพิสุทธิ์
  4. นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี
  5. นางกษมา จิรภัคเสถียร
  6. นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน
  7. นายกิติศักดิ์ นาอ่อน
  8. นายเกรียงยศ สุดลาภา
  9. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
  10. นายโกวิทย์ นาพิมพ์
  11. นายไกรสร วิศิษฎ์วงศ์
  12. นายขจรศักดิ์ สีทองหลาง
  13. นายขวัญชัย สกุลทอง
  14. นายจักรกฤษณ์ การะเกด
  15. นายจักรวัฒน์ ฐิติพิทยา
  16. นายจำลอง ช่วยรอด
  17. นายจิณณา สืบสายไทย
  18. นางสาวจิณตภา ฐิติพิทยา
  19. นายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
  20. นายชูเกียรติ น้ำเงิน
  21. นายเชน หมั่นเขตกิจ
  22. นายเชิง รักหาญ
  23. นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ
  24. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  25. นางสาวณัฐกฤตา วิบูลย์วุฒิวงศ์
  26. นายณัฐพล จรัสสุริยพงศ์
  27. นางสาวณัฐสุดา เจริญพันธุ์
  28. นางสาวณิชกานต์ สิงห์ขจร
  29. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล
  30. นายทรงศักดิ์ ทองศรี
  31. นายธนกร วังบุญคงชนะ
  32. นายธนกฤต ชาติอนุลักษณ์
  33. นางสาวธนัชดา ตันจรารักษ์
  34. นายธนิศร์ ศรีประเทศ
  35. นายธรรมรงศักดิ์ รักงาม
  36. นายธานี เกสทอง
  37. นายนภินทร ศรีสรรพางค์
  38. นางสาวนันทนา สงฆ์ประชา
  39. นายนาวิน สังฆมาตร
  40. นายนิกร จำนง
  41. นายบุญเกิด ทรงรัมย์
  42. นายบุญอยู่ รอดพะดี
  43. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร
  44. นายปารเมศ โพธารากุล
  45. นายปิติ ปิตุเตชะ
  46. นางสาวปิยพร ไพบูลย์
  47. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
  48. นายพงศกร อรรณนพพร
  49. นายพนม จันทร์ศรีทอง
  50. นางสาวพัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์
  51. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
  52. นางพัทธนันท์ สมใจ
  53. นายพิกิฎ ศรีชนะ
  54. นางพิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ
  55. นายพิเชฎฐ์ ชัยศรี
  56. นายพินิจ จันทรสุรินทร์
  57. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ
  58. นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์
  59. นายพีรพร สุวรรณฉวี
  60. นายพีระเพชร ศิริกุล
  61. นางพูนสุข โพธิ์สุ
  62. นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์
  63. นายมงคลพัฒน์ สรรณ์ไตรภพ
  64. นายมนตรี สันติลักขณาวงศ์
  65. นายมานพ เกตุเมฆ
  66. นพ.มารุต มัสยวาณิช
  67. นายยุทธพล อังกินันท์
  68. นายยูฮัน บูละ
  69. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์
  70. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ
  71. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก
  72. นายราเชนทร์ มาลัยวงศ์
  73. นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ
  74. นายวราวุธ ศิลปอาชา
  75. นายวันชนะ แถมยิ้ม
  76. นายวีระยุทธ งามจิตร
  77. นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒนา
  78. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล
  79. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
  80. นายศุภชัย ใจสมุทร
  81. นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี
  82. นายสมนึก หาห้วยทราย
  83. นายสมฤกษ์ บัวใหญ่
  84. นายสรวิศ ธานีโต
  85. นายสวัสดิ์ อุทัยแสน
  86. นายสวาป เผ่าประทาน
  87. นายสัญญา คงสมบัติ
  88. นางสาวสัตตบุษย์ บุญเรือง
  89. นายสันติ พร้อมพัฒน์
  90. นายสิรภพ ดวงสอดศรี
  91. นายสุพิน บุญเลิศ
  92. นายสุรศักดิ์ เลิศรุจิกุล
  93. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
  94. นางสุวณา ปิยะพิสุทธิ์
  95. นายอนุชา บูรพชัยศรี
  96. นายอรุณ พรหมคุณ
  97. นายอาทิตย์ ฉัตรชัยพลรัตน์
  98. นายอารี ไกรนรา
  99. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
  100. นายเอกภพ เพียรวิเศษ

จับตา! ภูมิใจไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ

ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ พรรคภูมิใจไทยนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะจัดการประชุมเพื่อนนำเสนอนโยบายของพรรคในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 500 คน นอกจากนี้ สิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งคือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเปิดตัวทั้ง 3 รายชื่อ ซึ่งจะเป็นใครนั้น ต้องติดตามกันต่อไป!

การเปิดตัวรายชื่อผู้สมัคร สส. ปาร์ตี้ลิสต์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ด้วยรายชื่อที่ผสมผสานทั้งคนรุ่นใหม่และนักการเมืองมากประสบการณ์ ทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง การภูมิใจไทยเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการแข่งขันทางการเมืองที่กำลังจะทวีความเข้มข้นขึ้น

การที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ครบทั้ง 100 คน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ การมีทั้งนักการเมืองมากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ในบัญชีรายชื่อ ทำให้พรรคมีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้หลากหลายกลุ่ม

ที่มา – ภูมิใจไทยเปิด 100 รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จับตาเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 24 ธ.ค.

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบพรรคกล้าธรรมเพิ่ม หลังเปิดตัวไปแล้ว 2 คน วานนี้

การเมืองสนามเลือกตั้งสงขลาเริ่มเข้มข้น! หลังจากเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานว่านายวงศ์วชร ขาวทอง และนายบารมี ขาวทอง สองบุตรชายของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไม่น้อย

โดยนายวงศ์วชร ขาวทอง ถูกวางตัวให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.สงขลา เขต 5 แทนที่นายเดชอิศม์ผู้เป็นบิดา ส่วนนายบารมี ขาวทอง จะลงสมัคร สส.สงขลา เขต 6 แทนที่ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล อดีต สส.สงขลา เขต 6 จากพรรคประชาธิปัตย์

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า บุตรชายคนที่สามของนายเดชอิศม์ คือ นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ก็ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดกระแส จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม อย่างใกล้ชิด

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

ตามรายงานข่าว แผนการนี้เป็นผลมาจากการหารือระหว่างแกนนำพรรคกล้าธรรมและนายเดชอิศม์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม โดยมีข้อสรุปเพิ่มเติมว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง อดีต สส.สงขลา เขต 9 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ลังเลว่าจะอยู่กับพรรคเดิมต่อไป ได้เปลี่ยนใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะลงสมัครในเขตเลือกตั้งเดิมของตนเอง

ปัจจัยที่ทำให้นายศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจย้ายพรรค

ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้นายศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนใจ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า น่าจะมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน

  • ความไม่แน่นอนภายในพรรคประชาธิปัตย์: หลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ประสบปัญหาภายในหลายประการ ทำให้สมาชิกหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่
  • โอกาสในการเติบโตทางการเมือง: พรรคกล้าธรรมอาจเสนอนโยบายหรือตำแหน่งที่น่าสนใจให้กับนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้เขามองเห็นโอกาสในการเติบโตทางการเมืองที่มากขึ้น
  • การสนับสนุนจากครอบครัว: การที่พี่น้องทั้งสองคนเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมไปก่อนหน้านี้ อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนายศักดิ์สิทธิ์

การย้ายพรรคของนายศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในสมรภูมิการเมืองสงขลา และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนกำลัง จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม เพราะเชื่อว่า การตัดสินใจครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางทางการเมืองของตระกูลขาวทองในอนาคต

ผลกระทบต่อการเมืองสงขลา

การเข้ามาของนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ในพรรคกล้าธรรม ทำให้พรรคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งขึ้นในจังหวัดสงขลาอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงและประสบการณ์ทางการเมืองของตระกูลขาวทอง พรรคกล้าธรรมจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับพรรคการเมืองอื่นๆ ในพื้นที่

นอกจากนี้ การที่นายศักดิ์สิทธิ์ลงสมัครในเขตเดิม ยังเป็นการท้าทายโดยตรงต่อผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดมากยิ่งขึ้น และผลการเลือกตั้งในเขตนี้ ก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

โดยรวมแล้ว การ จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเมืองสงขลา และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามรบที่น่าติดตามอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือ การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความท้าทาย

การตัดสินใจของนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ในการย้ายไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในเส้นทางอาชีพทางการเมืองของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่ออนาคตของเขาและพรรคกล้าธรรม ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

บ้านใหญ่มาตามนัด! สุชาติ-วราวุธ ซบ ภท. สู้ศึกเลือกตั้ง 69

“ภูมิใจไทย” คึกคัก บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” มาครบ สมัครสมาชิกพรรค จับตา อดีต สส. เพื่อไทย-ปชป. จ่อร่วมทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก ถือเป็นวันแรกที่พรรคภูมิใจไทย เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อให้ทันกรอบระยะเวลา 30 วันที่ผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา อดีต สส. และกลุ่มการเมืองต่างทยอยเดินทางเข้าสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่น่าจับตา เช่น “กลุ่ม 16” นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนายสุชาติ ยืนยันว่า อดีต สส.ในกลุ่มจะเดินทางมาสมัครครบทั้ง 16 คนในวันนี้

ขณะเดียวกัน นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้นำ สส. ในสังกัดเข้าร่วมสมัครกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2569 เช่นกัน

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้เดินทางเข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย โดยเอกนัฏจะเข้ามารับผิดชอบพื้นที่เขตเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนไฮไลต์อยู่ที่ช่วงเที่ยงวันนี้ เวลา 12:30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะสลัดเสื้อสีชมพู มาสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส. อีก 12 คน เข้าสังกัดพรรคอย่างเป็นทางการ

ส่วนในช่วงบ่ายวันนี้ พรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมพรรค ซึ่งถือเป็นการคิกออฟ สู่สนามการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมและคัดเลือกผู้สมัครที่จะลงรับเลือกตั้ง ซึ่งพรรคตั้งเป้าหมายจะต้องส่งผู้สมัครให้ครบ 500 คน แบ่งเป็น สส.เขต 400 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยังมีอดีต สส.กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน ที่พรรคเดิมไม่ได้ส่งลงสมัครต่อ มาติดต่อขอเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย

นอกจากนี้ นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพันลภ อดีต สส.อุบลราชธานี และนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร อดีต สส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาแสดงเจตจำนงเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังมีอดีต สส.พรรคเพื่อไทยอีกหลายคน จ่อตามมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย

บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง 69

การย้ายพรรคครั้งใหญ่ของกลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าการแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดอย่างแน่นอน การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถดึงดูดนักการเมืองมากประสบการณ์และมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งเช่นกลุ่มนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของพรรคในการเป็นทางเลือกทางการเมือง

ทำไมการย้ายพรรคของกลุ่มนี้ถึงสำคัญต่อการเลือกตั้ง 69

การที่กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น, นายวราวุธ ศิลปอาชา, และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 69 นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • เสริมสร้างความแข็งแกร่งของพรรคภูมิใจไทย: การได้นักการเมืองมากประสบการณ์และมีฐานเสียงที่มั่นคงเข้ามา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของพรรคในการเลือกตั้ง
  • เปลี่ยนแปลงขั้วการเมือง: การย้ายพรรคของกลุ่มนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในขั้วทางการเมือง และอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมในรูปแบบใหม่
  • สร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง: กลุ่มของนายสุชาติ, นายวราวุธ, และนายเอกนัฏ ต่างก็มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่ของตนเอง การเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกตั้ง

บ้านใหญ่มาตามนัด การย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของกลุ่มใหญ่ จะส่งผลต่อการแข่งขันในการเลือกตั้ง 69 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป

จับตาดูให้ดี! การเลือกตั้งครั้งหน้าสนุกแน่นอน มาร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง 69

“จองชัย” เตือน “วราวุธ” ย้ายพรรค? คนสุพรรณฯ ผูกพันชาติไทยพัฒนา

“จองชัย” ออกโรงเตือน “วราวุธ” คิดให้ดีก่อนย้ายพรรค ชี้ คนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนา ยอมรับ “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ชวนไปอยู่ด้วยกัน ย้ำส่วนตัวเป็นพวกอนุรักษ์นิยม ไม่อยากให้ย้าย

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 นายจองชัย เที่ยงธรรม แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะย้ายไปร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการเลือกตั้งรอบหน้า ว่า ตนมองว่าไปก็ดี ไม่ได้ทำให้ตัวเองพังหรือร่วง แต่จะไปจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ซึ่งข่าวนี้ยังไม่มีการยืนยันใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับตอนที่มีชื่อนายวราวุธจะไปเป็นแคนดิเดต นายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย (พท.) ก็เป็นเพียงแค่ข่าว ทั้งนี้ ตนเป็นพวกอนุรักษ์นิยม ไม่อยากให้ไป เพราะนายวราวุธรับช่วงต่อดูแลพรรค ชทพ.จากนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ และพ่อที่เคยระบุว่า จะรักษามรดกของพ่อบรรหารไว้ จึงอยากให้ทบทวนคำพูดนี้ให้ลึกซึ้ง และตอนวันเกิดของตน เมื่อ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา นายวราวุธมาอวยพรวันเกิดที่บ้านกล้วย จ.สุพรรณบุรี ตนได้กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า “พรรค ชาติไทยพัฒนา เป็นมรดกของคนสุพรรณบุรี ไม่ใช่มรดกของศิลปอาชา คนตระกูลศิลปอาชา เป็นเพียงผู้ดูแลมรดกให้กับคนสุพรรณบุรีเท่านั้น ที่ผ่านมาคนสุพรรณบุรีมีความผูกพันกับพรรคชาติไทยพัฒนามาก”

เตือนมีบทเรียนแล้วตอนย้ายพรรค

“ตอนปี 2562 ตอนที่ผมย้ายไปพรรคภูมิใจไทยเพื่อลงแข่งกับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ชทพ. ผมถูกรุม ผลเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ใช่ว่าผมแพ้นายประภัตร แต่แพ้คนสุพรรณบุรี ซึ่งการเลือกตั้งรอบนั้นเป็นคติสอนใจให้กับผมว่า เป็น สส.มา 40 ปี เมื่อย้ายพรรคก็แพ้ เพราะคนสุพรรณบุรีผูกพันกับพรรคชาติไทยพัฒนามากกว่าผม” นายจองชัย กล่าว

ยอมรับ “เสี่ยตือ“ ชวนไปภท.

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรนายจองชัย เป็น สส.สุพรรณบุรี ที่ถูกจับตาว่าจะย้ายพรรคเป็นคนแรก นายจองชัย กล่าวปฏิเสธทันทีว่า เขาต้องฟังหัวหน้าพรรค เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ค่อยฟังพ่อ ดังนั้น หัวหน้าพรรคไปไหนเขาก็ไปด้วย แต่คนรุ่นเก่าอย่างตน เป็นอนุรักษ์นิยม อยากให้อยู่กับพรรค ชทพ. เมื่อถามย้ำว่า “มีใครมาชวนให้ย้ายพรรคแล้วหรือไม่” นายจองชัย กล่าวว่า “มีคุยกันกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล บิดาของนายภราดร และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในลักษณะมาชวนให้ไปทำงานด้วยกัน” แต่ตนบอกว่า “ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรค คงยังตอบอะไรไม่ได้” ซึ่งพรรค ชทพ.เตรียมประชุมพรรคสมัยวิสามัญในช่วงเดือนธันวาคมนี้

คนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนา จริงหรือ?

จากกรณีที่นายจองชัย เที่ยงธรรม ออกมาเตือนนายวราวุธ ศิลปอาชา เรื่องการย้ายพรรค ทำให้เกิดคำถามว่า จริงหรือไม่ที่คนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนา อย่างเหนียวแน่น? การเมืองท้องถิ่นมีความซับซ้อน และความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับประชาชนในพื้นที่ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้ง การที่นายจองชัยเน้นย้ำถึงความผูกพันนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังนายวราวุธให้พิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากตัดสินใจย้ายพรรค

บทเรียนจากการย้ายพรรคของ “จองชัย”

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประสบการณ์ตรงของนายจองชัยเองที่เคยย้ายพรรคและพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นการแพ้ “คนสุพรรณบุรี” ไม่ใช่แพ้คู่แข่งทางการเมืองโดยตรง นี่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของความผูกพันระหว่างประชาชนกับพรรคการเมืองในพื้นที่คนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนามาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนแปลงจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

อนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนาและ “วราวุธ”

สถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาในปัจจุบันถือว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจของนายวราวุธ ศิลปอาชา จะมีผลต่ออนาคตของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การรักษาพรรคให้อยู่รอดและเติบโตต่อไป จำเป็นต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ของผู้บริหารพรรค และการสนับสนุนจากฐานเสียงในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นฐานเสียงที่สำคัญที่สุด

ทิศทางต่อไปของพรรคชาติไทยพัฒนา

การประชุมพรรคสมัยวิสามัญในช่วงเดือนธันวาคมนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคจะได้หารือถึงทิศทางในอนาคต และตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายพรรคของนายวราวุธ การรักษาความสามัคคีภายในพรรค และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรค รวมถึงประชาชนในพื้นที่ จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

การเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ การที่คนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นปัจจัยที่ทำให้นายวราวุธตัดสินใจอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การตัดสินใจครั้งนี้ จะส่งผลต่อทั้งตัวนายวราวุธเอง พรรคชาติไทยพัฒนา และการเมืองในจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างแน่นอน

ที่มา – “จองชัย” ออกโรงเตือน “วราวุธ” คิดให้ดีก่อนย้ายพรรค ชี้ คนสุพรรณบุรีผูกพันพรรคชาติไทยพัฒนา

ภูมิใจไทยลุ้น “คดีนายกฯ” เตรียมซักฟอก!

“โฆษกพรรคภูมิใจไทย” ไม่แปลกใจหลัง “อนุทิน” พบ “ลุงป้อม” เหตุ รู้จักคนเยอะ โพสต์โซเชียลตลอด ย้ำ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมตัวลุ้น “คดีนายกฯ” หากรอดเตรียมยื่นซักฟอก ม.151-152 ทันที

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีนายกฯ ว่า ไม่ได้มีเป้าหมายอะไร เพียงแต่มาร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งวันนี้ไม่ได้มีแค่เพียงพรรคภูมิใจไทย แต่มีพรรคอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นลบ นางสาวแนน ระบุถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยว่าขอให้เราได้มีเวลาได้พูดคุยกันอีกรอบ และคงไม่คิดไปล่วงหน้าก่อนว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขณะนี้เราก็รอสถานการณ์เหมือนทุกพรรคการเมืองตอนนี้

ส่วนที่มีการตีความว่านายอนุทินมีการเดินสาย มีการไปทานข้าวหน้าไก่และพบปะกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่นั้น น.ส.แนน เผยว่า นายอนุทินมีเพื่อนพี่น้องคนรู้จักเยอะ การที่ไปทานข้าวกับใครก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร และหากติดตามเพจของนายอนุทินก็จะเห็นว่ามีโพสต์อยู่ตลอด จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

เมื่อถามต่อว่าหากมีอุบัติเหตุทางการเมือง ยืนยันได้หรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยยังเหนียวแน่นกับพรรคร่วมอื่นได้ น.ส.แนน ระบุว่า ไม่ขอให้ความเห็นเรื่องในอนาคต เพราะต้องดูสถานการณ์ของวันนี้ จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล และเราจะเดินหน้าอะไรอย่างไรต่อไปค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบวกกับนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยก็ยังยืนยันทำหน้าที่ในส่วนของนิติบัญญัติต่อไป เพราะสภาก็ยังอยู่ไม่มีปัญหาอะไร

ทั้งนี้ น.ส.แนน กล่าวต่อว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ก่อนสมัยเปิดการประชุม หากตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังเป็นนางสาวแพทองธารอยู่ ก็พร้อมที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และ 152

โฆษกพรรคภูมิใจไทยย้ำ สส. รวมตัวลุ้น “คดีนายกฯ”

พรรคภูมิใจไทยจับตา “คดีนายกฯ” อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใน คดีนายกฯ กำลังจะถูกอ่านในไม่ช้า ท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคภูมิใจไทย หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ที่ล่าสุด โฆษกพรรคได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้เน้นย้ำถึงการรวมตัวของ สส.พรรค เพื่อติดตามสถานการณ์ คดีนายกฯ อย่างใกล้ชิด โดยหากผลการวินิจฉัยออกมาเป็นคุณ พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำหน้าที่ในส่วนของนิติบัญญัติต่อไป แต่หากผลออกมาเป็นลบ ก็ขอให้มีการพูดคุยหารือกันภายในพรรคอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ น.ส.แนน ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวการพบปะกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากทั้งสองท่านเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และรู้จักผู้คนมากมาย การพบปะทานข้าวกันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ หากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบวกต่อนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงพร้อมที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และ 152 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทของพรรคในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

การออกมาให้สัมภาษณ์ของโฆษกพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคในการรับมือกับทุกสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของการสนับสนุนรัฐบาล และการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราทุกคนสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศได้

ที่มา – “โฆษกพรรคภูมิใจไทย”ย้ำ สส. รวมตัวลุ้น “คดีนายกฯ” หากรอดเตรียมยื่นซักฟอก ม.151-152 ทันที

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย อุบตอบศาล! อิงค์ยกเลิก

เกิดอะไรขึ้นที่พรรคเพื่อไทย? วันที่ 19 สิงหาคม 2568 มีเรื่องราวให้จับตามองมากมาย เริ่มต้นที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” ยกเลิกการเข้าร่วมประชุมพรรคแบบกะทันหัน ทำเอา ส.ส. และมวลชนที่เตรียมมาอวยพรวันเกิดล่วงหน้าต้องผิดหวังไปตามๆ กัน แต่ที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมายังพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน

เดิมที ส.ส.พรรคเพื่อไทยเตรียมจัดงานเล็กๆ เพื่ออวยพรวันเกิดล่วงหน้าให้กับ น.ส.แพทองธาร ในวันที่ 21 สิงหาคม แต่เมื่อเจ้าตัวยกเลิกการเข้าร่วม มวลชนที่ทราบข่าวและเดินทางมาพร้อมดอกไม้และของขวัญก็ต้องผิดหวังไปด้วยเช่นกัน

ไฮไลท์อยู่ที่การเดินทางมาถึงของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางเข้ามายังพรรคเพื่อไทย และเดินทางกลับในเวลา 16.10 น. โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชนมากนัก เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงภารกิจในการมาพรรคเพื่อไทยในวันนี้ นายทักษิณตอบเพียงสั้นๆ ว่า “มาเจอแขก เจอเพื่อน เจอฝูง” เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลอาญาจะพิพากษาคดี 112 ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ นายทักษิณกล่าวสั้นๆ ว่า “เรื่องศาลใครเขาพูดกัน” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงการเมือง

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย อุบตอบศาล! อิงค์ยกเลิก

ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ ภายในพรรค นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมพรรค โดยให้สัมภาษณ์ว่าการเดินทางมาในครั้งนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีวาระพิเศษใดๆ เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่ชื่อของตนเองถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายชัยเกษมตอบว่าพรรคเพื่อไทยยังไงก็ต่อได้อยู่แล้ว

สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยในวันนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ การยกเลิกการเข้าร่วมประชุมของ น.ส.แพทองธาร การปรากฏตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร และท่าทีของนายชัยเกษม นิติสิริ ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ทำไมการมาของ “ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย ถึงเป็นที่สนใจ?

การเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณในครั้งนี้ แม้จะไม่มีการเปิดเผยถึงวาระที่ชัดเจน แต่ก็เป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์การเมือง ด้วยเหตุผลหลายประการดังนี้:

  • สถานการณ์การเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง: ในช่วงเวลาที่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ลงตัว การปรากฏตัวของนายทักษิณ ย่อมถูกตีความว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนและกำหนดทิศทางของพรรคเพื่อแก้ไขกับวิกฤตการเมือง
  • คดีความที่ยังคงอยู่: คำถามเกี่ยวกับการพิจารณาคดีมาตรา 112 ที่นายทักษิณถูกดำเนินคดี เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ การที่นายทักษิณไม่ตอบคำถามดังกล่าว ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและข้อถกเถียง
  • สัญญาณทางการเมือง: การปรากฏตัวของนายทักษิณ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงความมั่นใจและการกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง แม้จะไม่ได้แสดงออกอย่างเปิดเผย

ไม่ว่าการมาของ “ทักษิณ” เข้าเพื่อไทยกับเกี่ยวข้องกับอะไร การเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ยังคงเป็นที่สนใจอย่างมากในแวดวงการเมืองไทย และอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอนาคต

โดยรวมแล้วสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและความซับซ้อนของการเมืองไทย การตัดสินใจและการกระทำของบุคคลสำคัญอย่าง น.ส.แพทองธาร และนายทักษิณ ชินวัตร จะมีผลกระทบอย่างมากต่อพรรคเพื่อไทยและอนาคตของประเทศ

ดังนั้นการจับตาดูความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจถึงทิศทางของการเมืองไทยและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย อุบบอกเรื่องไปศาล-“อิ๊งค์” ยกเลิกเข้าประชุม มวลชนอดเบิร์ธเดย์

Scroll to top